เมื่อวานผมมีโอกาสได้นั่งล้อมวงปูเสื่อในห้องทำงานพูดคุยกับน้องนิสิตในราว ๆ 4 คน ซึ่งนั่นก็รวมถึงทีมงาน “คู่กรรม” ของผม นั่นคือ เจ้านุ้ย (จันเพ็ญ ศรีดาว) และเจ้ายะ (สุริยะ สอนสุระ)
การพบปะพูดคุยกันในวันนี้เป็นเรื่องราวของกิจกรรมที่จะมีขึ้น ณ เด็กรักป่า ซึ่งดังที่รู้ ๆ กันว่าในเบื้องต้นนั้น ได้นำเสนอไปแล้วในชื่อโครงการ “ผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า” โดยการขับเคลื่อนของชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล และทีมงานของพี่หน่อย (ดอกแก้ว) ในนามเด็กรักป่า

สถานที่ซึ่งรอวันรองรับการมาเยือนของผ้าป่าหนังสือ
การพบปะพูดคุยกันในวันนี้ เป็นการหารือถึงกระบวนการ หรือกิจกรรมที่เราชาว “มมส”
จะนำไปสมทบกับกิจกรรมดังกล่าว โดยกำหนดชื่อโครงการนี้ว่า “สายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน” ซึ่งมีองค์กรที่รับผิดชอบ คือ ชมรมคณะละครทอสายไทย ชมรมวอลเลย์บอล ชมรมมวยสากลสมัครเล่น ชมรมธารปัญญา และชมรมสานฝันคนสร้างป่า
กลุ่มองค์กรเหล่านี้อย่างน้อย 2 องค์กรมีผมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม ที่เหลือล้วนเป็นการเชื้อเชิญมาร่วมอุดมการณ์ล้วน ๆ และเป็นที่น่ายินดีว่า น้อง ๆ เหล่านั้นก็ยินดีและถือเป็นเกียรติที่จะได้ทำอะไรเพื่อสังคมอีกครั้ง รวมถึงการได้ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนหลากสถานะที่ยังไม่เคยได้พบพานมาก่อนเลยก็ว่าได้

รอยยิ้มของเด็ก ๆ เมื่อพบเจอเราไปเยี่ยมดูสถานที่ : ภาย โดยคุณสุริยะ สอนสุระ
ก่อนเริ่มการพูดคุยถึงประเด็นกิจกรรมนั้น ผมแจ้งให้นิสิตได้รับทราบว่า เราต้องหางบประมาณให้ได้อย่างน้อย 20,000 บาท เพื่อนำไปเป็นค่าจัดซื้อหนังสือสารานุกรมสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งเบื้องต้นผมก็ยืนยันว่า สำหรับเราชาว “มมส” นั้น เรื่องเหล่านี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่เราจะแสดงน้ำใจกันอย่างจริงใจ
ด้วยความสัตย์จริง, ..ผมไม่ได้ปลอบขวัญ หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องงบประมาณที่ต้องจัดหาให้พวกเขาสบายอกสบายใจเลยแม้แต่น้อย หากแต่มันเป็นเรื่องจริงที่สามารถเป็นไปได้ เพราะส่วนหนึ่งชมรมวอลเล่ย์บอล ชมรมมวยสากล ฯ และชมรมคณะละครทอสายไทย ก็นำมาสมทบไว้บ้างแล้ว
จากนั้นพวกเราก็เริ่มพูดคุยถึงประเด็นกิจกรรมที่จะมีขึ้นกันอย่างสนุก ผมอธิบายที่มาที่ไปของกิจกรรมและเครือข่ายที่จะมีขึ้นให้พวกเขาได้รับรู้อย่างเปิดเผย และย้ำให้เข้าใจว่าโครงการที่ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูลนั้นมีชื่อว่า “ผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า” แต่โครงการของชาว มมส นั้นมีชื่อว่า ““สายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน” ซึ่งโครงการของเราเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะขับเคลื่อนสู่จุดหมายปลายทางเดียวกับ “ผ้าป่าหนังสือฯ”
นอกเหนือประเด็นจิตสำนึกสาธารณะที่ผมบอกกล่าวกับเขาแล้ว ผมก็ยังย้ำให้เห็นว่า นี่คือโอกาสอันดีที่คนทำกิจกรรมจาก มมส จะมีโอกาสได้สร้างเครือข่ายการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับองค์กรต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ทั้งเด็กรักป่า นักศึกษาจาก ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ ม.ราชภัฏสุรินทร์ นักศึกษาจากกรุงเทพฯ รวมถึงเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศการจัดกิจกรรมมายังดินแดนอีสานใต้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว พื้นที่โซนนี้ ชาว มมส ก็มาออกค่ายกันน้อยมาก ...
ผมพยายามให้น้องนิสิตได้คิดกิจกรรมที่พวกเขาอยากจะทำขึ้นในครั้งนี้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะย้ำเน้นว่า ไม่ต้องขนกิจกรรมและคนไปเยอะ ๆ เน้นกิจกรรมสั้น ๆ กระชับ และต้องเป็นกิจกรรมที่ตนเองดำเนินการได้ โดยไม่ต้องไหว้วานใครอื่น หรือเป็นกิจกรรมที่ใช้งบประมาณลงทุนใหญ่โตอย่างไม่จำเป็น


ผมพูดคุยกับน้องนิสิตกันอย่างสนุกและเป็นกันเอง บางครั้งผมก็แทรกแซวเขาเป็นระยะ ..ๆ และหยิกซ้ำว่างานนี้เราไปเรียนรู้ .. ไปดูพื้นที่เพื่อต่อยอดในอีกหลายเรื่องที่อยากจะทำแล้วยังไม่ได้ทำ ซึ่งผมยืนยันว่า, ภายหลังกิจกรรมคราวนี้ยุติลง ทั้งผมและเขาจะต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้ง -
สุดท้าย, .....
พวกเขาบอกกล่าวว่าไม่อยากให้มีแค่การมอบหนังสือหนังหาเท่านั้น แต่ขออาสาจัดซุ้มสักซุ้มขึ้นในค่ำคืนงานวัดของวันที่ 27 มิถุนายน โดยจะเป็นซุ้มสอยดาว ซุ้มละเล่นอะไรสักอย่างเพื่อจัดหางบมอบสมทบเป็นทุนกิจกรรมสำหรับเด็กรักป่า โดยอย่างน้อยตอนนี้ เราก็มีเสื้อใหม่ ๆ หลายสิบตัวที่อาจจะวางขายในราคาถูกแสนถูก (ราวกับให้ฟรี) ..ด้วยเช่นกัน
นอกจากนั้น, ...เรายังอยากที่จะขับทำนองเสนาะด้วยบทกวีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมชาติสั้น ๆ สักไม่เกิน 10 นาที โดยขณะที่ขับเอื้อนนั้นก็จะมีนิสิตวาดภาพแบบสด ๆ ไปตามเนื้อหาที่ถูกขับเปล่งออกมา .. สวยไม่สวยไม่เป็นไร แต่ใจอยากจะทำ (ว่างั้น..!)
ขณะเดียวกัน ก็จะเตรียมหมอลำ หมอแคนไปสักคนเพื่อคั่นการแสดงละครของเด็กรักป่า โดยเนื้อหาที่จะขับร้องนั้นก็เกี่ยวโยงกับธรรมชาติด้วยเช่นกัน รวมถึงการนำนางรำไปรำเบิกพานบายศรีฯ ในแบบสั้น ๆ สัก 3 – 4 คน
และนี่คือกิจกรรมที่น้อง ๆ นิสิตแกนนำโครงการ “สายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน” ของชาว มมส อยากนำไปสมทบกับโครงการผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า ที่จะขึ้นในระหว่างวันที่ 27 – 28 มิถุนายน 2551 เมื่อรวมกับกิจกรรมเดิมที่ถูกกำหนดขึ้นแล้วในก่อนหน้านี้ ก็ดูจะอัดแน่นอยู่มาก แต่กิจกรรมเหล่านี้ก็เน้นความกระชับ, ง่าย ๆ ... และถ้าจำเป็นก็ปรับเปลี่ยน, ถอดถอนออกได้ทุกขณะ ขึ้นอยู่กับว่าห้วงเวลาเอื้ออำนวยสักแค่ไหน

นั่นคือเรื่องราวที่น้องนิสิตชาว มมส อยากขับเคลื่อนเข้าสู่กิจกรรมที่จะมีขึ้น ณ พื้นที่แห่งชีวิตของเด็กรักป่า ... สำหรับผมแล้ว เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดที่จะชื่นใจและชื่นชมพวกเขาไม่ได้ อย่างน้อยก็เห็นได้ชัดว่า พวกเขารักที่จะทำอะไรเพื่อคนอื่นเสมอ และเมื่อทำก็ปรารถนาที่จะทำอย่างเต็มที่อย่างไม่อิดออด
แต่อย่างไรก็ตาม ผมเองก็ฝากแนวคิดสะกิดเตือนน้องนิสิตไว้ในทำนองว่า การไปจัดกิจกรรมในครั้งนี้ การคิดที่จะนำกิจกรรมเคลื่อนเข้าไปสมทบนั้น ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่กิจกรรมของเราต้องมีลักษณะที่ “ขันน็อตหลวม ๆ” ซึ่งหมายถึง เตรียมกิจกรรมให้ดีและให้พร้อมสำหรับการใช้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนและเชื่อมสัมพันธภาพกับผู้อื่น
แต่กิจกรรมทั้งหมดนั้น ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงได้ทุกสภาวะ ทั้งให้คนอื่นมาร่วมปั้นแต่ง หรือแม้แต่การพร้อมที่จะยุบเลิกได้ทุกเมื่อ หากเห็นว่าเวลาไม่เอื้อต่อการที่จะสื่อแสดง ...
และนั่นคือวิธีคิดของผมที่ว่า “ขันน็อตหลวม ๆ”
และนั่นคือ ภาพสะท้อนที่สื่อให้เห็นพลังใจของน้องนิสิตจาก มมส ที่พร้อมแล้วกับการนำพาโครงการ "สายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน" เข้าไปร่วมสานฝันของเด็กร่วมกับโครงการ "ผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า" ของชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล
และนี่คือ เรื่องราวหนึ่งที่อาจบอกได้บ้างกระมังว่า ... บนถนนการเดินทางของเรื่องราวอันแสนงามนั้นไม่เดียวดายเสมอไปหรอก หรือถึงแม้เสียงแห่งเรื่องราวเหล่านั้น จะดู "ไม่ดังฟังไม่ชัด" นัก แต่มันก็แฝงไว้ซึ่งพลังอันอบอุ่น และงดงามอย่างบอกไม่ถูก
ผมไม่รู้หรอกว่า เมื่อเวลานั้นเดินทางมาถึงพวกเขาจะทำได้ดีสักแค่ไหน แต่การได้ฟังเจตนาของเขาในวันนี้ก็ช่วยให้ผมมีความสุขกับการได้ชื่นชมความงดงามในจิตใจของพวกเขาเป็นยิ่งนัก และไม่รู้สึกเสียดายเลยกับวันเวลา หรือแม้แต่โอกาสที่เคยหยิบยื่นให้กับพวกเขาเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง ...
เช่นเดียวกัน ผมเองก็ดีใจที่เห็นพวกเขาเติบโตและงอกงามขึ้นมาอย่างมีความหมาย
ถึงแม้บางครั้งจะดู “หลุดโค้ง ตกถนน หล่นสะพาน” ไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นธรรมดาของคนหนุ่มสาวที่ยังคึกคะนองต่อความสนุกสนาน และมีความพยายามที่จะค้นหาความหมายของชีวิตด้วยวิธีการของตัวเอง (โดยไม่ติดยึดกับทฤษฎีของใครอื่นจนเกินไปนัก)
ก่อนแยกจากกันในวันนั้น ผมฝากซองผ้าป่าให้น้องนิสิตไป 10 ซอง โดยย้ำว่าให้ไปชวนอาจารย์ในภาควิชาได้ร่วมสมทบทุนผ้าป่าในครั้งนี้ด้วย แต่ที่ไหนได้ พวกเขากลับสวนกลับมาอย่างฉับพลันว่า “หน่อย (น้อย) โพดอ้าย มัน บ่ พอ ดอก..เอามาหลาย ๆ ซอง แน..”
นั่นนะสิ ...
ผมเองก็ลืมไปว่า พวกเขามีพลังใจมากมายเหลือเกิน และดูเหมือนซองผ้าป่าที่ให้ไปนั้น “10 ซอง ก็ดูจะน้อยจนเกินไป จริง ๆ ...”
......

12 มิถุนา ..
ล้อมวงปูเสื่อคุยกับนิสิต
13 มิถุนา ..
ขาดงานด้วยร่างกายป่วยไข้อีกรอบ
ชอบภาพนี้มาก ๆ เลยครับ
เด็ก ๆ มีความสุขมาก
สังเกตจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
สวัสดีครับ . ครูโย่ง
แถมความสดใสของเด็ก ๆ ให้อีกรอบ นะครับ
นี่เป็นภาพของเด็กที่ศูนย์เด็กเล็กในโซนเด็กรักป่าที่ผมตั้งใจว่า เสร็จผ้าป่าหนงสือแล้ว ผมจะพานิสิตกลับไปทำเสาธง, สนามเด็กเล่นอีกรอบหนึ่ง
สวัสดีค่ะ
ร่วมชื่นชมกับกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยเติมรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ค่ะ
จะตามไปร่วมกิจกรรมให้ได้ค่ะ
ซองผ้าป่า หนังสือ หรืออะไรอีกบ้างคะ ที่พอจะร่วมในกิจกรรมดี ๆ ง่ายและงาม..อย่างนี้
สวัสดีครับ.... คุณครู Gutjang
เพียงเสี้ยวอึดใจก่อนหน้านี้ ผมกำลังนึกเลยว่าจะชวนบล็อกเกอร์แถวสุรินทร์ไปร่วมกิจกรรมนี้
ถ้ามีเวลาว่าง... เรียนเชิญนะครับ
เสร็จงานนี้ ผมก็ยังคิดว่าจะไปออกค่ายอาสาพัฒนาในแถว ๆ นั้นอีกรอบ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ จริยา
ผมเขียนรายละเอียดการเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดังกล่าวไว้ในบันทึกนี้นะครับ http://gotoknow.org/blog/pandin/187328 หากไม่สะดวกการนำส่งเรื่องหนังสือ หรือสิ่งของใด ๆ ก็อาจจะสมทบด้วยทุนทรัพย์ตามศรัทธาในบัญชี ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล ธนาคาร ทหารไทย สาขาย่อย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เลขที่บัญชี 5172108648
....
ขอบพระคุณมากครับ
สวัสดีครับพี่พนัส
เป็นกำลังใจอีกแรงสำหรับชาว มมส. เรา
ในนามศูนย์พัฒนาและประกันคุณภาพ มีอะไรพอช่วยได้ ขอให้บอกมาเลยครับ
เต็มที่ เต็มใจ
สวัสดีค่ะ
- ชื่นชมกับจิตอาสา ของทุก ๆท่านค่ะ
สวัสดีครับ น้องแจ๊ค กัมปนาท อาชา (แจ๊ค)
สวัสดีครับ คุณ เพชรน้อย
ผมก็เห็นคล้อยด้วยเหมือนกัน กิจกรรมเหล่านี้น่าจะช่วยบ่มเพาะเรื่องจิตอาสาให้กับนิสิตของผมได้ และยังถือเป็นโอกาสอันดีที่พวกเขาจะได้ร่วมเรียนรู้กับเครือข่ายใหม่ ๆ ...
สิ่งเหล่านี้ ไม่ขยับออกจากที่ ก็คงไม่มีวันได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ กระมังครับ
เด็กๆน่ารักเสมอนะคะ ถ้าเด็กได้รับการหล่อหลอมในสิ่งที่ดี เขาจะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตเป็นกำลังสำคัญที่ดีของประเทศไทยในเวลาไม่นานนะคะ
พี่ แก้ว.. ครับ
เมื่อวานทั้งเด็กละครและเด็กๆรอบๆนี้ เจอกันนัดกันมั่นเหมาะ ว่า 27 นี้นะ พี่ๆ เขาจะมาทอดผ้าป่าหนังสือให้ห้องสมุดโรงเรียนในตำบลเรา
ดีใจคะ ที่น้องๆนักศึกษามีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนงานวัฒนธรรมที่เด็กรักป่า พี่หน่อยก็ให้เขาประชาสัมพันธ์ในวิทยุชุมชน ด้วยคะ
ครูกั๊ต มาบ้านพี่หน่อยเมื่อวานตอนเช้า บอกว่ามาเยี่ยมบ้านเด็กแถวนี้ที่ไปเรียน รร.ครูกั๊ต พี่หน่อยไปกายภาพบำบัด
ในเมือง ครูกั๊ตเลยโทร.มาแจ้งว่า 27 นี้ มาร่วมแน่นอน
สวัสดีครับ พี่หน่อย ดอกแก้ว
ตอนนี้ผมคงพูดอะไรได้ไม่มาก ได้แต่ยืนยันว่า จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ..
ดีใจที่ได้รับรู้ความเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตของเด็กรักป่าและเด็ก ๆ ในชุมชน และดีใจที่จะได้ร่วมเรียนรู้กับเครือข่ายชีวิตอีกหลายเครือข่าย ...
และดีใจที่จะได้เจอครูกั๊ด ....
ดีใจ จริง ๆ ครับ
สวัสดีค่ะพี่นัส ไม่ได้เข้ามาทักทายตั้งนาน
ภาพนี้นู๋เล็กถามน้องๆเค้าหรือเปล่าว่า น้องเค้าเต็มใจถ่ายรูปด้วยหรือเปล่าเนี่ย ดูหน้าหน้าเค้าแต่ละคนซิคะ 5555555
นุ้ยcsmsu
ภาพนนี้เด็ก ๆ คงเขิน ...คงไม่ใช่ฝืนใจถ่ายหรอก
ตอนไปถึง บางคนยังนอนอยู่เลย ...บางคนนอนเหมือนยุงก้นป่องเลยก็มี นะ
แล้ววันหลังจะเอาภาพมาฝาก..
ยินดีและดีใจมากค่ะที่ได้ร่วมโครงการตามฝันกับพี่ๆ และน้องๆ ที่รักสร้างสรรค์สิ่งดีเพื่อสังคมเหมือนๆกัน กิจกรรมที่พี่พนัส เพิ่มเติมนั้นน่าสนใจมากค่ะ น่าจะเป็นสีสัน ให้กับเด็กๆที่นั่นแน่ๆ ตื่นเต้นจังเลย นับวันถอยหลังแล้วจ๊ะพี่
วันพฤหัสเย็นนิดจะเข้ากรุงเทพฯกับบอน วันศุกร์-เสาร์จะได้ทุ่มเวลาให้เต็มที่ ในการจัดเลือกหนังสือให้เด็กๆ ขอบคุณมากๆค่ะพี่ชาย
หนูนิด
ขอบใจนะครับที่แวะมาทักทาย ..และรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ๆ ..
เรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งชมรมศึกษาผลงาน ฯ และกลุ่มเด็กรักป่า สิ่งเหล่านี้น่าจะกลายเป็นเครือข่ายการทำงานเพื่อสังคมเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี ...
งานแรกอาจไม่ดีนัก..แต่เชื่อว่าครั้งต่อไป อะไรต่อมิอะไรจะดูดี ง่ายและงามมากกว่านี้หลายเท่าตัว
....
จะทำให้ดีที่สุด นะครับ, พี่สัญญา
พี่หน่อยปรับ กำหนดการ เพิ่ม การแสดง ของ มมส.
ลองดูนะ
..........................................................
กำหนดการวันทอดผ้าป่าหนังสือเพื่อเด็กรักป่า
ศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2551
11.00 น. ทีมหนูนิด และนักศึกษา ถึงเด็กรักป่า เตรียมงาน
- นิทรรศการ
- ตกแต่งกองผ้าป่า / เวที
- แยกหนังสือ แต่ละโรงเรียน / เตรียมรางวัล
- พานบายศรี ( บางส่วน )
- เตรียมงานวัด ได้แก่ อาหาร สถานที่ ตกแต่ง บริเวณเกมละเล่น สุ้มกิจกรรมต่างๆ
- เตรียมสุ้มประตู พีธีเปิด โดย ประธาน
16.00 น. อาจารย์วิทยากร เชียงกูล พูดคุยกับทีมเด็กรักป่าในรายการของวิทยุชุมชนคลื่น 96.75
18.00 น. เปิดงานวัด
ผู้นำกล่าวรายงาน
ประธานตัดริบบิ้น เปิดงาน / กล่าวเปิดงาน / แจกเงินเดือน (ใบไม้) เพื่อจับจ่ายซื้อ อาหาร ข้าวของต่างในบริเวณงานวัด
-เกมการละเล่นในงานวัด อาทิ โยนห่วง ปาเป้า และรับของรางวัล
-รับประทานอาหารร่วมกัน
ประมาณ 19.30 น.
-เกมสร้างความสัมพันธ์
- ขับทำนองเสนาะด้วยบทกวีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยขณะที่ขับเอื้อนนั้นก็จะมีนิสิตวาดภาพแบบตามเนื้อหาบทกวี ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- การแสดงละครเวที เรื่อง ตูมกา และ ละครใบ้ โดย กลุ่มเด็กรักป่า
- หมอลำ หมอแคน เนื้อหาที่จะขับร้องนั้นก็เกี่ยวโยงกับธรรมชาติโดยนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
-ประชุมปรึกษาหารือในคณะผ้าป่า
เสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2551
7.30 น. รับประทานอาหารเช้า
เดินป่าทัศนะศึกษาเส้นทางธรรมชาติ
9.00น. ทอดผ้าป่าหนังสือ+มอบทุนการศึกษา (โดยอ.วิทยากร )
11.00 น. ถวายภัตตราหารแด่พระสงฆ์ รับพร
รำเบิกพานบายศรีฯ โดย นักนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม
บายศรีสู่ขวัญ
รับประทานอาหารร่วมกัน
13.00 น. ทีมอาสาสมัคร เดินทางไปร่วมจัดห้องสมุด ที่ รร.บ้านแสลงพันธ์
16.00 น. อาหารเย็นที่เด็กรักป่า
19.00 น. ประชุม สรุปงาน /แผนงานต่อไป
อาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2551
7.30 น. รับประทานอาหารเช้า
8.00 น. ประชุมเตรียมงาน
แยกย้าย ตามกลุ่มงาน
- ร่วมจัดห้องสมุดที่ รร. บ้านสำโรง
12.00 น. อาหารเที่ยงที่เด็กรักป่า
13.00 น. สรุปกิจกรรม และ ปิดค่าย
สู้ๆๆๆๆน่ะค่ะจะเป็นกำลังใจให้