ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งลมแล้งยังไม่ลาทุ่งว่าจะเขียนบันทึก “เที่ยวทุ่ง”  ให้ครบทั้ง ๓  ฤดู   แต่พอลมหนาวล่องมาเยือนได้พักใหญ่แล้ว   ผมกลับยังไม่สามารถพาตัวเองกลับเข้าสู่เจตนารมณ์นั้นได้อย่างที่ใจปรารถนา  จึงได้แต่ปล่อยเลยให้หัวใจได้ท่องทะยานไปอย่างเรื่อยเปื่อย ...  บางคราวก็วกกลับไปท่องเล่นอยู่ในดินแดนอันผ่านพ้นมาแล้ว   บางคราวก็กระโจนไปสู่ดินแดนแห่งอนาคต  และบางครั้งก็มานั่งคางเกยเข่าจับเจ่าอยู่กับปัจจุบัน   จากนั้นก็เริ่มที่จะขบคิดทบทวนถึงเรื่องราวนานาประการที่ผ่านเข้ามาให้เราได้สัมผัส – เรียนรู้

  

ชีวิตผมเป็นเช่นนี้เสมอมา ...  ราวกับคนไม่อยู่กับร่องกับรอย   หากแต่ทุกจังหวะนั้นกลับดูขรึมเคร่งและจริงจังอยู่มากมิใช่น้อย !

ในฐานะที่ลมหนาวผ่านพัดมาทักทายผมอย่างนับครั้งไม่ถ้วนนั้น   ผมจึงอยากจะเริ่มต้นการก้าวเข้าสู่ชีวิตในห้วงฤดูกาลนี้อย่างเป็นทางการเสียที   โดยการนำกลอนบทที่ตนเองได้เขียนไว้สักประมาณปี ๒๕๒๙ – ๒๕๓o  มากล่าวย้ำกับตนเองอีกครั้ง ...  

  

ลมหนาวโชยพัดปลิวพลิ้วใบไผ่
น้ำค้างใสยวนใจใฝ่ถวิล
จิ้งหรีดน้อยเดินย่องมาเลียกิน
กลิ่นไอดินลอยเคว้งท้องทุ่งนา


  

ไม่รู้นะครับ...  ผมรู้สึกราวกับว่า ปีนี้,  หนาวเร็ว  และหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา ...