ใครเป็นผู้กำกับ ใครเป็นผุ้แสดง

จากการได้ดูละคร ทำให้คิดว่า ในชีวิตคนเรานั้น ต่างก็เหมือนการเล่นละครโรงใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโรงละครไทยหรือโรงละครอินเดีย และไม่ว่าจะเป็นฉากของความร่ำรวย ฟู่ฟ่าหรือฉากความยากจนแบบพาราณาสีก็ตาม
ส่วนใหญ่ มนุษย์เราจะเป็นผู้แสดง โดยมีใจกำกับ
แต่จริงๆ แล้ว ใครกำกับ ใครแสดง
เราเข้าใจว่าเราเป็นผู้กำกับชีวิตเรา แต่เป็นเช่นนั้นจริงหรือ
หรือว่ากิเลสเป็นผู้กำกับ
ที่ถูกควรจะเป็นเราและกิเลสเป็นผู้แสดงโดยมีสติปัญญากำกับ
พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้กำกับชั้นเยี่ยมของโลก ไม่มีใครเสมอเหมือน
ด้วยความปรารถนาดี
ปล.ภาพนี้วาดเมื่อครั้งอยู่ที่เจนีวา นึกถึงหน้ากากของคนที่ต้องสวนใส่อยู่ตลอดเวลาโดยที่หลายครั้งเราไม่รู้จริงๆ ว่าหลังหน้ากากนั้นคืออะไร ก็เหมือนการเล่นละคร
สวัสดีค่ะ คุณพลเดช
ขอบคุณค่ะที่ช่วยแนะให้ย้อนดูตัวเองหลังจากดูละคร พระพุทธเจ้าเป็นนักแสดงที่ไม่ต้องกลับมาแสดงอีก และยังชี้แนะวิธีให้ผู้อื่นทราบว่าทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องกลับมาแสดงละครอีก แต่นักละครส่วนใหญ่ก็ยังต้องกลับมาแสดงแล้วแสดงอีกตามวิบากกรรมที่ตัวเองได้ทำไว้ค่ะ
สาธุครับ
ผมได้มีโอกาสไปอุปสมบทที่พุทธคยาและตามรอยพระพุทธองค์ ณ สังเวชนียสถานทั้ง 4 ตำบล
ยังอยู่ครับ มิได้หายไปไหน พระธรรมของท่านยังอยู่เสมอครับ
เฉพาะที่พาราณาสี ที่เมื่อ 3000 กว่าปี ไฟที่ใช้เผาศพที่ไม่เคยดับมอดเลยเพราะใช้เผาศพทุกวัน เราสามารถเดินไปตามทางที่พระพุทธองค์เคยเสด็จผ่านมาแล้ว ไปเห็นสถานที่พระประสุติ สถานที่ประทับ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ฯลฯ
นับเป็นบุณของชาวพุทธ หากได้ไปสักครั้ง
ด้วยความปรารถนาดี
อ้อ เพิ่งฟังโฆษณาทางโทรทัศน์ TGN ว่าไทยทำภาพยนต์แอนิเมชั่นเรื่องพระพุทธเจ้าสำเร็จ และจะฉายในวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมากครับ
สวัสดีค่ะ
เห็นหน้ากาก แล้วอยากร่วมวง สนทนาด้วยคน ค่ะ
หน้ากาก
แด่...เหล่านักแสดงแห่งโลกนี้
รู้ตัวดีหรือไม่ใคร่อยากถาม
เจ้าจะสวมบทใดให้เหมาะนาม
จะสวยงามไฉไลหรีอร้ายแทน
ใคร...กำกับเจ้าให้เป็นไปหรือ
เพียงขานชื่อว่าร้ายก็ร้ายแสน
พอบอกบทกำหนดดีก็ดีแทน
เจ้ามาดแม้นตัวละครใครสอนมา
หรือโลกนี้เป็นเพียงโรงละคร
แต่ละตอนตามแต่ใจจะใฝ่หา
สวมหน้ากากเมื่อใดได้เวลา
บทจะมาเหมือนว่ามายากล
กำกับบทกำกับใจใช่ใครอื่น
รู้จักฝืนทวนกรรมนำกุศล
หน้ากากที่สวมใส่ใช่ใจตน
รู้ทันกลกิเลสร้าย สุขใจเอย.......
สาธุ สาธุ สาธุ
ยังน่าอ่านมากตามเคยครับ
เอาไว้ให้เยอะ จะทำเป็นหนังสือทำมือครับ
ถ้าจะให้พิเศษ มีคุณค่ามากขึ้น พี่โยคีลองแปลเป็นภาอังกฤษด้วยก็ดีค่ะ เผื่อหนังสือจะขายให้คนอินเดียได้อีก บอกงานกุศล เป็นค่าเครื่องบิน ส่งคนไปดูแลชาวอินเดีย ตามที่ตั้งใจค่ะ
การแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อขายคนอินเดียคงยากมาก และต้องเข้าถึงจิตใจและรสนิยมอินเดียจริงๆ
สาเหตุหนึ่งที่อาหารไทยไม่เป็นที่นิยมของคนอินเดียก็เพราะอาหารไทยใส่น้ำปลาซึ่งคนอินเดียไม่ชอบ รวมทั้งใส่ใบกระเพราะซึ่งคนนับถือ ว่าจะไม่นำมาใส่อาหาร
แต่ถ้าจับทางอินเดียได้ถูกทาง ก็คงมีโอกาสสูงในหลายๆ เรื่องครับ