ติดคุกกับดักความคิดอยู่นานครับ ตอนนี้ปลอดโปร่งขึ้นเยอะครับ โดยเฉพาะเมื่อวาน หลังจากกลับจากโรงพยาบาล ก็โทรศัพท์หาหัวหน้ากองการเจ้าหน้าที่ แจ้งให้เขานำเรื่องผมเข้าพิจารณาในกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย โดยเสนอให้สองสามทางเลือกครับคือ เนื่องจากผมคงไม่สามารถไปทำงานได้อีกสามสี่เดือน ซึ่งงานวิชาการที่ผมรับผิดชอบอยู่คงไม่สามารถรอผมได้ และดูแล้วว่าถ้าไม่มีคนทำงานแทน จะแย่ทั้งงานแย่ทั้งน้องๆ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ผมเลยแจ้งว่า ผมมีข้อเสนอว่า หนึ่ง ผมขอลาออกจากตำแหน่งรองฯ แล้วกัน แล้วหาคนอื่นแทน หรือหากไม่ให้ลาออก ก็ขอให้ตั้งคนอื่นรักษาการแทนผม พร้อมจ่ายค่าตำแหน่งของผมให้เขาไปเลย หรือทางที่สามหากไม่เห็นด้วยทั้งสองเงื่อนไขข้างต้น ผมก็ขอไม่รับค่าตำแหน่งตลอดช่วงที่ผมลาป่วยแล้วกัน เพื่อความสบายใจผม อันนี้เป็นทางเลือกที่ผมเสนอไปครับ และตอนนี้ผมก็รอคำตอบครับ

และจากที่หลายๆ คนบอกว่า ผมเปลี่ยนรูปประจำบล็อกได้แล้วครับ เมื่อกี้ผมเลยหาดูว่ารูปไหนจะเหมาะกับผมในช่วงนี้บ้าง ออ. ช่วงนี้ประเภทต้องเดินช้าๆ ค่อย อ่านอัลกุรอาน ละหมาดก็บนเก้าอี้ เขียนบล็อก และพยายามเขียนรายงานการวิจัยอยู่ แล้วก็นอนลูบขาที่หัก ฮิฮิ ที่สำคัญผมรู้สึกว่า สมองผมปลอดโปร่งมากขึ้นครับ ยิ่งถอดใหม่ออกไปแล้วยิ่งรู้สึกว่า เป็นอิสระขึ้น (ถึงแม้ว่า อีกสองอาทิตย์ไม่แน่ว่าจะต้องผ่าตัดใหม่อีกหรือเปล่า ขออัลลอฮ์คุ้มครองให้ไม่ต้องผ่าใหม่)

(รูปนี้รูปเดิมที่มีหลายเสียงอยากให้เปลี่ยนเสียที)

หารูปไปหารูปมาได้รูปนี้มาเป็นรูปประจำตัวครับ

ฮิฮิ เห็นหัวของเตาฟิกน่ารักดีครับ เลยขอยืมมาใช้ก่อน (อนุญาตหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ ไว้ถามตอนโตแล้วกัน)

เตาฟิกถูกอุมมีย์ของเขาโกนหัวเรื่อยมาครับ ผมไม่คอยได้ไว้ยาวหรอก โกนตลอด ทั้งนี้เนื่องจากมีเม็ดคันครับ การโกนผมจึงเป็นวิธีการที่ดูแลได้ง่ายที่สุด

ตอนนี้เลยหวังว่า สมองผมจะโล่งโปร่งเหมือนหัวเตาฟิกแล้วกันครับ ฮิฮิ