คุณเม้ง --คุณ สมพร ช่วยอารีย์ สุดยอดคนขยัน มีความคิดสร้างสรรค์ผุดออกมาอีกแล้ว ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ต่อส่วนรวม โดยพยายามจะดึงเอา บทความเก่าๆที่เป็นประโยชน์ออกมา ให้ได้รับการคลิกอ่านใหม่ เพื่อเป็นประโยขน์ต่อไป ดิฉัน ก็คิดว่า เป็นสิ่งที่ดีค่ะ เพราะ มีอยู่หลายๆครั้ง ที่ต้องมาพลิกหาบทความดีๆ ที่มีผู้เขียนบันทึกเขียนเอาไว้นานแล้ว ขึ้นมาอ่านเหมือนกัน และมีหลายครั้งที่ได้แนะนำไปให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ต่อไปด้วย แต่จะมีความลำบากใจตรง ที่มีบันทึกที่ชื่นชอบมากเหลือเกิน มากกว่าโควต้า 2-5 ท่านที่คุณเม้งบอกไว้
เอาละขอตัดใจแค่ 5 ท่านแล้วกันค่ะ
ท่านแรก
ดิฉันคิดถึง
คุณหมอสุธี สุดดี หรือหมอจิ้น ค่ะ และประทับใจที่คุณหมอเขียนไว้ในประวัติว่า....เป็นหมอก็ต้องรักษาคนไข้ ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นผู้อำนวยการนานเข้า บริบทจะบังคับให้เรา ไม่ได้เจอคนไข้อีกเลยในอนาคต เลยลาออกจาก ผอ.ทุกปี จน สสจ.เห็นหน้าก็รู้ว่ามาทำไม แต่ก็ต้องจำเป็น ผอ.อยู่หลายปี
ด้วยจริต ดังกล่าว ตอนนี้เลยมีความสุข มากกับงาน เวชศาสตร์ครอบครัว งาน primary care
คุณหมอมีความสุขกับ การพัฒนาระบบบริการ "ใกล้บ้านใกล้ใจ" หรือ "บริการปฐมภูมิ (primary care)"สนับสนุนการพึ่งพาตนเองในการดูแลสุขภาพของประชาชนเพื่อนำไปสู่ระบบที่มีความยั่งยืนและพึ่งตนเองได้ในอนาคต ซึ่งเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือเรียนรู้ประวัติชีวิตของกลุ่มคนที่รับผิดชอบ ได้เรียนรู้ความเป็นมนุษย์และเข้าใจชีวิต จนมีความรู้สึกว่า การที่ได้ใกล้ชิด กับ การได้อยู่ในชุมชนที่มีความเกื้อกูล เอื้ออาทรต่อกันเป็นสิ่งที่น่าชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง
อีกทั้ง เมื่อได้อ่านเรื่อง มูลนิธิพุทธฉือจี้ที่ไต้หวัน ก็นึกถึงงานของคุณหมอที่ได้เคยเขียนไว้ในบันทึกมากขึ้นค่ะ
ขอกล่าวถึงมูลนิธินี้เล็กน้อยค่ะ มูลนิธินี้ มีสมาชิกเป็นล้านคน และมีอาสาสมัครเป็นแสนคน ที่ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยประการต่างๆ เช่น ช่วยบริบาลเด็ก คนสูงอายุ และ คนพิการเป็นต้น มีโรงเรียนแพทย์และสถานีโทรทัศน์เป็นของตนเอง ที่จะนำเอาความดีของผู้คนทั้งหลายมาเล่าให้กันฟัง เหมือนดังที่ศ.นพ.ประเวศ วะสี พูดไว้ว่า ความดีเยียวยาโลก (Heal the World) ได้
อยากขอให้อ่านบันทึกนี้ประกอบด้วยค่ะ โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี นาย ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คุณธรรมกับการพัฒนาสังคม และแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนขบวนการคุณธรรมในระดับชุมชนท้องถิ่น ท่านรองนายกฯ ก็เคยไปดูงานที่มูลนิธินี้มาแล้วเช่นกัน
บันทึกของคุณหมอ ที่เกี่ยวกับ การแพทย์ที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ มีหลายบันทึก เช่น
...... DMKM Corner : ทำงาน ดูแลสุขภาพ ทุกข์ สุข ของคน น่าจะเริ่มที่อะไรบ้าง ??
Holistic Corner : เมื่อถูกขอร้องให้ Murcy Killing
PCU Corner : เงื่อนไขชีวิต เงื่อนไขชุมชน ถ้าทำตามได้ เราจะมีความสุข & สนุก
บันทึกต่างๆ ดังกล่าว มีสาระให้ความรู้ ในด้านการดุแลสุขภาพ เน้นที่การป้องกันมากกว่า การรักษา ครอบคลุมภารกิจมากกว่าการให้บริการด้านสุขภาพเท่านั้น มีการบูรณาการแผนชุมชนทั้งสุขภาพกาย ใจ สังคม สติปัญญาด้วย
ท่านที่สอง
ดิฉันคิดถึงคุณ
Conductorค่ะ
ในบล็อก คนเป็นนาย ซึ่ง เขียนเรื่องตามประสบการณ์ และวิธีคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการ โดยได้กล่าวไว้ว่า เขียนให้คิด และไม่ได้ต้องการให้เชื่อ :: ในบล็อกนี้ มีหลายบันทึกมากที่น่าสนใจ มีประเด็นที่ทันสมัย ท้าทายให้คิดและติดตามหลายเรื่อง พร้อมวิธีการเขียนที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งในบางครั้ง ดิฉันเองก็คิดต่างออกไปเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น บันทึกดีๆเรื่อง
1. เมืองไทยอยู่ตรงไหนในศตวรรษที่ 21
เป็นเรื่องของการเตรียมตัว รับการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องมีขึ้นแน่นอนในอนาคตที่ไม่ไกลนี้
ประเทศไทยจะมีตำแหน่งอยู่ตรงไหน? จีนกำลังเข้ามาเสริมสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่นี้ และกำลังโยกตัวขึ้นสู่การเป็น Super Power ค่อนข้างแน่นอนในศตวรรษที่ 21 โดยมีอินเดียเข้ามามีส่วนช่วยผลักดันอีกแรงหนึ่ง ทำอย่างไร ไทยจะสามารถยืนแข่งขันบนเวทีการค้าโลกและในภูมิภาคให้ได้
ตรงนี้เพิ่มเติมค่ะ......คำตอบที่ประมวลจากหลายฝ่ายที่ดิฉันได้มีโอกาสไปร่วมรับฟังต่อมา ด้วย คือ
เราจะต้องมีรัฐบาลที่ดีที่เข้มแข็ง ทำงานมีประสิทธิภาพ และมีระบบตรวจสอบที่ดี และสามารถถ่วงดุลอำนาจของผู้มีอำนาจ ให้ใช้อำนาจด้วยคุณธรรมจริยธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเพียงพอที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นตัวแทนมาทำหน้าที่บริหารประเทศ และ เพื่อที่จะสร้างยุคแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมได้ นอกจากนี้ คือต้องเร่งปรับปรุงระบบการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพซึ่งต้องเริ่มจากเด็กๆเลย
ดิฉันเองก็คิดว่า ภาคอุตสาหกรรมบริการทุกแบบ อาหาร การท่องเที่ยว เรามีศักยภาพแน่นอนค่ะ ยกเว้นการบริการทางการแพทย์ ที่เราก็เก่งมากๆ แต่อาจให้ผลกระทบ ต่อระบบสาธารณสุขไทยในภาครวมได้
และประเทศเราเอง ก็มีทรัพยากร ที่เป็นปัจจัย 4 พอที่จะอยู่กันอย่าง Sustainable อยู่แล้ว ถ้าเราไม่ต้องค้าขายกับใคร แต่ถ้าเราอยู่ในระบบการค้า เสรี เราจำเป็น ต้องปรับตัวเอง ให้ มีศักยภาพ ที่จะ แข่งขันได้ค่ะ
ช่วงนี้ กำลังจะมีเลือกตั้ง มีนโยบายประชานิยม ออกมากันมาก ที่ดีคือ นโยบายการศึกษา ต่อไปประเทศเราจะต้องแข่งขันในตลาดโลก คนของเราต้องมีความรู้ ความสามารถ ไม่ใช่แต่ตั้งหน้า กีดกันการแข่งขันจากต่างชาติ หรือการประกันราคาสินค้าเกษตร หรือการแทรกแซงกลไกตลาด
2 .หลักราชการ ระบบราชการที่ยังต้องการการพัฒนาอีกมาก เพราะภาคส่วนนี้สามารถเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญเช่นกัน โดยต้องทำงานอย่างมืออาชีพเพื่อให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
เรื่องที่ดิฉันชอบมากและขอเพิ่มเติมคือ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ คือ การรับรองสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ
พ.ร.บ. นี้จะ รับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในครอบครองของหน่วยงานของรัฐ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนั้นๆ
3.ทำไมองค์กรที่ดีจึงพังได้ เป็นเรื่องที่ดิฉันอ่านแล้ว รู้สึกคุ้นเคยและมีความรู้สึกร่วมด้วยมาก เพราะเกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรมองค์กร ที่ดิฉันเคยเขียนประสบการณ์ของตัวเองไปแล้ว และ ประสบการณ์ ที่เล่าในบันทึกนั้น ยังใช้ได้ดีอยู่จนบัดนี้
ในประสบการณ์ของดิฉัน วัฒนธรรม เป็นเครื่องมือทางการบริหารและการพัฒนาองค์กร ที่อาจถือได้ว่า เป็นระดับสุดยอดในการพัฒนาองค์กร อย่างแท้จริง เพราะการปรับโครงสร้างเป็นเพียงแค่การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ แต่วัฒน ธรรมเป็นกรอบวิธีการปฏิบัติของคนที่อยู่ในองค์กรนั้น นอกเหนือจากกฎระเบียบที่มีอยู่
แต่มีข้อเสียคือ..... ถ้าองค์กรใด มีวัฒน ธรรมที่แข็งและไม่ยืดหยุ่น จะทำให้วัฒนธรรมกลายเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์กรนั้น เช่นกัน
ยังมีอีกหลายบล็อกที่ต้องติดตามค่ะเช่น
ตามใจฉัน OpenCARE มีบันทึกดีๆอีกมากในบล็อกนี้ ที่ควรค่าต่อการกลับไปอ่านอีกหลายๆครั้งค่ะ
ท้ายสุด ดิฉันประทับใจในความป็นคนมีจิตอาสาช่วยเหลืองานส่วนรวม ตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นงานในหรือ นอก GotoKnow
งานที่สำคัญคือ งานทางจิตอาสาในการปฏิวัติทางจิตสำนึก (Consciousness revolution) จากจิตเล็ก ไปสู่จิตใหญ่ที่ไม่จำกัดคับแคบอยู่แต่ตนเอง เช่น กรณี เหตุธรณีพิบัติภัย
ส่วนงานจิตอาสาใน GotoKnow เอง เป็นที่คุ้นเคยกับพวกเราทุกคนอยู่แล้ว ติดตามได้ที่บล็อก วงนอก ค่ะ
ท่านที่ สาม ดิฉันคิดถึงอาจารย์ ดร. ยุวนุช ทินลักษณ์ หรือนามแฝงว่า
คุณนายดอกเตอร์
บันทึกผ้าย้อมคราม ผ้าย้อมคราม...ผ้าพลิกชีวิต ในบล็อก K-creation
อาจารย์บอกว่า....สังคมแบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าเป็นสังคมที่ใช้ความรู้เป็นฐาน คือใช้ความรู้ทุกอย่างที่มีในสังคมและโลกใบนี้ มิใช่สังคมสมัยใหม่ที่ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีซีกเดียวซึ่งค่อนข้างเป็นห่วงว่าหากคนไทยและนักวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยคิดเหมือนกันหมดว่าวิทยาศาสตร์มีคำตอบให้กับทุกสิ่งในโลกบ้านเมืองของเราคงแย่
ตอนนี้ ทุกคนใน GotoKnow รู้จัก คุณจิ๋วและแม่ฑีตากันไปหมดเพราะบันทึกนี้นี่เองค่ะ สำหรับความเห็นที่ดิฉันเคยให้ไปด้วย.....
ยังมีเรื่องดีๆอีกมากในบล็อกนี้ค่ะ
เรื่องราวจากถ้วย...เรื่องราวจากแผ่นดิน เล่าถึงความประทับใจในการทีเขาปราณีตในการผลิตถ้วย ที่คนเกี่ยวข้องทุกส่วนได้ใส่ความภูมิใจในการเป็นคนชาติอาฟริกาใต้ ความรักในสิ่งที่ทำ และการนึกถึงความสุขของผู้ซื้อที่ไม่ใช่แค่ซื้อถ้วยอีกหนึ่งใบไปสะสม
หอมกลิ่นดอกไม้ไทย บล็อกนี้ สำหรับคนรักธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้ และชื่นชมดอกไม้ ตามธรรมชาติ ถือเป็นงานอดิเรก ผ่อนคลาย และเรียนรู้สัจธรรมของชีวิตด้วย
ซ่อมเรือเตรียมไว้...น้ำท่วมแน่ปีนี้ บ้านอยู่ริมน้ำ เรือ เป็นพาหนะทางน้ำที่สำคัญมาก ชาวบ้านจึงมีวิธีการดูแลรักษา และซ่อมแซมเรือ อย่างน่าสนใจมากค่ะ

ท่านที่สี่คือ ดร.กมลวัลย์ ลือประเสริฐ ถ้าดิฉันคิดถึงเรื่องอุดมศึกษาในประเทศไทย จะนึกถึงอาจารย์กมลวัลย์ค่ะ ที่บล็อก นานาสาระกับอุดมศึกษาไทย
เพราะมีบันทึกหลายเรื่องที่เล่าถึงปัญหาการศึกษาระดับนี้ และรวมทั้งพฤติกรรมของนักศึกษาด้วย จริงๆแล้ว พฤติกรรมเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ก็ไม่ได้ต่างจากสมัยดิฉันเท่าไร แต่การแสดงออก อาจจะมีแปลกไปตามยุคสมัย วัยรุ่นทั้งหลาย จะแสวงหาบทบาทของตัวจากกลุ่มเดียวกันหรือที่เรียกว่า peer group
วัยรุ่นที่ดิฉันอยากเห็น คือ วัยรุ่น ที่เคารพตนเอง มีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างมีเหตุผล แต่เข้ากับคนอื่นได้ โดยไม่มีปัญหาค่ะ
วิดน้ำให้บัวโผล่... อาจารย์บอกไว้ว่า...... ปัญหาคุณภาพนักศึกษานี้แก้ไม่ได้ทั้งหมดหรอกค่ะ ดิฉันตั้งใจแค่จะนำเสนอวิธีการที่เราใช้กันอยู่ นั่นคือ วิดน้ำให้บัวโผล่
ซึ่งโดยส่วนตัว ดิฉันไม่ค่อยเห็นด้วยกับการช่วยนักศึกษาด้วยการปรับคะแนน เพราะเราจะได้นักศึกษาที่ไม่มีคุณภาพพอ แล้วต่อไปประเทศเรา จะไปแข่งขันอะไรกับใครเขาได้ เราอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ อาจารย์ก็ไม่ชอบเรื่องการปรับคะแนน แต่คงไม่ทราบจะทำอย่างไร
มีตัวอย่าง คนใกล้ตัวดิฉัน ถึงกับต้องออกข้อสอบใหม่ เพราะนักเรียนตกเกินครึ่ง แต่เขาก็บ่นว่า แล้วอย่างนี้ เราจะได้บัณฑิตที่มีคุณภาพได้อย่างไร เพื่อนๆดิฉัน เป็นอาจารย์กันหลายคน เขาบอกว่า นักศึกษาเก่งดีๆก็มีมากนะ แต่น้อยลงกว่าเดิม อย่างเห็นได้ชัด
อาจารย์ไม่มีคุณภาพประเด็นนี้ มีคนพูดกันมากทั้งในและนอก โกทูโนค่ะ ถ้าคนที่จะมาสอนเด็กไม่มีคุณภาพแล้ว จะหวังให้เด็กมีคุณภาพได้อย่างไร
โดยส่วนตัว ดิฉัน ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องระบบการศึกษาในภาพรวมอยู่บางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ ไม่ได้ให้ผู้เรียนได้ลองเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่มีความหลากหลายด้วยตนเอง เพราะธรรมชาติของความรู้ มีความหลากหลาย มีวิวัฒนาการ มีแง่มุมต่างๆ ที่สลับซับซ้อนมากกว่าการเรียนตามตำรา
แต่ไม่เคยไปลงลึกวิจารณ์อะไร เพราะไม่ได้อยู่ในวงการศึกษา อาจไม่รู้จริง และก็คิดว่า คงอยู่ที่เราจะเลือก ไม่ใช่ว่า จะไม่มีของดีๆมาให้เลือกเสียเลย บางแห่งก็มีระบบการสอนดีๆก็มีค่ะ
ซึ่งกล่าวถึง การมีบรรยากาศในการเรียนจะสร้างเสริมการเรียนรู้ ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ แต่ต้องมีงบประมาณ ซึ่ง ปัญหาคือ จะได้งบมาจากไหน ที่จะมากพอที่สร้าง facilities ดีๆ ทางการศึกษาได้
ดังนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย คือการที่มหาวิทยาลัยหาเลี้ยงตัวเองด้วย “ธุรกิจการศึกษา”
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเป็นผลร้ายต่อมหาวิทยาลัยในระยะยาวจริงๆ เพราะหากอาจารย์มหาวิทยาลัยมัวแต่ “ทำมาหากิน” ก็จะละทิ้งกิจกรรมทางวิชาการที่สำคัญอย่างอื่น โดยเฉพาะ การวิจัยไป ซึ่งน่าเสียดายมากค่ะ
แต่ถ้าจะอ่านเรื่องการฝึกสติให้อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด ขอแนะนำที่บล็อก
การปฏิบัติธรรม ค่ะ การพูดว่า เราควรฝึกสติทุกวัน ทุกชั่วโมง เป็นของง่าย แต่การปฎิบัตินั้น ยากค่ะ และข้อสำคัญ ต้องมีกัลยาณมิตรที่มาเป็นกำลังใจ ซึ่งกันและกันด้วย
ส่วนตัวดิฉันเอง ดิฉันประทับใจและชอบ แนวการสอนของท่านพุทธทาส ที่ตลอดระยะเวลาของการเผยแผ่ธรรมะ 70 กว่า ปีของท่าน ท่านพยายามอย่างยิ่งที่จะ สอนให้คนทั่วไป เข้าถึงแก่นแท้จริงๆของการปฎิบัติธรรม ซึ่งในบางบันทึกของอาจารย์ กมลวัลย์ฯ ก็ได้มีกล่าวถึงเช่นกันค่ะ

ท่านที่ห้าคือคุณพนัส ปรีวาสนา หรือคุณแผ่นดิน
ถ้าพูดถึงเรื่องกิจกรรมของนิสิตนักศึกษาแล้ว
ทุกคนที่ GotoKnow ต้องเล็งมองมายังคุณพนัสฯ เป็นตาเดียว เพราะเป็นผู้ที่ผลักดัน และคร่ำหวอดอยู่ในการขับเคลื่อนกิจกรรมนี้อย่างเอาจริงเอาจัง และก็เป็นการมองอย่างชื่นชม เพราะกิจกรรมต่างๆที่คุณพนัส เป็นหัวเรือใหญ่ หรือผู้ผลักดันนี้ จะเสริมสร้าง และบูรณาการการเรียนรู้ระหว่างทักษะวิชาชีพกับกิจกรรมเพื่อสังคมได้เป็นอย่างดีค่ะ
คลิกไปอ่าน...
1..กิจกรรมนิสิต: ตัวตนและทางเลือกกิจกรรมของคณะ(ที่มีค่ามากกว่าการถูกมองข้าม) 2. พระบรมราโชวาทฯ วันเด็ก
(2) : ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่างที่ควรมีอยู่ในตัวตนของเด็กและมวลมนุษยชาติ
3.ความทรงจำไม่รู้จบ (2) : กิจกรรมนิสิตปรากฏการณ์พลังความคิดนิสิตมหา’ลัย
กิจกรรมเหล่านี้
จะเกิดเป็น คลื่นพลังน้ำใจเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น
จนเปลี่ยนจากจิตเล็กที่คิดถึงแต่ตนเอง
ไปสู่จิตใหญ่ที่ค
สวัสดีครับ...
แวะมาขอบพระคุณ ...
ช่วงนี้เดินทางทุกวัน
พรุ่งนี้สัมมนาทั้งวัน
และถัดไป ... จะต้องไปเยี่ยมนิสิตที่ค่าย ติดต่อกัน 2 วัน
จึงยังไม่มีเวลาแวะไปทักทายทุกท่านอย่างที่ควรจะเป็น
.....
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
นานมากแล้ว ผมเขียนกลอนให้นิสิต ..เป็นการเขียนแบบสด ๆ นึกอะไรก็ร่ายยาวออกมา
แต่แทบไม่น่าเชื่อว่า กลอนบทนี้นิสิตจะท่องจำและนำไปติดไว้ที่ห้องประชุมของสภานิสิตสืบมายาวนาน
เธอเป็นได้ยิ่งกว่านิสิต
แต่ใช่ "อภสิทธิ์" หรือผู้อื่น
จากกลางวัน สู่กลางคืน
เธอหลับและตื่นเพียงเพื่อใคร ? ...
....
วันนี้ก็เพิ่งกลับจากการไปร่วมมอบค่ายที่จังหวัดเลย .. เดินทางไปกลับ 8 ชั่วโมง ...
ไว้เวลาลงตัวมากกว่านี้ ผมจะเขียนเล่าเรื่องราวค่ายต่าง ๆ ให้ทราบ นะครับ
สวัสดีค่ะคุณพนัส
ดีใจค่ะ ที่คุณพนัส เข้ามาตอบรับแล้ว
ต้นเรื่องก็อยู่ที่คุณเม้งค่ะ
ก็เป็นความคิดที่ดีนะคะ จริงๆ มีมากกว่า 5 ท่านนี้ แต่รับว่า จะtag สัก 5 ท่าน แล้วค่อยไปขยายกันเองค่ะ
สำหรับกิจกรรมอะไรดีๆสำหรับนักศึกษา ก็ทำเถอะค่ะ แต่ระวังเรื่องกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์นะคะ
เพราะปัจจุบันต้องอาศัยความสามารถในด้านยิมนาสติคมากกว่าเดิม ซึ่งการใช้ความสามารถเช่นนี้จำเป็นต้องมีผู้สอนและแนะนำเป็นพิเศษเพราะเสี่ยงต่ออันตรายดังเช่นนักยิมนาสติคทั้งหลาย
แต่ที่บ้านเรา ส่วนใหญ่ขาดการชี้นำในเรื่องนี้ นักศึกษาฝึกกันไปตามคำสอนของรุ่นพี่ที่ถ่ายทอดกันมา โอกาสจะเกิด อุบัติเหตุมีมากค่ะ
คุณพนัสแต่งกลอนเก่งค่ะ
พี่จบอักษรศาสตร์แท้ๆ แต่งพอได้ แต่ไม่เก่งค่ะ เลยไม่เรียนเอกภาษาไทย
เธอเป็นได้ยิ่งกว่านิสิต
แต่ใช่ "อภสิทธิ์" หรือผู้อื่น
จากกลางวัน สู่กลางคืน
เธอหลับและตื่นเพียงเพื่อใคร ? ...
ขอฝากคุณพนัส เรื่องเชียร์ลีดเดอร์อีกที เพราะรู้สึกเป็นห่วงค่ะ จาก คุณวรากรณ์ สามโกเศศ มติชนรายวัน วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10323
ในสหรัฐอเมริกามีสมาคมชื่อ The American Association of Cheerleading Coaches and Advisors พิมพ์และแจกคู่มือความปลอดภัยของเชียร์ลีดเดอร์ จัดหลักสูตรอบรมดูแลความปลอดภัยสำหรับเชียร์ลีดเดอร์
สมาคมห้ามการต่อตัวของผู้เล่นที่สูงเกินกว่าสองช่วงตัว (ในบ้านเราเกือบทุกทีมต่อตัวสูงถึง 3 หรือ 4 ช่วงตัว อย่างน่าหวาดเสียว) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตักเตือนการตีลังกา ม้วนตัวโดยปอม-ปอม ที่ไม่ได้เรียนพื้นฐานยิมนาสติคมาก่อน
ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของอาจารย์ผู้ดูแลที่จะต้องหาจุดที่เหมาะสม และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการซ้อม และแสดงให้
กิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ เข้ามาในประเทศไทยทีละน้อย
โดยเริ่มจากการหวีดร้องเชียร์เพลงในมหาวิทยาลัยในทศวรรษ 2500 (ระบาดไปในโรงเรียนมัธยมในเวลาต่อมา) และกลายพันธุ์เป็นปอม-ปอม ประเภทเต้นประกอบเชียร์ในอีก 10 ปีต่อมา ส่วนกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์แบบตีลังกา ต่อตัว เข้าใจว่าเพิ่งเกิดขึ้นในบ้านเราในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมาเท่านั้น
กิจกรรมนักศึกษาเช่นนี้เป็นเรื่องน่าสนับสนุน ถึงแม้ว่าจะเป็นฝรั่งไปหน่อยก็ตาม เพราะทำให้ได้ออกกำลังกาย เกิดการเรียนรู้ในเรื่องการจัดการ การร่วมงานกับผู้อื่น มนุษยสัมพันธ์ การมีความมุ่งมั่นบากบั่น การรู้จักแพ้ชนะ ฯลฯ
และประการสำคัญสร้างความสนุกแก่ชีวิตของการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย (ถ้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วไม่มีความสนุก ไม่ได้เรียนรู้จากทั้งในห้องและนอกห้องแล้ว ไปบวชจะดีกว่า)
เมื่อปฏิเสธการเชียร์ลีดเดอร์แบบเร้าใจ เพราะความหวาดเสียวว่าจะเกิดการบาดเจ็บไม่ได้ ก็จำเป็นต้องช่วยกันทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นน้อยที่สุด
ขอให้ทุกทีมโชคดี และระลึกเสมอว่า ขณะที่ท่านอุ้มเพื่อนไว้ หรือโยนขึ้นตีลังกาหกหัวนั้น ท่านกำลังเล่นกับชีวิตของเพื่อน ความหวังของพ่อแม่เพื่อน และอนาคตของชาติ
เขียนแล้วครับ ผมโกงอีกแล้ว
สวัสดีครับคุณศศินันท์
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์
ขอบพระคุณมากค่ะที่คิดถึง ^ ^ และมาแจ้งว่ารับทราบเรื่อง tag นะคะ เดี๋ยวจะลองดูค่ะ
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านของคนอื่นๆ เท่าไหร่เลยค่ะ งานยุ่งๆ ไปหน่อย แต่นี่คือปิดเทอมนะคะ แต่อาทิตย์หน้าก็เปิดเทอมแล้วล่ะค่ะ.. เทอมหน้าคงสนุกสนานเช่นเคย ^ ^
แล้วจะมารายงานเมื่อ tag เสร็จเรียบร้อยนะคะ
สวัสดีครับคุณศศินันท์
สวัสดีค่ะ
Conductor
คุณConductor บอกว่า
ผมคิดว่าอ่านบันทึกของสมาชิกมากมายทีเดียว แต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นไว้ในทุกบันทึกที่อ่าน
ดิฉัน ก็เหมือนกันค่ะ อ่านไว้เยอะเหมือนกัน จนรู้สึกว่า มีบล็อกเกอร์หลายๆท่านมากที่ เขียนไว้อย่างน่าสนใจมาก ในสาระที่ต่างๆมุมกัน ที่ให้ tagแค่ 5 ท่านนี่ ทำให้เลือกไม่ถูก รักพี่เสียดายน้องค่ะ
แต่อย่างไร ก็ตาม ถ้าอีก 5 ท่าน ไปtagต่ออีก 5 ท่าน ก็จะมากๆขึ้นเป็นทวีคูณนะคะ
สวัสดีค่ะ
อาจารย์คงยุ่งมากช่วงนี้ เพราะต้องเตรียมตัวไปต่างประเทศด้วย
มีอีกหลายๆบันทึกที่ชอบในบล็อกของอาจารย์ค่ะ แต่ที่สนใจมาก คือเรื่องเกี่ยวกับ การเรียน ระดับอุดมศึกษา ที่ความเข้มของการเรียน การสอน น้อยลง ไม่ใช่ จะให้ป้อนวิชานักศึกษา โดยไม่ให้เขาคิดนะคะ แต่วิธีการกระตุ้น ให้เขาเกิดความคิดจะไปค้นคว้า ต่อยอดเอง ก็น้อยไปค่ะ
อาจารย์คงไม่ว่านะคะ ชอบวิจารณ์ทางลบในเรื่องนี้ แต่คิดว่า มีคนคิดแบบนี้ ไม่น้อยค่ะ อยากให้เยาวชนของเราคุณภาพดีขึ้นกว่านี้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ ขอบคุณมากเลยค่ะที่คุณพี่ให้เกียรติเลือกกล่าวถึงบล็อกของนุชเป็นหนึ่งในห้าทีเดียว
หมู่นี้อินเทอร์เน็ตช้ามากๆ เลยทำให้ต้องพักการเขียนและฝากความเห็น บางครั้งอ่านแล้วก็อยากเขียนความเห็นก็ทำได้แค่คนเดียว กำลังตัดสินใจใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่ค่ะ จะต้องไปเอาอุปกรณ์ที่สำนักงานโทรศัพท์ทีทีแอนด์ทีที่ในตัวอำเภอท่าเรือ คงอีกสองสามวันจึงจะไปรับค่ะ
ระหว่างนี้จะศึกษาวิธีทำtag ว่าทำอย่างไร เพราะตัวเองนั้นโลว์เทคมาก จะได้รับช่วงต่อจากคุณพี่ค่ะ
คิดถึงเช่นกันค่ะ ตอนนี้น้ำลดแล้ว เบาใจไปเป็นกองเลยค่ะ
มาแจกยิ้มมมค่ะ ^_^ เหมือนไม่ได้เจอกันนานเหลือเกิน เพราะสัญญานอินเตอร์เน็ตแถวดอยเกเรค่ะ
บันทึกที่ชื่นชอบมีหลายบันทึกค่ะ และบันทึกนี้ชอบมาก เพราะเป็นบันทึกที่ทำให้ต้อมอยากจะมี blog เป็นของตัวเองค่ะ
สวัสดีค่ะคุณนิรนาม
คุณบอกว่า...
ค่ะ ใช่เลยค่ะ กำลังตามหาขุมทรัพย์ ที่เราเก็บเอาไว้เองค่ะ ไม่หายไปไหน
ขอยกความดีนี้ให้คุณเม้งค่ะ เป็นคนต้นคิดค่ะ เขาเป็นเจ้าของideaแจ๋วๆเสมอละค่ะ
สวัสดีค่ะ
พูดถึงเรื่องการสื่อสารทางด้านวิทยาศาสคร์แล้ว
นึกถึงอาจารย์ค่ะ ปัจจุบัน เป็นเรื่องที่ทวีความสำคัญขึ้นทุกทีนะคะ
ดร.ยงยุทธ์ ยุทธวงศ์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นยอดคนหนึ่งของประเทศไทย ได้กล่าวว่า
การสื่อสารในปัจจุบันสะดวก รวดเร็ว และง่ายกว่าเดิมมาก มีทั้งโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต ไม่นับโทรทัศน์และวิทยุไปไหนมาไหนก็ง่าย"
"แต่แปลกที่การสื่อสารระหว่างผู้คนดูจะยากขึ้นในหลายด้าน เป็นเพราะเช่นนี้กระมัง บริษัทมือถือจึงโฆษณาให้ใช้เวลาในการพูดกันให้มากขึ้น แล้วที่ดีกว่านั้นคือ ยังให้กอดกันมากขึ้นด้วย"
"คงอธิบายได้ในทำนองที่ว่าฮาร์ดแวร์หรือเครื่องมือสำหรับการสื่อสารดีขึ้น แต่ซอฟต์แวร์ คือโปรแกรมหรือเรื่องราวมูลเหตุที่จะให้คนสื่อสารกันยังไม่ดีขึ้น คนยังไม่พัฒนาในด้านจิตใจและทัศนคติที่จะทำให้สื่อสารกันอย่างมีเนื้อหามากขึ้น"
"การสื่อสารที่มีปัญหามาก คือการสื่อสารระหว่างผู้ที่มีการศึกษาตามสายที่ต่างกัน ตั้งแต่ตอนมัธยมปลายก็แยกสายวิทย์ สายศิลป์ พอเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาก็แยกออกเป็นสายวิทยาศาสตร์ สายสังคมศาสตร์ แต่ละสายก็มีสายย่อยของตน พอจบการศึกษา หลายคนสื่อสารข้ามสายไม่ได้ หลายคนถึงกับไม่เห็นความสำคัญของสายอื่นนอกจากของตน"
การไม่สื่อกันระหว่างคนต่างสายไม่มีเฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องปัญหาของคนทั่วโลกด้วย
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
คิดถึงอยู่ตลอด แต่เขาจำกัดไว้ 2-5 คน ก็เลยยังไม่มีโอกาสโยงถึง แต่ทางกลุ่ม ก็มีบันทึกดีๆหลายบันทึก บางทีเข้าไปอ่าน แต่ไม่ได้ฝากรอยไว้ เพราะบางทีรีบไปหน่อยด้วยค่ะ
แต่เราก็มีการแลกเปลี่ยนกันทาง email หรือ สอบถาม sasinanda อยู่ด้วยนะคะ
ผมเข้าใจกติกาข้อ 6 ว่า tag แล้ว tag อีกได้นะครับ เพียงแต่ห้าม tag ตอบกลับคืนสวนทางในทันที; เมื่อมารอบใหม่ ถ้ายังเลือกคนเดิม ต้องยกตัวอย่างความประทับใจเป็นคนละบันทึกครับ (หรือเลือกคนละคนไปเลย) จะได้มีบันทึกที่แนะนำให้สมาชิกอื่นได้อ่านที่หลากหลายขึ้น