เวลาเช้ามืดวันหนึ่งของช่วงปลายเดือนมกราคมที่อากาศหนาวเย็น ในหมู่บ้านที่มองเห็นควันจากเตาฟืน ไอน้ำจากหม้อนึ่งข้าวเหนียวพวยพุ่งผ่านหลังคาบ้าน พร้อมๆกับกลิ่นหอมของข้าวใหม่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน พลันก็มีเสียงร้องจากผู้หญิงคนหนึ่ง
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“โอ้ยยย...........” </p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“เป็นอย่างไรบ้าง” </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เสียงห่วงใยจากสามีของหญิงสาว </p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“ปวดท้องจังเลย สงสัยจะปวดอึนะพี่...” </p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เป็นภาพที่เกิดขึ้นในห้องที่เรียกว่า‘เฮือนน้อย’ ของบ้าน ซึ่งก็คือห้องครัว และห้องทานข้าวของบ้านที่แยกออกมาจากเฮือนใหญ่ พื้นและฝาของ‘เฮือนน้อย’ทำด้วยไม้ไผ่ที่แผ่เป็นผืน ชาวบ้านเรียกว่า ‘ฟาก’ ส่วนหลังคาก็มุงด้วยแฟก ต่างจากเฮือนใหญ่ที่ทำด้วยไม้อย่างดี แม้หลังคาก็ทำด้วยไม้เรียงซ้อนกันเป็นแผ่นๆสวยงาม</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ใน ‘เฮือนน้อย’ นั้น มี2 สามีภรรยา ฝ่ายสามีหนุ่ม(อายุ 22)กำลังประคองภรรยาสาว (อายุ 20) ที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอด และข้างๆสามีภรรยาคู่นี้ก็มีแม่ใหญ่ (แม่ของสามี) และหมอตำแย คอยดูเหตุการณ์</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“คงไปห้องน้ำไม่ไหวแล้วพี่ดูเหมือนมันจะออกแล้วพี่”</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“งั้นก็ปล่อยตรงนี้แหละ” </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ว่าแล้วสามีหนุ่มก็ใช้มือแหวกพื้นฟากไม้ไผ่ให้ถ่างออก พร้อมๆ กับประคองภรรยาให้มานั่ง ให้ตรงช่อง </p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ภรรยาสาวขยับมานั่งตรงช่อง พร้อมถกผ้าถุงขึ้น แต่ยังคลุมไว้เพื่อไม่ให้เป็นที่อุจจาดสายตาของผู้ที่อยู่ใน ‘เฮือนน้อย’ด้วยกัน</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“อืดดดดดดด...........โอ้วววว......มันจะออกแล้ว” </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ภรรยาร้องเสียงลั่นอย่างตกใจ</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“ไม่เป็นไร ให้มันออกมาเถอะ เปื้อนพี่ก็จะล้างเอง” </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สามีบอกด้วยความรักและห่วงใย</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“มันจะอออกแล้วว.....ไม่ใช่อึ...ลูก ลูก มันจะออกแล้ว”</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เป็นเสียงร้องที่แสดงความตกใจมากขึ้นไปอีก</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">"อุแว้ ๆ ๆ ๆ"</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">แล้วความโกลาหลก็เกิดขึ้นในเฮือนน้อย เมื่อเด็กน้อยตัวเล็กๆแดงๆ หลุดออกมา และกำลังจะตกลงไปในช่องของพื้นฟากเฮือนน้อยที่ผู้เป็นพ่อแหวกไว้นั้น</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">หมอตำแยรีบไปคว้าเด็กน้อยไว้ ส่วนผู้ที่เป็นแม่ใหม่ๆสดๆเมื่อหายตกใจแล้วก็หันมาอุ้มลูกน้อย เพื่ออาบน้ำและทำความสะอาด พร้อมกับตัดสายสะดือให้ลูก แล้วจึงห่อลูกน้อย (ที่น่ารัก) ด้วยผ้าขนหนูให้อบอุ่น และนำไปวางในที่เตรียมไว้ข้างๆ บริเวณที่แม่จะอยู่ไฟ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">จากนั้นจึงหันมาทำความสะอาดตัวเองเมื่อส่วนของรกหลุดออกมาแล้ว และมานอนหลับสนิทอยู่ข้างลูกน้อยที่เพิ่งเกิดมาดูโลก </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p> จากนั้นเป็นต้นมาแม่ คือผู้ที่ดูแลปกป้อง ทุ่มเท ทั้งความรัก ทรัพย์สินเงินทอง กาย ใจ จนกระทั่งปัจจุบัน เพื่อลูกคนนี้และคนต่อๆ มาอีก 2 คน (ซึ่งแม่เป็นผู้ที่แทบจะเรียกว่าทำคลอดให้กับตัวเองทุกครั้ง และแต่ละครั้งก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นแตกต่างกันออกไป) ให้เป็นคนดีของสังคม สามารถช่วยเหลือตนเอง และคนอื่นได้ โดยที่ตนเองและครอบครัวไม่เดือดร้อน </p><p>นี่คือ ที่มาของดิฉันค่ะ </p><p>และอยากจะบอกว่า “รักแม่ และขอบคุณแม่มากค่ะ” </p><p>
</p>
ว้าว คุณแม่พี่คลอดเองเลยเหรอ เก่งมากนะนั่น ไม่เหมือนคนสมัยนี้ยุ่งยากแทบตาย หาสารพัดวิธีคลอดทั้งในน้ำ บนบก 555 ที่ประทับใจสุดคือรูปนู๊ดพี่แป๋วอ่ะค่ะ : )
สวัสดีจ้ะน้องซูซาน
น้องเป็นหวัดอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมนอนดึกจังเลยนะค่ะ เดี๋ยวไปฟ้องพี่ใหญ่ พี่หญิงรอง หญิงกลาง หญิงเล็กนะค่ะ...โอ้ยยย งง
จุ๊ๆๆๆ รู้ได้ไงว่าเป็นรูปนู้ดพี่ ... จริงๆ เคยเอามาอวดหนหนึ่งแล้วค่ะรูปนี้ เพราะภูมิใจนำเสนอหุ่นอันอวบอั๋น...อิอิอิ
555 น้ำมูกไหลแย้ว ไปนอนดีฝ่า พอดีมีบันทึกที่อยากเขียน พึ่งจะเขียนเสร็จอ่ะค่ะ โชคดีนะคะที่รูปนู้ดอวบอั๋นนั้นเป็นช่วงวัยทารก ถ้าเป็นตอนโตล่ะก้อ …แม่เจ้าโว้ย 555 เรียกกองเซ็นเซอร์มาด่วน แถมคุณพี่เบียบต้องตามมากรี๊ดแน่ๆ
จ้าาา เช็ดน้ำมูกก่อนนอนด้วยนะค่ะ เดี๋ยวหายใจไม่ออก พี่ก็จะไปนอนแล้วเช่นกันค่ะ
นู้ด ตอนเด็กน่ารักกว่าค่ะ ... อิอิอิ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
สวัสดีครับ อ.แป๋ว
สวัสดีค่ะอาจารย์ น่าตื่นเต้นและหวาดเสียวน่าดูนะคะ ผู้หญิงสมัยก่อนมีความอดทนมากเลย อย่างนี้แน่นอนว่าต้องรักแม่รักพ่อเป็นที่สุดแห่งชีวิต เรื่องอย่างนี้เด็กสมัยนี้นึกภาพไม่ออกแน่ๆ ดีจังค่ะที่อาจารย์นำมาเล่าให้ได้ทราบกัน เห็นภาพเลยค่ะ
เรื่องราวตื่นเต้น เร้าใจจริงๆครับ บ้านๆมากเลยครับ สมัยนั้นคงใช้ "เวลาตกฟาก" ได้นะครับ เพราะมี "ฟาก" แต่สมัยผมต้องเป็น "เวลาตกฟูก" แทนแล้วละครับ
รักแม่เช่นกัน และขอเชิญชวนพวกเรามารักแม่ให้ความสำคัญกับแม่ ในวันเกิดของเรากันดีกว่านะครับ
วันเกิดลูกผม ก็เลยเขียนให้แม่แทนลูก พาเอาความรู้สึกดีๆมาให้อย่างดีเลยครับ ตามLink ข้างล่างนี้ครับ
http://gotoknow.org/blog/thawesin/134749
ขอมาแอบดูรูปนู๊ดด้วยคนค่ะ ^_^
รักพ่อแม่ก็เพราะด้วยเหตุผลนี้ล่ะค่ะ
สวัสดีคะ อาจารย์
แม่ คือ ผู้ดูแล ปกป้อง ทุ่มเท
ที่มาของอาจารย์..ทำให้คิดถึงแม่มากเลยคะ
---^.^---
คนอ่านหัวใจจะวาย..
สุดยอดเลยเรื่องนี้ ฉีกแนวจนหาขั้วไม่เจอ
ขอบคุณอาจารย์แป๋ว ที่ลืมตารอดมาเขียนเรื่องนี้ อิอิ
สวัสดีค่ะ อาจารย์แป๋ว
บันทึกนี้อ่านแล้วประทับใจจริงๆ ค่ะ เป็นความทรงจำที่ดีมากๆ ตอนที่คุณแม่เล่าให้ฟังนี่ คงจะตื่นเต้นน่าดูเลยนะคะ :)
หวัดีครับ อ.แป๋ว...
ว้าย….ตกใจหมดเลย ไม่เห็นเหมือน ที่เบบปุ ก็ที่บ่อน้ำร้อนที่มีเสียงคำรามไง บ่อน้ำร้อนจิฏกุ !!! ONSEN
สวัสดีค่ะพี่แป๋ว
เพิ่งเคยได้ยินที่มาของคำว่าตกฟากเนี่ยแหละค่ะ เห็นภาพชัดเลยคราวนี้ ^ ^
จะเอารูปตัวเองมาอวดเพื่อประชันความอวบอั๋นก็ยังเขินๆ อยู่ สมัยตัวเองเกิดเนี่ยทรมาณแม่มากเลยค่ะ เพราะว่าตัวใหญ่เกิน ออกปกติไม่ได้ (กระดูกเชิงกรานแม่แคบ) แม่ต้องโดนผ่าค่ะ เห็นแผลที่พุงแม่แล้วรู้สึกเลยค่ะ ว่าเราต้องเป็นลูกที่ดีให้มากๆ สมกับที่แม่กับพ่อให้โอกาสเราเกิดมา
สวัสดีครับ พี่แป๋ว
คำว่า "ตกฟาก" นี่คงมีที่มาจากการทำคลอดธรรมชาติแบบนี้
พี่แป๋วบรรยายได้หมดจดจริงๆเลยนะครับ คิดถึงคุณแม่จังครับ
สุขภาพคุณแม่เป็นอย่างไรบ้างค่ะ อย่าหักโหมร้อยคริสตัลมาก(เพราะมันเพลินจะทำให้ปวดตาปวดคอปวดเอว ฯลฯ ) เจอกับตัวเองมากับการถักแท็ตเพลินลืมเปลี่ยนอาริยบทจนกระเพาะปัสวะอักเสบ....ขอรักคุณแม่อ.แป๋วด้วยคนนะคะ
เรื่องของอาจารย์อ่านสนุก ขำไปด้วย ฮาไปพร้อม อิอิ
สวัสดีค่ะน้องชาย
จริงๆแล้วตกลงฟากแล้ว หากพี่กลิ้งอีกนิดหนึ่งคงร่วงลงไป ห้อยต่องแต่งใต้ถุนเฮือนน้อยแน่ๆ งานนี้หัวน้อยๆ ยังโดนฟากไม้ไผ่ข่วนเป็นรอยแผลด้วยค่ะ มีหลักฐานแผลเป็นที่ศรีษะมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ ดีนะค่ะที่มีผมปิดไม่อย่างนั้นหมดสวยเลย...อิอิอิ
สวัสดีค่ะ คุณสิงห์ป่าสัก
บรรยากาศชนบทแบบที่พี่เคยอยู่สมัยเด็กๆ พี่ชอบมากๆ คิดถึงทีไร ต้องเรียกว่าถวิลหาเลยค่ะ คิดไว้อยู่ค่ะว่าจะเขียนบันทึกเกี่ยวกับชีวิตช่วงนั้น ซึ่งนับว่าเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด อย่างน้อยก็บันทึกไว้ให้ลุกๆ หลานๆ ได้อ่านกัน เพราะตอนนี้สภาพชนบทแบบนั้นไม่มีแล้วค่ะ