รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K ตอนที่ 4

อยากจะเชิญชวน พวกเราชาว G2K ทุกท่าน มาโพสต์มุกเด็ดๆ ตะกอนที่กลั่น หรือกวนกันจนตกผลึก มารวมๆ กันไว้ โดยมีเงื่อนไขง่ายดังต่อไปนี้ครับ

สวัสดีครับทุกท่าน

          สบายดีกันไหมครับผม    เนื่องจากตะกอน ผลผลึก มีมากมายครับ ทีมงานเก็บตะกอนทำงานอย่างขยันครับ... ตอนนี้มีกันไปแล้วนะครับ 3 ตอน ตะกอนทอง ดังต่อไปนี้นะครับ

     อยากจะเชิญชวน พวกเราชาว G2K ทุกท่าน มาโพสต์มุกเด็ดๆ ตะกอนที่กลั่น หรือกวนกันจนตกผลึก ผมขอเรียกเป็น ผลึกผล (เลียนแบบผลิตผล) ก็แล้วกันนะครับ มารวมๆ กันไว้ โดยมีเงื่อนไขง่ายดังต่อไปนี้ครับ

  1. ประโยคเด็ดๆ หรือข้อความเด็ดๆ ที่ท่านชอบ แล้วโดนๆ (หากเป็นประโยคเด็ดๆ หลายๆข้อความ ในบทความเดียวกัน ก็ใส่หลายๆ ท่อนได้เลยครับ)

  2. จากบทความไหน อาจจะเป็นลิงก์ หรือชื่อบทความแล้วลิงก์ไปยังบทความนั้น (นำไปสู่การถกและประชาสัมพันธ์กันต่อ)

  3. ชื่อบล็อก หรือ รูปภาพ หรือ ทั้งชื่อและรูปภาพ เพื่อชื่นชมครับ อาจจะไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในชื่อบทความก็ได้ครับ อยู่ในส่วนของการแสดงความเห็นก็ได้นะครับ

หมายเหตุ หากบทความไหนที่เจ้าของบทความ หรือเจ้าของความเห็นรู้สึกว่า ไม่สมควรหรือโพสต์ที่นี่แล้วไม่สบายใจ ก็แจ้งบอกมาได้นะครับ ผมยินดีจะเอาออกให้นะครับ แจ้งไว้ทางโพสต์คำถามเลยก็ได้นะครับ 

ปล. คำว่า ผลึกผล  คงทำให้หลายท่านงง ครับ คือจริงๆ ไม่มีอะไรนะครับ อาจจะเป็นผลผลึกก็ได้ครับ เลียนแบบ ผลิตผล หรือ ผลผลิต หรือ ผลิตภัณฑ์ แต่ อันนี้ เป็น ผลึกผล(ทางความคิด) เลยของตั้งให้ แปลกสมอง (เลียนแบบแปลกหู แปลกตา ครับ) หน่อยละกันนะครับ ไม่ว่ากันนะครับ  

ขอบคุณทุกท่านมากๆ และล่วงหน้า ที่ให้ความร่วมมือนะครับ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มิสเตอร์ช่วย



ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
เขียนเมื่อ 

เห็นรูปดินแตกระแหงแล้วสยองครับ ไปเที่ยวมาเห็นบ้านเมืองอื่นแล้วสงสารเมืองไทยอันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำครับ ป่าต้นน้ำหายไปเรื่อยๆ พอเอาเรื่องฝายชะลอน้ำมาบอก ก็มี "มนุษย์บรรทัดเดียว" มาป่วนอีก (แต่ไม่ได้บ่นนะครับ เค้าไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายอยู่ดี)

เขียนเมื่อ 
P

 http://gotoknow.org/blog/random/106349

ความรู้สร้างสรรค์

ฝายชะลอน้ำสร้างขวางทางไหลของน้ำบนลำธารขนาดเล็กไว้ เพื่อชะลอการไหล

  1. ลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง
  2. เมื่อน้ำไหลช้าลง ก็มีน้ำอยู่ในลำห้วยนานขึ้น โดยเฉพาะในหน้าแล้ง
  3. ช่วยดักตะกอนที่ไหลมากับน้ำ ลดการตื้นเขินที่ปลายน้ำ ทำให้น้ำใสมีคุณภาพดีขึ้น
  4. ช่วยให้ดินชุ่มชื้น ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
  5. สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ได้อาศัยน้ำในการดำรงชีวิต คืนพืชแก่เนินเขา/ภูเขาหัวโล้น
  6. ดินชื้น ป่าก็ชื้น กลายเป็นแนวกันไฟป่า ลดความรุนแรงของไฟได้ (ตัวอย่างในลำปาง ลดไฟป่าจากปีละ 200 ครั้ง เหลือปีละ 2 ครั้ง)
เขียนเมื่อ 
Pธรรมาวุธ     http://gotoknow.org/blog/gobetter/107406

  ถ้าเราได้เข้าใจในรูปอย่างนี้แล้ว  เราจะมีพระพุทธรูปไว้ในบ้านก็ไม่เป็นไร  และไม่ต้องหาว่าเป็นของเก่าแก่อย่างนั้นอย่างนี้  หรือไม่จำเป็นจะต้องหาว่าสมัยนั้นสมัยนี้  หรือว่าไม่จำเป็นว่าจะต้องไปปลุกเสกให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้  เพราะเราถือแต่เพียงว่าเป็นภาพเตือนใจให้เราได้นึกถึงพระธรรมเท่านั้นเอง  เมื่อเป็นรูปที่เตือนใจได้ก็เป็นใช้ได้  เพราะเป็นเรื่องสมมติขึ้น  สมมติว่านี้เป็นรูปแทนคุณความดีของพระพุทธเจ้าที่เป็นเนื้อแท้  ไม่ใช่แทนองค์พระพุทธเจ้าที่เป็นเนื้อเป็นหนัง  เพราะว่าพระคุณนั้นเป็นนามธรรม  ไม่ใช่สิ่งที่จะหยิบด้วยมือหรือดูด้วยตาได้  แต่เป็นสิ่งที่เราจะสัมผัสได้ด้วยใจ  เราจะเข้าถึงสิ่งนั้นได้ด้วยจิตใจของเรา  วัตถุนั้นเป็นแต่เพียงเครื่องเตือนใจกันลืมให้เราได้เห็นด้วยตา  แล้วเราจะได้นึกถึงไม่หลงไม่ลืมในสิ่งเหล่านั้น  ถ้าเป็นเป็นผู้นับถือพระพุทธรูปถูกแบบ  เราจะไม่สนใจเรื่องความเก่า  ไม่สนใจเรื่องความใหม่ของวัตถุนั้น  เพราะเราสนใจแต่เพียงว่า  เป็นวัตถุสำหรับเตือนใจ  ให้เราได้นึกถึงพระธรรมคำสอน  ให้เราได้สำนึกในความเป็นพุทธบริษัท  แล้วจะได้ปฏิบัติตนตามคำสอนเท่านั้น...

เขียนเมื่อ 
P
ดอกไม้ทะเล
เมื่อ ส. 30 มิ.ย. 2550 @ 00:41 [ 307632 ]

เวลานั่งรถไฟผ่านทุ่งนา  ผ่านภูเขา  ผ่านสีเขียวๆของธรรมชาติ(ที่คนแต่งยังไงก็ไม่เหมือน)  รู้สึกเป็นตัวเรา  เป็นที่ของเรา  ที่ๆเราจะเข้าถึงได้   อยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ     เป็นอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องครอบครอง  เหมือนมีกันและกัน   ไม่ได้พูดให้หวานๆนะคะ   ธรรมชาติเป็นอย่างนั้นจริงๆ 
  ตอนนั่งรถผ่านทางไปสนามบิน"ดินแดนแห่งทองคำ"เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้  พี่แอมป์ก็รู้สึกงุนงงมาก   เพราะเห็นไฟแรงสูงบนถนนเปิดสว่างเจิดจ้าสว่างไสวราวกับกลางวัน   เป็นระยะทางยาวๆหลายนาทีแท็กซี่   คิดเป็นน้ำมันและพลังงานของชาติจำนวนมหาศาล 
 
         ในศูนย์การค้านั่นก็เหมือนกัน.....   พลังงานตั้งเท่าไหร่ที่หายไปกับที่ว่างที่เราเดินย่ำเพียงเพื่อ "ฆ่าเวลา"  ...   

เขียนเมื่อ 
Pparn
โอเคแอลเอส
ธรรมะ กับ การบริหารเวลา
- กองแรก เก็บสะสมไว้ใช้ยามขัดสน - กองสอง ใช้จ่ายเพื่อทดแทนผู้มีพระคุณ- กองสาม ใช้เพื่อความสุขส่วนตัว - กองสี่ ใช้เพื่อสร้างสรรค์ความดีงามให้แก่สังคม

พอดีอ่านเจอใน Internet  รู้สึกชอบ จึงนำมาแบ่งปัน


ธรรมะ กับ การบริหารเวลา (Time Management)


สัพพะทานัง ธรรมะทานัง ชินาติ "การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ทานทั้งปวง"
ชีวิตคนเราเมื่อพิจารณาให้ดีแล้ว มันสั้นนัก มีเกิดและดับเป็นธรรมดาโลก
แต่ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี่ซิ มนุษย์ผู้มีปัญญาจึงควรที่จะดำรงชีวิตอย่างชาญฉลาด
พระพุทธเจ้าเคยอบรมสั่งสอนมนุษย์ไว้ว่าทรัพย์สินที่พึงได้จากการประกอบกิจการงานต่างๆ นั้น ควรแบ่งออกเป็น 4 กองเท่า ๆ กัน
- กองแรก เก็บสะสมไว้ใช้ยามขัดสน
- กองสอง ใช้จ่ายเพื่อทดแทนผู้มีพระคุณ
- กองสาม ใช้เพื่อความสุขส่วนตัว
- กองสี่ ใช้เพื่อสร้างสรรค์ความดีงามให้แก่สังคม
แล้วการทำงานของมนุษย์ล่ะหลายคนยังมัววุ่นแก่การทำงานโดยไม่ยอมแบ่งเวลาเหลียวหลังมองถึงบุคคลที่รักและห่วงใยตนเองเลยหรือ??? มนุษย์บางคนทุ่มเวลาทั้งหมดให้แก่หน้าที่การงานอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับคิดว่าการกระทำดังนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่นั่นคือการกระทำที่โง่เขลาเบาปัญญา ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่าๆ กัน แต่ผู้ใดที่ทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะงานของตนเอง โดยไม่ยอมแบ่งปันเวลาให้แก่ผู้ใด แม้กระทั่งตัวเอง เป็นมนุษย์ที่เขลาเบาปัญญาที่สุด
หากบริหารไม่ได้แม้กระทั่งเวลา 24 ชั่วโมงของตัวเองในแต่ละวันแล้ว มนุษย์ผู้นั้นจะบริหารอะไรได้ ทำไมมนุษย์ผู้ชาญฉลาดจึงไม่แบ่งปันเวลาให้เสมือนหนึ่ง การแบ่งปันกองเงินตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าบ้างเล่า... ไม่ต้องแบ่งเวลาให้เป็นสี่กองเท่าๆ กันหรอก เพียงแต่แบ่งปันเวลาในแต่ละส่วนให้เหมาะสมเท่านั้น
8 ชั่วโมงสำหรับการทำงาน เพื่อความก้าวหน้ามั่นคงในชีวิต
8 ชั่วโมงสำหรับการพักผ่อนเก็บเรี่ยวแรงไว้ต่อสู้กับหน้าที่การงานและอุปสรรคในวันพรุ่ง
5 ชั่วโมงสำหรับการเดินทาง เพื่อประกอบกิจการต่างๆ
2 ชั่วโมงสำหรับโลกส่วนตัวของตนเอง
59 นาที สำหรับดูแลและรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัยและช่วยเหลือสังคม และ
1 นาทีของคุณ ที่มอบให้กับคนที่รักและห่วงใยคุณโดยไม่นำเวลาอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะเพียง 1 นาทีนี้มันมีค่ามากเกินกว่าคณานับได้ในความรู้สึกของเขาคนนั้น จงอย่ากล่าวว่า "ไม่มีเวลา..." เพราะเวลาเป็นสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดในโลกนี้ที่มีให้แก่มนุษย์ มนุษย์ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่าๆ กัน ไม่มีใครมีเวลามากและไม่มีใครมีเวลาน้อยไปกว่านี้
24 ชั่วโมงใน 1 วันที่มหาเศรษฐีหรือยาจกมีเท่าเทียมกัน ไม่ขาดเกินแม้แต่เศษเสี้ยวของวินาทีด้วยเหตุนี้ มนุษย์ผู้ใดที่กล่าวว่า "ไม่มีเวลา" จึงเป็นผู้ล้มเหลวในการบริหารเวลา 24 ชั่วโมง ในแต่ละวันของตนเองอย่างสิ้นเชิงและใช้คำว่า "ไม่มีเวลา"เป็นข้อแก้ตัวเพื่อปกปิดความล้มเหลว เรื่องเวลาของตนเองอย่างขลาดเขลามนุษย์ผู้ฉลาดและประสบความสำเร็จในชีวิตจึงไม่ใช่ผู้ที่เก่งแต่การทำงานอย่างเดียวแต่มนุษย์ผู้ฉลาดและประสบความสำเร็จในชีวิตต้องเป็นผู้ที่รู้จักแบ่งสัดส่วนเวลาวันละ 24 ชั่วโมงของตนเองได้อย่างลงตัว วันละ 24 ชั่วโมงของตนเอง ที่มีไว้สำหรับการทำงาน การพักผ่อนการเดินทางมิตรภาพ ความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใย ความเอื้ออาทร ฯลฯ โดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต นี่แหละคือมนุษย์ผู้ชาญฉลาดที่รู้จัก "ใช้เวลา" แล้ววันนี้..คุณจะยังอ้างเหตุผลว่า "ไม่มีเวลา" อีกหรือ?
เขียนเมื่อ 
Pสิริพร กุ่ยกระโทก
สังกัด สพท.กทม.เขต2
กิจกรรมเล็กๆ..ที่เป็นความรู้ที่คงทน
หมายถึงอะไรนะ  ความรู้ที่คงทน  
เขียนเมื่อ 
P
สงสัยหมีตัวนี้สืบเชื้อสายมาจากค้างคาวแหงๆ
อึด ไม่ยอมหลับยอมนอน อิอิ
(เอ แล้วเราละหว่า?)
เขียนเมื่อ 
Pศน.เบ็ญ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต 2
บันทึกแรก
ร้อง...เพื่อเรียน
สวัสดีค่ะ นี่เป็นบันทึกแรกของนักวิชาการที่รักเสียงเพลงและพยายามเสมอที่จะผสมผสานสิ่งที่รักและงานในหน้าที่ให้ไปด้วยกันได้  ประสบการณ์เกือบ 10 ปี กับการพัฒนาสื่อเพลงประกอบบทเรียน แต่งเนื้อร้อง ร้อง บันทึกเสียง ทำคาราโอเกะ วิจัยและเผยแพร่ จนได้เป็นสื่อหลายวิชา เช่น ยาเสพติด  เอดส์ คณิตศาสตร์ เพลงมาร์ชสถาบัน  5ส  ฯลฯ อยากแลกเปลี่ยนกับใครๆที่มีนิสัยคล้ายกันค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
ครู คศ.1  สอนสาระภาษาต่างประเทศ  บ้านเกิดที่จ.อุตรดิตถ์ สอนที่แม่ฮ่องสอน
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย : แก้เผ็ดเด็กดื้อ
ไม่ทำโทษ ไม่ดุด่า แต่ใช้จิตวิทยา

มันมีอะไรแปลก ๆ กับเด็กคนหนึ่ง.....เรื่องมีอยู่ว่า  วันนี้เวลา บ่าย 2 โมงครึ่ง ขณะที่ครูแอนกำลังนั่งทำงานอยู่ที่ห้องธุรการอยู่นั้น  มีเด็กผู้หญิง ป. 4 (ห้องติดกับห้องธุรการ ) วิ่งมาบอกครูแอนว่ามี ด.ช.แซ้กซ์  ค่ะ  เอาปากกาเขียนหน้าตาของตัวเอง เต็มหน้าเลย แถมพยายามเช็ดเอาน้ำหมึกบนใบหน้าตัวเอง ไล่เช็ดเพื่อน ๆ ในห้อง อีก (พอดีวันนี้ครูป.4 ไปราชการ)

             ครูแอนก็ตามเด็กหญิงไปที่ห้อง ป.4 เห็นเด็กชายแซ็กซ์ หน้าตาคุณเธอเต็มไปด้วยรอยปากกา ขีดเขียนเต็มใบหน้า ยิ้มแหย ๆ เมื่อเห็นครู ครูแอนถามว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ ก็ไม่ตอบกลับยิ้มเฉยๆ ครูแอนก็ชมว่าสวยงามมากน่ะ  หล่อมากด้วย ดังนั้นครูแอนก็เอาปากกาที่เด็กชายเขียนเล่มนั้น เขียนรอยยักษ์ที่มุมปาก แถมเขี้ยวแหลมอีก 2 ซี่

         แล้วบอกว่าจะพาไปให้พี่น้องนักเรียนดูหน้าเสาธงตอนเข้าแถวเลิกเรียน เด็กชายแซกซ์ หน้าถอดสี บอกไม่ยอมไป  ครูแอนก็เลยพาเด็กชายไปส่องกระจกบานโตที่ห้องธุรการ  ทันทีที่เด็กชายแซกซ์เห็นตัวเองในกระจกเท่านั้น (สังเกตสีหน้าตกใจ ) ถึงกับสะดุ้งเฮือกเลย

       ครูแอนอดขำไม่ได้  เด็กชายบอกจะไม่ทำอีกแล้วครับ เห็นแล้วว่ามันน่าเกลียดน่ากลัวขนาดนี้  นึกว่าจะเท่ห์  ....รีบไปล้างหน้า ...เด็กชายสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ครูแอนก็สัญญาว่าจะไม่นำไปโชว์หน้าเสาร์ธง....เรื่องเด็กชายก็ทำให้ครูแอนอารมณ์ดี จนทุกวินาทีนี้ จ้า.....

เขียนเมื่อ 

บาตรคว่ำ หรือ คว่ำบาตร

http://gotoknow.org/file/snkuikratoke/view/89502

เขียนเมื่อ 

 

กลอนบทนี้เพื่อ gotoknow ครับ...
สร้างเครือข่ายสังคมการเรียนรู้ มุ่งไปสู่ความร่วมมือในวงกว้าง เห็นภาพรวมการพัฒนาอย่างถูกทาง ร่วมกันวางรากฐานใหม่ให้สังคม

                                      

                                   

                                    "กลอนบทนี้เพื่อ gotoknow"

 

                   

                                              

โกทูโนว์คือสังคมการเรียนรู้

เหมือนประตูเปิดไปสู่โลกใบใหญ่

เพิ่มมุมมองวิสัยทัศน์ให้กว้างไกล

หลากหลายวัยต่างอาชีพร่วมแลกเปลี่ยน

                  ประสบการณ์คนทำงานที่ต่างกัน

                  ล้วนสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ

                  เป็นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคมไทย

                  ความรู้ใหม่เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

สร้างเครือข่ายสังคมการเรียนรู้

มุ่งไปสู่ความร่วมมือในวงกว้าง

เห็นภาพรวมการพัฒนาอย่างถูกทาง

ร่วมกันวางรากฐานใหม่ให้สังคม

P
http://gotoknow.org/blog/Intregration/107754

                  เป็นแหล่งรวมพลังทางความคิด

                  ต่างลิขิตผลงานเพื่อสร้างสรรค์

                  พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยไปด้วยกัน

                  เพื่อก้าวทันการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    

เขียนเมื่อ 
P
ป๋าดัน g2k 

 พ่อครูบาสุทธินันท์ บอกว่าเฉพาะอำเภอสตึกอำเภอเดียว ซื้อไข่ไก่เป็นเงินจำนวน 9 ล้านบาท แสดงว่าเกือบทุกบ้านกินไข่ไก่ แต่ไม่ได้เลี้ยงเอง ซื้อกันมาเกือบทุกครัวเรือน โอโห แสดงว่า บริบัท ซีพี ร่ำรวยน่าดู  อยากได้ประเด็นว่า การแก้ไขหนี้สินของชาวบ้าน ท่านคิดว่าน่าจะแก้ไขอย่างไรครับ  

เขียนเมื่อ 
P
ธรรมาวุธ
เมื่อ ส. 30 มิ.ย. 2550 @ 17:41 [ 308017 ]
P

พชรวรัตถ์ แสงทองชนาพงศ์
สวัสดีครับคุณแหวว

  • ผมเคยเห็นผู้หญิงสาวคนหนึ่งแต่งตัวเซ็กซี่  นุ่งน้อยห่มน้อย  แขวนจตุคามองค์เบ้อเริ่มเชียวครับ  แล้วใส่เดินกับแฟนที่แต่งตัวไม่ต่างกันในห้าง  ก็เป็นแฟชั่นแปลกตาอีกแบบครับ
  • จริงๆ พระพุทธรูป  พระห้อยคอ  หรือสัญลักษณ์อะไรทำนองนี้  เกิดหลังพุทธกาลมานานมากครับ  สมัยพุทธกาลไม่มีครับ (แต่อาจมีในรูปแบบอื่น  เช่น  ธรรมจักร หรือ ต้นโพธิ์ ฯลฯ)
  • มาสมัยนี้เจ้าวัตถุที่ท่านปรารถนาดีให้ไว้เพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย  กลับกลายเป็นสิ่งที่ขวางกั้นพระรัตนตรัยเสียอีก  เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ  นับวันเราจะห่างความเป็นพุทธเรื่อยๆ  ท่านสอนให้สว่างกลับคลั่งใคล้ความมืด
  • จริงๆ แล้วถ้าใจเราเป็นพุทธ  ปฏิบัติธรรมได้ถูกต้อง  จะแต่งตัวอย่างไรก็ไม่เป็นไรหรอกครับ
  • แต่มีจุดสังเกตุอย่างหนึ่งคือ  ถ้าเราเป็นผู้นำ  หรือเป็นผู้ที่คนอื่นพร้อมจะเอาอย่าง  แล้วเขามีปัญญาไม่เท่าเรา  หรือเข้าใจต่างจากเราก็อาจเกิดปัญหาโดยที่ไม่คาดคิดได้ครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
เขียนเมื่อ 

 

P
Man In Flame
เมื่อ ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 23:37 [ 258560 ]

กระบี่อยู่ที่ใจ ใจอยู่ที่กระบี่

ใช้กระบี่โดยไร้ใจ คือการสังหารตนเอง

หลอมกระบี่เป็นหนึ่งเดียวกับใจ ซามูไรตาบอด

แม้ไร้ซึ่งกระบี่ หลื่นลี้ร้อยปี สามารถสังหาร

สุดยอดซามูไร คือทิ้งใจทิ้งกระบี่

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ 

ขออนุญาตนำส่วนหนึ่งของบันทึกตนเองมาฝาก  เป็นห้วงยามหนึ่งของการเดินทางที่แปลกเปลี่ยว ครับ -

http://gotoknow.org/blog/pandin/107395  ผมไม่ปฏิเสธว่า  จุดหมายปลายทางนั้นสำคัญก็จริงแต่ก็คงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่เราจะต้องละทิ้งซึ่งเรื่องราวระหว่างทางเดินนั้น ๆ    ครับผมเพียงแต่กำลังจินตนาการว่า  หากจุดหมายเป็นเหมือนทุ่งดอกไม้อันรื่นรมย์   แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า  ระหว่างทางนั้นก็ย่อมมีดอกหญ้านานาชนิดเช่นกันที่เรียงรายชูใบล้อลมเล่นและทักทายเราอย่างอ่อนโยน  และดอกหญ้าเหล่านี้นั่นแหละที่จะช่วยให้การเดินทางของเราดูไม่แห้งผากและแล้งไร้ซึ่งความเป็น "ชีวิต"   ครับเราอาจมีโลกส่วนตัวของตนเองอย่างลึกเร้น   เราอาจจะรีบเร่งต่อวันและคืนอย่างบ้าคลั่ง  เราอาจจะหวาดระแวงต่อมิตรภาพในโลกแห่งวัตถุเงินตรา  หรือเราอาจจะหวาดระแวงว่าโลกส่วนตัวของเราจะทำร้ายผู้อื่นมากจนเกินไป  จนต้องตัดสินใจลั่นกลอนประตู (ใจ) อย่างแน่นหนา ...... ก็เป็นได้

 

เขียนเมื่อ 
P

http://gotoknow.org/blog/mrschuai/107834 

พุทธะ นะปลง สัพพะโร นะมะ นะปลง โยวา สวะหาย

พุทธะ นะปลง สัพพะโร นะมะ นะปลง โยวา สวะหาย

พุทธะ นะปลง สัพพะโร นะมะ นะปลง โยวา สวะหาย

เขียนเมื่อ 
P

 http://gotoknow.org/blog/pandin/107395

ยิ้มอย่างเป็นมิตรบ้างก็ยังดี เผื่อโลกกว้างที่เดียวดายจะกลายมาเป็นโลกแคบที่อบอุ่นขึ้นมาบ้าง

P

สวัสดีครับพี่แผ่นดิน

     สบายดีนะครับพี่ ก่อนอื่นต้องขอบคุณมากๆ เลย และขอชื่นชมนะครับ ที่เอาตะกอนมาฝากนะครับ อยากให้มีกรณีแบบนี้มากๆ นะครับ เป็นการเอามาฝาก มารวมแบ่งกันอ่าน แล้วเชื่อมโยงลิงก์ไปยังบันทึก เพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่น ตามไปร่วมแสดงความเห็นร่วมกัน จะได้เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องหนึ่งเดียวกัน ทะลุทะลวงถึงกันหมดครับ

ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ และฝากสวัสดีทั้งสามท่านที่บ้านด้วยนะครับ

นับถือคับ

เม้ง

เขียนเมื่อ 
P
เบิร์ด
เมื่อ พ. 27 มิ.ย. 2550 @ 10:50 [ 304993 ]
P

สวัสดีค่ะพี่แป๋ว  http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105552

ใช่ค่ะ..การฟังด้วยหัวใจไม่ใช่เป็นเรื่องของความรักเท่านั้น และเป็นความหมายเดียวกับการฟังอย่างลึกซึ้งหรือการฟังอย่างลุ่มลึก ( Deep  listening ) ที่ประกอบไปด้วย

  • การฟังอย่างมีสติ
  • การฟังอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ( ไม่มีตัวเรา ของเราขณะที่ฟัง )
  • การฟังอย่างปราศจากอคติ ( ไม่ลำเอียงด้วยรัก / ชัง / หลง / กลัว )
  • การฟังด้วยจิตที่ปรารถนาจะฟังความจริงตามที่มันเป็นจริง
  • การฟังด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ( ไม่คิดจะจ้องจับผิดหรือจ้องจดจำคำคม )
  • การฟังโดยปราศจากการประเมินค่า / ตีความขณะฟัง
  • กรฟังด้วยท่าทีที่เคารพต่อผู้พูดอย่างจริงใจ
  • การฟังตั้งแต่ต้นจนจบกระแสความ

การฟังเป็นการฝึกคิด ฝึกสติได้เป็นอย่างดีใช่มั้ยค่ะ...เทคนิคการฟังเห็นฝรั่งเขียนหนังสือขายเป็นเล่มๆ ... เขาบอกว่า...การฟังที่ดี จะนำไปสู่ความสำเร็จ...แต่เราให้ความสำคัญกับการฟังน้อยมาก เรามักจะเน้นการพูด ...ก็เลยแย่งกันพูด พูด ... อาจจะต้องมารณรงค์ดังสุภาษิตของไทยบ้างมั้ยค่ะว่า...พูดไป สองไพเบี้ย นิ่งเสีย ตำลึงทอง...

เขียนเมื่อ 
P
โสทร (http://www.sothorn.org)
บริษัท ตัดยาง มีจำกัด
เกษตรกรเต็มขั้น
รายงานผลการปลูกกล้วยแบบพิสดาร

วันนี้หลังจากเสร็จภาระกิจจากการกรีดยาง ก็เข้าสวนรดน้ำผักตามปกติ รดน้ำผักเสร็จก็เดินสำรวจต้นไม้ต้นหญ้าในสวนเพื่อความสบายใจ ปรากฏว่าทั้งสบายใจและดีใจครับ ที่การปลูกกล้วยแบบพิสดารมันแตกหน่อออกมาแล้ว

แบบใกล้ๆ
 

แบบไกลๆ
 

ก็ถือเป็นความสำเร็จของการร่วมมือ ไทย-เยอรมัน คนบอกอยู่เยอรมัน คนทำอยู่ไทย  ก็เม้ง เพื่อนยากอีกแหละครับบอกมา ตอนที่เม้งบอกมาผมก็ไม่อยากเชื่อ แต่ถ้าเชื่อแล้วก็ต้องเชื่อแบบมีภูมิคุ้มกัน เรื่องอะไรผมจะปลูกตามที่เม้งบอกทุกต้น กล้วยไม่ขึ้นผมก็ซวย ผมก็เลยปลูกต้นเว้นต้น เพื่อจะได้ดูผลการทดลอง ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร

ตามภาพ ผมจะปลูกแบบธรรมดาสลับกับแบบพิสดาร
ยังไม่หายข้องใจใช่มั๊ยครับว่าพิสดารยังไงดูรูปก็แล้วกัน
ไม่อธิบายนะครับ ภาพคงสื่อได้ดีอยู่แล้ว

แล้วก็กลบดินแล้วทำลืมไปเลย

ผมปลูกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 วันนี้วันที่ 2 กรกฎาคม 2550 ระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนแตกหน่อแรกของต้นแรก ส่วนต้นอื่นๆ แผ่นดินแยกอยู่ครับ คิดว่าคงกำลังแทงหน่อขึ้นมา ข้อดีของการปลูกแบบนี้เท่าที่ทราบจากเม้ง ปลูกทีเดียวได้หลายต้น  ส่วนอะไรยังไงให้เจ้าของความคิดมาบอกต่อก็แล้วกันครับ ส่วนใครมีความคิดเห็นยังไง ก็ร่วมแสดงความคิดเห็นเข้ามาหน่อยนะครับ

P

สวัสดีครับโส

        ห้าๆๆๆๆ ก่อนอื่นขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่ลองทำดูแล้วบ้าตามผม ห้าๆๆๆ นับว่าเป็นนักเกษตรกรรมธรรมชาติที่ดีครับ ไม่เชื่อก็ต้องพิสูจน์อย่างมีเหตุผลครับ

        จริงๆ แล้วไม่ใช่ความคิดของผมนะครับ แต่ผมอ่านเจอ ไม่แน่ใจว่าใน GotoKnow นี่หล่ะครับ ว่าด้วยการปลูกกล้วย ผมค้นหาอีกรอบห้าบทความนั้นไม่เจอครับ พูดถึงการปลูกกล้วยแบบพลิกดินชี้ฟ้าแบบนี้นะครับ ในบทความนั้นจะบอกว่า จะมีการแตกหน่อ ขึ้นมามากกว่าหนึ่งหน่อ ผมก็เอาไปคิดต่อ แล้วก็ได้คำตอบว่ามันเป็นอย่างไรตามหลักการทางการแบ่งเซลล์ แล้วก็หลักการของการโตแบบต้นไม้ เหมือนกันทุกพันธุ์นะครับ ไม่ว่าจะเริ่มด้วยหน่อ หรือเริ่มด้วยเมล็ดครับ หากคุณสังเกตให้ดี จะพบว่าในเริ่มต้น คุณปลูกต้นไม้ด้วยเมล็ด คุณไม่เคยแคร์เลยว่า เมล็ดจะจัดเรียงตัวอย่างไรส่วนที่เป็นลำต้นก็ต้องงอกชี้ฟ้าเสมอ และรากก็ต้องลงดินเสมอ อันนี้เป็นกฏทางธรรมชาติของต้นไม้แบบปลูกลงดินนะครับ ภาษาอังกฤษว่า Gravitropism เป็นการงอกตามลักษณะแรงโน้มถ่วง

ลำต้นจะงอกแบบ Negative Gravitropism งอกชี้ฟ้าต้านแรงโน้มถ่วง ส่วนรากจะงอกแบบ Positive Gravitropism ตามแรงโน้มถ่วง หรือค่า g ที่เราเรียกๆ กันนะครับ

หากคุณสังเกตทดลองเรียงเมล็ดดูก็ทำนองเดียวกันครับ ไม่ว่าจะเรียงเมล็ดยังไง เช่นการหว่านข้าวในทุ่งนา ก็เช่นกัน การตกและจัดเรียงเมล็ดมันเป็นแบบต่างๆ แต่ท้ายที่สุด รากลงดิน ต้นชี้ฟ้า

กลับมาที่กล้วยก็เช่นเดียวกันครับ หากปลูกแบบธรรมดา จะโตไวครับ เพราะยอดเดิมมีอยู่แล้ว ลงดินก็ดูดน้ำ ตรึงน้ำจากทั้งอากาศและดินมาสะสมไว้ในลำต้น กล้วยจะมีสารที่ไวต่อการขาดน้ำมากๆ มันเลยวางแผนให้กับตัวเองเพื่อป้องกันการขาดน้ำไงครับ (คนน่าจะเอาเป็นตัวอย่างนะครับ) จะเห็นว่า ไม่ว่าสวนไหน ดินจะแห้งแล้งอย่างไร หากคุณไปกอดต้นกล้วยตอนเที่ยงๆ คุณจะมีความสุขครับ เย็นถึงทรวงใจ

ส่วนการปลูกแบบพลิกดินชี้ฟ้า นี้ จะเป็นการทำลายยอดเดิมโดยจิ้มไปที่ดินแล้วกลบ ดังนั้น หน่อกล้วยจะพบกับระยะพักตัว (ประมาณหนึ่งเดือนจากการทดลองของโส) จนกว่าจะงอกเป็นหน่อใหม่

เมื่อไม่มีลำต้นหรือทางออกให้ยอดเดิมออก กลไกภายในหน่อต้องปรับใหม่ครับ นั่นคือการแบ่งเซลล์ในหน่อกล้วยต้องมีการแบ่งเซลล์และปรับค่าใหม่ จริงๆ ก็เป็นเซลล์หน่อที่จะงอกจากต้นหลักหากปลูกแบบทั่วไปนะครับ แต่ต้นเดิมถูกทำลายมันก็ต้องหาทางเอาเซลล์สำรองขึ้นมาแทนครับ แล้วก็งอกตามแบบของหลักของแรงโน้มถ่วงนะครับ ก็เป็นปกติครับ

ที่ผมอยากจะทราบคือ มันจะงอกหน่อถัดไปออกมาเมื่อไหร่ จะงอกสองหน่อมาพร้อมกันหรือมากกว่าสองเมื่อไหร่ครับ

ผมว่ากล้วยเป็นตัวบ่งชี้ชีวิตของเกษตรกร และหากเกษตรกรใช้กล้วยเป็นตัวอย่างในการพัฒนาแล้ว เอามาเป็นแรงใจในการปลูกพืชและทำเกษตรแล้วนั้น จะดีมากๆ มองถึงการสู้ชีวิตของกล้วยนะครับ ตรึงน้ำมาจากไหนมาสะสมในลำต้นครับ

ส่วนของกล้วยก็มีประโยชน์หมดเลยครับ

สิ่งที่ผมจะรอดูต่อไปคือ ในการปลูกกล้วยของโสครั้งนี้มีการทำตามหลักของบทความที่ผมเขียนไว้ด้วย คือคณิตศาสตร์กับการปลูกกล้วยครับ คณิตศาสตร์ว่าด้วย การปลูกกล้วย

อยากจะทราบว่ามันจะแทงเครือแรกไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ (แต่โสบอกว่าไม่ได้จัดเรียงทุกต้น) ก็คงจะได้เห็นว่ามันจะชี้ไปตามหลักที่ว่าเป็นแบบภูมิปัญญาชาวบ้านกันต่อไปหรือไม่อย่างไรครับ

แน่นอนว่าการปลูกแบบแนวพลิกดินชี้ฟ้านี้ การได้รับผลผลิตช้ากว่าแบบปกติแน่นอนครับ เพราะจุดเริ่มต้นต่างๆกันครับ ต้องรอดูกันต่อไปครับ แล้วจะเอาเทคนิคอื่นๆ มาฝากกันต่อไปครับ

อิๆๆ มีคนหนึ่งฝันคนหนึ่งช่วยทำการทดลอง...ห้าๆๆๆ ขออย่าให้คนทำการทดลองเบื่อคนฝันเสียก่อนนะครับ

ขอบคุณมากครับโสที่นำมาให้ดูกันนะครับ แล้วค่อยลองอัพเดตไปเรื่อยๆ ทุกเดือนนะครับ

เขียนเมื่อ 
PPhirakan
ม.สงขลานครินทร์  http://gotoknow.org/blog/phirakan/107938
กูต้องการให้ศาสนา “ของกู” เป็นศาสนาประจำชาติ!!!
พระอาจารย์พุทธทาส สอนว่า ไอ้ตัวกูของกูนี่มันเป็นทุกข์ขนาดแท้เชียวนะ...สาธุ
ที่จังหวัดปัตตานี

 ผมต้องเผชิญกับความหวาดกลัวซ้ำแล้วซ้ำอีกจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มันเป็นความหดหู่เหลือเกินที่เราต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนว่าวันพรุ่งนี้ และอนาคตเราจะเป็นอย่างไร แม้ผมจะไม่ได้อาศัยอยู่ในถิ่นที่อันตรายมากนักเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ต้องขึ้นรถแต่เช้าไปสอนหนังสือในโรงเรียนต่างอำเภอของจังหวัดปัตตานี

แต่การอาศัยอยู่ในม.อ.ปัตตานีก็ใช่ว่าจะไม่ออกไปไหนมาไหนกันเลย เพราะแต่ละวันเราก็ต้องกินต้องอยู่ต้องติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่น ความเป็นความตายมันอยู่ใกล้กันเหลือเกิน เมื่อ 3-4 วันก่อน ประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ ขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องพัก ก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดเหมือนจะอยู่ใกล้ๆ รุ่งเช้านักศึกษาเล่าให้ฟังว่ามีเหตุกราดยิงประชาชนขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารที่โรงเรียนเทศบาล 5 จังหวัดปัตตานี คนรู้จักหลายคนที่ผมรู้จักก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย วันนั้นมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 4 คน เขาว่าหนึ่งในนั้นเป็นนักศึกษาด้วย แต่บาดเจ็บไม่สาหัสนัก รุ่งเช้าก็ออกจากโรงพยาบาลได้
ทุกครั้งที่มีคนบอกว่า คนโน้นคนนี้เสียชีวิตจากการก่อความไม่สงบ ผมอาจจะรู้สึกเฉยๆ เพราะดูมันจะไกลตัวอยู่สักหน่อย และที่สำคัญมันเกิดเหตุทุกวันจนหัวใจผมมันชินชาหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เมื่อเกิดเหตุยิงครูเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา วันเดียวถึง 3 คน ในจำนวนนี้เป็นญาติพี่น้องกับบุคคลากรในม.อ.ปัตตานีด้วย ถึง 2 คน ช่วงนี้ผมรู้สึกว่าความตายมันเหมือนจะคืบคลานเข้ามาอยู่ใกล้ๆ นี่เอง ทำอะไรมันก็ท้อไปหมด ไม่อยากจะทำให้อะไรให้เหนื่อยอีก เพราะดูมันเหมือนจะไม่มีหวังที่จะทำให้สถานการณ์มันสงบลงได้ แต่ลึกๆ ก็ยังเชื่อว่ามันพรุ่งนี้สันติภาพจะกลับคืนมายัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เหตุการณ์ร้ายที่ผ่านมา เราก็คงจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นแล้วว่า ขบวนการของผู้ก่อความไม่สงบใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ความแตกต่าง ที่เปราะบางขาดสะบั้นออกจากกัน เพื่อนำไปสู่สงครามทางเชื้อชาติ ศาสนา ความแตกต่างนี้หากจะใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำรงอยู่ของสังคมมนุษย์มันก็เหมือนจะเกื้อกูลกันได้ดีอย่างมหาศาล แต่ความแตกต่างก็ถูกนำมาเป็นเครื่องมือของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้เหมือนกัน ดังที่ประวัติศาสตร์โลกเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
ข้ออ้างที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่นำสร้างความชอบธรรมให้แก่การก่อการร้าย (ซึ่งไม่สามารถทำใจยอมรับการกระทำดังกล่าวได้) คือ การแบ่งแยกตัวเองออกจากสังคมส่วนใหญ่ พร้อมชูการเป็นแผ่นดินปตานี ที่เป็นมลายูอิสลาม และกักขังตัวเองอยู่แค่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ผมรู้ว่าแม้คนพวกนี้มีไม่มาก แต่มันก็ทำให้คนดีไม่กล้าแสดงตัวที่จะปกป้องเพื่อนร่วมชุมชน
มันเป็นพายุฝนห่าใหญ่ที่ไม่รู้มันจะหยุดตกเมื่อไหร่ เฮ้อ!!!
ที่อาคารรัฐสภา

วันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มองค์กรชาวพุทธพากัน “คว่ำบาตร” จำลองขนาดใหญ่หน้าอาคารรัฐสภา พร้อมกันแสดงกริยาอาการโกรธกริ้ว ร้อนทั้งผ้าเหลืองผ้าขาว ด่าทอกันสารพัด หลังจากทราบว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ไม่บรรจุคำว่า “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ” ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ กลุ่มองค์กรชาวพุทธยังบอกว่า จะรณรงค์ให้ประชาชน “คว่ำบาตร” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในการลงประชามติที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
จริงๆ ผมติตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธมาตลอดตั้งแต่เริ่มมีการรณรงค์กดดันให้มีการบรรจุคำว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ มีการใช้ “อหิงสา” หลายรูปแบบ ทั้งให้แต่ละวัดทั่วประเทศติดป้ายสนับสนุน การเดินเท้าเข้ากรุง การอดอาหาร การนอนในโลง

  

อาการมันเหมือนกลุ่มคลั่งศาสนายังไงก็ไม่รู้ หรือไม่ใช่การคลั่งศาสนา แต่อาจเป็น “การยึดมั่นถือมั่น”ในความเป็น “ของกู” จนน่าเกลียดเหลือเกิน การที่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้น เราแทบไม่จำเป็นต้องสอนกันแล้วมั่งครับ แต่มันอยู่ในสายเลือดของผมและคนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศอยู่แล้ว คุณค่ามันสูงกว่าการเป็นลายลักษณ์อักษรเสียอีก
แต่ก็นับเป็นเหตุผลอันแหลมคมของ ส.ส.ร.ที่สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่า เหตุการณ์จึงไม่บรรจุคำว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อธิบายว่า มีเหตุผล 2 ประการที่มีการพิจารณา คือ
1. ข้อพิจารณาทางด้านรัฐศาสตร์ เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่แต่ละรัฐหรือแต่ละประเทศประกอบด้วยชนชาติของคนที่มีศาสนา ภาษา เชื้อชาติ จารีตประเพณี และประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น จะไม่บังคับให้ทุกคนให้ใช้วัฒนธรรมเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่จะให้สิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่จะเลือกใช้วัฒนธรรมตามความเชื่อที่ทุกคนมีอย่างเสมอหน้ากัน โดยไม่มีใครมีอภิสิทธิ์มากกว่ากัน และจะไม่ใช้ควมเชื่อของใครเป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบดังกล่าว แต่รัฐจะใช้กฎหมายที่ทุกคนต้องยอมรับอย่างเสมอหน้ากัน การนำศาสนาไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจึงเป็นวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับระบอบการปกครองประชาธิปไตย
2. ข้อพิจารณาทางด้านพระพุทธศาสนา ที่เกี่ยวข้องกับความเจริญกับความเสื่อมของพระพุทธศาสนาตามคำสอนของพระพุทธองค์ ซึ่งการที่พระพุทธศาสนาจะดำรงอยู่คู่ประเทศนั้น ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การเข้าถึงและเข้าใจหลักศาสนาตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และนำไปปฎิบัติอย่างถูกต้อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด แม้ในอดีตกาลพระพุทธองค์ที่ทรงมีพระราชบิดาเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีพระราชอำนาจทั่วประเทศ พระพุทธองค์ก็ไม่เคยทรงสั่งการหรือออกกฎหมายใช้บังคับ แต่พระพุทธองค์กลับฝากอนาคตของพระพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัท 4 ได้แก่ ภิกษุสงฆ์ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ให้ช่วยดูแลด้วยการประพฤติปฎิบัติตนให้เป็นไปตามพระธรรมวินัยคำสั่งสอน
แต่พระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธด้วยกันเห็นว่ามันเสื่อมถอยลงทุกที มันเกิดจากพวกเราทุกคนที่ไม่นำพระธรรมวินัยมาปฏิบัติต่างหาก นำคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาแปะเปื้อนกับกิเลสตัณหาของมนุษย์ พระสงฆ์ใช้ผ้าเหลืองหากิน เสกมนต์เสกคาถา ใบ้หวย เคาะหัว สารพัดวิธีมอมเมาประชาชน ส่วนฆราวาสก็หมกมุ่นอยู่กับความอยากมีอยากได้ ใช้วัดเป็นที่ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เหมือนเช่นกระแสจตุคามรามเทพ ที่นายทุนหัวใสใช้วัดเป็นที่หากิน ไปไหนมาไหนก็มีแต่รายการสั่งจอง รุ่นรวยแล้วรวยอีก แบบเอาเป็นเอาตาย เมื่อกิเลสพระสงฆ์รวมกับตัณหาฆราวาส ความฉิบหายก็คงมาเยือนเป็นแน่
ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ กลุ่มคลั่งศาสนาที่คว่ำบาตรหน้าอาคารรัฐสภา “ใครจะยึดมั่นถือมั่นในตัวกูของกูมากกว่ากัน”
พระอาจารย์พุทธทาส สอนว่า ไอ้ตัวกูของกูนี่มันเป็นทุกข์ขนาดแท้เชียวนะ...สาธุ
เขียนเมื่อ 
P
ระวังภัย!!! คลื่นสูงซัดชายฝั่งตะวันออกของไทย 3-5 ก.ค.2550 นี้ ตราด จันทบุรี เกาะช้าง....

รูปแบบเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นพายุนะครับ เพียงแต่เป็นแบบของทฤษฏีคลื่นทั่วไปครับ ที่ลมพัดเข้ามาต่อเนื่องแล้วก็พัดในทิศทางตรง จะเกิดพลังงานที่ได้รับจากลมกลายเป็นพลังงานคลื่น ส่งผ่านน้ำแล้ววิ่งต่อเนื่องเพื่อเข้าฝั่งนะครับ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ
  • เพราะเชื่อว่าชีวิตย่อมวิวัฒน์ไปสู่การเติบใหญ่
  • จึงขออนุญาตนำถ้อยคำเหล่านี้มาฝากไว้ในบันทึกอันทรงคุณค่านี้ -

 

 

http://gotoknow.org/blog/pandin/106555   

ลูกรัก

  

ลูกต้องรู้จักการเติบใหญ่

  

แผ่นฟ้ากว้างและแสนไกล

  

หัวใจต้องกล้าท้าทาย

  

พ่ออยู่ตรงนี้นะลูกรัก

  

ใกล้ไกลเจ้าจักสัมผัสได้

  

เพียงหลับตาเปิดประตูใจ

  

เจ้าจักรู้ความในที่พ่อมี

  

ลูกรัก

  

เจ้าจงไปในทุกถิ่นที่

  

ไปให้รู้ชั่วและดี

  

มีปีกแห่งเสรีประดับใจ

  

จงเป็นเช่นนกเสรีอิสระ

  

ที่ไม่ละความฝันใฝ่

  

บินให้สูงเกินกว่าใคร

  

บินให้ไกลกว่าเคยเป็นมา

  

แต่อย่าเป็นเช่นนกเสรีที่ไร้รัก

  

ไม่รู้จักความห่วงหา

  

ไม่รู้จักรักมวลมิตรผู้กรุณา

  

ไม่รู้จักความเมตตาต่อผองชน

 

 

 …..  

 

 

ลูกรัก

  

ลูกต้องรู้จักการเติบใหญ่

  

พ่ออยู่ตรงนี้, “ไม่ไกล

  

เถอะเจ้าโบยบินไปอย่าหวาดกลัว !

 

  

 

P

สวัสดีครับพี่แผ่นดิน

ขอบคุณมากๆ เลยคับ สุดยอดเลยครับ

เจ้าคือดาวดวงน้อย...ของพ่อ จับมือพ่อเอาไว้

ขอบคุณมากๆ ครับ เคลิ้มครับพี่....

เขียนเมื่อ 

http://gotoknow.org/blog/mrschuai/108398

P
TAFS
เมื่อ พ. 04 ก.ค. 2550 @ 22:39 [ 311526 ]

สวัสดีครับ 

  • อาจารย์เม้งคนที่โยนขนมปัง(ไม่ใช่ข้าวเหนียว)ให้ปลาเป็นเหมือนรัฐบาล  เอะอะก็โยนลง กทม.ๆ 
  • ล่าสุดจะสร้างรัฐสภาฯก็จะมายัดที่ลงที่นนท์ใกล้ กทม. 
  • ปากก็ว่าพอเพียงๆๆ  แต่ใจและพฤติกรรมก็ชอบแบบทุนนิยมสุดขั้ว  เช่น  วันนี้หุ้นขึ้น  ก็ดีใจกันมากๆ 
  • ที่แท้ก็เป็นขนมปังของอาจารย์เม้งโยนให้นี้เอง

ขอบคุณครับ   สวัสดี

เขียนเมื่อ 

http://gotoknow.org/blog/mrschuai/108398

P

สวัสดีน้องเม้ง

พี่หายไปนานเพราะไม่ว่างเลยครับ

พี่ชอบแผนที่มาก...พี่เคยมีประสบการณ์คล้ายๆกันเรื่องการโยนอาหารให้ปลาแล้วเห็นปลาว่ายอย่างเร็วเกินคาดกระโดดเอาอาหารก่อนที่อาหารจะตกถึงน้ำด้วยซ้ำไป ที่บึงกลางจังหวัดนครสวรรค์ เขาเรียกปลาหมู เป็นปลาน้ำจืดครับ  ยังคิดว่า เจ้าปลาชนิดนี้เร็วจริงๆ

 พี่เห็นด้วยกับทุกท่าน  แต่มีเพิ่มเติมอีกมุมหนึ่งว่า การที่เราโยนอาหารไปที่ไหน ปลาก็กระโดดกินภายในเวลาอันรวดเร็ว เหมือนระบบธุรกิจที่สร้างระบบโฆษณา ประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งด้วยผู้มีความรู้ด้านนี้ที่เอาวิชาชีพไปปฏิบัติกับระบบธุรกิจจนประสบผลสำเร็จ สร้างระบบนี้ขึ้นเมื่อโยน(ระบบPromotion) ไปที่ชนบทที่ไหนๆ ชาวบ้านก็กระโดดตอบสนองทันที ซื้อทันที (ปลาที่ว่ายอย่างเร็วกระโดดงับอาหาร) เมื่อเขาโยนไปทั่วประเทศ เขาก็ได้รับผลตอบแทนทันทีคือ รวยเละ เช่น นายคนนหนึ่งที่ขายน้ำเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง ประชาชนผู้รีบว่ายน้ำไปซื้อสินค้าเขา คือปลา นายธุรกิจคนนั้นคือผู้โยนอาหาร 

เอ..มาได้อย่างไงนี่...แต่ชอบมากครับ 

เขียนเมื่อ 

"ไร้ราก ฤาผลิใบ ท่องเที่ยวชุมชนไทย" 

เติบโตสู่การเรียนรู้ - เครือข่ายการท่องเที่ยวประเทศไทย

เขียนเมื่อ 
P
เพราะใจที่ " ไม่ยอมแพ้ " เพียงคำเดียว

เพราะใจที่... ไม่ยอมแพ้ ...เพียงคำเดียว

  

            ทุกทุกก้าว....ในวิถีของชีวิต
            ความถูกผิด....ถูกวางบนทางแพร่ง
            เป็นทางเลือก....ที่ไม่มีใครชี้แจง
            ทุกอย่างแฝง....ปริศนาน่างุนงง 

            จึงต้องคอย...ระวัง...คอยยั้งคิด 
            ทางผิดมัก...ลวงใจ...ล่อให้หลง 
            ทางเรียบง่าย...ปลายมักวก...เข้ารกพง 
            พาเราลง...หุบเหว...สิ่งเลวทราม

          
หนทางดี...แม้สูงชัน...ต้องฟันฝ่า
          
จึงต้องกล้า...ต้องเก่ง...อย่าเกรงขาม
          
และต้องมุ...มานะ...พยายาม
          
เพื่อสร้างความ...ฝันใฝ่...ให้เป็นจริง

          
ถึงแม้มี...บางครั้ง...ที่พลั้งพลาด
          
ต้องสามารถ...ยิ้มรับ...กับทุกสิ่ง
          
ต่อให้ต้อง...ไร้หลัก...ไว้พักพิง
          
ก็ต้องหยิ่ง...ที่จะสู้...อยู่ลำพัง

          
ขอแค่มี...หัวใจ...ไว้ใฝ่ฝัน
          
ตราบมีวัน...พรุ่งนี้...ย่อมมีหวัง
          
ทำสิ่งที่...ควรทำ...เต็มกำลัง
          
คิดทุกครั้ง...ก่อนจะ...ทำอะไร

          
ขออย่ายอม...เหนื่อยหน่าย...หรือพ่ายแพ้
          
แม้นอ่อนแอ...ท้อแท้...หรืออ่อนไหว
          
สู้ไปเถิด...อย่าท้อ...สู้ต่อไป
          
เหนื่อยแค่ไหน...อย่าท้อ...ขอให้เดิน

          
ชั่วชีวิต...อุปสรรค...ฤๅไม่สุด ?
          
มหาสมุทร...ยังมี...ที่ตื้นเขิน
          
ตั้งสติ... รอเวลา... กล้าเผชิญ
          
แล้วเดินเข้า...หาฝัน...อย่างมั่นใจ
    
          
ทุกทุกก้าว...ในวิถี...ของชีวิต
          
แม้พลาดผิด...หนึ่งก้าว...เพียงก้าวใหม่
          
อนาคต...ยังยาว...ทางก้าวไป
          
ความสำเร็จ...คือเส้นชัย... คนไม่แพ้   

 

........................................................................

 

 

แรงบันดาลใจจาก " ไล่ตงจิ้น  ลูกขอทานผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต " 

 

เขาต่อสู้กับชีวิตจนได้เป็น " บุคคลดีเด่นของไต้หวัน "

 

เพราะใจที่...ไม่ยอมแพ้  เพียงคำเดียว

................................

 

 

เพื่อเป็นกำลังใจ...   ปลอบประโลม 

และปลุกเร้าผู้ที่กำลังอ่อนล้า   ท้อแท้

ให้ลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง

 

เพราะการเดินบนเส้นทางชีวิต

อย่าเอาความทุกข์ท้อในใจ

มาตัดสิน

ว่า " จุดหมาย "  นั้น....

...ยิ่งเดินยิ่งห่างไกล  หรือไม่มี

เขียนเมื่อ 
P
แผ่นดิน
เมื่อ อา. 08 ก.ค. 2550 @ 11:49 [ 314582 ]

 http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/109195

ณ  ฝั่งฝัน

แม้เส้นทางยาวไกลสักแค่ไหน

ขอพียงมีลมหายใจที่ไม่แพ้

ณ  ฝั่งฝัน

ก็ไม่ไกลเกินใจจักโบยบิน

 

....

 

ขอบคุณที่นำพาความงดงามมาห่มคลุมชีวิต ..ครับ -

เขียนเมื่อ 
P
Kati
เมื่อ อา. 08 ก.ค. 2550 @ 09:23 [ 314491 ]
  • สวัสดีครับ คุณเบิร์ด
  • หัวใจของคน เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์จริงๆครับ
  • มหัศจรรย์มากๆ ครับ
  • ในมุมมองที่คุณเบิร์ด อธิบายไว้นั้น
  • วิธีกำหนด ลำดับความคิด กระทั่งนำพลังจากการลำดับความคิด ในมิติที่ไม่เป็นจริง ให้กลายเป็นพลังในการเปลี่ยนไปสู่ความจริงนั้น เป็นสิ่งที่หล่อหลอมมนุษย์ขึ้นมาจริงๆครับ
  • นำพาเราให้ก้าวจาก การเก็บหาเก็บกิน มาสู่การเพาะปลูกสะสม
  • ก้าวย่างจากความจำกัด ไปสู่การสร้างสรรค์
  • คำตอบของมนุษย์ และพลังแห่งความดีงามในตัวมนุษย์ ล้วนสร้างสรรค์ขึ้นมา จากพลังของความคิดทั้งสิ้น
  • โดยเฉพาะความคิดในด้านบวกของชีวิต
  • ขอบคุณมากครับ สำหรับแรงบันดาลใจ
  • และภาพสะท้อนในมุมมองที่งดงามของชีวิต
  • แม้ชีวิตจะรันทดเจ็บปวด
  • ขอบคุณครับ 
Psunsun1993
  • ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาด้านจิตใจค่ะ
  • ชอบความจริง
  • ชอบธรรมชาติ
  • ชอบความงามแห่งชีวิตค่ะ

http://gotoknow.org/blog/sunsun1993/109518

เรื่อง เหงา เหงา....... ตอน เพราะมี ความเหงา ในโลกใบนี้

สิ่งที่ทำให้เราเหงาคือ..... ตัวเรา ใจเรา และ ของแก้.....เหงา....ก็อยู่ใกล้กันนิดเดียว นั่นคือ.... ตัวเรา ใจเรา นั่นเองค่ะ
เรื่อง เหงา เหงา......ตอน เพียง เรา มี เรา ^__^
เราจะคลายเหงาให้ตัวเอง เริ่มจาก ไม่ทอดทิ้งตัวเอง เข้าใจ ใส่ใจ เห็นคุณค่าและ เห็นความหมายของตัวเอง ... เมื่อเราอยู่กับตัวเอง ณ ปัจจุบัน มากขึ้น ทอดทิ้งตัวเองน้อยลง เราเหงาน้อยลง นั่นเพราะ...เราจะมีตัวเองเป็นเพื่อนค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
Mr.Direct
เมื่อ อา. 08 ก.ค. 2550 @ 09:05 [ 314479 ]

...ขอเพียงเรามีหัวใจไม่ยอมแพ้...

...ขอเพียงแค่มีความฝันอันยิ่งใหญ่...

...ขอเพียงเรามุ่งมั่นก้าวต่อไป...

...ทางไกล้ไกลถึงเส้นชัยได้แน่นอน...

http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/109195

เขียนเมื่อ 

http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/109195

P
เบิร์ด
เมื่อ อา. 08 ก.ค. 2550 @ 17:37 [ 314873 ]
P
สวัสดีค่ะท่านเล่าฮูแพนด้า
อายุยืนจริงๆค่ะ เบิร์ดกำลังคิดอยู่ว่าท่านผู้อาวุโสหายไปไหน  เพราะช่วงนี้ท่านห่างหายจากการปะทะคารมกันไปนานเหลือเกิน  โอย ! คิดถึงจัง...เบิร์ดยังไม่ได้ทำตามคำแนะนำของผู้อาวุโสนะคะ   เพราะเบิร์ดไม่หวั่นกับสิ่งที่เข้ามาแล้วววววว อิ อิ อิ...ว่าแล้วก็ขอกอดทีก่อนจะตอบ
เบิร์ดรู้สึกว่าตอนนี้มีหลายคนที่กำลังจะแพ้พ่ายน่ะค่ะก็เลยเขียนบันทึกนี้ขึ้นมา อย่างน้อยก็มาร่วมพูดคุยกันสักนิดก็ยังดี...ว่าแล้วก็เสริฟน้ำชาค่ะก่อนจะมาสนทนากัน... เบิร์ดขอเล่าก่อนนะคะ เพราะเบิร์ดรู้สึกอย่างนี้
การเดินทางของชีวิต
หลายต่อหลายครั้ง....ที่เราอาจจะต้องเดินบนเส้นทางที่ไม่อยากไป
หรือต้องกัดฟันเดินบนถนนบางสายด้วยน้ำตา
บนการเดินทางที่กล้ำกลืนอย่างนั้น...
เราควรจะต้องคิด   ต้องทำอย่างไรบ้าง ?
 มีสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องคิดให้ได้คือ...
เราต้องค่อยๆเรียนรู้......เรียนรู้ที่จะเดินทีละก้าวแม้จะยากเย็น
เรียนรู้ในการใช้ชีวิต...
เพื่อให้การเรียนรู้ระหว่างการเดินทางเป็นความงดงามของการมีชีวิตอยู่ 
และเรียนรู้ที่จะเดินทางให้มีความสุขให้ได้
แม้จะเป็นการเดินบนถนนที่ขรุขระ

และเต็มไปด้วยเศษแก้ว....ที่บาดเท้า

แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็นมันจริงๆได้สัมผัสจริง 
ได้รับรู้ความเจ็บปวดนั้นจริงๆ  ไม่ใช่รู้เพียงเพราะฟังจากคนอื่นเล่า.... 
ต่อให้เป็นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแสนสวยก็เปล่าประโยชน์
ถ้าทางเส้นนั้น เราไม่เคยไป “ ใช่มั้ยคะเล่าฮู ? 
ทางข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นอย่างไร

คงไม่มีอะไรน่ากลัวมากไปกว่าที่เป็นมาหรอกนะคะ

เพราะโลกไม่ได้แย่ขนาดนั้น....
ชีวิตไม่ได้โหดร้ายจนไม่ทิ้งแผนที่หรือเข็มทิศไว้ให้เรา
ดังนั้นไม่ว่าจะเดินไปทางไหน...จะทำอะไร
ขอเพียงมั่นใจ  ไว้วางใจตัวเราเอง...และกล้าที่จะเดินไป
เพราะไม่มีถนนสายไหนที่ไม่ได้ให้บทเรียน
และไม่มีถนนสายไหนทำให้เราตกลงไปในหุบเหว
จนปีนขึ้นมาไม่ได้...ถ้าจะปีน ! ( คุ้นๆมั้ยคะท่านผู้อาวุโส ^ ^ ) 

ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเราเองแล้ว....ใครกัน  ที่ทำให้เราแพ้ ?  เนอะคะเล่าฮู

 

 

กอดอีกทีสำหรับคำแนะนำและการปลอบโยนของผู้อาวุโสที่มีให้กับผู้เยาว์ ( ที่อาจจะเกเรเกตุงในบางครั้งเพราะหงุดหงิด อิ อิ อิ )  และคารวะน้ำชาอีกจอกเพื่อน้อมรับคำสั่งสอนค่ะ

เขียนเมื่อ 

 http://gotoknow.org/blog/LifeLearning/109436

P

คำตอบของหนึ่งบวกหนึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากับสอง

...เพราะคำตอบของหนึ่งบวกหนึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากับสอง...

                   ...หนึ่งบวกหนึ่งยังเท่ากับห้าลบสาม...

                    ...หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับแปดหารสี่...

    ...และในระบบเลขฐานสองหนึ่งบวกหนึ่งยังเท่ากับศูนย์ (ทดหนึ่ง)...

เขียนเมื่อ 
PProf. Vicharn Panich
The Knowledge Management Institute  http://gotoknow.org/blog/thaikm/109264
ช่วยหนูด้วย!!! - Gotoknow
ขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำเพื่อ ไม่ต้องปิดตัว Gotoknow จากผลกระทบโดย พรบ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

 ช่วยหนูด้วย!!! - Gotoknow

          ขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำเพื่อ ไม่ต้องปิดตัว Gotoknow

เขียนเมื่อ 

http://gotoknow.org/blog/thaikm/109264

P
Handy
เมื่อ จ. 09 ก.ค. 2550 @ 02:18 [ 315239 ]

ช่วยกันหาทางออกเถอะครับ ท่านผู้รู้ทั้งหลาย
     ผมเองได้แต่วิงวอนว่า...

  • ขออย่าให้ มีกฎหมายที่ออกมา เพื่อ ตอบสนองความกลัว และความโง่ ของผู้มีอำนาจบางคนก็แล้วกัน
  • ขอให้ผู้มีอำนาจ มีบารมี ชี้เป็น ชี้ตายให้สังคมได้ จงฝึกให้หนัก เรื่อง มองอะไรให้เป็นระบบ  ครบวงจร  ไม่คิดไปทำไป แบบเป็นดุ้นๆ ท่อนๆ แล้วก็ต่อกันไม่ติด  ทิ้งร่องรอยเป็น ขยะความคิด ที่ทำความสับสน มากกว่าการแก้ปัญหา
  • ขอโทษครับ .. โง่แล้วขยัน ยังมีอยู่อีกไม่น้อยในกลุ่มคนระดับบน .. หรือใครว่าไม่จริง
เขียนเมื่อ 
P

 
เสียงครืนครืน  ผืนฟ้าร้อง  นองชุ่มฉ่ำ  
ฝนตกพรำ  ค่ำนี้  ที่เหน็บหนาว  
เสียงลมสั่น  ลั่นฟ้าร้อง  ฝนตกกราว 
หนาวถึงจิต  คิดครวญคร่ำ  ร่ำร้องมา 
************** 
ฝนยังหยุด  ไม่สะดุด  รุดหน้าเร่ง  
ฝนไม่เกรง  ใครข่มเหง  ให้ผวา 
อีกทั้งพ้อง  น้องพี่ลม  ชมพัดพา 
ชื่นวิญญา   พาร่มเย็น  เป็นเพลิดเพลิน
**************  
แต่มีใคร  ให้ต้องเมิน  เดินสะดุด 
ต้องรีบรุด  ฉุดไม่ไหว  ให้ห่างเหิน  
อีกทั้งวิ่ง  ยิ่งช้าใหญ่  หากมัวเดิน 
ยุ่งเหลือเกิน   เดินและวิ่ง  ยิ่งลำเค็ญ 

**************

ขอเป็นฝน  ชุ่มฉ่ำ เย็นในจิต 
มิต้องคิด  มีมิ่งมิตร  คิดให้เห็น 
เบื้องหน้ายัง  พลั้งผิด คิดลำเค็ญ 
ขอเพียงเป็น  ฝนโปรยปราย  คลายร้อนใจ
เขียนเมื่อ 
P
เบิร์ด
เมื่อ จ. 09 ก.ค. 2550 @ 19:58 [ 315797 ]
P

สวัสดีค่ะคุณเม้ง 

                               

        วันนี้เบิร์ดเป็นหมี แหะ แหะ..  เสริฟหนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ แทนบะหมี่ พร้อมกับน้ำสับปะรดนะคะ เพราะเค้าบอกว่า น้ำสับปะรดจะช่วยย่อย ( ประจบสุดฤทธิ์เพราะป่วนไว้เยอะ ^ ^ )

                                     
user posted image
                              

                                  
user posted image  

         ****************************************************

สนใจการปฏิรูปการศึกษาของพระสงฆ์บ้างมั้ยคะ ? เพราะถ้าเรามองว่าความหิวแก้ได้ด้วยอาหาร  ความเขลาแก้ได้ด้วยการศึกษา...การศึกษาสำหรับพระสงฆ์ก็เป็นสิ่งจำเป็นและต้องมียุทธศาสตร์ + เป้าหมายที่ชัดเจน  ซึ่งที่ผ่านมายัง ..บ่มีให้เห็น เป็นชิ้นเป็นอัน..

เพราะถ้าดูจริงๆเราจะเห็นว่าพระสงฆ์ที่อยู่ในชนบทสามารถสร้างสรรค์ถาวรวัตถุทางศาสนาได้อย่างใหญ่โตมโหฬาร แทบไม่น่าเชื่อ...แต่การครุ่นคิด  ไตร่ตรองศาสนธรรมกลับไม่งอกเงย  เป็นเพราะเหตุใด ?

ที่น่าสงสัยก็คือสำนักสงฆ์ที่มากมาย บางที่บุกรุกป่า บางที่บุกรุกที่ดินคนอื่น ...บางที่ไสยศาสตร์จ๋า บางที่ก็เคร่งวัตรปฏิบัติ  ซึ่งละลานหลากหลายจนชวนงุนงงสงสัยว่าทำไมไม่อยู่วัด ? และนิกายปัจจุบันของพุทธศาสนาของเรามีกี่นิกายแล้ว...แต่เดิมมีธรรมยุตรกับมหานิกาย  แต่ตอนนี้เราจะเห็นว่ามีสันติอโศกที่ท่านประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าท่านไม่ใช่ พระสงฆ์ในแบบสองนิกายนี้ เพราะเป็นแนวทางต่อต้านวัตถุนิยมและบริโภคนิยมอย่างเต็มที่ด้วยการอยู่อย่างเรียบง่ายและเชิดชูความยากจน... ต่อต้านไสยศาสตร์ในทุกรูปแบบไม่จำเพาะแค่เครื่องรางของขลังหากยังปฏิเสธกระทั่งการรดน้ำมนต์และการมีพระพุทธรูปสักการะอีกด้วย

ธรรมกายก็เป็นหนึ่งใน " สายปฏิรูป " ตามคำของพระไพศาล  วิสาโล...ที่ว่าเป็นสายปฏิรูปเพราะเป็นการปฏิรูปพระพุทธศาสนาให้ทันตามความเปลี่ยนแปลงของโลก ( โดยใช้หลักการตลาด...อันนี้เบิร์ดเติมเอง )...และแม้ว่าวัดธรรมกายจะประสบความสำเร็จอย่างมากในการดึงคนเข้าวัดของตน  แต่พระไพศาล ท่านก็มองว่าแนวคำสอนและแนววิธีการของวัดพระธรรมกายนั้นโดยแท้จริงแล้วก็เป็นเพียงการปรับตัวให้สอดคล้องกับกระแสทุนนิยมและบริโภคนิยม เพราะวัดพระธรรมกายอาจทำให้คนเลิกอบายมุข  แต่ก็ยังส่งเสริมให้ผู้คนตั้งหน้าตั้งตาหาเงินและสะสมทรัพย์สมบัติกันต่อไป...

การปฏิรูปของสวนโมกข์ ( อันนี้ไม่อธิบายนะคะ เพราะคาดว่า " ทราบอยู่แล้ว " )...สันติอโศก และธรรมกายนัยหนึ่งสะท้อนความไม่พึงพอใจในสถานการณ์ของพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน  แต่อีกนัยหนึ่งก็สะท้อนความไม่เห็นด้วยกับวิถีของคณะสงฆ์โดยรวมด้วย  ซึ่งการเกิดขึ้นของสามสำนักทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างทางด้านแนวทางคำสั่งสอนและการปฏิบัติภายในคณะสงฆ์ไทย  และทำให้เกิดความหลากหลายมากกว่ามีเพียงสองนิกาย ( ธรรมยุตร + มหานิกาย ) อย่างที่เคยเป็นมา...

การปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เกิดระบบความรู้ที่สามารถนำไปแก้ปัญหาได้จริงในสังคมและการสร้างระบบที่เอื้อต่อการค้นคว้าหาความรู้และการเผยแพร่ศาสนธรรม ( ระบบปกครองคณะสงฆ์ ) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ได้โดยไม่กระจัดกระจายและไม่มีแนวทางที่ชัดเจนเหมือนอย่างในปัจจุบันนะคะ...

เบิร์ดไม่ได้หมายความว่าต้องบีบให้เหลือเพียงสองนิกายเหมือนเดิม แต่เบิร์ดอยากให้มองว่า " ยินยอมให้มีความหลากหลายได้ในระดับใด "...เพราะในโลกกลมๆที่เริ่มอ้วนกลางไปเรื่อยๆใบนี้  ต้องมีหลายๆศาสนาและหลายๆนิกาย เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ได้อย่างหลากหลาย...เพียงแต่ว่าถ้าเป็นพระพุทธศาสนา ( โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่เรามองว่าเป็นศาสนาอันดับหนึ่งของคนไทย )  เราก็ควรมีแนวทาง  เป้าหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเท่านั้นเองค่ะ    

ทานหนมจีนเคล้าเรื่องเล่าหมดแล้วใช่มั้ยคะ  จะรับอะไรเพิ่มมั้ยคะ ? ^ ^...

ขอบคุณมากค่ะที่มาอุดหนุนร้านบะหมี่ ( ด้วยหนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ ^ ^ )  พร้อมทั้งการขยายความวิธีท่อง พุทธะ นะปลง ฯ ( ซึ่งที่ผ่านมาก็มีส่วนทำให้เบิร์ดลด " ลมออกหู " ได้นะคะ อิ อิ อิ ) ที่ทำให้เบิร์ดเล่าเรื่องจนยืดยาวนะคะ...ขอบคุณมากๆค่ะ

http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/105550

เขียนเมื่อ 
ชีวิตที่ พอเพียง และ เพียงพอ   http://gotoknow.org/file/uackku/view/91474
เขียนเมื่อ 
  • ตามมาเยี่ยมยามครับ
  • ชีวิต
  • มันก็ เป็นเช่นนั้นเอง ครับ
เขียนเมื่อ 
สุดารัตน์
เมื่อ อ. 10 ก.ค. 2550 @ 21:55 [ 316890 ]

สนใจเรื่องโลกร้อน พยายามหาข้อมูลใน Internetอยู้บ่อย คือ  จุดประสงค์ คือต้องการเผยแพร่เรื่องธรรมชาติถูกทำลาย  กับภาวะโลกร้อน   ตัวเองเป็นพยาบาลผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลชุมชน  ทุกเช้ามีหน้าที่ต้องพูดแนะนำการบริการ  ขั้นตอนการบริการ  ให้สุขศึกษา เน้นการป้องกันโรค   ทุกวันจะต้องสอดแทรกเรื่องภาวะโลกร้อน  ให้ประชาชน  ผู้รับบริการทราบ  มีคนทักท้วงว่าพูดเรื่องอะไร..ไม่เห็นเกี่ยวกับการส่งเสริม   และ  ป้องกันโรค  แต่จะทำต่อไป.. เพราะคิดว่ามันเป็นปัจจัยของการเกิดโรคอย่างหนึ่ง ของโรคภูมิแพ้  และอีกหลายๆโรค  โดยเฉพาะ โรคเครียด  ที่เป็นปัจจัยสาเหตุของ โรคความดันโลหิตสูง  พอดีเปิดพบข้อมูลโดยบังเอิญ  ดีใจมาก..ขอบคุณจริงๆค่ะ  ที่เขียนเรื่องดีๆ ให้ได้อ่าน

http://gotoknow.org/blog/mrschuai/110331

เขียนเมื่อ 
Pนาง กฤษณา สำเร็จ
ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทย

แล้วเราจะเป็นปลาหรือเต่าดีล่ะ

 เป็นน้ำดีกว่า.... น้องธุรการตอบอ้าว  เป็นงั้นไป  พวกคิดนอกกรอบ อ้อ....เพราะว่าน้ำปรับตัวได้ทุกที่ แต่...หรือจะเป็นน้ำแข็งพวกฝ่ายค้านเริ่มทำงาน น้ำแข็งมันอึดอัดนะเพราะต้องปรับตัวให้อยู่ในภาชนะ 

ใช่..มันต้องถูกทุบ...เคาะๆๆๆๆจึงหลุดออกจากบล็อกได้.......

เขียนเมื่อ 
P
ยุทธศาสตร์ไม้ยูคาลิปตัส ยุทธศาสตร์จังหวัดบุรีรัมย์
ที่สมัยหนึ่งเราต่อต้านกันหัวชนฝา แต่เจ้าไม้ตัวนี้ก็ดื้อดึงดื้อด้านต้านกระแสอย่างทรหด นอกจากทนแล้งแล้ว ยังคงทนต่อการวิพากษ์วิจารณ์อีกด้วย

 

เมื่อวานนี้มีเรื่องที่พลิกล็อกที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญกับวิธีการศึกษาวิจัยในประเทศไทย ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกและความเข้าใจเรื่องไม้ยูคาลิปตัส ที่สมัยหนึ่งเราต่อต้านกันหัวชนฝา แต่เจ้าไม้ตัวนี้ก็ดื้อดึงดื้อด้านต้านกระแสอย่างทรหด นอกจากทนแล้งแล้ว ยังคงทนต่อการวิพากษ์วิจารณ์อีกด้วย มาถึงวันนี้ความจริงได้พิสูจน์ตัวมันเองว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดจากต้นไม้ที่มันไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย แต่มันเกิดจากการจัดการของมนุษย์ที่ทำไม่ถูกไม่ควรกับความเป็นจริงของไม้พันธุ์นี้ ที่ผมดีใจไม่ใช่เพราะไม่มีใครต่อต้าน แต่ดีใจเพราะคนไทยจะเริ่มลงมือเรียนรู้เกี่ยวกับไม้พันธุ์นี้อย่างจริงจังเสียที

เขียนเมื่อ 
P

อุ้ย!เทียบเชิญ เหิรมาหาในบล็อก

ดีใจช็อค!ล็อคใหม่คงไม่แห้ว

ไปกินลมชมดาวจีบสาวแม้ว

ชวนกันแล้วตาใสจะไปกัน  

จะขนลูกอีสานไปงานนี้

ลูกทีมที่สนใจใคร่ไปหัน

ถามคนไหนอยากไปกันทั้งนั้น

จ้าละหวั่นจ๊ะจ๋าหน้าเสบย  

หลายครอบครัวเกี่ยงกันฉันจะไป

ทำยังไงครูพิชัยเจ้าข้าเอ๋ย

เป่าหยิงฉุบตัดสินกันเช่นเคย

เรื่องก็เลยตุงนังยังวุ่นวาย  

คนขี้แพ้นั่งเศร้าเหมือนเต่าป่วย

มาให้ช่วยหาวิธีไปให้ได้

ทำหน้าเหงาเศร้าโศกบอกโชคร้าย

จะตรอมกายตรอมใจไปหลายปี  

งานนี้เสน่ห์แรงอย่างเหลือเชื่อ

ไม่น่าเบื่อป่าเขาเขียวสดสี

ชุมนุมคนรักใคร่น้ำใจดี

แล้วยังงี้ใครไม่ไปเฉาใจตาย

เขียนเมื่อ 
ความคิดเห็น
P
ขจิต ฝอยทอง
เมื่อ ศ. 06 ก.ค. 2550 @ 10:58 [ 312950 ]
  • โห ถ้าเพาะพันธุ์ได้สำเร็จคงดีมากเลยครับ
  • แค่ดอกเดียวก็กินได้นานมาก
  • ไม่คิดว่าที่บ้านป้าหนูพวนจะออกอีก
  • อาจเป็นเพราะว่าดินดีก็ได้แถมมีเชื้อเก่าด้วย
  • รอดูเห็ดตีนแรดครับ
  • ดอกใหญ่จริงๆๆๆ
  • http://gotoknow.org/blog/sutthinun/109061
เขียนเมื่อ 
P
มองไกลกว่าหนึ่งก้าวย่าง
เขียนเมื่อ 
Pคนไร้กรอบ
อริยชน
รณรงค์ เลิกดู ทีวี ช่องไร้สาระ ไม่เห็นใจเยาวชน

วันนี้  ภรรยาผม เธอจ๊าบมาก   เธอชวน ลูกๆ  แม่ยายของผม  และ ผม  รณรงค์   ปิดทีวี    เพราะ เห็นว่า   มีแต่รายการไร้สาระ

กำลัง จัดการวางแผน  ผังรายการของครอบครัวเราเอง

เขียนเมื่อ 
Pnuy
โรงเรียน
น้องๆขอกำลังใจครับ โปรดช่วยด่วน
ขอกำลังใจ
เหนื่อยจัง
 พยายามคิดว่าหลายปัญหาที่เกิดขึ้นคงเป็นเพราะตัวเองบริหารเวลาไม่ถูกเองมากกว่า  คงมีอีกหลายคนที่งานเยอะเหมือนเราแต่เขาบริหารเวลาถูก  พี่เคยรู้สึกเหมือนกันไหมค่ะ  ทำอย่าไร  ช่วยบอกหน่อยค่ะ ท้อแท้มากๆๆ ในตอนนี้
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ 
  • "ปัญหามา ปัญญามี"
  • คนที่ไม่มีปัญหา คือ คนตาย (แต่บางทียังไม่แน่อีก เพราะทิ้งปัญหาไว้ให้คนเป็นก็มี)
  • ต้องแก้ที่ใจก่อน  ต่อจากนั้นก็ปรับพฤติกรรม 
  • บริหารชีวิตให้ดี  ปรับตัวให้ได้กับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่
  • อย่าลืมเรื่อง  กาลเวลา   บางเรื่องต้องให้ "เวลา" จัดการ ครับ
  • ขอแสดงความคิดเห็นเท่านี้  มากไปเดี๋ยวจะเกิดปัญหาอีก
  • ขอบคุณครับ  สวัสดี
  • เขียนเมื่อ 

    รูปนี้ แห้งไปหน่อยครับ ตอนผ่านไป อากาศร้อน เค้าไปหลบในบ้านกันหมด เจออันนี้อยู่นิ่งๆ ก็เลยถ่ายมา แต่ไม่ใช่ตัวเป็นๆ ครับ
    เขียนเมื่อ 
    Pพิชชา
    ศูนย์บริการวิชาการ
    ใครชอบกินลำไยบ้าง?

    ตอนนี้ถ้าไปตลาดผลไม้จะมีลำไยวางขายแล้ว  และคงเป็นที่ชื่นชอบของคนชอบทานลำไย...

     

     

    ลำไยมีชื่อเรียกพื้นบ้านว่า บ่าลำไย ชื่อภาษาอังกฤษว่าลองแกน (Longan) ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Nephelium ,Canb.หรือEuphorialongana,Lamk.วงศ์Sapedadceaeทีน(Native)

     

    คนทางภาคเหนือนิยมปลูกลำไยกันค่ะ  บ้านที่เชียงใหม่ก็มีลำไยอยู่หลายต้นค่ะ แม้ไม่มีสวนแต่ก็จะปลูกบริเวณบ้าน  ไม่ต้องดูแลอะไรมากปีหนึ่งก็ได้ผลไม้ซึ่งได้ทั้งกินถ้ามากพอก็ขายค่ะ

    เขียนเมื่อ 
    P
    จะรักใคร ก็จงบอกให้รู้ เมื่อยังอยู่ด้วยกัน
    เคยถามตัวเองกันบ้างไหมว่า “เรา” ล้มตัวลงนอนพักผ่อนคืนนี้ พรุ่งนี้ “เรา” จะตื่นขึ้นมาเหมือนทุกๆวันไหม
    • จะรักใคร  ก็จงบอกให้รู้  เมื่อยังอยู่ด้วยกัน
    • คนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตาย  ชีวิตก็เหมือนกับที่ ปู่เย็น  แก้วมณี   กล่าวเอาไว้ว่า  เหมือนขึ้นสะพาน  ขึ้นไปแล้วก็ค่อยๆลง
    •         ปู่เย็นกล่าวด้วยว่า   ชีวิตของแกเหมือนสะพานที่กำลังลาดต่ำดำดิ่งลง  แกกล่าวไว้ในวันที่อายุของแกเกือบจะถึง ๑๐๐ ปี
    •         แต่คนเรา  จะมีสักกี่คนที่อายุถึงเพียงนี้  และที่สำคัญยิ่งที่ ปู่เย็น มิได้กล่าวถึง  แต่เป็น ความจริง  ที่สุดคือ
    •        ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า  ชีวิตตนเองหรือคนรอบข้าง   จะคืนลมหายใจให้ธรรมชาติเมื่อไร
    เขียนเมื่อ 
    สวัสดีทุกท่าน เป็นเพราะบกพร่อง หรือ g2k ผิดพลาดครับ  ไม่มีลิงค์ของท่าน
    Pnuy
    โรงเรียน
    น้องๆขอกำลังใจครับ โปรดช่วยด่วน
    ต้องขออภัยด้วยครับ 
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีครับ เม้ง

    รู้สึกหงุดหงิดมากครับ M เข้าไม่ได้เลยไม่ทราบสาเหตุครับ  หวังว่าพรุ่งนี้คงไม่เป็นครับ

    P

    สวัสดีครับคุณ conductor

    ขอบคุณมากๆ เลยครับ สำหรับลิงก์ที่น่าสนใจครับ เข้ามาสายไปหน่อยครับ

    สิ่งเหล่านี้เป็นการประท้วงจากธรรมชาติครับ ให้คนที่พบเห็นทราบครับ ว่าเค้ามีปัญหานะแล้วคนที่กำลังเห็นอยู่กำลังจะมีปัญหาด้วยเช่นกัน

    หน้าร้อนในทุ่งนาที่แห้งแล้งนะครับ เหยียบซักกอข้าวดังแกร็บๆ ดินที่เคยเป็นโคลน เปลี่ยนเป็นดินที่ตำเท้าเราแทนครับ ด้วยธรรมชาติของที่โล่ง ไม่มีต้นไม้อย่างทุ่งนา

    ขอบคุณมากครับ

    P

    สวัสดีครับพี่เหลียง

    ผมเห็นพี่ออนไลน์อยู่นะครับ แต่ทักไปกลับไม่ตอบกลับมาครับ... ตอนนี้ก็เห็นออนไลน์อยู่นี่ครับ

    สงสัยเป็นปัญหาที่ระบบหรือครับ

    ขอบคุณมากครับ ทำใจเย็นๆ ครับ สบายๆ ระบบมีปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาครับ ทำใจให้สบายครับ

    เขียนเมื่อ 
    P
    Conductor
    เมื่อ ศ. 13 ก.ค. 2550 @ 15:21 [ 319203 ]

    ความจริงผมไม่ได้คิดจะเสนอให้เก็บภาษีอาหารทำลายสุขภาพหรอกครับ ภาษีแบบนั้นน่าจะเป็นภาษีสรรพสามิต ซึ่งเหมาะสำหรับพวกโรงงานอุตสาหกรรมที่รัฐเรียกเก็บจากสิ่งที่รัฐเห็นว่าควรเก็บเพิ่มเพราะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิต (เช่นรถยนต์ น้ำอัดลม เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เป็นต้น)

    ผมคิดถึง VAT ครับ

    อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในปัจจุบัน อยู่ที่ 6.3% แต่มีภาษีมูลค่าเพิ่มของราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่จัดเก็บเพิ่มอีก 0.7% (อัตรา 1 ใน 9 ของภาษีมูลค่าเพิ่ม) รวมเป็น 7%

    ผู้ประกอบการรายเล็ก ที่มียอดขายไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ต่อปี (ยอดขายเฉลี่ยไม่เกิดวันละ 4,931.50 บาท) ก็ไม่ต้องเสีย VAT

    ผมไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีจากที่หนึ่ง แล้วนำมาอุดหนุนอีกที่หนึ่งในลักษณะที่ใกล้เคียงกันครับ

    สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) เก็บภาษีเหล้า-บุหรี่ แล้วเอามาทำเว็บ บางโครงการแรกก็แปลกดีเหมือนกัน แต่ช่วงหลังๆ มานี้ รัดกุมขึ้นมาก

    เอาเป็นว่า ตอนนี้อยากกินก็รีบกิน ก่อนที่จะมี พรบ.ว่าด้วยความผิดของหมูแดง ออกมานะครับ

    แวะอ่านบล๊อกของคุณหมอวัลลภบ้าง อ้าว เขียนเรื่องเดียวกันเลย แต่ผมเขียนก่อนนะ

    เขียนเมื่อ 
    P
    จนหรือรวย จำเป็นจะต้องแบ่งแยกไหม
    แอกสมัยใหม่มาแล้ว

    สวัสดีครับทุกท่าน

            จนหรือรวย รวยหรือจน ใครเป็นคนแบ่งประเภทครับ จำเป็นต้องมีเพดานกั้นระหว่างความจนกับความรวยไหมครับ

    คุณใช่เกณฑ์อะไรมาแบ่งความจนความรวย แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าคนนี้จนคนนี้รวย

    การที่คนมีกิน กินดีอยู่ดีแต่ไม่มีเงินเดือนในบัญชี แบบนี้จนไหม

    จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องแปลงสิ่งที่เค้าทำมาหากินให้เป็นตัวเงินเพื่อจะบอกว่า คนนี้จน คนนี้ไม่จน ไม่เข้าใจจริงๆ ครับ

    เขียนเมื่อ 

     P

    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/111579#

    จนหรือรวยใครจะเป็นคนแบ่ง แบ่งไปทำไม

    ตกงานหรือมีงานทำอยู่ที่ไหน ใครลิขิต

    สุขหรือทุกข์อยู่ที่ไหน ใครควรคิด

    แล้วค่าชีวิตอยู่ที่ไหน ใครกำหนด

    เขียนเมื่อ 

    ผมอยากสื่อถึง การเปิดใจของเรา...ก้าวออกไป ยิ้ม และแผ่ไมตรีแก่คนรอบข้าง ผมเชื่อว่าทุกคนรับรู้ได้จากการกระทำของเรา

     

    เมื่อเรายิ้มให้โลก โลกก็จะยิ้มให้กับคุณเช่นกัน

    P

    สวัสดีครับคุณ Conductor

    กราบขอบพระคุณมากๆ เลยครับ ที่นำอาหารสมองและสิ่งดีๆ มาฝากกันประจำนะครับ และการแนะนำให้รู้จักคุณบังอร ด้วยนะครับ

    สนุกในการทำงานนะครับ

    เขียนเมื่อ 
    Pพิชชา
    ศูนย์บริการวิชาการ

    เณรถามหลวงพ่อว่ามีสัตว์เท่านั้นหรือที่ทำหน้าที่ หลวงพ่อบอกว่า คนก็มีหน้าที่ทั้งนั้นครูมีหน้าที่สั่งสอนคนให้เป็นคนดี พระมีหน้าที่เผยแพร่ศาสนา ดังนั้นคนเราเกิดมาต้องรู้จักหน้าที่และทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดี

    เขียนเมื่อ 
    P

      http://gotoknow.org/blog/mrschuai/111828

    สวัสดีครับทุกท่าน

             วันนี้มีคำถามมาถามเล่นๆ กันครับ สำหรับทุกท่านครับ

    โจทย์... มีทุ่งนาแปลงนี้ให้คุณจับปลา มือเปล่า คุณจะจัดการอย่างไร ใช้การจัดการความรู้ หรือ KM (Knowledge Management) อย่างไรในการจับปลามือเปล่าครับ

    เงื่อนไข... คนที่บ้านของคุณรอปลาจากการจับในครั้งนี้ เพราะที่บ้านมีแต่ข้าว แต่ไม่มีกับข้าวครับ

    เขียนเมื่อ 
    • รวมตะกอนได้ยอดเยี่ยมค่ะ
    • ถ้าพลาดอะไรเด็ดๆใน G2K ต้องตามมาอ่านแถวๆนี้
    • ขอบคุณค่ะ
    P

    สวัสดีครับคุณพิชชา

    ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ ต้องยกความดีนี้ให้พี่เหลียง หนุ่มแพนด้าของพวกเรา และทุกๆท่านที่ผลิตตะกอนดีๆ ออกมาให้ได้อ่านกันนะครับ

    ขอบคุณมากๆ นะครับ ว่างๆ คุณพิชชา เอาตะกอนในบทความของคุณมาฝากกันได้เลยนะครับ ยินดีอย่างยิ่งนะครับ ช่วยกันเก็บๆ ที่อ่านเจอนะครับ หรือว่าจะเป็นการแสดงความเห็นก็ได้ครับ

    ขอบคุณมากครับ

    เขียนเมื่อ 
    P

    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/112009คุณจะอธิบาย ห่วงโซ่ชีวิตนี้กันอย่างไรครับ

    • [ZERO] to [HERO]

    • [HERO] to [EGO]

    • [EGO] to [ZERO]

    เมื่อ

    • ZERO คือ จุดเริ่มต้น และ จุดปลาย

    • HERO คือ จุดความสำเร็จ

    • EGO คือ ความถือตน ตัวข่อย

    เขียนเมื่อ 
    P

     สาวน้อยโบยบิน โผล่แล้ว

    โกงไม่เป็นไร   ขอให้มีผลงาน ? 

    โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี  เมื่อมีคนได้ก็ต้องมีคนจ่าย  สิ่งที่ตามมาหลังจากคอรัปชั่น คือถ้าสังคมไม่จ่ายราคาแพงเกินความจริง  ก็ต้องใช้ของต่ำกว่ามาตรฐาน  เพราะส่วนต่างคือส่วนที่ถูกจ่ายเป็นเบี้ยบ้ายรายทาง  นี่คือต้นทุนที่มองไม่เห็นที่สังคมต้องแบกรับโดยไม่รู้ตัว 

    P


    kmsabai (หมอผู้ใจบุญ และเปี่ยมด้วยมิตรภาพ)

  • ระวังอย่าเอาโคลนไปล้างโคลน
  • เป้าหมายชีวิตบั้นปลายคือการปฏิบัติธรรมแบบเต็มที่  เต็มเวลา
  • ชีวิตและจิตวิญญาณเราสามารถเปลี่ยนแปลงพัฒนา ยกระดับไปได้เรื่อยๆ
  • ทุกๆคนย่อมมีพื้นที่ของตนเอง บางส่วนที่ยังไม่อาจจสื่อสารได้
  • ถ้าเราไว้ใจกัน  ถ้าเราจริงใจและเชื่อใจต่อกัน  การสื่อสารก็จะมีมากและลึกซึ้งมากขึ้น
  • การสนทนาคือการสะท้อนความคิด  หรือเสียงภายในของเราออกไป  เพื่อให้มิตรผู้รู้ได้เข้าใจความคิด  หรือได้สะท้อนความคิดหรือวิธีคิดเรากลับมา
  • ทุกๆคนย่อมมีอัตตาภายในตนเอง   จะมากหรือน้อย หรือเรื่องอะไร  ขึ้นอยู่กับบริบทของคนนั้นๆ  หน้าที่อย่างหนึ่งของมิตรคือการเรียนรู้และเข้าใจในพื้นที่อัตตาตรงนี้ของแต่ละคน
  • หน้าที่ของเราต่ออัตตาของตนคือการเรียนรู้และเข้าใจมัน  และต้องวางแผนเพื่อการปฏิบัติ อันจะเป็นไปเพื่อการละลดเลิกอัตตา  ของตนให้น้อยลงไป
  • ทุนทางปัญญา  ทุนทางความคิด  หรือกระบวนการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในของแต่ละคนนั้น  ไม่เหมือนกัน  บางคนมีมาก  บางคนมีน้อย  ซึ่งจะส่งผลต่อความรวดเร็ว  หรือความก้าวหน้าในการพัฒนาทางจิตวิญญาณของตนให้สูงยิ่งๆขึ้นไป
  • การพัฒนาจิตใจระหว่างการทำงาน  การใช้ชีวิต  เป้นเรื่องที่ท้าทายและยากอย่างยิ่ง  เพราะว่าเราต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่มากกระทบมากมาย  รวมทั้งปัจจัยภายในด้วย
  • ที่ไปที่มาของความดีงาม  ของความคิดที่ดีๆของแต่ละคนนั้นน่าสนใจ  น่าเรียนรู้  เช่นได้มาจากการสอนของพ่อแม่  ได้มาจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • ภูมิธรรม  บุญ บารมีแต่ปางก่อน ของแต่ละคน  รวมทั้งกรรม ก็ต่างกันและก้เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งต่อพัฒนาการด้านจิตวิญญาณ
  • ของดีๆ ตะกอนดีๆ จาก http://gotoknow.org/blog/kmsabai/112011

     

    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/mrschuai/112071

    ธนาคาร สารพิษเคลื่อนที่ อายุมี จำกัด (มาหาประชาชน)

    ชีวิตใครก็ชีวิตใคร....ลดหรือเพิ่มสารพิษ ใครหล่ะที่กำหนดได้...หากไม่ใช่ตัวคุณ

    เขียนเมื่อ 
    PProf. Vicharn Panich
    The Knowledge Management Institute  http://gotoknow.org/blog/thaikm/111618
    ช่วยด้วย อย่าข่มขืนหนู
    อย่า "สอดใส่" "ใจมาร" ให้หนู

    ช่วยด้วย อย่าข่มขืนหนู

     

    นี่ไม่ใช่การข่มขืนทางเพศนะครับ     แต่เป็นการข่มขืนทางจิตใจ    เป็นการ สอดใส่ ใจมารให้แก่เด็กและเยาวชน     สื่อมวลชน และกิจกรรมอีกมากมายหลายหลาก กำลังฝึกฝนจิตใจเยาวชนของเราให้เป็นคน ใจมาร โดยที่เราไม่รู้ตัว

    เขียนเมื่อ 
    P
    สวัสดิ์
    เมื่อ จ. 16 ก.ค. 2550 @ 21:58 [ 321946 ]
    ครับ...มันโกงกันตั้งแต่ "งานวิจัยที่คุณเบิร์ดนำมาอ้างแล้ว"  รู้ตัวหรือเปล่า...เวลานี้  จะเอางานวิจัยมาอ้างต้องดู "ยี่ห้อ" ด้วยครับ...เรามัวแต่ไปมอง "คนอื่น" ว่าเขาจะโกง  แต่เรากำลังถูกคนที่เรา "ไว้ใจที่สุด" (อุตสาหกรรมอุดมศึกษา) โกงเราอยู่ครับ...เรื่องนี้จะขยายความดังนี้ครับ...

    งานวิจัยแบบนี้...ต้นตอมาจาก...ผู้ที่โกง...ไปจ้างอุตสาหกรรมอุดมศึกษาฝ่ายวิจัย...เขียนงานวิจัยที่ผู้จ้าง "กำหนดคำตอบ" ให้แล้ว...ไปแต่งเรื่องมาสนับสนุนคำตอบนี้...เอาเงินไป...(เรื่องราวคงจะประมาณนี้แหลครับ)...ถ้าคุณเบิร์ดบอกยี่ห้องานวิจัยนี้  ผมคงจะบอกได้ว่า...การวิเคราะห์ผมมีน้ำหนักแค่ไหน?

    เพราะผู้จ้างทำวิจัย...ก็ต้องการเอาผลการวิจัยไปอ้างความชอบธรรม...เช่นเดียวกับสินค้าที่ต้องการเอาผลการวิจัยไปอ้างความชอบธรรมให้กับสินค้าตัวเองเวลาไปโฆษณาขายครับ...ที่ผมบอกว่า theme park society ไม่ใช่เรื่องกล่าวหาเกินจริงเลยนะครับ

    เรื่องนี้  ผมจะเปรียบเทียบกับนิทานอีสปเรื่อง "ห่านออกไข่เป็นทองคำ"  ชาวนาเลี้ยงห่านไว้  มาวันหนึ่งห่านออกไข่เป็นทองคำ  ตอนแรกก็คิดว่า "ดีเกินกว่าจะเชื่อ" แต่ไข่ห่านขายได้  ก็กลายเป็นวัน  วันละฟองไม่พอ  รอไม่ได้  จึงผ่าท้องห่านโดยหวังว่าในท้องห่านจะเต็มไปด้วยไข่ทองคำ  แต่แล้วก็ผิดหวัง

    คนทำงาน  ไม่ว่าด้านใหน  เปรียบเสมือนชาวนา  คุณธรรมจริยธรรมเปรียบเสมือนห่าน  ผลของงานเปรียบเสมือนไข่ทองคำ  การทำงานที่ดีต้องมีประสิทธิผล  ประสิทธิผลจะเกิดต้องมีสมดุลระหว่าง ไข่ทองคำกับห่าน (ผลผลิตกับความสามารถในการผลิต)  จะเอาแต่ไข่ทองคำ  โดยไม่สนห่าน  รับรองไม่ยั่งยืนแน่นอนครับ (อุทาหรณ์ก็เห็นชัดเจน  ต้องเร่ร่อนกลับบ้านไม่ได้  เป็นต้น)  จะเอาแต่ห่าน  ไม่สนใจไข่ทองคำ  ก็อยู่ไม่ได้อีกเช่นกัน

    ตัวอย่างนี้  ผมนำไปเปรียบเทียบให้ "ข้าราชการ" ที่เข้าวิพากษ์การสร้างมาตรฐานความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ  ซึ่งผมมีโอกาสเสนอหน้าไปมีส่วนร่วมกะเขาด้วย  มาตรฐานนี้คงจะมีโอกาสผ่านมติ ครม. มาให้คุณเบิร์ดต้องปฏิบัติตามไม่ช้าก็เร็ว  เห็นว่าคุณเบิร์ดรับราชการ  พอผมยกตัวอย่างให้ข้าราชการที่เข้าร่วมสัมมนาฟัง  สังเกตเห็นได้ชัดว่า  มีมุมมองที่ดีขึ้นต่อมาตรฐานที่จะออกมาในอนาคต...เห็นไหมหละครับ...นักขายมือทองอย่างผม...(ไม้ซะไม่มี)

    ดีกรีความแรงลดไปมากใช่ไหมครับ...เพราะแรงไปหมดที่ "บ้านครูอ้อย" ครับ  กว่าจะมาถึงนี้จึงเหลือเพียงความอ่อนล้า...      http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/112029#
    เขียนเมื่อ 
    P
    Little Jazz \(^o^)/
    เมื่อ จ. 16 ก.ค. 2550 @ 20:06 [ 321814 ]
    คนเรามันปากว่าตาขยิบค่ะ ตอนนี้บรรดาอบต.ที่เสนองานให้ทั้งหลายเรียก kick back 30% ของราคางาน แถมเจ้าหน้าที่ระดับล่างยังของบ Entertain ต่างหากอีก เลยตัดสินใจไม่ทำดีกว่า เพราะผิดจรรยาบรรณของตัวเองและบริษัท คิดว่าไม่ทำก็คงไม่อดตาย ขอไม่มีส่วนร่วมในการทำผิดดีกว่า ได้เงินมาก็นอนไม่หลับค่ะ    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/112029#
    เขียนเมื่อ 
    P
    ข่าวประชาสัมพันธ์ : งานอบรมสัมมนา gotoknow กับการจัดการความรู้ที่เชียงใหม่

         เนื่องจาก อาจารย์พิชัย กรรณกุลสุนทร  จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ได้จัดโครงการดีๆ ให้แก่ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้

    เขียนเมื่อ 
    หัวเรือใหญ่ อาจารย์พิชัย  กรรณกุลสุนทร
    P
    • ส่วนที่ ๑ เรียนรู้ แลกเปลี่ยน การจัดการความรู้ สู่สังคมอุดมปัญญา โดย อ.Beeman จาก มหาวิทยาลัยนเรศวร

    P

    • ส่วนที่ ๒ เรียนรู้การเขียนบันทึกบนพื้นที่เสมือน blog ใน Gotoknow.org จาก คุณมะปรางเปรี้ยว เดินทางตรงมาจากสงขลา
    P
    • ส่วนที่ ๓  พูดคุยประสาคนเขียน blog ส่วนนี้ พบกับการพูดคุยกับ blogger ที่มาจากทุกมุมประเทศ ว่ากันว่างานนี้ เวทีแตก แน่นอน
     
     
    P
     
     
    P
      
       
    P
      
    P
       P
     
    P
     
    P
     
    P
     
    P

     

    P

     

    และทางฝ่ายเจ้าภาพคนเมืองเหนือ "ยินดีต้อนฮับ" พร้อมปรนนิบัติพัดวี

    แขกแก้วทุกท่าน

     ที่คุ้นหน้าคุ้นตา มี....

           P

    อ.พิชัย

      
    P
    อ.ศักราช    

       

    P

    อ.จันทรัตน์

     
    P
    พี่อึ่งอ๊อบ   
       
    P
    อ.อนงค์ศิริ 
     
    P
    น้องเก่ง

     P

    อ. นายสะลวง

     
    P
    น้องหมอสุพัฒน์
    นพ.สุพัฒน์ ใจงาม
    kmsabai
     
    P
    สุภัทร ชูประดิษฐ์

     P

    กระผมครับ นายเอก!!!

    เขียนเมื่อ 
    เรื่องภูเขาอัลไต

    ถิ่นกำเนิดของคนไทย มีผู้ตั้งทฤษฎีไว้หลายแนว ผมยังไม่ได้ยินว่ามีข้อสรุปอย่างไร

    แต่จะสรุปอย่างไร ผมหวังว่าคงไม่สรุปว่าคนไทยเป็นนักเดินทางผู้รักสันติ ที่พอถูกใครรุกรานก็หอบลูกจูงหลาน ยกครัวอพยพหนีไปสู่พื้นที่ว่างๆ ไม่พบใครเลยตรงนั้น ดำรงความเป็นเผ่าพันธุ์บริสุทธิ์ ทั้งเชื่อชาติ ภาษา และวัฒนธรรมนะครับ ข้อสรุปแบบนี้ฟังดูเหมือนการอพยพไปตั้งถิ่นฐานยังดาวเคราะห์ดวงอื่นมากกว่า

    เขียนเมื่อ 
    Pอาจารย์พนม ปีย์เจริญ
    Human Mind Training
    ผู้แกร่งกล้ามาแล้ว..................!!!!
    การพ่ายแพ้ที่มีศักดิ์ศรี!!
    ชัยชนะที่ได้มาอย่างไร้คุณธรรม..

    การพ่ายแพ้ที่มีศักดิ์ศรี

    ดีกว่าชัยชนะที่ได้มาอย่างไร้คุณธรรม

    ไม่ว่าคนในอาชีพใด

    พ่อค้า ..  ข้าราชการ   นักการเมือง ฯลฯ 

    ย่อมอยู่ท่ามกลางสภาพแห่งการแข่งขันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    กลยุทธ์ จึงเป็นสิ่งที่คนทุกอาชีพ

    ดึงเอาออกมาใช้ในการแข่งขัน

    เพื่อเพิ่มโอกาสให้ฝ่ายตนเป็นผู้ชนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

     แต่ไม่ว่าจะเป็นหนทางใดก็ตาม  

    ทางนั้นต้องมี ความบริสุทธิ์ยุติธรรม

    เพราะจะเป็นหนทางที่เมื่อเราได้รับชัยชนะมา   

    เราสามารถป่าวร้องให้โลกได้รับรู้ถึงความสามารถ

    และความภาคภูมิใจแห่งชัยชนะที่เราได้รับมาอย่างทรนง

    แต่ถ้าเป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างไร้คุณธรรม

    นอกจากจะไม่กล้าป่าวประกาศให้โลกรู้

     ยังจะต้องคอยปกปิดไม่ให้ลูกหลานได้รับรู้ 

    ถึงชัยชนะที่เราได้มาอย่างไร้คุณธรรมอีกด้วย….

     แล้วอย่างนี้เราจะเล่าถึงความภาคภูมิใจ..หรือความอัปยศล่ะ !! 
    เขียนเมื่อ 
    P

    สิทธิรักษ์

    ไม่ได้มาโพสต์ตะกอนอะไรหรอกครับ  แต่เอาน้ำใสๆ เย็นๆ มาให้เจ้าหมีตัวนี้ดื่มหน่อยครับ  ขยันดีเหลือเกิน

    สวัสดีครับ 

    P

     "จะมีซักกี่ครุย  ที่ลุยโคลน"

    หรือ

    P

    "จะมีปริญญาซักกี่ใบ ที่ไถนา"

    จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/87827

    เขียนเมื่อ 
    ขอโทษทุกๆท่านครับ ลืมอีกแล้วครับ  มาโพสท์ลิงค์ครับ   http://gotoknow.org/blog/77miracle/112121  ขอโทษท่าน  Pอาจารย์พนม ปีย์เจริญ         
    เขียนเมื่อ 

    P
    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/112029
    โกงไม่เป็นไร ขอให้มีผลงาน ?

    น่าตกใจมั้ยคะ ?....คนในสังคมเรา ส่วนหนึ่งจำนวนไม่น้อยกำลังคิดว่าการโกง  การทุจริต  คอรัปชั่น ( ฉ้อราษฎร์บังหลวง )  เป็นเรื่องธรรมดา เล็กๆน้อยๆ  ไม่ถึงกับทำให้ประเทศชาติพังพินาศ  ย่อยยับแต่อย่างใด 

    แต่ลึกลงไป สิ่งเหล่านี้บอกให้เรารู้ว่าคนในสังคมกำลัง   เห็นผิดเป็นถูก  เห็นความชั่วเป็นความดี  

    และก็ไม่น่าแปลกใจที่การจัดอันดับความโปร่งใสในทุกสถาบันของโลก ไทยมักจะอยู่ใต้เส้นทึบระดับต่ำกว่ามาตรฐานมาโดยตลอด

    เขียนเมื่อ 
    Pสุภชัย
    บจก.เน็กซัส เทรดดิ้ง
    ยิ่งเมื่อได้ทำ ยิ่งเป็นสุข มีความสุขในการทำบุญ
    บอกบุญ ให้กับผู้อื่น

    และเมื่อปีที่ผ่านมา ก็จัดผ้าป่าและมอบทุนการศึกษาให้เด็กยากจน
    เสื้อผ้า ขนม ทุนอาหารกลางวัน รวมทั้งคอมพิวเเตอร์ 2 เครื่อง
    ที่โรงเรียนบ้านโจ้โก้   ( ใกล้ ๆ  กับวัด )
    ทำให้เด็ก ๆ ดีใจมาก ผู้ใหญ่หลายคนน้ำตาไหล ปลาบปลื้ม
    เราเองก็รู้สึกยินดี

    แต่ปรากฎว่า อบต. กลับมาตัดงบช่วยเหลือโรงเรียนอีก ???
    ไม่รู้เพราะเห็นว่าได้รับการสนับสนุนจากเราหรือเปล่า
    น่าเบื่อจริง ๆ กับหน่วยงานที่ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาเด็ก

    เขียนเมื่อ 
    Pห้องสมุดกรมบัญชีกลาง CGD Lib
    ห้องสมุดกรมบัญชีกลาง
    แฉเงินคงคลังแทบเกลี้ยง

    http://gotoknow.org/blog/cgdnews/112192

    เขียนเมื่อ 

    Pห้องสมุดกรมบัญชีกลาง CGD Lib
    ห้องสมุดกรมบัญชีกลาง
    http://gotoknow.org/blog/cgdnews/112193

    พิษประชานิยมปี 51 ค้างจ่ายอื้อก่อหนี้ 1.4 แสนล.

    เขียนเมื่อ 
    ไม่มีรูป
    มันแกวพลัดถิ่น
    เมื่อ อ. 17 ก.ค. 2550 @ 12:47 [ 322410 ]
    คุณเบิร์ดครับ
    โกงไม่เป็นไร ขอให้มีผลงาน ในทุกวันนี้เป็นคำพูดที่ใช้ในกลุ่มคนบางกลุ่มที่ต้องการล้างภาพโค-ตะ-ระ โกง ให้ดูมีคุณค่าว่าเป็นการโกงเพื่อชาติ ประชาชนนิยม พอเราเอาน้ำร้อนสาดก็เปิดแนบ ทำให้เห็นความจริงว่าข้อความนี้คือ โกงไม่เป็นไร ขอให้แบ่งกันกิน  ดังนิทานอิ(บัด)สปแม้ว ตอนหนึ่งว่า........(แล้วจะมาเล่าต่อ อิอิ)   http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/112029#
    เขียนเมื่อ 
    P
    แวะอ่านสักนิด...จุดเด่นของร่างรัฐธรรมนูญ 2550
    เชิญชวนลงประชามติวันที่ 19 ส.ค. 50

                เมื่อวันก่อนได้ไปเข้าประชุมมา มีการพูดคุยกันถึงจุดเด่นของร่างรัฐธรรมนูญ2550  แต่ยังไม่ได้มีการเผยแพร่ เลยเก็บมาฝากชาว g2k  ที่ไม่อยากอ่านเนื้อหาทั้งเล่มค่ะ  

    ขยายและเพิ่มสิทธิและเสรีภาพให้มากขึ้น อย่างชัดเจน

     1.            ประชาชน 50,000 คน เข้าชื่อเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

    2.            ประชาชนเข้าชื่อ  เสนอกฎหมายเพียง 10,000 คน ถอดถอนนักการเมืองเพียง 20,000 คน

    3.            ห้ามแทรกแซงหรือปิดกิจการสื่อทุกแขนง

    4.             ผู้สูงอายุ ที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสมศักดิ์ศรีจากรัฐ

    5.             ผู้พิการ มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสมจากรัฐ 

    6.             บุคคลวิกลจริต ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ

    7.             คนเร่ร่อน ไร้ที่อยู่อาศัย และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ  มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่    เหมาะสมจากรัฐ

    8.             ผู้ใช้แรงงาน มีสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัย และสวัสดิการในการทำงาน รวมทั้งหลักประกันในการดำรงชีพ ทั้งในระหว่างและพ้นภาวการณ์ทำงาน

    9.            ประชาชนได้เรียนฟรี 12 ปี

     10.     การศึกษาทางเลือก  การเรียนรู้ด้วยตนเองและตลอดชีวิต  ย่อมได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมจากรัฐ

    จัดตั้งกลไกสนับสนุนการเมืองภาคพลเมือง เป็นครั้งแรก

     1.             ให้มีกฎหมายจัดตั้ง องค์กรเพื่อปฏิรูปกฎหมาย ภายใน 1 ปี เพื่อทำการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ  รวมทั้งสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในการร่างกฎหมายเสนอต่อรัฐสภา

    2.             ให้มีกฎหมายจัดตั้ง องค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมภายใน 1 ปี

    3.             ให้มีกฎหมายจัดตั้ง องค์กรเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เป็นอิสระจากหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งรัฐให้การสนับสนุนงบประมาณด้วย ภายใน 1 ปี

    4.             ให้มีกฎหมายจัดตั้ง กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ภายใน 1 ปี เพื่อสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้กับการรวมกลุ่ม/ชุมชน/และเครือข่ายทุกรูปแบบ

    5.             ส่งเสริมการจัดตั้ง สภาเกษตรกรในรูปแบบใหม่ เพื่อวางแผนการเกษตร และรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร

     ที่มา:   การประชุมคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดพิษณุโลก 

    เขียนเมื่อ 

     การศึกษาทั่วโลก ย่ำแย่แล้ว

    Pคนไร้กรอบ
    อริยชน    http://gotoknow.org/blog/ariyachon/112400
    • ส่งเสริม  การศึกษานอกระบบให้มากๆ   
    • การศึกษาตลอดชีวิต  
    • สร้างภาคี  เครือข่าย ให้คนทุกคนเป็นนักการศึกษา (ฟัง แบบ deep listening จาก คนวงการอื่นๆบ้าง   ถ้าเขาไม่เรียนรู้ เขามาทำงานในสังคมนี้ไม่ได้หรอก    พวกเขาปะทะ real world มามาก แต่ ไม่มีปริญญาทางการศึกษา    มีแต่ นักการศึกษานั้นแหละ ที่ไม่เคยออกไป ปะทะ real world)     ทุกคน คือ ผู้รับผิดชอบการศึกษา   ตั้งแต่ พ่อแม่ ทุกกระทรวง  ฯลฯ   อย่าหวงเอาไว้ที่ กระทรวงศึกษาคนเดียวสิ
    • วิจัยพฤติกรรมการเรียนรู้ ออกมาให้ประชาชนอ่านมากๆ  อย่าทำวิทยานิพนธ์แบบ "สร้างแบบสอบถาม" นักเลย   ... มันไม่ใช่วิธีการวิจัยที่ดีนะ
    • ดูพฤติกรรมคนในวงการศึกษา  แล้ว ดัด "พฤติกรรม" กันให้สมกับเป็นนักเรียนรู้ ก่อนที่ จะปล่อยให้ออกมา อาละวาด จัดระบบการศึกษา  เป็นคนจัดหลักสูตร  เป็นแม่ปู   ฯลฯ   แค่  ประชุมกัน  ก็ ไม่ สุนทรียสนทนาแล้ว   แค่ทำงานก็ไม่กลัวสารพัด   .....  จัดการพฤติกรรมตนเองให้ได้ก่อน  
    • ที่ ฟินแลนด์    ที่ USA    มีระบบการศึกษาแนว Action learning  เรียกว่า  Team academy   น่าสนใจที่ จะคลิก yahoo /google เข้าไปดูนะ       เน้นปะทะ real world  สร้าง sensing 
    เขียนเมื่อ 
    P
    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/112387สภาการศึกษา G2K : หากให้คนไทยเรียนฟรีจนจบ ป.ตรี ประเทศไทยจะล่มสลายหรือไม่

    สวัสดีครับทุกท่าน

             หัวใจของการพัฒนาประเทศ คือการพัฒนาการศึกษา ผมไม่แน่ใจว่าประโยคนี้ที่ผมกล่าวมาผิดหรือไม่ในความเห็นของท่านนะครับ

    ผมคิดว่า

    การให้ที่ประเสริฐที่สุด คือการให้การศึกษากับคนในชาติ

    เขียนเมื่อ 
    P
    poo
    เมื่อ พฤ. 19 ก.ค. 2550 @ 18:19 [ 324544 ]

    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/112387

    สวัสดีค่ะ คุณเม้ง

    ...  โอ้ย ปวดเฮด ...  ปูจำได้หนา เรารณรงค์เรื่องนี้มาตั้งแต่ ปูอายุ 6 ขวบ ....  เวลา สส. มาหาเสียงแถวบ้านเอย ...  ศึกษา มาที่หนึ่ง สังคม มาที่สอง เศรษฐกิจ มาที่ 3

    ....  แล้วเป็นไง จนตอนนี้รำลึกประชาธิปไตย ไปกี่ทศวรรษ แล้ว ก็ยัง อีหรอบเดิม  ..... 

     ....  ตอบได้ไม่ต้องคิด ว่าไม่ล่มหรอกค่ะ  เพราะตอนนี้มันก็ล่มไปเยอะแล้ว การศึกษาบ้านเรานะ  ... 55

    .... ดูหลายๆ ประเทศ เน้นการศึกษา ก็เห็นอยู่แบบมีความสุข ดี ...  การกระจายความเจริญ ไม่ค่อยมีช่องว่างทางเศรษฐกิจ ระหว่าง คนรวย คนจน มากมายนัก

    ... ประเทศเค้าได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มั่งคั่ง ร่ำรวย โดยภาพรวม แต่ถ้าเราสังเกตจะพบว่า แทบจะไม่มีโผรายชื่อ เศรษฐี ติดอันดับโลก เลย ก็ว่าได้

    .... เราต้องเน้นที่ตัวความรู้จริงๆ และความรู้นั้นต้องสามารถนำมาใช้ได้จริงๆ สอดคล้องกับสภาพพื้นที่

    ... เลิกเสียทีเถอะ กับค่านิยมผิดๆ ...  ปริญญา ก็แค่นั้น ... สถาบัน ก็งั้นๆ ... ที่เรียนนะ รู้หรือเปล่า ตัวตน ความต้องการตัวเอง จริงๆ หรือเปล่าว่า  แท้จริงๆ แล้ว ผู้เรียนรักชอบและถนัดอะไรมากที่สุด  ....

    เขียนเมื่อ 
    • สวัสดีครับ
    • หากการศึกษา คือ หัวใจ
    • ปอด ตับ ไต ไส้ พุง และกระเพาะ  จะคือ อะไร ???
    • อยากเห็นเรื่องการศึกษาของไทย
    • ทำเป็นยุทธศาสตร์ชาติ
    • ที กระทรวงสาธารณสุข  ยังทำเรื่อง  สุขภาวะ  เป็นวาระแห่งชาติได้เลย
    • จนเดี๋ยวนี้  ยังร่วมมือกันเต็มแผ่นดินเลย
    • การศึกษา  เป็น  หัวใจ  จริงๆ
    • ต้องทำได้ซิครับ
    • อนาคตอันใกล้นี้  ประชากรไทยจะได้หลุดพ้น 
    • จากวงจรอุบาทว์  โง่  จน  เจ็บ  ได้บ้าง
    • คงเริ่มหลุดตั้งแต่กระทรวงศึกษามาเลยแหละครับ
    • สวัสดี

     

    P
    TAFS  

    สวัสดีครับพี่ TAFS

    • สบายดีไหมครับผม
    • ขอบคุณมากๆ เลยครับสำหรับประเด็นดีๆ
    • หากการศึกษา คือ หัวใจ
    • ปอด ตับ ไต ไส้ พุง และกระเพาะ  จะคือ อะไร ???
    • เชิญที่ประเด็นนี้เลยครับ http://gotoknow.org/blog/mrschuai/100642
    • หัวใจก็ต้องทำงานร่วมกัน ปอด ตับ ไต ไส้ พุง กระเพาะ สมอง และอวัยวะอื่นๆ ครับ
    • หัวใจปั๊บสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากเราปั๊มการศึกษาเหมือนหัวใจที่ปั้มเลือดไปยังชุมชน ให้สอดคล้องกับการใช้งานของชุมชน ประเทศเราจะมีมะเร็งเกิดขึ้นไหมครับ
    • หากจะลดเซลล์มะเร็งก็ต้องเลิกกินสารพิษครับ เลิกฉีดสารพิษเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ฉีดสารดีๆเข้าไปในระบบให้ปอดทำหน้าที่ฟอกเลือดให้ดีๆ แล้วใครจะทำหน้าที่ฟอกเลือดในระบบการศึกษาครับ???????
    • แผนชาติ ควรจะมีแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติไปเลย จะได้เดินได้เต็มที่แล้วบริหารให้เต็มที่ เซลล์มะเร็งที่กัดกินระบบการศึกษาต้องตัดทิ้งก่อนที่ร่างกายทั้งระบบจะล้มครับ
    • ไม่เช่นนั้น วงจรที่พี่ว่า ก็จะดำเนินวนเวียนว่ายตายเกิด อยู่อย่างนั้น ร่ำไปครับ
    • ทำได้แน่ๆ ครับ หากเราได้ทำ..เมื่อได้ทำแล้ว ก็ใช้ปัญญาจากการสูบฉีดเลือดมาจากทั้งระบบให้รับใช้ชุมชนที่แท้จริง ผมว่าระบบต่างๆ ก็จะร่วมกันทำงานเป็นระบบไป โดยเน้นสร้างเลือดดีให้มีมากกว่าเลือดชั่วครับ ให้เลือดดีปกครองเลือดเสีย ดังนั้น หัวใจต้องมีศักยภาพด้วย ปอด กระเพาะ และอื่นๆ ก็ต้องทำงานเป็นระบบ
    • เข้ามาถกกันในตะกอนก็มันส์ดีเหมือนกันนะครับ 
    • ขอบคุณมากครับ
    เขียนเมื่อ 

     

    P

    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/113318คุณเห็นภาพเหล่านี้ในทุ่งนา ล่าสุดเมื่อไหร่ ครับ

    เครื่องมือที่ใช้ในการไถนา

    (ภาพคันไถ คราด แอก ผาน หัวหมู...)

    หัวหมูผาน


    หางยาม

    คันไถ
    แอก
    คราด

    รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น