คงจะไม่มีใครรู้ในสิ่งที่ผมคิด ไม่ฟังในสิ่งที่ผมพูด ไม่ได้เห็นในสิ่งที่ผมได้กระทำหากไม่มี Gotoknow.org และเฮฮาศาสตร์

        เมื่อวาน (29 กันยายน 2550) ในเวทีภาคเช้าของงานมหกรรมKMภูมิภาค ครั้งที่ 1 ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร พ่อครูบาสุทธินันท์ ได้นำเสนอมหาชีวาลัยอีสานและแนะนำสมาชิกก๊วนเฮฮาศาสตร์ (อ่านได้จากบันทึกนี้ครับ) เมื่อนำเสนอหรือแนะนำใครคนนั้นก็จะออกมาพูดเพื่อสะท้อนความรู้สึก เริ่มจากอาจารย์พินิจ (handy) คนที่สองก็คือผม  พ่อครูบาได้กรุณาแนะนำผมไว้ในสไลด์ไว้ว่า

  • สิงห์ป่าสักนักอบรมบ่มนิสัย
  • ตระเวนไปบรรยายไม่ได้หยุด
  • ช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  • ให้รีบรุดรู้KMเต็มที่เอย

          บันทึกนี้ผมก็เลยขอนำสิ่งที่ได้พูดไว้ ณ เวลานั้นมาบันทึกไว้ แต่จะขอบันทึกเรียงลำดับตามที่ได้คิดไว้ก่อนพูด ดังนี้ครับ

  • โอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียม

          ในชีวิตจริง ผมเป็นคนของรัฐที่ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง โดยการทำงานจะมีระบบและวัฒนาธรรม ผมคงไม่มีโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา และคงจะไม่มีใครรู้ในสิ่งที่ในสิ่งที่ผมคิด ไม่มีใครฟังในสิ่งที่ผมพูด ไม่ได้เห็นในสิ่งที่ผมได้กระทำหากไม่มี Gotoknow.org และเฮฮาศาสตร์ แต่ในขณะเดียวกันการทำงานผมเห็นข้อจำกัดมากมายที่บอกได้ว่า การพัฒนาในส่วนของภาครัฐนั้น โอกาสที่จะประสบความสำเร็จนั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะเรามีกรอบ  มีอะไรๆ ที่ติดยึดมากมาย  ผมเริ่มมองเห็นว่านี่คือทิศทางหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของงานพัฒนาได้

  • เฮฮาศาสตร์ ไม่ได้แปลกแยก ไม่ได้คิดแยกส่วน  แต่เป็นการคิดและทำอย่างบูรณาการ

          ที่พูดเช่นนี้เพราะเกรงว่าหลายๆ ท่านอาจเข้าใจเฮฮาศาสตร์ผิดไป  อาจคิดว่าแยกตัวบ้าง  แปลกแยกบ้าง(จากการแต่งตัว-การกระทำ)
คิดแยกส่วนบ้าง  อย่าเพิ่งด่วยสรุปนะครับ และผมก็ได้พูดอธิบายไปแล้วว่า  เราคิดอย่างบูรณาการ  ไม่ได้คิดแยกส่วนหรือแปลกแยก  แม้แต่การไปร่วมงานเฮฮาศาสตร์ผมก็ไม่ได้แปลกแยก ผมก็นำครอบครัวไปด้วย ให้เด็กๆ ได้ซึมซับสิ่งดีๆ และให้เห็นว่าโดยส่วนตัวก็ไม่ได้แยกKM-ครอบครัวออกจากงาน-วิถีชีวิต

  • เกิดมาจากพลังของKM และการเขียนบล็อก

          เมื่อเราไม่ได้แปลกแยก  ผมก็เลยได้พูดต่อไปว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมใหม่ ที่เกิดจากพลังของKM และพลังหรืออานุภาพของการเขียนบล็อก ว่าสังคมหรือชุมชนนี้มีอยู่และเกิดขึ้นได้จริง สัมผัสและจับต้องได้จริงๆ  นี่คือผลของKMและบล็อก Gotoknow.org

  • จากบนฟ้าสู่พื้นดิน

         ชุมชน-ก๊วนเฮฮาศาสตร์นี้ เปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองจากชุมชนเสมือน  ที่คนทำงานได้เขียนและแลกเปลี่ยนกันในโลกของ IT
ต่อมาระยะหนึ่งก็ได้ยกระดับและพัฒนามาเป็นชุมชน-สังคมของความเป็นจริง คิดตรงกัน ฝันตรงกัน แม้จะอยู่คนละที่ งานคนละอย่างแต่เรา
มีเป้าหมายเดียวกัน  หลายคนที่ไม่เข้าใจอาจจะคิดว่าเฮฮาศาสตร์ก็คงจะเฮฮาอย่างไร้สาระ   ผมอยากให้ทุกท่านได้ยิน ได้สัมผัสในสิ่งที่พวกเราพูดคุยกัน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การทำงานเพื่อสังคมนี้ทั้งสิ้น

  • ก้าวเข้ามาร่วมกันทำงานเพื่อสังคม

          สุดท้ายผมได้เปิดประเด็นเพื่อการคิดต่อ โดยบอกว่าไม่ว่าผมจะไปที่ไหน เวทีไหน ผมจะพูดเสมอว่า เราเคยได้ยินและเคยพูดกันแต่ว่า "สังคมแห่งการเรียนรู้ และเอื้ออาทร" แต่จะเกิดขึ้นไม่ได้หากพวกเราทุกคนไม่ร่วมมือกัน  ผมก็ขอเชิญชวนให้ทุกๆ ท่าน ก้าวเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกัน ดังนั้นทุกๆ คนต้องก้าวเข้ามาร่วมมือกันสังคมแห่งการเรียนรู้และเอื้ออาทรจึงจะเกิดขึ้นได้จริง

  •  สิ่งที่ได้คิดไว้แต่ยังไม่ได้พูดก็คือ

          ขณะนี้สิ่งที่ผมและหลายๆ ท่านได้นำแนวทางนี้มาใช้ในงาน  คือการสร้างชุมชนนักส่งเสริมการเกษตร โดยการใช้พลังของบล็อกในการขับเคลื่อน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างพวกเรานักส่งเสริมการเกษตรทั่วประเทศ  พร้อมนี้ยังได้นำแนวทางของเฮฮาศาสตร์ มาปรับเปลี่ยนและสร้างบรรยากาศของงานการสัมมนาKM โดยเปลี่ยนรูปแบบ
ให้ไปในทิศทางของเฮฮาศาสตร์ ซึ่งก็ได้ผลดีมีหลักฐานที่จับต้องได้จากตัวอย่างในบันทึกเหล่านี้ครับ

          ผมอาจจะไม่ได้เรียงลำดับประเด็นตามสิ่งที่ได้พูด เพราะสิ่งที่พูดนั้นได้ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ อาจจะวกไปวนมาบ้างก็ต้องขออภัย เพราะนี่ก็คือเฮฮาศาสตร์ ที่ไม่ได้ยึดติดกรอบใดๆ ให้ปวดหัว   แต่ประเด็นที่นำมาบันทึกนี้ได้คิดไว้ล่วงหน้าก็เลยขออนุญาตนำมาบันทึกไว้เผื่อท่านที่จำไม่ได้ว่าใครได้พูดอะไรบ้าง


บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
วีรยุทธ  สมป่าสัก 30 กันยายน  2550