"เห็นสวะลอยน้ำ..มั้ยว่ะ" "อย่าทำตัวเป็นสวะนะเฟ้ยยย นอกจาก จะถูกด่าว่า ไอ้สวะแล้ว ยังต้องคอยเคว้งกลางน้ำอีก"

เกาะเกร็ดเกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงส่วนที่เป็นแหลม ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2265 เรียกว่า “คลองลัดเกร็ดน้อย” ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางแรงขึ้นเซาะตลิ่งทำให้คลองขยาย แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ และที่นี่จะมีพี่น้องชาวมอญอาศัยกันอยู่เป็นส่วนใหญ่ การไปเที่ยวเกาะเกร็ดส่วนหนึ่งก็เป็นการไปชื่นชมวิถีชีวิตของพี่น้องชาวมอญ

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ป้าแดง มีโอกาสได้ไปประชุมที่โรงแรมแถวๆหลักสี่ ไปถึงสายๆแต่เค้าไม่ให้เชคอิน ต้องรอหลังเที่ยง นั่งมองหน้ากันไปมาระหว่างเพื่อนและพี่ผู้ร่วมเดินทาง เลยชวนกันไปเที่ยวเกาะเกร็ด ป้องกันการเกิดอาการเซ็งส์เป็ด เพราะเห็นบล็อกเกอร์หลายท่านไปเที่ยวกันที่นี่ เลยลองตามรอยดูบ้าง

เรียกแท๊กซี่ไปปากเกร็ดท่าข้ามเรือไปเกาะเกร็ด แต่แท๊กซี่คนดี ก็ไม่รู้ว่า ต้องข้ามเรือที่ตรงไหน ก็บอกไปว่า ไปที่วัดไหนก็ได้ข้ามได้หมด อันนี้เริ่มมั่ว ไม่รู้ข้อมูลจริง แท๊กซี่พามาส่งที่วัดสนามเหนือ มีท่าข้ามเรือจริงๆด้วย ใครที่จะไปเที่ยวเกาะเกร็ด เขาแนะนำให้มาข้ามเรือที่วัดนี้ เพราะจะอยู่ตรงข้ามวัดปรมัยยิกาวาส ซึ่งมีเจดีย์เอียงๆ อีกหนึ่งสัญญลักษณ์ของเกาะเกร็ด เรียกกันว่า เจดีย์มุเตา ซึ่งจำลองมาจากเมืองหงสาวดี

ค่าข้ามเรือ 2 บาท มาจ่ายที่ท่าข้ามเรือวัดปรมัยยิกาวาส ที่บอกว่ามาเที่ยวเกาะเกร็ดให้มาข้ามที่วัดนี้ก็เพราะว่า ที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาส มีเรือพาเที่ยวรอบเกาะคนละ 50 บาท วันธรรมดา มีเที่ยวเดียวเวลา 13.00 น.

ขณะรอลงเรือท่องเที่ยว ก็ไปไหว้พระ ทำบุญเพื่อสิริมงคลในวัดกันก่อน วันนี้วันธรรมดา ร้านค้า ร้านอาหารเปิดบริการไม่กี่ร้าน เลยอดชิมอาหารมอญและผ้าไทยที่อาจารย์อุบลได้ไป  

ไปเจอคุณยายเลี้ยงแมวไว้เต็มบ้านเลย เขียนบอกไว้ว่า บริจาคอาหารแมว 5 บาท เลยช่วยยายไป ทำบุญเอากุศลเข้าตัวจนฟ้าเห็นความดีส่งฝนลงมาพรมให้จนเปียกโชก ความสวยเปร่งประกายทันที

การล่องเรือรอบเกาะ มีแบบเช่าเหมาลำด้วย คณะเราคุยกันว่า วันนี้สงสัยเราคงได้เที่ยวแบบเหมาลำแน่ๆ แต่ที่ไหนได้ พอถึงเวลา คนมากันเพี๊ยบเต็มลำเลย

เวลาในการท่องเที่ยวให้เวลา ชั่วโมงครึ่ง เริ่มด้วย เข้าคลองขนมหวานหรือคลองบางบัวทอง ไปร้านขนมคุณสมชาย ซื้อของฝากและเค้าบอกว่า เป็นแหล่งเรียนรู้การทำขนมไทยอีกด้วย ในคลองนี้จะเห็นบ้านแบบชาวมอญเรียงรายกันไปตลอดคลอง

ย้อนกลับออกมาตรงปากคลอง มีปล่องเตาอิฐที่ผลิตอิฐ บ.บ.ท. อิฐทนไฟแห่งแรกของเมืองไทย ดูทรุดโทรมไปมากแล้ว และก็มาถึงการได้เรียนรู้และชมการสาธิตการทำขนมไทยแท้ๆจากร้านขนมหวานป้าแอ๋ว มีข้าวแช่ ให้ลองชิ้ม ที่นี่นอกจากเป็นร้านขายของฝากซึ่งเป็นขนมไทยแล้ว ยังเป็นร้านอาหารอีกด้วย แต่วันนี้ไม่ขาย หากเป็นวันหยุดคงคึกคักไม่น้อย

หลังจากที่นี่เราก็ไปไหว้พระกันอีกที่วัดแสงสิริธรรม มีร้านอาหารและร้านขายของ เขียนติดไว้ว่าเป็นตลาดน้ำด้วย ที่นี่มีปลาสวายมาอาศัยอยู่เยอะมาก เลยต้องมีอาหารปลามาไว้ขายให้นักท่องเที่ยวด้วย ได้ทำบุญให้อาหารปลาอีกหนึ่งกิจกรรม

เรือให้ชาวท่องเที่ยว ลงที่ท่าน้ำหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา แล้วให้เดินเท้ากลับมาข้ามเรือไปฝั่งปากเกร็ดเอง หากใครเดินชมแล้ว เรือก็จะไปส่งที่ท่าข้ามเรือวัดสนามเหนือ

ป้าแดงได้ชุดดินเผา อโลมา มาด้วย เอามาจุดในห้องพักรู้สึกผ่อนคลายดีไม่น้อย ได้ชมการสาธิตการทำเครื่องปั้นชนิดต่างๆ จำได้ว่า หลายปีก่อนได้ลองทำเอง กระถางเบี้ยวไม่เป็นท่าเลย

ที่วัดสนามเหนือ มีสามล้อถีบและมอเตอร์ไซด์ออกไปส่งที่ถนนใหญ่ด้วย แต่ชาวคณะป้าแดงใช้การเดิน คิดว่า อีกไม่นาน แท๊กซี่คงผ่านมา ที่ไหนได้จนเกือบถึงถนนใหญ่เจอแท๊กซี่ที่หน้าโลตัส แท๊กซี่ใจดีบอกไปส่งให้ก็ได้แต่ต้องรีบกลับมารับลูก อ้าว.....เหรอ.....ไม่รู้สิ จราจรบ้านคุณจะเป็นอย่างไรละ แต่ก็กลับถึงที่พักจนได้ เพื่อนบ่นให้เล็กน้อย ว่า "บอกแล้วว่า อย่าพาฉันเดิน" ทำไงได้ ก็เรามัน ทึกเดินทน นี่นะ

มีคำคมอยู่คำหนึ่งที่สะกิดใจ ได้ยินจากเด็กหนุ่มสองคนคุยกัน "เห็นสวะลอยน้ำ..มั้ยว่ะ" "อย่าทำตัวเป็นสวะนะเฟ้ยยย  นอกจาก จะถูกด่าว่า ไอ้สวะแล้ว ยังต้องลอยเคว้งกลางน้ำอีก"