ความจริงแล้ววันนี้ ผมต้องเป็น Local Guide อีกแล้ว นัดรับ Group tour ช่วงบ่ายของวัน แต่รอจนถึงบ่ายสองโมงก็ยังไม่มีวี่แววการติดต่อจากกลุ่มของนักท่องเที่ยวและ Tour leader ที่นำมา ผมก็รออย่างกระวนกระวายใจพอสมควร ครั้นจะตั้งใจนั่งเรียบเรียงงานเขียนเหมือนทุกครั้งใจก็ไม่มีสมาธิเสียแล้ว
สักครู่มีเจ้าหน้าที่จาก TOT มาจอดรถที่หน้าบ้าน และเดินเข้ามาหาผมที่บ้าน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่นำโมเด็ม ADSL มาติดตั้งให้ ผมนั่งดูการติดตั้งง่ายมาก ทุกขั้นตอนใช้เวลาเพียง ๑๐ นาที สามารถใช้Internet ความเร็วสูงได้เลย ผมเชิญเจ้าหน้าที่ทั้งสองนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนเมื่อเห็นว่ายังไม่รีบ ประกอบท่าทีว่าทั้งสองอยากจะนั่งคุยต่อ ก็ได้นั่งถกประเด็นเมืองปายเล็กน้อย พี่เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งให้ความสนใจหนังสือที่ผมเขียนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน คุยไปคุยมาก็เป็นคอเดียวกัน นั่งถกประเด็นการพัฒนากันอย่างสนุกถูกคอ ผมได้มอบหนังสือพร้อมนามบัตรให้ พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าอยากโทรศัพท์มาพูดคุยกับผมประเด็นที่คุยวันนี้อีก ก่อนที่จะขอตัวไปทำงานต่อ...
ไม่นานมีเสียงโทรศัพท์มาจาก คุณเส่ง Tour leader ของ Trekking Thai แจ้งผมมาว่ามาช้าหน่อยมาถึงปายก็เวลานี้ขอเลื่อนนัดผมเป็นวันรุ่งขึ้น เพราะคิดว่าคงเที่ยวได้ไม่กี่แห่ง ผมเข้าใจว่าอาจเพราะการกำหนดเวลาที่ผิดพลาดจากเชียงใหม่มาปาย
ผมก็ต้องออกรถอยู่ดี เพราะต้องไปส่งหนังสือของผมให้เพื่อนหลายคนที่ทำการไปรษณีย์ และมีใบแจ้งรับของพัสดุหลายๆกล่องที่ไปรษณีย์ด้วย ช่วงนี้ไปผูกมิตรกับพี่ไปรษณีย์จนสนิทจำหน้าได้เพราะพัสดุสิ่งของบริจาคหลั่งไหลมาเรื่อยๆน่าปลื้มใจมากครับ
ยังพอมีเวลาผมแวะเข้า "ร้านตัดผม" ซะเลย ขอดูแลตัวเองหน่อย ...
ที่ร้านตัดผมก็ได้พูดคุยกับช่างหลายๆประเด็น โดยมากก็เป็นเรื่องวิถีชีวิตของช่างโดยทั่วไป รายได้ ครอบครัว บรรยากาศพูดคุยสนุกสนานทีเดียว เป็นการตัดผมที่ได้เรื่องได้ราว ได้เรียนรู้มากกว่าลูกค้าและช่างที่บางครั้งดูเหมือนมีใยบางๆกั้นอยู่ ...
“ตัดผมเอาทรงอะไรดีครับพี่” ช่างตัดผมถามหลังจากที่ผมนั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว
“ทรงที่ตัดแล้วหล่อๆมีมั้ยครับ” ผมตอบช่างตัดผมยิ้มๆ
ช่างตัดผมเขาพูดดีครับ รีบบอกผมว่า “พี่หล่ออยู่แล้ว ตัดทรงอะไรก็หล่อ”
เป็นคำพูดที่เอาใจลูกค้าได้ถูกใจจริงๆ คนเรารู้ว่าเขาพูดหลอกๆแต่ก็ฟังแล้วชื่นใจเป็นใช้ได้นะครับ...
เห็นมั้ยครับว่า Small talk เพื่อทลายใยบางๆระหว่างผมและช่างฯ ในร้านตัดผมช่วยสร้างบรรยากาศให้ชื่นมื่นมีความสุขได้ จากนั้นบทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้น ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ก็คือ ช่างตั้งใจตัดดี และดูท่าทางเขามีความสุข จนตัดผมเสร็จ...- - หล่อสมใจครับ!!!
บ้านนอกเราก็แบบนี้วันหนึ่งๆทำกิจกรรมได้ร้อยแปด เพราะเราสามารถควบคุมเวลาได้ ไม่มีรถติดเหมือนเมืองหลวง ออกจากร้านทำหล่อ ผมก็รีบบึ่งรถไปที่ตลาดไปซื้อผัก ผลไม้ก่อนกลับบ้าน จริงๆที่ตลาดก็ไปแซวแม่ค้าไปเรื่อยเปื่อย ได้ผัก ผลไม้แถมมาให้ก็บ่อยครั้ง ...
เสร็จจากการซื้อของ ผมออกรถเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน ตีไฟเลี้ยวมาเรื่อยๆพอถึงสี่แยก ผมได้ยินเสียงโครม!!!! หลังรถ เสียงผู้คนในตลาดร้องตกใจ มองผ่านกระจกเห็นมอเตอร์ไซต์ล้ม คนกระเด็นไปละทาง ผมตกใจมากเหมือนกันครับเพราะมันดังจากหลังรถผม รถผมโดนชน!!! แต่ก็มีสติลงจากรถเพื่อไปดูเหตุการณ์
สรุปเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว
-
คนไม่ตาย
-
รถมอเตอร์ไซต์ ฝากสีไว้ที่รถผมบางส่วน
-
กันชนหลังยุบไม่มาก สี กรอบแตก ก็ไม่น่าเป็นห่วงมาก
เข้าใจสาเหตุว่า "น้องผู้ชายขับรถมาเร็วและเบรกไม่ทัน"
ผมหันไปมองน้องคนขับมอเตอร์ไซต์ ยังเด็กอยู่เลย ไม่สวมหมวกกันนิรภัยด้วย คนซ้อนก็เป็นคนแก่ผู้ชายที่งกๆเงิ่นๆ ปากก็พร่ำบอกว่าเบรกรถไม่ดี ๆ ตัวสั่นเทาดูท่าทางน่าสงสารมาก คงตกใจ
มีผู้คนที่ตลาดมามุงดูเยอะเลย ผมก็อายๆครับ หลายคนก็แสดงความเห็นใจผม ที่รถเสียหาย
![]()
""""""""""""""""""""""""
จ๊า กกก!!! รถพ้ม
มีนายทหารสองนายเดินเข้ามาที่หลังรถที่ผมยืนดูเหตุการณ์แบบงงๆอยู่ เพื่อที่ว่าจะมาช่วยอะไรได้บ้าง
ผมกับทหารนายนั้น เราต่างก็ยืนจ้องกันอยู่นาน จนจำได้ว่าว่าเคยรู้จักกันนานแล้ว ก็ทักทายจับไม้จับมือกันอย่างดีใจ จนลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าชั่วขณะ ..มาเจอเพื่อนกลางสี่แยก และระหว่างมีเหตุการณ์สดๆร้อนๆ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น นี่รถไม่ชนคงไม่พบกันเป็นแน่
เพื่อนทหารทั้งสองนายถามว่าผมจะเอาเรื่อง หรือเรียกค่าเสียหายหรือไม่?? เพราะดูแล้วรถผมเสียหายพอสมควร ผมดูคนชนแล้ว ดูรถแล้วก็ไม่เอาเรื่องดีกว่า เพราะคนขับมอเตอร์ไซต์เด็กมากเกินไป แถมน้องยังตัวสั่นพูดอะไรไม่ถูก ...
เฮ้อ..คิดเสียว่าดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร ผมเตือนน้องเกี่ยวกับการขับรถที่ประมาท และไม่สวมหมวกนิรภัย คะเนจากอายุแล้วน้องเองก็ดูอายุน้อยเกินไปที่จะขับมอเตอร์ไซต์บนถนนเช่นนี้
เมื่อจัดการเรื่องเสร็จสิ้นแล้ว ก็ขับรถกลับบ้าน โทรศัพท์บอกช่างซ่อมรถที่อู่เดิมเจ้าประจำ เขา(ช่าง)หัวเราะเยาะผม (คิดดูซิครับ คนกำลังกลุ้ม) บอกว่าให้เอารถมาทำสีได้เลย กันชนไม่ยากที่จะซ่อมแซม...
คุณแม่ผมกลับบ้านมาก็ทราบข่าว เห็นรถ ก็ยิ้มๆบอกว่าดีแล้วที่ไม่มีใครเสียชีวิต รถนะซ่อมได้แต่คนซ่อมยากและอาจซ่อมไม่ได้ (จริงของแม่)
มีใครบางคนโทรมาอีกครั้ง เพื่อถามทะเบียนรถ จะเอาไปซื้อหวย...คิดดูสิครับ!!!
วันหนึ่งๆมีเรื่องราวมากมายจริงๆ สังเกตว่าทุกเรื่องมีทั้งเหตุและผลที่ตรงไปตรงมา ...การใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทมีสติ และมองโลกในแง่ดีทำให้ชีวิตเรารื่นรมย์เสมอ ทุกข์ สุข ปะปนจริงๆหนอชีวิตคนเรา
ฝากเรื่องเล่าไว้ให้อ่านเพื่อบรรเทาโรคทางสังคม นะครับท่านผู้ชม
สวัสดีครับ
พี่โดนชน 2 ครั้ง
ครั้งแรกมอร์ไซด์ชนยรถยนต์พี่กลางสี่แยก โครม !! ลงไปดูคนชนเป็นหลาน ชวด ? ซ่อมเอง ดีแล้วหลานไม่เป็นอะไร?
ครั้งที่สองมอร์ไซด์อีก คราวนี้ผมขับมอร์ไซด์ โดนชนที่หน้าโรงพักปายเลย โครม !!! ลงไปนอนกลางถนนเลย ลุกขึ้นมาดูเป็นใครก็ไม่รู้ เป็นศิลปินผมยาวยืนตัวสั่นอยู่ ตำรวจวิ่งลงมาถาม
"หมอเป็นะไรมากไหม"
"เอาเรื่องไหม?"
ผมหันไปมองหน้าคนชนแล้วก็ส่ายหน้าปฏิเสธตำรวจไป ไม่เอาเรื่อง ซ่อมรถ ซ่อมตัวเองเองสบายบใจกว่า!
...การใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทมีสติ และมองโลกในแง่ดีทำให้ชีวิตเรารื่นรมย์เสมอ
เห็นด้วยเลยคะ ต้องมีสติ และรอเวลาในการคลี่คลายปัญหา
อ่านจบ แล้ว หลากอารมณ์แห่งบันทึก ดี
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ
โชคดีที่ไม่เป็นอะไรค่ะ
ตำรวจไม่เข้มงวดกับรถที่ไม่ใส่หมวกกันน็อกเหรอคะ
สวัสดีค่ะคุณอาเอกคะ
(^______^)
กะปุ๋ม
สวัสดีครับ น้องเอก
ต๊กกะใจ อิ อิ
เห็นข้อความในบันทึก
รีบเข้ามาเยี่ยมครับ ดีใจที่ไม่เป็นอะไรนะครับ ส่วนคู่กรณีดีแล้วครับ ก็น่าเห็นใจเขา เหตุการณ์ประจำวันน่ะครับ
เพราะรถมันมากมายเหลือเกิน
ขอให้โชคดีมาแทนในเร็ววันครับ
ขอบคุณที่ส่งรูปให้นะครับ
เอกใจดีจัง เป็นเราอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้อาจจะไม่เอาเรื่องค่าเสียหาย แต่จะให้ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้ 1.เพื่อตักเตือนและกำราบเด็กที่จะไม่ขี่รถทั้งที่ยังไม่มีใบขับขี่อีก 2.เพื่อความปลอดภัยว่า อีกสองวันหรือหนึ่งอาทิตย์ให้หลังจะไม่มีการตามมาเรียกร้องค่าเสียหายจากอาการบาดเจ็บที่มองไม่เห็น อันนี้เคยโดนกันเยอะนะ
ที่หนักสุดที่เราโดนเกี่ยวกับมอเตอร์ไซต์คือ มีรถมอเตอร์ไซต์ที่ขับคู่กับเรามาปาดหน้ากระทันหันเพื่อหลบด่านต่อหน้าต่อตาตำรวจ เราเบรกไม่ทัน ชนกระเด็นทะลุด่านไปเลย ดีที่ไม่ตาย หมวกกันน็อคครูดถนนจนเปิงไปด้านนึงเลย ตำรวจจะให้ใบสั่งเขาซ้ำ แต่เราสงสารและพอดีมีประกันชั้นหนึ่งเลยไม่เอาความ แถมให้ตังค์ไปหาหมอเพราะเจ็บเยอะเหมือนกัน ตำรวจคนนั้นดี บอกว่าเราควรให้เขาเขียนเอกสารยอมรับผิดและจะเซ็นเป็นพยานให้ ไม่งั้นเกิดอีกสองวันตายขึ้นมาเราจะเดือดร้อน ตอนแรกเราก็ไม่ได้นึกเรื่องนี้ แต่ตำรวจเตือนเลยให้เขาเขียนไว้ โชคดีที่ไม่มีเรื่องอะไรตามมาอย่างที่กลัว ต้องระวังนะเอก เราใจดีแต่บางทีก็อาจจะซวยได้
สวัสดีค่ะคุณเอก
อ่านหัวเรื่องตื่นเต้น
พออ่านในเรื่องสนุก คุณเอกเขียนได้เนียน เล่าได้ละเมียดละไมดีจัง
มีการให้เกียรติกันเคารพในศักดิ์ศรีของแต่ละบุคคลที่พบเจอ
มีการเล่าเหตุการณ์ การเกิดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่ มีเมตตา กรุณา และมุทิตาครบ เลย ค่ะ
สวัสดีครับทุกท่าน
บันทึกนี้เขียนมาด้วยความปลอดโปร่งสบายใจนะครับ เพื่อเป็นเรื่องเล่าระหว่างวัน ให้รู้ว่าเรื่องราวมีมากมายที่เราประสบเราจะเลือกมุมคิดแบบไหนให้สุขใจ ชีวิตได้รื่นรมย์อยู่ที่เราครับ
ก็เท่านั้นเอง!!!
วันนี้รถเสีย แต่ยังซ่อมได้ครับ แต่ใจที่เสียแล้วซ่อมยากกว่านะครับบบ
------------------
ครูGutjang
"ถนนที่นำไปสู่ความสุขไม่มี....แต่ความสุขสามารถหาได้บนถนนนั่นแหล่ะ"
ครูรัตน์หมายถึง ทัศนคติในการมองโลก ในถนนสายชีวิต
ผมเห็นด้วยอย่างมากในคำกล่าวนี้ครับ ถือว่าผ่านเคราะห์ไปให้เกิดกับสิ่งของครับ...
เสียไปซ่อมใหม่ได้
-------------------------
พี่หมอรอนMr. Kraton Pai
ผมคิดว่าการที่คนพลุกพล่านและมีวินัยจราจรที่ไม่ค่อยดี อุบัติเหตุเกิดมากขึ้น ข้อมูลนี้สอบถามได้ที่ ER โรงพยาบาลปายก็จะทราบดี
คิดว่าเป็นปัญหาหนึ่งของบ้านเรานะครับ ขอสะท้อนจากตรงนี้
ขอบคุณครับ
--------------------
พี่สุวรรณา
พี่สุวรรณาสบายดีใช่มั้ยเอ่ย?
ส่วนใหญ่ที่เห็นหมวกนิรภัยก็ไม่ได้มาตรฐานครับ เอาแค่ครอบๆหัวไป กันตำรวจมากกว่ากันอุบัติเหตุ
ปรากฏการณ์แบบนี้ต้องเร่งสร้างความตระหนักให้กับเยาวชน ช่วยกันรณรงค์มากขึ้น แต่ยังดีกว่าที่เชียงใหม่มาก ที่เชียงใหม่ไม่ค่อยสวมหมวกนิรภัยกันเลย..(หากตำรวจไม่เข้มงวด)
-------------------
พี่หน่อยครับดอกแก้ว
แม้แต่เรื่องร้ายสุดของชีวิต หากเรามีสติ มีมุมคิดที่ดีเสมอๆนั้น ช่วยเราได้มาก ผมก็ซึมซับส่วนหนึ่งประสบการณ์พี่หน่อย ในหนังสือ "ช่วยหน่อยเปลี่ยนไต" นั่นหละครับผม..ผมขอขอบคุณพี่มาในโอกาสนี้
ผมได้ส่งหนังสือและโปสการ์ด แบ่งปันกำลังใจไปให้ทั้งพี่หน่อยพี่จืดด้วยแล้ว รับเมื่อไหร่บอกผมด้วยครับผม
หากมีเวลาพอ และพี่หน่อยอยากพักผ่อน ชวนพี่จืดมาเที่ยวที่ปายนะครับ
-------------------
พี่กบข้ามสีทันดร
ถือว่าโชคดีครับ คืนก่อนที่เกิดอุบัติเหตุ แม่ผมบอกว่าแม่นอนไม่หลับเลย ต้องคิดว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับผมสักอย่างแน่...แต่ถือว่าผ่านเคราะห์ไป โชคดีครับ
ขอให้ได้พบสิ่งที่ดีๆในวันต่อไปของชีวิต พี่กบก็เช่นกัน
ขอบคุณมากในความห่วงใยครับผม
---------------------
สวัสดีครับพี่อ.ลูกหว้าอ.ลูกหว้า
วันที่เกิดอุบัติเหตุกำลังหล่อได้ที่เชียวครับ เพราะพึ่งออกจากร้านตัดผมไม่นาน เกือบเสียหล่อแล้วครับ...ไม่เป็นไรครับ รถเสียบ้าง เราซ่อมได้ ตัวถังไม่บุบ แต่กันชนท้ายเป็นพลาสติค เปลี่ยนได้เลยครับ
ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม ด้วยความตกใจ +ห่วงใย
น้องเอก..อ่านชื่อเรื่องแล้วลุ้นมากเลย แต่รู้ว่าคงสบายดีเพราะมาเล่าให้พวกเราฟังได้น่ะ ^ ^
การเปลี่ยนมุมมองความคิด จากผู้ถูกกระทำ(ถูกคนอื่นชน) เป็นเห็นใจเขา เป็นสิ่งที่หลายคนยากจะทำได้นะคะ พี่ขอชื่นชมค่ะ
สิ่งของซ่อมได้ แต่จิตใจซ่อมแบบสิ่งของไม่ได้ค่ะ ^ ^
สวัสดีเจ้า อ้ายเอก
อ่านสบายๆ ในวันรื่นรมของอ้ายเอก
ยิ้มๆ กับเรื่องราวทุกเรื่อง แม้จะทำให้เราเสียทรัพย์
คิดบวก คิดบวก...จะได้หล่อแบบบวก บวก อิอิ
แต่ที่พี่ Little Jazz ให้ความคิดเห็นไว้ก็น่าคิดเหมือนกันนะคะ...
---^.^---