การเรียน การสอน ไม่ใช่สอนแค่ให้รู้ ให้ทำได้ เท่านั้น หากสามารถประยุกต์ ดัดแปลง แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
สวัสดีครับ
วันนี้ขอนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสระน้ำ
เนื่องจากวันนี้มีขอนแก่นอากาศร้อนมาก
ผมจึงชวนลูกชายไปว่ายน้ำที่ในสระน้ำว่ายน้ำในหมู่บ้านสายฝน
ปกติผมจะสอนลูกๆของผมว่ายน้ำเองอยู่แล้ว
เริ่มต้นด้วยการแช่ตัวในน้ำทำตัวให้คุ้นเคยกับน้ำ ไม่กลัวน้ำ ฝึกแตะขา
ดำน้ำ ลอยตัวในน้ำ ท่าหมาตกน้ำ และว่ายท่าเบื้องต้น ที่เรียกกันว่า
ท่าวัดวา
(ไม่ทราบว่าคนอื่นๆจะเรียกเหมือนผมหรือเปล่าไม่ทราบ
เพราะตอนเด็กๆผมฝึกว่ายน้ำในแม่น้ำ ที่หน้าบ้านคุณยายที่อยุธยา
พวกเราเด็กเรียกท่านี้ว่าท่าวัดวา) ท่านี้จะคล้ายท่าฟรีสไตร์
(Freestyle) ในภาพ เพียงแต่ต้องยกศีรษะขึ้นสูงตลอดเวลา
ไม่ก้มหน้าลงน้ำสลับไปมาเหมือนท่าฟรีสไตร์

และท่าฟรีสไตร์ที่ใช้ในการแข่งขัน จะเหมือนในภาพต่อมา
ที่ผู้แข่งขันจะต้องสวมแว่นตาและหมวก
เหตุการณ์ที่เจอวันนี้คือ คุณครูสอนว่ายน้ำที่นั้น
สอนเด็กๆให้ว่ายน้ำในท่าต่างๆ เช่น ฟรีสไตร์ กรรเชียง กบ และผีเสื้อ แต่วันนี้
คุณครูบอกให้เด็กถอดแว่นตาออก แล้วบอกให้เด็กว่ายน้ำในท่า
ท่าวัดวา แบบที่ผมสอนลูก
สิ่งที่พบคือ
เด็กบางคนว่ายน้ำท่านี้ไม่ได้ ทั้งๆที่ว่ายท่าฟรีสไตร์ได้
เพราะเด็กคุ้นเคยกับการว่ายก้มหน้าและการใส่แว่นป้องกันน้ำเข้าตา
ขาแข้งไม่ทำงานเมื่อต้องยกศีรษะแบบวัดวา ทำให้เด็กหลายคนสงสัย
ว่าทำไม?ต้องทำแบบนี้
คุณครูก็อธิบายเพิ่มเติมว่า
ทำไม?
ต้องให้เด็กๆว่ายน้ำท่านี้ให้ได้
ทั้งๆที่ไม่ใช่ท่าที่เป็นมาตราฐานในการแข่งขัน
ท่านทราบเหตุผลไหม
ครับ
คำตอบ คือ
ถ้าเด็กไปเที่ยวด้วยการนั่งเรือ
แล้วเกิดประสบอุบัติเหตุเรือล่ม ตกลงน้ำ ตกลงในน้ำไม่สะอาด
หรือเรือล่มในตอนกลางคืน เด็กต้องรู้จักช่วยตนเอง ด้วยการลอยตัว
และหากต้องว่ายน้ำไปหาเป้าหมาย หาที่เกาะลอยตัว
การว่ายน้ำท่านี้เหมาะสมที่สุด

การว่ายน้ำก้มหน้าแบบฟรีสไตร์
จะเป็นอันตรายทำให้น้ำเข้าหน้าตาเด็กๆได้ เพราะว่าไปเที่ยวทางน้ำ
เป็นการยากที่เด็กๆจะพกแว่นตาว่ายน้ำไปด้วยตลอดเวลา
และการว่ายน้ำก้มหน้าจะทำให้เด็กเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมายไม่สะดวก
น่าชื่นชมครับ
คุณครูคนนี้
ไม่ใช่สอนแค่การว่ายน้ำ
แต่ช่วยชี้ทางให้เด็กรู้จักการประยุกต์และการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำด้วย
แล้วคุณครูทั้งหลายละครับ(รวมทั้งผมด้วย)
วิธีการสอนของพวกเรา
สามารถช่วยเหลือให้เด็กๆไปสู่จุดหมายที่บรรลุถึงการประยุกต์ใช้ด้วยหรือไม่?
มีการประเมินผลหรือไม่?
หากไม่? แล้วจะทำอย่างไร?
ต่อไป.....
เข้าใจครับ ดีจังเลยครับ ผมเลยได้หลายท่า ทั้งวัดว่า ฟรีไสต์ และท่าทาง อิอิๆๆ
สวัสดีค่ะ อ.ต้อม
สมัยเด็กๆ หัดว่ายน้ำที่แม่น้ำใกล้ๆ บ้าน เพราะไปอาบน้ำที่แม่น้ำค่ะ
ท่า "หมาตกน้ำ" เราเรียกว่า "ท่าผู้หญิง" ส่วนท่า "วัดวา" พวกเราเรียกว่า "ท่าผู้ชาย" ค่ะ ท่าที่ว่ายเป็นคือ ท่าหมากตกน้ำค่ะ ว่ายได้สัก 5 เมตร ก็หอบแล้วค่ะ ส่วนฟรสไตล์ก็มาหัดเมื่อมาเรียนในมหาวิทยาลัย แต่ไม่ชอบเพราะน้ำเข้าหูบ่อย เลยเลิกว่ายน้ำไปเลยค่ะ...สรุปว่าตอนนี้ว่ายน้ำเป็นแต่ไปไดไม่เกิน 5 เมตร...อิอิ
คุณครูสอนดีมากๆ เลยนะค่ะ สอนทั้งเพื่อเป็นกีฬา และเพื่อการดำรงชีวิต...
ขอบคุณมากค่ะ ที่นำมาเป็นข้อคิดในการสอนค่ะ
เรียน อ.ขจิต คุณครูดวงพร และ อ.แป๋ว
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม
เพิ่งทราบว่ามีการเรียก ท่าผู้หญิง ท่าผู้ชาย ด้วยนะครับ
ก่อนอื่นต้องบอกว่าน่าอิจฉาน้องเมฆ
คุณพ่อเอาใจใส่และมีเวลาให้ ได้ทำกิจกรรมร่วมกันตลอด เป็นคุณพ่อที่น่ารัก ซึ่งปัจจุบันนี้พบได้น้อยนะครับ
นี่แหล่ะต้องสร้างตั้งแต่จากครอบครัว
อีกส่วนหนึ่งที่น่าดีใจ เราสามารถพบอะไรที่ดีๆ ได้เยอะ ถ้าเป็นบุคคลช่างคิดช่างสังเกต อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าการคิดต้องคิดให้ครบทั้งสี่ทิศ
ก้อจากท่าวัดวาและวา และก็สามารถว่ายท่ากบแต่ไม่ต้องก้มหัวครับอาจารย์
+ สวัสดีค่ะอาจารย์
+ เมื่อวานที่บ้านฝนตก ไฟดับ...เลยไม่ได้มาเยี่ยมอาจารย์ค่ะ
+ คำถามอาจารย์ทำให้ได้คิด...ทำให้ตรึกตรอง
+ จะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ค่ะ
+ สิ่งสำคัญเชิญ ที่นี่ ค่ะ
+ ดีใจค่ะ..ที่อาจารย์มาเยี่ยม
+ มาว่ายน้ำกับอาจารย์อีกครั้งเพราะความคิดถึงค่ะ..
+ ฝากความคิดถึงเด็ก ๆ ด้วยค่ะ..
+ เป็นการว่ายน้ำที่ไม่ธรรมดาค่ะ...
+ ดูแลสุขภาพกายและใจด้วยค่ะ
+ สวัสดีค่ะอาจารย์
+ วันนี้เป็นอย่างไรบ้างกับภารกิจ...
+ เหนื่อยนัก...พักผ่อนเยอะ ๆ นะค่ะ
+ รักษาสุขภาพกายและใจด้วยค่ะ
เรียน คุณแอมแปร์
ขอบคุณครับ ที่แวะมาเยี่ยม
เรียน อาจารย์ครับ
ขอบคุณมากครับที่มีข้อเสนอแนะมากมายผมคงได้นำไปใช้ประโยชน์ได้เช่นกันครับ
แวะมาทักทายครับ
อยากว่ายน้ำเป็นก็ลองมาหัดว่ายน้ำดูคะแต่มาหัดตอนอายุปาเข้าไปตั้ง 44ปีแนะ ท่าวัดวาที่เล่ามาทำได้อยู่คะแต่ฟรีไสรด์ สำลึกน้ำทุกครั้งแต่ก็จะพยายามคะ เพราะรู้แล้วว่าท่าวัดวาก็มีประโยชน์ อย่างน้อยก็มีกำลังใจขึ้นตั้งเป็นกองแนะ แต่ถ้าว่ายน้ำท่าฟรีไสรด์ได้เมื่อไรจะเข้ามาคุยด้วยคะ
การว่ายน้ำมี 2 แบบ คือ การว่ายน้ำเพื่อการแข่งขัน (Competition Swimming) และ การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด (Survival Swimming) การว่ายน้ำเพื่อการแข่งขัน คือ การสอนว่ายน้ำ 4 ท่ามาตรฐานที่ครูสอนว่ายน้ำสอนกันมานาน โดยไม่ได้สอนมักษะที่สำคัญ ได้แก่
1) ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ (Water Safety Knowledge) [เรียนรู้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติภัยทางน้ำ]
2) วิธีการเอาชีวิตรอดจากอุบัติภัยทางน้ำ (Self Rescue) [ตกน้ำอย่างไรไม่จมน้ำ]
3) การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ (Water Rescue) [ช่วยคนตกน้ำ จมน้ำ อย่างไรจึงจะปลอดภัยทั้งคนช่วยและผู้ประสบภัย ช่วยได้ทั้งคนที่ว่ายน้ำเป็นและว่ายน้ำไม่เป็น]
หาข้อมูลเพิ่มเติมและดูรายละเอียดได้ที่ www.thailifesaving.org หรือที่ Facebook : YMBA survival swimming หรือโทร 081-286-6864
เราพบวิธีป้องกันการจมน้ำแล้วครับ
อยากว่ายน้ำเป็นต้องเริ่มต้นไงคะ แบบเป็นคนขี้กลัวน้ำด้วย
ถ้าเรือล่ม หรือ ตกทะเล ที่ระยะทางไกล ไม่ควร ว่ายวัดวาครับ เพราะ เป็นสาเหตุทำเป็นตะคิวเพราะต้องเหยียดปลายเท้าและพับหัวเข่า ในการเตะน้ำทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็ง และกล้ามเนื้อบริเวณเข่าลงมา ท่าที่ปลอดภัยคือ นอนหงาย เตะขากรรเชียงเบาๆ กลั้นหายและปล่อยลมหายใจเป็นจังหวะไปเรื่อยๆ
ผมเป็นนักกีฬาโปโลน้ำจะใช้การว่ายแบบวัดวาเป็นหลัก มันเป็นท่าที่ฝืนธรรมชาติครับและผมคิดว่า จากรายงานปีที่แล้ว มีผู่เสียชีวิต 1300 กว่าคนผมเชื่อว่ามาจากการว่ายแบบวัดวา ทั้งหมดครับ
เรียน คุณจอร์จ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ครับ
การว่ายท่าวัดวา อาจใช้ในช่วงสั้นๆ เช่น ว่ายไปสู่เป้าหมาย เมื่อมาคนมาช่วย เป็นต้น
การเรียนรู้การลอยตัว การว่ายน้ำในท่าทางต่างๆ เราต้องประยุกต์ในเหมาะสมกับสถานะการณ์ ในกรณีการเกิดวิฤตต่างๆ
การมีสติ ใช้สติ จะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆที่พบได้ ครับ