กิ๋นน้ำคะลำต่อน เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง

 

สวัสดีครับมวลมิตรพี่น้อง(ทางการบันทึก) ผมห่างหายจากการบันทึกมาหลายวัน ด้วยเป็นช่วงที่กลับมาบางกอก ปั่นบทรายงานหลายเรื่องหลายเล่ม จนเป็นอยู่ในภาวะอับจนทางปัญญาอยู่วันละหลายหนครับ

 วันนี้มานำเสนอเสน่ห์คำลาว ด้วยคำว่า "กิ๋นน้ำคะลำต่อน"ครับ

ในการทำงานในชนบท บ่อยครั้งที่เราต้องรับน้ำใจจากพ่อแม่พี่น้องที่ยกสำรับ ยกพาข้าวมาเลี้ยงดู ทั้งๆที่เราเองก็เตรียมพกเตรียมห่อไปเองแล้ว หรือบางคราวก็เกิดจากการพูดคุยแบบติดลมทำให้เลยเวลาที่จะกลับออกมาร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าอำเภอก็มี บางทีเราก็ไปพบงานบุญงานเทศกาลที่มีการเลี้ยงดูปูเสื่อกัน ทำให้ต้องร่วมวงร่วมพาข้าวกับพี่น้องหลายครั้งอยู่เหมือนกัน

 สำหรับตัวผู้บันทึกเอง บางครั้งตื่นเช้ามาจะบอกตัวเองว่า"วันนี้ไม่กินเนื้อ" ด้วยการที่ ตั้งแต่เด็กมาในบางช่วงของปี(ประมาณปีละสองสามเดือน) ร่างกายจะบังคับให้เลือกทานแต่ผัก ถือเป็นประเภท "เจเขี่ย"หากอยู่ในช่วงที่ร่างกาย "จำศีล"นี่ก็ต้องพกพาขนมหวาน ถั่วงา ไว้ทานกับข้าวแทนเนื้อเลยทีเดียว หากดื้อทานเนื้อเข้าไปเป็นมีอันไม่สบายทุกที โชคดีที่หลายปีมานี่ได้ร่วมงานกับพี่ใหญ"บางทราย" รายนั้นท่านทานมังสวิรัติตลอด  

แต่ก็อย่างว่าบางคราวเราสองคนก็ต้องทนนั่งในวงข้าว ปั้นข้าวเหนียวจิ้มๆแตะๆ แกง หรือลาบ ให้เฉียดๆกินเข้าไปสองสามคำตามมารยาท

 ช่วงที่ไปทำงานในลาวเมื่อเดือนที่ผ่านมา มีอยู่สองสามวันที่ร่างกายบอกว่าต้องจำศีล แต่ก็ต้องซื้อข้าวห่อพร้อมเนื้อทอด หมกปลา ไส้อั่วไปให้อ้ายน้องที่ช่วยงานกินกลางวัน บางวันพนักงานรัฐกรลาวก็ร้องสั่งนายบ้านให้ต้มไก่ ให้ลาบเป็ดเลี้ยง (เราต้องตามไปจ่ายค่าเป็ดค่าไก่ด้วยความเกรงใจตัวละหลายร้อยบาท) เมื่อนั่งล้อมวงกินข้าว ผมก็ล้วงเอาถั่วเน่าแคปทอดที่พกมาส่วนตัวกินกับข้าว หากถูกเชื้อเชิญ(คะยั้นคะยอ)ให้ชิมต้มไก่ ผมก็ตักเฉพาะน้ำซดเสียทีหนึ่ง ลูกสาวนายบ้านที่มานั่งเสนอเหล้าเลยแซวว่า "อ้ายนี่กิ๋นน้ำคะลำต่อน"

 กิ๋นน้ำคะลำต่อน หากเปรียบกับคำไทยภาคกลางน่าจะตรงกับ "เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง"ครับ

ผู้สันทัดภาษาเชิญให้ความเห็นขยายต่อครับ