สวัสดีจ้ะ

ฉันขอเล่าเรื่องวันที่สองของฉันที่ดงหลวงเลยนะฟังดีๆละ วันนี้มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายอย่าง 

ฉันลืมตาตื่นตอนหกโมงเช้า อาบน้ำสระผม (หนาวววว) เพราะต้องไปปฏิบัติภารกิจที่ฉันเสนอตัวทำไว้ ... ฉันไปที่ห้องครัว แล้วฉันก็พบหม้อแกงที่ต้มกระดูกหมู แครอท หอมหัวใหญ่ และมันเทศ ไว้จนสุกเปื่อยแล้ว แต่ไม่เห็นน้ององุ่น ...อย่างไรก็ตามแม้ไม่ถามน้ององุ่นฉันก็มั่นใจว่า นี่แหละคือหม้อแกงที่น้ององุ่นเตรียมไว้ให้ฉันปรุงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น ... คิดดูซิเธอ 

ไม่ยาก...ฉันลงมือแกะกล่องเครื่องแกงกะหรี่ที่หอบหิ้วมาจากญี่ปุ่น แล้วก็หิ้วมาต่อที่ดงหลวง ฉันเติมก้อนแกงกะหรี่ลงไปพร้อมๆกับคนๆ กล่องที่หนึ่ง กล่องที่สอง กล่องที่สาม กล่องที่สี่ ... ท่าทางน่าจะใช้ได้ ฉันชิม ดูว่าจะยังไม่พอเครื่องแกง จึงเติมลงไปอีกครึ่งกล่อง ... จากนั้นใส่ซีอิ้วขาว และน้ำตาล ปรุงรสให้กลมกล่อม ...  

 

“อ้าววว...พี่แป๋ว ทำเสร็จแล้วหรอค่ะ...ขอชิมหน่อยค่ะ...อืมม์...ว๊าววว .... อร่อยยย”

ว่าแล้วน้ององุ่นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก...อ้าว...  

นี่แหละคือวีรกรรมขอฉันที่น้ององุ่นกังวลลึกๆๆ...หารู้ไม่...อิอิอิ  

น้ององุ่นเล่าให้ฟังว่า ทีแรกไม่ค่อยมั่นใจว่าฉันจะทำอาหารเป็น เพราะทุกครั้งที่พบกัน (เฮฮาศาสตร์ 1 และ 2) ฉันแทบจะไม่ย่างกรายเข้าครัวเลย แต่เมื่อเห็นความตั้งใจของฉัน ก็เลยยอมเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้ฉัน พร้อมทั้งต้มกระดูกหมู และผักตามที่ฉันขอไว้ให้ แต่ก็แอบเตรียมเมนูไก่ทอดคุณสะมะนึกะ และส้มตำไว้ด้วย เพราะเที่ยงนี้เราจะไปทานข้าวเที่ยงบนเขา หากสมาชิกทานเมนูแกงกะหรี่ของฉันไม่ได้ น้ององุ่นเกรงว่าสมาชิกจะไม่มีแรงเดินทางเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่พี่บางทรายเตรียมไว้ ... คิดดูซิเธอ 

หากเธอสนใจอยากลองทำแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นบ้างเธอดูวิธีที่ทำแกง curry สไตล์ญี่ปุ่นนะ และหากจะอยากฝากใครซื้อเครื่องแกงละก็ยี่ห้อที่ฉันเอามาโชว์นั่นแหละ ยี่ห้อโปรดของฉัน...(ไม่ได้ค่าโฆษณาใดจ้า...อยากบอกต่อแค่นั่นเอง) 

เมื่อหน้าที่ทำแกงของฉันเสร็จสิ้น ฉันจึงไปทานอาหารเช้าที่น้ององุ่นเตรียมไว้สำหรับทุกคน ก๋วยจั๊บญวน (อร่อยมาก) และข้าวจี่จากหนองคาย (ป้าแดงหอบมา พี่อ้อยเป็นผู้อุ่นค่ะ...อร่อยจริงๆ) แถมด้วยแยมกระเจี๊ยบฝีมือน้องราณีทำเอง...คิดดูซิเธอ (เสียดายมัวแต่อร่อยจนลืมถ่ายภาพ) 

ระหว่างที่เราทานอาหารเช้า น้ององุ่นคนสวย แม่หวีก็คุมและทำข้าวกล่องราดด้วยแกงกะหรี่ฝีมือฉัน ใส่ลงกล่องใหญ่เตรียมขนย้ายไปเป็นอาหารเที่ยง นอกจากนี้ยังเตรียมเมนูไก่ทอด และส้มตำ พร้อมเตรียมเอาครกขึ้นเขาไปด้วย ...คิดดูซิเธอ 

จากนั้นพี่บางทรายก็แจ้งให้ทุกคนขึ้นรถ 4 WD ที่มีอยู่ เพราะคราวนี้เราจะไปปีนเขากัน แต่ระยะแรกก็อาจนำรถตู้ไปได้ จากนั้นค่อยเบียดๆกันขึ้นรถ 4 WD ทีหลังก็ได้ เพราะจะได้นั่งกันสบายๆไปก่อน 

ฉันและพรรคพวกออกเดินทางจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่กันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะแก๊งค์เด็ก ตระกูล อ. (ออต เอก ออย โอ ขัวญ ไผ่...) บนเส้นทางการเดินทาง ฉันผ่านทุ่งนาที่เป็นสีเหลืองทองทั้งท้องทุ่ง มีชาวบ้านเกี่ยวข้าวเป็นระยะๆ ฉันงี้อยากจะลงไปถ่ายภาพมากๆ แต่ทำไม่ได้ จึงได้แต่นั่งชมธรรมชาติสองข้างทางอย่างอิ่มเอม...อยากให้เธอมาชมเหมือนฉันบ้าง

  

สถานที่แรกที่เราแวะเยี่ยมชมคือ วัดบ้านมะนาว เพื่อไหว้สักการะเจ้าปู่องค์ดำ รายละเอียดอ่านได้ที่บันทึกพี่บางทรายนะที่ 197 เฮฮาศาสตร์ 3 ไปไหว้เจ้าปู่องค์ดำที่ดงหลวงถึงที่นี่ทุกคนล้อมวงฟังพี่บางทรายเล่าให้ฟังถึงประวัติและที่มาของเจ้าปู่องค์ดำ รวมทั้งความเชื่อและศรัทธาที่ชาวไทโซ่มีต่อเจ้าปู่องค์ดำ 

จากนั้นเราออกเดินทางไปยังวัดบ้านติ้ว วัดของชาวไทโซ่ เป็นวัดที่ไม่มีพระอยู่อาศัย เป็นสถานที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมต่างๆ โดยใช้ผ้าขาว มีเจดีย์ที่ทำด้วยไม้ มีศาลสำหรับเทวดา และบรรพบุรุษให้กราบไหว้ รวมทั้งมีอาคารสำหรับพระสงฆ์ หรือญาติของคนในหมู่บ้านที่มาจากต่างหมู่บ้านเข้าพักได้

  

 

แล้วเราขึ้นรถเดินทางไปยังวัดดอยเพื่อไปชมสภาพพื้นที่สมัยจูราสิค ชมปากปล่องภูเขาไฟ ช่วงนี้รถเราเริ่มปีนเขานิดๆ สองข้างทางเป็นป่าละเมาะเล็กๆ แล้วก็ถึงลานหินสีดำ มองไปเห็นเนินดินเป็นย่อมๆ พวกเราเดินไปดูเนินดิน ปรากฎว่าเป็นบ่อน้ำเล็กๆ ซึ่งกลมมาก พี่บางทรายบอกว่านี่แหละปากปล่องภูเขาไฟ

ที่นี่เราถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน มีทั้งภาพเก๊กหล่อ เก๊กสวย และภาพหล่อหลุด ทุกคนน่ารักมากๆ ทำตามตากล้องสั่ง....ดูได้จากภาพนะเธอ...

 

ฉันเคยเห็นปากปล่องภูเขาไฟจริงๆ ที่ดับ และที่ยังคุกรุ่นมาแล้ว ฉันเลยแอบไม่แน่ใจว่า ไม่น่าจะใช่ ... สักพักมีการวิพากษ์ วิจารณ์ว่าน่าจะเป็นอะไร บางท่านบอกว่าน่าจะเป็นหลุมอุกกาบาตที่ตกลงมายังพื้นโลกในขณะที่บริเวณนี้ยังเป็นทราย เพราะลานหินบริเวณนี้เป็นหินทราย...ฉันสงสัยอีกแล้วเธอ ว่า แล้วลูกอุกาบาตหายไปไหน... 

เนื่องจากวันนี้ มีเรื่องยาว ฉันขอแบ่งเป็น 2 ตอน...นะ 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...แล้วเธอจะกรี๊ดดด.....เพราะฉันกรี๊ดดดดมาแล้ว