วันหนึ่งๆมีเรื่องราวมากมายจริงๆ สังเกตว่าทุกเรื่องมีทั้งเหตุและผลที่ตรงไปตรงมา ...การใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทมีสติ และมองโลกในแง่ดีทำให้ชีวิตเรารื่นรมย์เสมอ ทุกข์ สุข ปะปนจริงๆหนอชีวิตคนเรา

ความจริงแล้ววันนี้ ผมต้องเป็น Local Guide อีกแล้ว นัดรับ Group tour ช่วงบ่ายของวัน แต่รอจนถึงบ่ายสองโมงก็ยังไม่มีวี่แววการติดต่อจากกลุ่มของนักท่องเที่ยวและ Tour leader ที่นำมา ผมก็รออย่างกระวนกระวายใจพอสมควร ครั้นจะตั้งใจนั่งเรียบเรียงงานเขียนเหมือนทุกครั้งใจก็ไม่มีสมาธิเสียแล้ว

สักครู่มีเจ้าหน้าที่จาก TOT มาจอดรถที่หน้าบ้าน และเดินเข้ามาหาผมที่บ้าน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่นำโมเด็ม ADSL มาติดตั้งให้ ผมนั่งดูการติดตั้งง่ายมาก ทุกขั้นตอนใช้เวลาเพียง ๑๐ นาที สามารถใช้Internet ความเร็วสูงได้เลย  ผมเชิญเจ้าหน้าที่ทั้งสองนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนเมื่อเห็นว่ายังไม่รีบ ประกอบท่าทีว่าทั้งสองอยากจะนั่งคุยต่อ  ก็ได้นั่งถกประเด็นเมืองปายเล็กน้อย พี่เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งให้ความสนใจหนังสือที่ผมเขียนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน คุยไปคุยมาก็เป็นคอเดียวกัน นั่งถกประเด็นการพัฒนากันอย่างสนุกถูกคอ ผมได้มอบหนังสือพร้อมนามบัตรให้ พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าอยากโทรศัพท์มาพูดคุยกับผมประเด็นที่คุยวันนี้อีก ก่อนที่จะขอตัวไปทำงานต่อ...

ไม่นานมีเสียงโทรศัพท์มาจาก   คุณเส่ง Tour leader ของ Trekking Thai แจ้งผมมาว่ามาช้าหน่อยมาถึงปายก็เวลานี้ขอเลื่อนนัดผมเป็นวันรุ่งขึ้น เพราะคิดว่าคงเที่ยวได้ไม่กี่แห่ง ผมเข้าใจว่าอาจเพราะการกำหนดเวลาที่ผิดพลาดจากเชียงใหม่มาปาย

ผมก็ต้องออกรถอยู่ดี เพราะต้องไปส่งหนังสือของผมให้เพื่อนหลายคนที่ทำการไปรษณีย์ และมีใบแจ้งรับของพัสดุหลายๆกล่องที่ไปรษณีย์ด้วย  ช่วงนี้ไปผูกมิตรกับพี่ไปรษณีย์จนสนิทจำหน้าได้เพราะพัสดุสิ่งของบริจาคหลั่งไหลมาเรื่อยๆน่าปลื้มใจมากครับ

ยังพอมีเวลาผมแวะเข้า "ร้านตัดผม" ซะเลย ขอดูแลตัวเองหน่อย ...

ที่ร้านตัดผมก็ได้พูดคุยกับช่างหลายๆประเด็น โดยมากก็เป็นเรื่องวิถีชีวิตของช่างโดยทั่วไป รายได้ ครอบครัว บรรยากาศพูดคุยสนุกสนานทีเดียว เป็นการตัดผมที่ได้เรื่องได้ราว ได้เรียนรู้มากกว่าลูกค้าและช่างที่บางครั้งดูเหมือนมีใยบางๆกั้นอยู่ ...

ตัดผมเอาทรงอะไรดีครับพี่  ช่างตัดผมถามหลังจากที่ผมนั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว

ทรงที่ตัดแล้วหล่อๆมีมั้ยครับ  ผมตอบช่างตัดผมยิ้มๆ

ช่างตัดผมเขาพูดดีครับ  รีบบอกผมว่า พี่หล่ออยู่แล้ว ตัดทรงอะไรก็หล่อ

เป็นคำพูดที่เอาใจลูกค้าได้ถูกใจจริงๆ คนเรารู้ว่าเขาพูดหลอกๆแต่ก็ฟังแล้วชื่นใจเป็นใช้ได้นะครับ...

เห็นมั้ยครับว่า Small talk เพื่อทลายใยบางๆระหว่างผมและช่างฯ ในร้านตัดผมช่วยสร้างบรรยากาศให้ชื่นมื่นมีความสุขได้  จากนั้นบทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้น ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ก็คือ ช่างตั้งใจตัดดี และดูท่าทางเขามีความสุข จนตัดผมเสร็จ...- - หล่อสมใจครับ!!!

บ้านนอกเราก็แบบนี้วันหนึ่งๆทำกิจกรรมได้ร้อยแปด เพราะเราสามารถควบคุมเวลาได้ ไม่มีรถติดเหมือนเมืองหลวง ออกจากร้านทำหล่อ ผมก็รีบบึ่งรถไปที่ตลาดไปซื้อผัก ผลไม้ก่อนกลับบ้าน จริงๆที่ตลาดก็ไปแซวแม่ค้าไปเรื่อยเปื่อย ได้ผัก ผลไม้แถมมาให้ก็บ่อยครั้ง ...

เสร็จจากการซื้อของ ผมออกรถเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน ตีไฟเลี้ยวมาเรื่อยๆพอถึงสี่แยก ผมได้ยินเสียงโครม!!!! หลังรถ เสียงผู้คนในตลาดร้องตกใจ มองผ่านกระจกเห็นมอเตอร์ไซต์ล้ม คนกระเด็นไปละทาง ผมตกใจมากเหมือนกันครับเพราะมันดังจากหลังรถผม รถผมโดนชน!!!  แต่ก็มีสติลงจากรถเพื่อไปดูเหตุการณ์

สรุปเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว 

  • คนไม่ตาย
  • รถมอเตอร์ไซต์ ฝากสีไว้ที่รถผมบางส่วน
  • กันชนหลังยุบไม่มาก สี กรอบแตก ก็ไม่น่าเป็นห่วงมาก

เข้าใจสาเหตุว่า "น้องผู้ชายขับรถมาเร็วและเบรกไม่ทัน"

ผมหันไปมองน้องคนขับมอเตอร์ไซต์ ยังเด็กอยู่เลย ไม่สวมหมวกกันนิรภัยด้วย คนซ้อนก็เป็นคนแก่ผู้ชายที่งกๆเงิ่นๆ ปากก็พร่ำบอกว่าเบรกรถไม่ดี ๆ ตัวสั่นเทาดูท่าทางน่าสงสารมาก คงตกใจ

มีผู้คนที่ตลาดมามุงดูเยอะเลย ผมก็อายๆครับ  หลายคนก็แสดงความเห็นใจผม ที่รถเสียหาย

  """"""""""""""""""""""""จ๊า กกก!!! รถพ้ม


มีนายทหารสองนายเดินเข้ามาที่หลังรถที่ผมยืนดูเหตุการณ์แบบงงๆอยู่ เพื่อที่ว่าจะมาช่วยอะไรได้บ้าง

ผมกับทหารนายนั้น เราต่างก็ยืนจ้องกันอยู่นาน จนจำได้ว่าว่าเคยรู้จักกันนานแล้ว ก็ทักทายจับไม้จับมือกันอย่างดีใจ จนลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าชั่วขณะ ..มาเจอเพื่อนกลางสี่แยก และระหว่างมีเหตุการณ์สดๆร้อนๆ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น นี่รถไม่ชนคงไม่พบกันเป็นแน่

เพื่อนทหารทั้งสองนายถามว่าผมจะเอาเรื่อง หรือเรียกค่าเสียหายหรือไม่?? เพราะดูแล้วรถผมเสียหายพอสมควร  ผมดูคนชนแล้ว ดูรถแล้วก็ไม่เอาเรื่องดีกว่า เพราะคนขับมอเตอร์ไซต์เด็กมากเกินไป แถมน้องยังตัวสั่นพูดอะไรไม่ถูก ...

เฮ้อ..คิดเสียว่าดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร ผมเตือนน้องเกี่ยวกับการขับรถที่ประมาท และไม่สวมหมวกนิรภัย  คะเนจากอายุแล้วน้องเองก็ดูอายุน้อยเกินไปที่จะขับมอเตอร์ไซต์บนถนนเช่นนี้ 

เมื่อจัดการเรื่องเสร็จสิ้นแล้ว ก็ขับรถกลับบ้าน โทรศัพท์บอกช่างซ่อมรถที่อู่เดิมเจ้าประจำ  เขา(ช่าง)หัวเราะเยาะผม (คิดดูซิครับ คนกำลังกลุ้ม)   บอกว่าให้เอารถมาทำสีได้เลย กันชนไม่ยากที่จะซ่อมแซม...

คุณแม่ผมกลับบ้านมาก็ทราบข่าว เห็นรถ ก็ยิ้มๆบอกว่าดีแล้วที่ไม่มีใครเสียชีวิต รถนะซ่อมได้แต่คนซ่อมยากและอาจซ่อมไม่ได้ (จริงของแม่)

มีใครบางคนโทรมาอีกครั้ง เพื่อถามทะเบียนรถ จะเอาไปซื้อหวย...คิดดูสิครับ!!!

วันหนึ่งๆมีเรื่องราวมากมายจริงๆ สังเกตว่าทุกเรื่องมีทั้งเหตุและผลที่ตรงไปตรงมา ...การใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทมีสติ และมองโลกในแง่ดีทำให้ชีวิตเรารื่นรมย์เสมอ ทุกข์ สุข ปะปนจริงๆหนอชีวิตคนเรา

ฝากเรื่องเล่าไว้ให้อ่านเพื่อบรรเทาโรคทางสังคม นะครับท่านผู้ชม