ชุมทางเขาชุมทอง ( F ) ระพิน ภูไท F (ภาพชานชลาสถานีรถไฟชุมทางเขาชุมทองครับ) ดนตรี 8 Bars..6...7... 8.. จาก เธอที่ชุมทางเขาชุมทอง เผ้าแต่แลมอง มองมองจนลับตา เสียงรถด่วน เปิดหวูดก้องกลางพนา คล้าย เธอ เตือนว่า อย่าร้างลา ไปไกล จาก เธอที่ชุมทางเขาชุมทอง ก่อนจากยังมอง เห็นเธอ ยืนร้องไห้ ฉันยิ่งเศร้า เงียบเหงาวิเวกหัวใจ ก้ม หน้า ร้องไห้ บนรถไฟจนสุดราง ชุมทางเขาชุมทองที่ปักษ์ใต้ เป็นชุมน้ำใจ ชุมรัก ทุกเส้นทาง เราคบกัน เรารักกัน เคียงข้าง แต่เส้นชีวิตแยกทางให้เราต้องห่าง กันไกล จาก เธอที่ชุมทางเขาชุมทอง กลับมาเหม่อมอง มอง มองยืนร้องไห้ เสียงรถด่วน เปิดหวูดก้องมาครั้งใด ฉันต้องร้องไห้คิดถึงดวงใจที่เขาชุมทอง ดนตรี 8 Bars..6...7... 8.. ชุม ทางเขาชุมทองที่ปักษ์ใต้ เป็นชุมน้ำใจ ชุมรัก ทุกเส้นทาง เราคบกัน เรารักกัน เคียงข้าง แต่เส้นชีวิตแยกทางให้เราต้องห่าง กันไกล จาก เธอที่ชุมทางเขาชุมทอง กลับมาเหม่อมอง มอง มองยืนร้องไห้ เสียงรถด่วน เปิดหวูดก้องมาครั้งใด ฉันต้องร้องไห้คิดถึงดวงใจที่เขาชุมทอง . เอาภาพสถานีรถไฟมาฝากอีกมุมครับ เป็นสถานีเล็กๆครับ แต่เป็นชุมทาง เพราะมีทางแยกไปพัทลุง นครศรีธรรมราช และทุ่งสงเพื่อขึ้นไป กทม.และที่อื่น ซึ่ง ทุ่งสงก็เป็นชุมทางเช่นกันครับ วันนั้นน้องชายไปรับผมที่สถานีรถไฟ หลังจากผมเดินทางมาจาก เมืองนครศรีธรรมราช มาลงที่สถานีชุมทางเขาชุมทอง ซึ่งค่าโดยสารเพียง 8 บาทเท่านั้นครับ ที่น่าสนใจ ผมได้เล่าไว้ในบันทึกนี้ครับ ว่าผมได้เห็นอะไรบ้างระหว่างเส้นทางจากนครศรีฯ มาถึงบ้านผม ตามอ่านได้ที่ ปลูกยางในทุ่งนา เสียทั้งเวลาและนาข้าว จากนั้นผมก็เอาภาพภูเขาชุมทองในมุมจากหน้าเขา มาฝากกันเลยครับ จะดูคล้ายๆ รูปช้างหมอบนะครับ ด้านขวามือคือด้านหน้าภูเขา นะครับ นั่นคือ สถานีรถไฟชุมทางเขาชุมทองก็อยู่ทางด้านขวามือ บางทีชาวบ้านจะเรียนว่า สถานีหน้าเขา หากถามว่าจะไปไหน เค้าบอกว่าไปหน้าเขา หมายถึงว่าไปที่สถานีรถไฟชุมทางเขาชุมทองครับ แล้วภาพต่อไปก็เช่นกันครับ เลยช่วงนี้ไปแล้ว ก็จะเป็นช่วงของทุ่งนานะครับ เป็นไปตามภาพด้านล่างนี้นะครับ จะมองไม่เห็นหน้าภูเขาแล้วครับ เป็นภาพทางด้านข้างของภูเขานะครับ (เลยทุ่งนานี้ไปที่กลางภาพก็จะเจอบ้านผมครับ ทุ่งนาผืนใหญ่นี้เดิน คลุกดินโคลน น้ำ หาปลา วิ่งเล่นว่าวหน้าร้อน จับกบ ตกเป็ด ยั่วเบ็ด ครบเครื่องมาหมดแล้ว คุณอาจจะเห็นสีขาวๆ ในนานั้นคือ นกกระยางครับ ซึ่งยามค่ำคืนนกกระยางส่วนหนึ่งจะไปนอนที่ป่าที่พอจะเหลืออยู่นิดหนึ่งที่ข้างบ้านผม พื้นที่ทำมาหากินของนกและสัตว์ก็เริ่มหายากขึ้นทุกที) ภาพนี้มองจากทุ่งนาไปยังภูเขาสองลูกนั้น ทางขวามือคือภูเขาชุมทอง ส่วนภูเขาทางซ้ายมือชื่อภูเขาหอมภูเขาไห.... เมื่อการพัฒนาบ้านเมืองพัฒนาไปยังยุคของทุนนิยมมากขึ้น...การทำลายภูเขาก็มีมากขึ้น และก็มีหลายๆ คนเริ่มจะหากินโดยการไปทำลายภูเขากันมากขึ้น.... หลายๆ รายก็ได้เจออาการจุกเสียดของหัวใจในการทำลายทรัพยากรที่มีความสำคัญ ประวัติความศักดิ์สิทธิ์ของภูเขาชุมทอง ก็เล่ากันมานานแล้วนะครับ จะมีอีกภูเขาที่สำคัญร่วมกัน ร่วมสมัยเลย ก็คือ ภูเขาควนเกย มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยก่อนอดีตกาล ได้มีเรือสำเภอจีนขนาดใหญ่บรรทุกสินค้าโดยเฉพาะบรรทุกทองคำด้วยครับ แล้วผ่านมาบริเวณนี้ และเกิดพายุหนักครับซัดเข้าที่เรือ จนทำให้เรือสำเภาใหญ่นี้พังและหักเป็นสองท่อน ส่วนท่อนหน้าของเรือหักแล้วแยกไปอยู่ห่างจากส่วนท้ายเรือ ส่วนหัวเรือกระเด็นไปที่หนึ่งกลายมาเป็น ภูเขาควนเกย ส่วนท้ายของเรือบรรทุกทองคำ กลายเป็นภูเขาชุมทอง กับอีกนัยหนึ่งคือ เรือท่อนหัวเรือพัดไปเกยอยู่กับภูเขาลูกนั้น เลยชื่อว่าภูเขาควนเกย และท่อนท้ายที่บรรทุกทองคำถูกซัดไปกองอยู่ที่ภูเขาอีกลูกเลยได้รับชื่อว่าภูเขาชุมทอง และเรื่องเล่านี้ก็เล่ามาสู่จนถึงปัจจุบันครับ ผมจำผิดจำถูกบ้างนะครับ ท่านใดทราบก็อธิบายกันต่อได้นะครับ ไม่แค่นั้น สมัยคุณตาท่านหนึ่งเล่าให้คุณแม่ฟังตอนคุณแม่เด็กๆว่า ตอนที่ท่านบวชเป็นพระแล้วต้องบิณฑบาตร เดินสายบิณฑบาตร จากวัดควนเกยไปถึงเขาชุมทอง โดยมีครั้งหนึ่งท่านได้เดินไปแล้วไปเจอทองคำในระหว่างเดินทางแต่ท่านเป็นพระที่เดินหลังสุดแล้วท่านเจอทองคำก็เลยเอาทองคำใส่ย่ามไว้ พอเดินไปได้ซักพัก ก็หยุดกัน แล้วเลยนึกถึงสิ่งที่ได้หยิบใส่ยามมา ก็เลยคิดอยากจะเอามาดูเพื่อบอกเล่ากับพระรูปอื่น พอล้วงมือเข้าไปในยาม ก็หาไม่เจอแล้ว ทองคำได้หายไปจากย่ามแล้ว เพราะเค้าเล่ากันต่อๆ มาว่า หากมีการให้เห็นแล้วให้แล้ว ต้องห้ามบอกใครต่อ และมีการเล่าๆ กันอีกว่า ที่ภูเขาชุมทองนั้น หากใครไปเดินป่าหรือไปแถวนั้น นึกจะกินอะไรก็ได้กิน ได้กินข้าวเวลาหิว ผลไม้ จะมีการเอามาตั้งไว้ให้เป็นสำรับเลยครับ จนเป็นที่เลื่องลือว่า หากไปที่นั่นแล้วหิวก็จะได้กิน บอกเล่าต่อๆ กันมา แล้วมาตอนหลังเมื่อกินแล้ว ก็ได้ถ่ายอุจจาระใส่สำรับไว้ เลยหลังจากนั้นมา ไม่มีทราบว่าใครได้เจอหรือได้กินอีกเลย (ผมเองได้แค่การจินตนาการนะครับ) สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เล่าๆ กันต่อๆ กันมานะครับ...... แต่สิ่งที่ผมทันในชีวิตผมตั้งแต่ตอนเด็กก็คือว่า ใครจะทำอะไรก็สามารถบนบานศาลกล่าว ไปยังเทวดาภูเขาชุมทองครับ เพราะรากฐานของคนในละแวกนั้นจะนับถือเทวดาภูเขาชุมทองนะครับ ดังนั้นในแต่ละปีก็จะมีการทำพิธีเซ่นไหว้ ทางใต้เรียกว่า แก้บนเทวดาเขาชุมทอง หรืออาจจะเรียกว่า แก้เหลย (เขา คือ ภูเขา นะครับ เรียกสั้นๆ นะครับ แบบคนใต้) ก็จะมีพวกไก่ปากทอง หรือว่าหัวหมู ก็แล้วแต่ตามแบบครับ จะมีการเล่นหนังตะลุงด้วยครับ ที่บริเวณใกล้เขาชุมทอง ว่ากันว่าเทวดาเขาชุมทองจะมักแสดงให้คนในละแวกนั้นเห็นท่านในรูปแบบเป็นพญานาค หรืองู ซึ่งเป็นเทวดาเฝ้าภูเขาชุมทองแห่งนี้ บางทีเค้าก็เล่ากันว่าท่านเฝ้าทองคำเหล่านั้น ทำให้คนบางกลุ่มบ้าหาสมบัติกันครับ กลายมาเป็นภาพยนต์ ชุมทางเขาชุมทอง กันในอดีตครับ ดังนั้นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในความเห็นของชาวบ้านที่นับถือกัน เมื่อไม่นานมานี้ มีคนไประเบิดหินเพื่อเอาหินมาโม่ขาย แต่ก็เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ลูกสาวของกำนันโดนหินทับเสียชีวิตครับ ทำให้ชาวบ้านคิดกันไปต่อว่าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรไปยุ่งไปทำลายครับ เป็นอุทาหรณ์ให้ชาวบ้านคิดกันต่อไปครับ ด้วยมิตรภาพ สมพร ช่วยอารีย์ (เม้ง)
ผมเคยได้ยินเพลงนี้ครับ ก็เพราะดี นึกเสียงเพลงได้เมื่อเห็นเขาชุมทองเต็มตา
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
สถานีรถไฟสวยมากค่ะ คลาสสิคมากเลย ภาพทุ่งนากับเขาก็สวยดูสงบ งามเหลือเกิน นกกระยางนี่หาดูยากแล้วใช่มั้ยคะ ?...โตมากับธรรมชาติแบบนี้นี่เองถึงละเอียดอ่อนและผูกพันกับธรรมชาตินัก
คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยอ่านเรื่องสั้นเกี่ยวกับชุมทางเขาชุมทอง...และจินตนาการภาพไว้อย่างหนึ่ง พอเห็นของจริงเข้าก็ยังดีใจว่ามีส่วนคล้ายโดยเฉพาะสถานีรถไฟ ! ^ ^
เกร็ดเรื่องเล่าเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของผู้คุ้มครองธรรมชาติทำให้เบิร์ดนึกถึงว่าสิ่งที่เราไม่เห็นใช่ว่าจะไม่มีนะคะ..
ขอบคุณมากค่ะสำหรับเรื่องราวที่น่าสนใจและภาพสวยๆ...
สวัสดีครับคุณเอก
- นั่งรถไฟผ่านบ่อย แต่พออยู่ในภาพถ่ายสวยมากขอบคุณที่นำมาแลกเปลี่ยน
สวัสดีครับคุณเบิร์ด
สวัสดีครับคุณซูซาน
สวัสดีค่ะ น้องเม้ง
พี่แอมป์เพิ่งนั่งรถไฟผ่านชุมทางเขาชุมทองมาเมื่อไม่กี่วันนี้อะค่ะ ใกล้บ้านเม้งหรอกหรือคะ
ภาพที่สถานีสวยจัง ถ่ายไว้นานหรือยังคะ.....
เวลานั่งรถไฟผ่านทุ่งนา ผ่านภูเขา ผ่านสีเขียวๆของธรรมชาติ(ที่คนแต่งยังไงก็ไม่เหมือน) รู้สึกเป็นตัวเรา เป็นที่ของเรา ที่ๆเราจะเข้าถึงได้ อยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ เป็นอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องครอบครอง เหมือนมีกันและกัน ไม่ได้พูดให้หวานๆนะคะ ธรรมชาติเป็นอย่างนั้นจริงๆ
เพราะพี่แอมป์ก็โตมากับภูเขา เกิดมากับบ้านนอกเหมือนกัน ..... (เพียงแต่ซนสู้เม้งไม่ได้เท่านั้น) : )
ครั้งหลังสุดที่ไปกรุงเทพฯนี่ ก็ได้เห็นกับตัวเองว่าเรารู้สึกแปลกแยกกับสังคมเมืองอย่างรุนแรง ตอนเดินในฆ่าเวลาในศูนย์การค้า รอเวลาชมละครรอบค่ำ พี่แอมป์รู้สึกว่า นี่ไม่ใช่"ที่ของเรา" เลย
และที่แบบนั้นแหละ ที่ทำให้ "ที่ของเรา" ถูกดูดกลืนไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนั่งรถผ่านทางไปสนามบิน"ดินแดนแห่งทองคำ"เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ พี่แอมป์ก็รู้สึกงุนงงมาก เพราะเห็นไฟแรงสูงบนถนนเปิดสว่างเจิดจ้าสว่างไสวราวกับกลางวัน เป็นระยะทางยาวๆหลายนาทีแท็กซี่ คิดเป็นน้ำมันและพลังงานของชาติจำนวนมหาศาล
ในศูนย์การค้านั่นก็เหมือนกัน..... พลังงานตั้งเท่าไหร่ที่หายไปกับที่ว่างที่เราเดินย่ำเพียงเพื่อ "ฆ่าเวลา" ...
พี่แอมป์กับน้องที่ไปด้วยกัน รู้สึกเหมือนกันเปี๊ยบเลย.... รู้สึกแปลกแยกอย่างรุนแรง.... (น้องบอกว่าสงสัยพวกเราจะอยู่บ้านนอกนานเกินไป)
สวรรค์บ้านนอกจะอยู่กับเราอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าจะยังพออยู่ได้ ถ้าเราไม่รีบขายสวรรค์ให้ใคร(เพื่อแลกเป็นตัวเงิน) "เรา"ที่ว่านี่พี่แอมป์ก็ตอบไม่ถูกดอกค่ะว่าเป็นใคร
ได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าให้ทุกคนคิดเหมือนๆกันเลย ขอให้มีคนที่คิดไม่เหมือนเพื่อนบ้างเถิด.....
เอ่อ...ดูๆไปแล้วพี่แอมป์ว่าเจ้าของบล็อกนี้ก็คงคิดไม่ใคร่เหมือนเพื่อนเท่าไหร่อะค่ะ อิอิ..... : )
555 ไม่น่าจะใช่บ้านไร่ แต่เป็นไร่ที่นศ.มหาวิทยาลัยเกษตรเอาไว้ไปลงแปลงฝึกงาน รายละเอียดไม่ค่อยทราบเยอะ ต้องรอไปก่อนถึงจะกลับมาเล่าถูกค่ะ รู้แต่ว่าอยู่โคราช และมีศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติอยู่ที่นั่นด้วย หลายคนบอกว่าสวยเหมือนเมืองนอก
ผมเองก็เคยขับรถผ่านเข้าไปเพื่อไปงานแต่งงานของเพื่อนที่นั่น และเคยขับผ่านไปร่อนพิบูบลย์
สรุปว่าเคยไปถึง 2 ครั้ง
ไม่เคยเจอทองคำเลย
แต่เจอธรรมชาติ ป่า สวนยาง เงียบ สบาย
ขอบคุณค่ะ เพิ่งเคยเห็นภาพเขาชุมทอง เรื่องเล่าน่าสนใจนะคะ
ลองมองผ่านไปนะครับ พี่จะเห็นยอดภูเขาทั้งสองภูเขา แบบหยาบๆ นะครับ เสียดายไม่มีข้อมูลที่ละเอียด ไม่งั้นจะทำให้แจ่มไปเลยครับ... ส่วนถนนเส้นนี้ จะมีทางแยกที่ข้างบ้านคุณตาคุณยายของผม หากมาจากพัทลุง แล้วไปตรงไป ก็จะไปเจอสถานีเขาชุมทอง แต่หากเลี้ยวซ้ายไปทางสามแยกสวนผัก พี่ก็จะเจอบ้านผมทางขวามือครับ (พื้นที่ขาวๆ ในภาพบริเวณบ้านคือ ทุ่งนาครับ ส่วนขาวๆ บนยอดเขาเขียวๆ นั่นคือภาพเมฆครับ ไกลๆไปนะครับ)
อิๆๆ พอจะได้ไอเดียใช่ไหมครับ อิๆ.....
สวัสดีครับคุณซูซาน
สบายดีไหมครับ ครั้งหน้าโอกาสหน้าเชิญแวะที่บ้าน ดื่มน้ำกินข้าวปลาอาหารได้ครับ คงได้มีโอกาสเจอที่ หาดใหญ่บ้างนะครับ หลังจากที่ได้กลับกันไปครับ
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนยางครับ หากจะยังเหลือที่เป็นป่าก็ยอดเยี่ยมครับ แต่มีสวนยางก็ดีกว่าไม่เหลืออะไรเลยครับ
ขอบคุณมากนะครับ เป็นไงบ้างครับ ชีวิตคนเมืองโปร์
หวัดดีน้องบ่าว
พี่แดงน่ะครับ
เห็นรูปเขาชุมทอง รูปเขาควนเกย เห็นไปถึงหัวเขาหนองแป๊ดที่เถ้าแก่ว้าส่านเขาทำเหมืองแร่ในสมัยก่อน ทำให้คิดถึงบ้านพันปรือกะไม่รู้ เพราะว่า ถ้านั่งเล็งมุมให้ดีๆ ถ้านั่งอยู่บ้านพี่ก็เห็นมุมนี้เหมือนกัน แล้วทำให้คิดๆไปถึงตอนที่เรียนอยู่ ม.ต้น ตอนที่ถีบรถไป รร. ก็ เห็นมุมนี้ทุกวันเลย เมื่อก่อนตอนที่พึ่เรียนอยู่ รร. ร.ก.(ร่อนพิบูลย์วิทยาคม ((เกียรติ์วสุนธราพิวัฒน์)) ตอนที่เข รถถีบหลบมาจาก รร. (โรงเรียนนะเว้ย ไม่ใช่ โรงแรม) หลายๆ ทีหลบมาพร้อมกับลูกสาวครูนวล (แหงๆ อยู่ปละหัวนอนบ้านกำหนันเริญ ) หลังจากเขาเข้าบ้าน ร่ำลากันพอเป็นพิธีแล้ว พี่ก็ ถีบรถต่อไปคนเดียวเงียบๆ เมื่อไปถึงพานแค หรือบางที แถวๆ สามแยกบ้านลุ่งเฟื่อง จากนั้นก็หันหลบมาแลข้างหลัง จะเห็นมุมนี้เลย ไม่คิดว่า วันนี้จะได้เห็นมุมเดิมๆสมัยก่อน (เรียน ม.1-3 ปีการศึกษา 2522-2524) 25 ปีแล้วหรือนี่ (ไม่คิดว่ากูจะแก่ขนาดนี้แล้ว 5555 ) แต่มุมยังไม่เปลี่ยนเลย ทำให้คิดถึงบ้านจังหูเลย ขอบใจมากน้องที่เอารูปนี้มาให้เล เพราะว่า พี่ไม่หลบบ้านมาหลายเพลาแล้วเหมือนกัน ทำให้ทั้งคิดถึงพระที่บ้าน(ปกติโทรแหลงกันเกือบทุกวัน) แล้วคิดไปไกล สะหมัยเด็กสหมัยเขรถถีบมากับคนที่รู้ใจกันสหมันนี้ (หิหิหิหิ) (รูปภาพสามารถสะท้อนและสื่อๆ ไหรๆ ได้มากดีจังเลย)
ขอบใจอีกทีนึงน้อง
สวัสดีครับพี่แดง
สบายดีไหมครับ คิดถึงจังหูครับ มีเรื่องปรึกษาครับ เรื่องยางพารานะครับ เป็นไงครับ บทความนี้กะว่าจะเป็นบทความเรียกพี่แดงด้วยครับ อิๆๆ เข้ามาติดกับจริงๆ เลยนะครับ อิๆๆ
หากว่า รบกวนฝากเบอร์โทรผ่านอีเมล์ผมด้วยนะครับ จะได้โทรไปคุยซักหิดครับ
กราบขอบพระคุณมากๆ นะครับพี่
พี่แดงครับ
5555 เราติดกับโดยความบังเอิญ
ตอนนี้ พี่ ไป ฝากตัวเป็นศิษย์ ของ ท่าน อาจารย์สุจินต์ สิมารักษ์ โดยเต็มตัวเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง โดยการลุ้น และสนับสนุนของ อาจารย์หลวงที่พี่ทั้งขอร้องทั้งขอให้ท่านช่วยเป็นกองหลังให้ แต่ไม่ปรือสำหรับน้องบ่าวเม้ง พี่ก็ยินดีต้อนรับและว่างทั้งใจ ว่างทั้ง บล๊อกเสมอน่ะครับ
พี่แดง
เบอร์พี่ 0894280180
เออ น้อง เม้ง มีเบอร์ ไอ้นัย น้าบ่าวน้องหม้าย