คุกเด็ก หรือสถานพินิจ เป็นที่ช่วยควบคุม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เยาวชนผู้หลง ลืม ทำในสิ่งที่ผิดพลาดในชีวิต กรณี “บ้านกาญจนาภิเษก” โดยการเล่าอย่างออกรสจาก ผอ.ทิชา ณ นคร
สิ่งแรกเมื่อปี 46 ที่ท่านเข้ามาพัฒนา โดยไม่ใช่ข้าราชการ หรือ มียศ มีซี ใดๆ ผู้คุมก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างผู้คุม ยึดสิ่งที่เคยทำกันมาตั้งแต่เมื่อปี 2495 แต่ลืมถึง “มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง”
จนปัจจุบัน 4 ปีที่ผ่านมา สามารถเปลี่ยนกระบวนทัศน์ พัฒนาวัฒนธรรมการเรียนรู้ เป็นคำว่า “ผู้คุม” เป็น “ผู้ให้คำปรึกษา” กับเด็กในบ้านหลังที่ 2 แห่งนี้
ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ท่าน ผอ.ทิชา คือ
- ปฏิเสธมรดกทางความคิด
- สร้างวาทกรรมของตนเอง
โดยยึดหลักการบริหารที่คำนึงถึง “Life Skill” เพื่อที่เด็กออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กทั่วๆไป
รายงานแห้งจากห้องประชุม MR2 ชื่อห้อง “lead & learn”
เรียน ท่าน Jack การสร้งบ้านที่เปี่ยมสุข เป็นการสร้างโอกาสให้เด็กๆครับ
ด้วยรัก
หากเราตระหนักว่า..คนทุกคนมีคุณค่าต่อการมีชีวิตอยู่เท่าๆกัน .ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น..ก็เป็นเรื่องธรรมดาได้เช่นกัน ..
หากสังคมเปิดใจ..ให้โอกาสกับผู้ที่เคยผิดพลาด..ใส่ใจด้วยความเมตตา..ไม่ใช่เพียงเพราะหน้าที่..สายตาที่มีให้กับเค้าคงมีแววเอื้ออาทรเพียงพอที่จะเป็นแรงใจให้เค้าเชื่อพลังแห่งความรักและปรารถนาดีว่า..มีจริง ..
ผู้ที่ล้มก็คงจะมีกำลังใจมากมายที่จะลุกขึ้น..มามีชีวิตอย่างภาคภูมิ..
มันไม่ยากเลย..กับการที่เราใส่ความปรารถนาดีไปกับผุ้คนที่เราได้รู้จักด้วยความจริงใจ..โลกคงสวยงามและน่าอยู่ขึ้นอีกมากมาย..ตัวเองเชื่ออย่างนั้นจริงๆนะคะ
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆที่มาอ่านช้า.แต่คงไม่สายเกินไปที่จะร่วมจรรโลงสิ่งดีๆ.ให้มีในสังคมไทยค่ะ..