สังคมเอื้ออาทรมีจริงในโลกนี้

          สังคมในอุดมคติเป็นสังคมที่มีการวาดภาพหรู เป็นสังคมที่มีการเอื้ออาทรกัน ช่วยเหลือซึ่งกันแก้กัน มีปัญหาช่วยกันแก้ไข รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ฟังดูแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่สังคมนั้นยึดถือหลักพุทธศาสนาอย่างจริงจัง

          เมื่อหันมามองสถานการณ์ทางสังคมปัจจุบัน เมื่อเราหันไปยึดติดกับระบบทุนนิยมที่ฝรั่งตะวันตกมายัดเยียดให้ชาวตะวันออก ความสะดวกสบายของคนที่คว้าเงินมาได้ ทำให้ผู้คนที่มีฐานะทางสังคมด้อยกว่าอยากจะคว้าเงินมาเป็นของตัวได้บ้าง ความรู้สึกนึกคิดที่อยากได้เงินมากๆก็จะเพิ่มความรู้สึกที่เห็นแก่ตัวมาก จนกระทั่งทำอะไรก็ได้ให้เรามีให้เราเป็น ความเอื้ออาทรก็หายไป ความเห็นแก่ตัวจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อเห็นปัญหาของผู้อื่นก็มองว่าไม่ใช่ของตัว การจะไปช่วยเหลือผู้อื่นทำให้เราเสียเวลา

          ในเรื่องเขตแดนก็เช่นกัน ในสมัยโบราณชนชาติต่างๆอยู่อาศัยตามพื้นที่ต่างๆ โดยไม่มีการแบ่งแยกอาณาเขตอย่างชัดเจน การแย่งที่ดินของอาณาเขตต่อเนื่องก็เกิดขึ้นน้อย เว้นแต่เป็นรุกรานชนชาติ เช่น ปราสาทต่างๆในภาคอิสาน ชนชาติต่างๆไปมาหาสู่กัน ต่างยอมรับกันว่าพื้นที่นี้ใครเป็นผู้ครอบครอง หรือในทางภาคใต้ก็ยอมรับกันว่าใครครอบครอง ในระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกันแม้ไม่มีรั้วรอบขอบชิดก็ไม่มีการทะเลาะกัน เพราะรู้กันอยู่ว่าต้นไม้ต้นนั้นคนนี้ใครปลูกแต่พอมาถึงยุคปัจจุบันเมื่อมีการใช้สิ่งที่เราเรียกว่าเป็นเรื่องทันสมัยมากำหนดอาณาเขต ความคิดเริ่มเปลี่ยน จากการเคารพสิทธิซึ่งกันและกันก็กลับมองว่า แม้ต้นไม้นี้เอ็งเป็นคนปลูกแต่ตามน.ส.๓ ก. นี้ อยู่ในที่ดินของข้า เพราะ ฉะนั้นมันจึงเป็นของข้า โดยไม่สนใจว่าความจริงคืออะไร เพราะยึดถือเอาแต่เอกสารหลักฐาน เมื่อย้อนถามไปว่าการออกหลักฐาน น.ส.๓ ก. ถูกต้องหรือไม่ ก็ปรากฏว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายซึ่งเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ชาวบ้านก็แสวงหาผลประโยชน์จากความได้เปรียบจากการกระทำของเจ้าพนักงานโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชน

          ย้อนไปดูเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร หากคิดตามแบบชนพื้นเมืองทางเอเชีย หน้าปราสาทหันมาทางประเทศไทย พื้นที่ปากทางเข้าอยู่ในประเทศไทย เราแบ่งเขตแดนกันด้วยสันปันน้ำ มันจะเป็นของประเทศอื่นได้อย่างไร แต่คิดตามแบบผู้ซึ่งได้ชื่อว่ามีความเก่งกาจสามารถกว่าคนเอเชียกลับดูเส้นที่ขีดแบ่งในแผนที่แล้วบอกว่าเป็นของกัมพูชา อย่างไรถูกอย่างไรผิดก็เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศระหว่างชนชาติกันไปแล้วเพียงแต่ต่างเก็บอาการเท่านั้นเอง

          นี่เป็นปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันซึ่งตามหลังความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุแต่ถอยหลังทางจิตใจ

แต่ขณะนี้มีสังคมกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งที่เริ่มเกาะกลุ่มกันมากขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าจับตามอง เป็นสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ แม้จะยังไม่มีอะไรพิสูจน์กันอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้อย่างแท้จริงก็ตาม แต่การเริ่มต้นที่มีความรักความเอื้ออาทรนำหน้า ก็เริ่มทำให้ผู้คนที่รักความสงบ รักการเรียนรู้ รักธรรมชาติ รักในความเป็นเหตุเป็นผล และเข้ามาพบปะกันในสังคมอินเตอร์เน็ตที่ชื่อว่า Gotoknow.org หรือที่ขียนสั้นๆว่า G2K แม้จะไม่ทั้งหมดและเป็นเพียงกลุ่มย่อยที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มคนแซ่เฮ ที่ต้องการเรียนรู้ เฮฮาศาสตร์ แต่กลุ่มคนแซ่เฮกลับมีเอกลักษณ์ของการแสดงความรักความเอื้ออาทร ความเป็นคนติดดิน ความเป็นคนรักธรรมชาติ ความเป็นคนรับฟังเหตุผล ความเป็นห่วงใย การร่วมแสดงความยินดีในการทำดีของเพื่อนสมาชิก การร่วมแสดงความอาลัยเมื่อเพื่อนสมาชิกต้องสูญเสีย ย่อมแสดงถึงความเป็นญาติ แม้จะยังไม่มีตัวชี้วัดตัวใดที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการแสดงออกซึ่งความจริงใจของผู้แสดงความรู้สึก แต่การแสดงออกซึ่งการกระทำต่างๆจะเป็นตัวบ่งบอกสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของผู้นั้นได้เป็นอย่างดี

คนแซ่เฮมีเอกลักษณ์ในการยอมรับผู้อื่นอย่างง่ายๆไม่เสแสร้ง แม้สมาชิกของกลุ่มใดก็ตามอยากเข้ามาร่วมปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มคนแซ่เฮก็ไม่มีการขัดขวางกลับยินดีต้อนรับเพื่อให้เขามาเห็นสิ่งที่เป็นไปในกลุ่มคนแซ่เฮ ให้เขาเห็นการกอดกันด้วยความรู้สึกอบอุ่นระหว่างพี่น้องไม่ใช่ในเชิงชู้สาว  สิ่งที่เราเรียกกันลึกๆว่าเราให้ใจทุกคนที่เข้ามา

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมกลุ่มย่อยนี้กลับไม่เกิดความรู้สึกขัดแย้ง เพราะทุกคนมีทิศทางในความคิดทางเดียวกัน คืออยู่อย่างเรียบง่าย มีคุณธรรมจริยธรรม มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพราะไม่ว่าสังคมข้างนอกจะมีหัวโขนอย่างไรก็ตาม แต่สังคมของ G2K กลับเป็นสังคมที่ถอดหัวโขนออก เป็นสังคมประชาธิปไตยและเปิดเผยตัวตน อาจจะเป็นเพราะเปิดเผยตัวตนกระมังที่ทำให้คนที่เข้ามาสู่ G2K มีความรู้สึกสบายๆง่ายๆในการติดต่อกับผู้อื่นในสังคมเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมผู้มีความรู้ทุกสาขาวิชาเข้ามาพบปะกันในโลกเสมือนแห่งนี้ และกลุ่มคนแซ่เฮกลับไปไกลกว่านั้นเมื่อเดินสายพบปะตัวจริงกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน แสดงความคิดเห็นกัน ช่วยกันแก้ปัญหาให้กันและกัน และหากสังคมในภาพรวมเป็นแบบนี้ ปัญหาความขัดแย้งในสังคมก็น่าจะลดลงเพราะเราพูดคุยกันรู้เรื่อง

ขณะนี้ กลุ่มคนแซ่เฮเริ่มขยับเขยื้อนที่จะออกไปดูแลสังคมในโลกความเป็นจริง ไปช่วยกันแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยอาศัยสมาชิกที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา หาคนที่มีศักยภาพในกลุ่มสมาชิกออกไปช่วยกันทำงาน และหากสมาชิก G2K วางตัวเป็นกลางอย่างแท้จริง สิ่งที่เรากำลังทำก็จะได้รับความเชื่อถือจากสังคม และสิ่งเหล่านี้จะเป็นพลังมหาศาลที่จะดูดคนดีมีความสามารถเข้ามาช่วยเหลือสังคมได้อย่างมากมาย

ขอบคุณ G2K.ที่นำให้โลกอินเทอร์เน็ตมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ขอบคุณครูบาสุทธินันท์ ที่เป็นผู้รวมศูนย์ความดีงามในสังคมคนแซ่เฮแห่งนี้

ขอบคุณลุงเอกที่จริงจังกับสังคม G2K ช่วยขับเคลื่อนไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง

ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เอื้ออาทรซึ่งกันและกันและช่วยกันทำให้สังคมนี้น่าอยู่........

ขอบคุณจริงๆ วันนี้ยังไม่ได้อิอิ เลย ขออนุญาต อิอิ