<p align="center"><div style="text-align: center">
</div> </p> <p align="center">
</p>
แด่ผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
</font></strong><p align="center">อาจารย์ชาลี ว่องเจริญกุล ขอให้สู่โลกใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ ที่คุณได้ทำ</p><p align="center">
</p><p align="center">อาจารย์ช่าลี ได้รับคัดเลือกเป็นบุคลากรดีเด่นทางด้านวิชาการ ปี 2549 </p><p>Education :
BBA (Marketing), Assumption University
M.Com (Marketing), distintion The University of New South Wales
กำลังศึกษาต่อปริญญาเอก เกิด 1 พ.ย 2519 เป็นชาว เบตง จังหวัดยะลา</p><p></p><p align="center">" เรารู้ว่าเราเกิดวันไหน แต่เราไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ อาจเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ได้ ขอให้ทำความดีไม่ว่าจะเป็นกับ เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ควรมีจิต เมตตาต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าหรือลับหลัง ก็ถือเป็นการทำบุญที่ไม่ต้องเสียเงินทอง เพราะเมื่อเราตาย ความดี และความรู้ที่เคยมีต่อกัน จะเป็นเครื่องมือ คอยจดจำ อย่าให้จำสิ่งไม่ดีที่มีต่อกันเลย " </p><ul><li>ผู้บันทึกได้ทราบข่าวการเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2550 เวลา 19.00 น. โดยประมาณ จากนักศึกษา เขาโทรมาถามว่าเขาได้ข่าวว่าอาจารย์ชาลี เสีย อาจารย์ทราบไหม ผู้บันทึกบอกอาจารย์ไม่ทราบเลย และก็ได้โทรถาม จนทราบแน่ว่าอาจารย์ชาลี เสีย ตอนนั้น อยู่กับ ลูก ๆ ที่พิษณุโลก 3 คน ขณะทราบข่าว ก็ได้แต่ ชวน ลูก ๆ ไหว้พระ ขอพร จากพระ ให้อาจารย์ชาลี ไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า และได้พูด กับลูก ๆ ว่าพรุ่งนี้นะคะ แม่จะพา ลูกไปใส่บาตร ลูกชายน้องบิ๊กกันต์ถามว่า อาจารย์คนไหนนะครับแม่น้องกันต์เคยเห็นหรือเปล่า พี่สาว น้องกวาง รีบตอบว่าก็น้าชาลี ที่ให้ตังกวาง กับกันต์ตอนกันต์ไปกรุงเทพฯใช่หรือเปล่าแม่ แม่ก็ตอบว่าใช่ (อาจารย์ชาลี ให้เงินบิ๊กกันต์ เพราะชอบและเห็นน้องกันต์เป็นเด็กน่ารัก ช่างชัก ช่างถาม )อาจารย์ชาลีเป็น เพื่อนที่เคยร่วมงานที่ความตั้งใจสูง เป็นการเสียชีวิตแบบกระทันหัน แบบที่ผู้บันทึกหรือคนอื่นไม่คาดคิดมาก่อน เนื่องจากอาจารย์ท่านนี้อายุน้อยและมีความสามารถทางด้านการสอนและมีอุดมการณ์ที่จะเป็นอาจารย์ เคยได้พูดคุยกัน และอาจารย์ ชาลีก่อนอาจารย์จะลาออก " เพื่อไปศึกษาต่อ อาจารย์ชาลีบอกหากคิดจะเป็นอาจารย์เราต้องศึกษาให้มาก ๆ เพราะอาจารย์ต้องรู้ให้มาก ๆ กว้าง ๆ และอาจารย์ชาลีบอกว่า เขาเกิดมาเพื่อจะเป็นอาจารย์ คงไม่ทำอาชีพอื่นเพราะฉะนั้นต้องเรียนเพิ่ม เพราะ ที่เรียนมายังไม่พอ "</li></ul><p>




</p><p align="left">ยศและลาภ หาบไป ไม่ได้แน่
มีเพียงแต่ ต้นทุน บุญกุศล
ทรัพย์สมบัติ ทิ้งไว้ ให้ปวงชน
แม้ร่างตน เขาก็เอา ไปเผาไฟ
เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
เจ้ามามื่อเปล่า เจ้าจะ เอาอะไร
เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา
....สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี).....</p><p align="left">พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา *</p><p align="left">เป็นข้อมูลที่ได้จากการเขียนเพิ่มเติมจากการเขียนเพิ่มจาก Blog โดยอาจารย์ฉวีวรรณ ว่องเจริญกุล และพี่สุมาลี ว่องเจริญกุล </p><p align="left">คือบันทึกของพี่สาวอาจารย์ชาลี ที่นกได้รู้จักจาก blog ขอบคุณพี่ ทั้ง 2 คะ</p><div class="info">43. ฉวีวรรณ
เมื่อ พ. 09 ม.ค. 2551 @ 12:47
514567 [ลบ]
</div><div class="content">
</div><div class="comment_item comment_highlight">
</div><p></p>
สวัสดีค่ะน้องนก
ครูอ้อย
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ที่ประเทศไทยได้สูญเสียครูดี ๆ ไปอีก 1 ท่าน ...
เรายังมีลมหายใจอยู่ ... ก็ทำดีต่อไปครับ
ขอร่วมแสดงความไว้อาลัยด้วยคนค่ะ
สวัสดีอีกครั้งครับ อาจารย์รัตน์ชนก
ขอบคุณครับ ..
สวัสดีครับคุณรัตน์ชนก
ขอไว้อาลัยด้วยครับ...คนใต้ดี ๆ เสียไปอีกคนแล้วครับ...
ควรเป็นกรณีศึกษา...สำหรับคนอื่นต่อไปครับ
สวัสดีครับ
ขอแสดงความเสียใจด้วยคนครับ
ผมก็เพิ่งเสียเพื่อนรุ่นพี่ ล้มเหมือนกัน เส้นโลหิตในสมองแตกครับ เดี๋ยวนี้เราเห็นผู้คนล้มตายเพราะเส้นโลหิตในสมองแตกบ่อยมาก เราเครียดกันมากเกินไปหรือเปล่า อย่าเครียดกันนักเลย...