การมาศึกษาดูงานที่จังหวัดสมุทรสงครามในวันที่เสาร์และอาทิตย์ที่ 19-20 ม.ค.2550 ดิฉันได้รับประโยชน์อย่างมาก และได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตของคนสมุทรสงคราม โดยดิฉันได้สรุปความรู้มาเป็นตัวหนังสือได้ดังต่อไปนี้ค่ะ
ฐานแรกที่ไปคือน้ำชีวภาพปรุงแต่ง เป็นฐานที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำสมุนไพรที่อยู่ใกล้บ้านมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพสร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัวและชุมชน ปลอดภัยต่อใช้
ฐานที่สอง การทำน้ำตาลมะพร้าวซึ่งดิฉันได้เรียนรู้ถึงขั้นตอน กระบวนการ ตั้งแต่เริ่มขึ้นต้นมะพร้าวเพื่อเอาน้ำมะพร้าวมาจะต้องมีวิธีการเลือกขึ้นต้นมะพร้าวที่มีลักษณะสูงเนื่องจากว่าต้นมะพร้าวที่สูงจะให้น้ำมะพร้าวมากกว่าและมีรสชาติที่ดีกว่า เคี่ยวทำเป็นน้ำตาลมะพร้าวรวมทั้งได้เรียนรู้ภูมิปัญญาในการกักเก็บน้ำตาลมะพร้าวในขณะที่เคี่ยวตาลไว้ให้ได้มากที่สุด โดยการใช้โคครอบ (กระว้ง)จนกระทั่งการหยอดน้ำตาลที่เคี่ยวแล้วลงในพิมพ์และเรียนรู้ทางด้านการตลาด
ฐานที่สามการทำผลไม้กลับชาติการนำผลไม้ที่มีรสฝาด รสเปรี้ยว รสขมที่มีจำนวนมากมาแปรูปในรูปแบบการแช่อิ่ม การอบแห้งเป็นรายได้เสริมจากงานหลัก ซึ่งเป็นการถนอมอาหารเก็บไว้ได้นาน
ฐานที่สี่คนเอาถ่าน การทำถ่าผลไม้นำผลไม้มาเผาเป็นถ่านซึ่งเป็นการสร้างรูปลักษณ์ที่หลากหลายทำให้เป็นที่ดึงดูดใจของผู้ที่เข้ามาศึกษา ตลอดจนการเผาถ่านจากไม้โกงกางเชิงการค้าโดยได้รับผลพลอยได้ที่คุ้มค่าออกมาในรูปแบบของน้ำส้มควันไม้เพื่อใช้เป็นสารในการฉีดพ่นแมลงในสวนได้โดยไม่มีสารพิษตกค้างในธรรมชาติอีกทั้งยังเป็นการรักษาสมดุลของธรรมชาติ นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้เกี่วยกับการพัฒนาส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่และมีการบำรุงต้นพืชโดยการปลูกต้นทองหลางและถางกลบเป็นปุ๋ยให้กับต้นส้มโอ นอกจากนั้นยังมีการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติเพื่อใช้ในการทำลายศัตรูพืชในสวนส้ม มีการฉีดพ่นแมลงโดยการใช้น้ำส้มควันไม้หรือการสุมควันไฟไล่แมลง ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการลดสารเคมีตกค้างในธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์แมลงที่เป็นประโยชน์ในธรรมชาติด้วย
ฐานที่ห้าการทำนาเกลือ ได้ศึกษาขั้นตอน กระบวนการในการทำนาเกลือ รวมถึงภูมิปัญญาในท้องถิ่นในเรื่องของการสังเกตว่าเกลือเค็มหรือยัง โดยการใช้กิ่งไม้ชรามใส่ลงไปในนาเกลือถ้ากิ่งไม้ลอยแสดงว่าเค็มแล้ว หรือการสังเกตจากขอบคันนาว่ามีคราบสีขาวเกาะอยู่หรือไม่ ถ้ามีคราบแสดงว่าเกลือเค็มแล้ว อีกทั้งยังได้เรียนรู้ถึงประเพณีการทำขวัญนาเกลือ การทำพิธีเปิดยุ้งฉางก่อนการนำเกลือไปขาย และเรียนรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของขี้แดดนาเกลือว่ามีคุณสมบัติในการใช้เป็นปุ๋ยในการบำรุงต้นพืชให้เจริญเติบโต ตลอดจนคุณสมบัติในการเป็นยารักษาโรคเช่น ดอกเกลือนำมาผสมกับน้ำแล้วใช้รักษาผดผื่นคันได้ เกลือตัวผู้ใช้เป็นยากวาดคอ และเป็นส่วนผสมยาหม้อ ดีเกลือใช้เป็นยาถ่าย รวมถึงเป็นสารที่ช่วยในการเสริมความงาม เช่น เกลือจืด(ดินสอพอง) เกลือสปาขัดผิว
ฐานที่หกการทำแนวกันคลื่น เป็นการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ในการทำกล่ำ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลและเอาโกงกางมาปักเป็นกลุ่ม และป้องกันคลื่นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทำลายบ้านเรือนและตลิ่งบริเวณนั้นซึ่งเกิดความเสียหายต่อดินโดยเริ่มจากการลองผิดลองถูกกันมาโดยตลอด โดยเริ่มต้นการจัดการกลุ่มโดยการขอทุนจากกองทุน CEF โดยการนำยางรถยนต์มาผูกกับไม้ยึดให้แน่นใช้เป็นปะการังเทียมคอยอนุบาลสัตว์น้ำและ ได้เริ่มโครงการปรับปรุงการรณรงค์การปลูกป่าเพื่อสร้างความสมดุลของสิ่งแวดล้อมกลับคืนสู่ชุมชน สัจจะสะสมทรัพย์เริ่มต้นจัดตั้งกลุ่มคนทานข้าว มีการเริ่มต้นการซื้อขายในราคาที่เกษตรกรสามารถมีกำลังซื้อได้อย่างเหมาะสม มีการจัดตั้งกองทุนวันละบาทเพื่อส่งเงินไว้สำหรับเป็นสวัสดิการเมื่อคนในชุมชนเสียชีวิต โดยอาศัยกองทุนของชุมชน คือ มนุษย์ ทรัพยากร ชีวิตและวัฒนธรรม จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความสัมพันธ์ของชุมชน
และมาถึงฐานสุดท้ายคือฐานที่เจ็ดค่ะการเผาถ่านโกงกาง มีการปลูกป่าในพื้นที่ของตนเองและจ้างคนงานในการตัดไม้ซึ่งจะเลือกเฉพาะไม้โกงกางที่อายุ 15 ปี โดยจะทำการลอกเปลือกออกตั้งแต่ในป่าจากนั้นก็นำมากองรอเพื่อนำไปเผาต่อไปโดยจะลำเลียงเข้าเตาเผาให้ไม้ที่มีขนาดใหญ่อยู่ด้านล่างเป็นไม้ตั้งและไม้ที่มีขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างเป็นไม้ตั้งและไม้ที่มีขนาดเล็กอยู่ด้านบนเป็นไม้เรียง เมื่อทำการเรียงไม้เรียบร้อยจะนำดินและอิฐมาปิดปากเตาแล้วจุดไฟเผาใช้เวลาตามการสังเกตุจากของควันผลพลอยคือน้ำส้มควันไม้ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งของชาวบ้านที่มีอาฃีเผาถ่านค่ะ
สวัสดี ต้นไม้สีเขียว
ด้วยความคิดถึง คนรุ่นใหม่ที่น่ารัก... จะรออ่านเรื่องต่อไปนะจ๊ะ