การถามข่าวคราวนับเป็นการเปิดประตูใจกันและกันของคน  แสดงถึงอัธยาศัยไมตรี  ความเอื้ออาทร ห่วงใยของคู่ถามตอบ  การถามที่ถูกใจถูกกาละเทศะย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จร่วมกันของคู่สนทนา  ส่วนการถามที่ไม่พึงใจของอีกฝ่ายมักนำมาซึ่งความแตกแยกร้าวฉาน  จนมีคำพังเพยว่า "พูดไปสองไพเบี้ย  นิ่งเสียตำลึงทอง"

          แต่การถามข่าวคราวของคนเฒ่าคนแก่ชาวภาคอีสานโบราณคำถามหนึ่ง  ชวนให้คนตอบที่รู้ความหมายหวนคิดถึงวันวัยแห่งสังขารอันไม่เที่ยงแท้  มีความเปลี่ยนแปลง  และสิ้นสุด ณ จุดหนึ่งของกาลเวลา  คำถามที่ว่านี้จะว่าเป็นปริศนาคำทาย (ความทวย/ทวยปัญหา) ก็นับว่าได้  ถามให้ไม่ต้องตอบ  แต่ให้คิดก็ว่าได้  ความว่า

          "เสี่ยวเอ๋ย...ผู้เพิ่นสูงเพิ่นต่ำแล้วไป่?...  ผู้เพิ่นก่ำเพิ่นขาวแล้วไป่?... ผู้เพิ่นยาวเพิ่นสั้นแล้วไป?... ผู้เพิ่นมั่นเพิ่นคลอนแล้วไป่?... ผู้เพิ่นนอนเพิ่นตื่นแล้วไป่..." 

          คำศัพท์อีสาน/ลาว

          1)  เพิ่น, เปิ้น : ท่าน, เขา (บุคคลที่ 3 )    2) ก่ำ : ดำ  คล้ำ (ข้าวเหนี่ยวดำ  เรียกว่าข้าวก่ำ, คนผิวคล้ำ,ผิวดำ  เรียกว่าคนก่ำ)     3) แล้วไป่ : แล้วหรือไม่, แล้วหรือยัง

          ความหมายดังนี้ครับ

          1.  เสี่ยวเอ๋ย...ผู้เพิ่นสูงเพิ่นต่ำแล้วไป่? : เพื่อนเอ๋ย ร่างกายที่เคยสูงบัดนี้หลังหง่อมหรือยัง

          2.  ผู้เพิ่นก่ำเพิ่นขาวแล้วไป่? : ผมที่เคยดกดำ บัดนี้หงอกขาวหรือยัง

          3.  ผู้เพิ่นยาวเพิ่นสั้นแล้วไป่ : สายตาที่เคยมองใกล้ไกลได้ บัดนี้สายตาสั้นหรือยัง

          4.  ผู้เพิ่นมั่นเพิ่นคลอนแล้วไป่? : ฟันที่เคยมั่นคงบัดนี้คลอนหรือยัง

          5. ผู้เพิ่นนอนเพิ่นตื่นแล้วไป่? :  ชีวิตที่รื่นเริงสุขดังอยู่ในความฝันนั้น  บัดนี้รู้สึกตัวตื่น (ว่าแก่) หรือยัง

          คำถามนี้จะให้ดีควรส่องกระจกถามตนเองจะดีกว่านะครับ  เพราะถ้านำไปถามเพื่อน  ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเราจะตอบจากใจจริงหรือโกหก  แต่..เชื่อไหมครับตัวเราเองนี่แหละจอมโกหกเก่งนัก  โกหกแม้กระทั่งตนเอง  และตนเองก็สมยอมเชื่อคำโกหกของตนเองนั้น?!...

           จะอย่างไรก็ตามผมขอฝากคำถามนี้ไปยังทุกท่านก็แล้วกันครับ