

การไปพักอยู่กับครอบครัวชาวญี่ปุ่นแบบ Homestay เพียงสองวันสองคืน อีกสิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้ และประทับใจก็คือ การตรงต่อเวลาของเขา ที่รู้สึกได้ตั้งแต่คืนแรกที่พวกเราไปพักด้วย เมื่อครอบครัวของเจ้าบ้านทั้งตัวคุณพ่อและคุณแม่ พร้อมด้วยลูกชาย ลูกสะใภ้และหลาน ๆ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนรียนรู้กันไปพร้อม ๆ กับอาหารว่างและเครื่องดื่มต่าง ๆ พอถึงประมาณ 4 ทุ่ม ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลาน ๆ ซึ่งอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่ในบริเวณเดียวกันก็ขอตัวกลับไป เหลือแต่ผู้อาวุโสทั้งสอง คุยกับพวกเราต่อไปอย่างออกรสออกชาด โดยเฉพาะพ่อบ้าน ได้นำเครื่องดื่มพวกเหล้าแบบต่าง ๆ ออกมาเพิ่มเติม เวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืนแล้วก็ดูจะยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงอย่างไรเมื่อไหร่ แต่พอถึงเวลาเที่ยงคืน ทางฝ่ายคุณแม่ก็ลุกจากวงสนทนาไปปิดพัดลมดูดอากาศ เก็บถ้วยและภาชนะต่าง ๆ ไปล้างในห้องครัวที่อยู่ติดกัน พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่า พรุ่งนี้จะปลุก 7 นาฬิกา รับประทานอาหารเช้า 8 นาฬิกา และเดินทางไปที่สำนักงานโฮมสเตย์ 9 นาฬิกา ทางฝ่ายเรา (สุภาพสตรีทั้งสามคน) ก็รีบเข้าไปช่วยเก็บของล้างถ้วยชามจานต่าง ๆ ช่วยทางคุณแม่ ก่อนจะแยกกลับมานอนกัน
เช้าวันรุ่งขึ้นทางคุณแม่ตื่นขึ้นมาแต่เช้า เตรียมเรื่องน้ำอุ่นสำหรับให้พวกเราอาบน้ำกันเนื่องจากอาจารย์แป๋ว บอกกับคุณแม่ว่าคนไทยอาบน้ำทั้งตอนเช้าและตอนเย็น แต่ปรากฏว่าเช้าวันนั้น อากาศหนาวถามใครก็ไม่มีใครคิดจะอาบน้ำ อาจารย์แป๋วเลยต้องเป็นคนเดียวที่อาบน้ำในเช้าวันนั้น เพื่อไม่ให้ผิดคำพูดที่อุตส่าห์บอกเขาไว้....555 การรับประทานอาหารเช้าเริ่ม 8 นาฬิกาตามเวลา และเมื่อใกล้ 9 นาฬิกา เขาก็บอกว่าถึงเวลาเดินทางไปสำนักงานโฮมสเตย์แล้ว เช้าวันนี้ทางคุณพ่อจะเป็นผู้ขับรถไปส่ง เมื่อจะเดินทางฝ่าย คุณแม่ก็ออกมาส่งหน้าบ้าน ทำให้มีการถ่ายรูปและร่ำลากันเกิดขึ้น ทำให้เสียเวลาไปพอสมควร ผลก็คือเมื่อออกเดินทางได้ คุณพ่อเลยต้องขับซิ่งลงเขามาด้วยความเร็วกว่าปกติ ซึ่งเรารู้สึกได้ เนื่องจากเขาต้องการให้ถึงสำนักงานโฮมสเตย์ตามเวลาที่กำหนด เมื่อมาถึงรู้สึกว่ากลุ่มเราจะมาถึงเป็นกลุ่มสุดท้าย น่าจะหลังเวลาที่นัดหมายไปสัก 5-6 นาที....จะเห็นได้ชัดว่าเขารักษาหรือแคร์เรื่องของการตรงเวลาเป็นอย่างมาก...เป็นอีกอย่างที่ผมประทับใจ
เราแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน โดยการเตรียมอาหารร่วมกัน มีทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารไทย แล้วก็ รับประทานอาหารกลางวันจากอาหารที่ทำร่วมกันดังในภาพ ก่อนที่พวกเราจะเดินทางไปทัศนศึกษาต่อไปตามโปรแกรมที่วางไว้
อาจารย์ขาสรุปแล้วแป๋วต้องอาบน้ำตอนเช้าทั้งสองวันแม้อากาศจะหนาวมากค่ะ…เป็นการเสียสละอย่างใหญ่หลวงเพื่อรักษาหน้าค่ะ…อิอิอิ
หนูไม่ยอมๆ… มาตัดหน้า Lin Huiได้ยังไง แต่ก็เอาเถอะเพราะ อ.แป๋วเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่ง ที่ไม่อาบน้ำเช้าวันแรกนั้น Lin Huiมีเหตุผลค่ะ เพราะอาบน้ำแร่แช่น้ำอุ่น(น้ำพุร้อน)มาทั้งส่วนที่เป็นเท้าโดยเฉพาะ และทั่วทั้งตัวแบบ ONSEN (พูดแล้วก็หวาดเสียวไม่หาย …มีเรื่องที่ต้องเล่าให้ฟังที่หลัง ) ยังไม่ถึง 12ชม.เลยจะให้ไปล้างออกอย่างไร ถึงแม้แม่เขาเตรียมน้ำอุ่นจัดไว้ให้ก็ตาม ต้องจำฝืนใจไม่ยอมอาบนะนี่ ส่งตัวแทนผู้กล้าตายไปแต่ผู้เดียว ไชโย อ.แป๋ว ซู่ๆ