รับปาก ท่าน อาจารย์ JJ ว่าจะ share เรื่องที่ไปบรรยายมาให้ฟังครับ
*********************************************************
วันนี้ ไป แนะนำ ศึกษานิเทศก์ ทุกจังหวัดเลย มาเจอกัน ที่ รร เอเซีย รังสิต หัวข้อ การพัฒนานวตกรรม
ผมอ่านผิด ดันไปอ่านว่า พัฒ - นาน - วัต - กรรม คือ พัดนาน วัดกรรมว่ามากน้อยแค่ไหน
แนะนำกันแค่ 1:30 ชม เท่านั้นเอง
- สิ่งที่ผมแนะนำไป เท่าที่จำได้ คือ
- อย่าเชื่อที่ผมแนะนำ เพราะ มันเป็นแค่ "ความเชื่อ"ของผม ในเรื่องการศึกษา
- การบริหาร หลังปี 2005 เปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ คือ จาก Mass production แบบทำกำไรมากๆ ----> มาเป็นแนว สร้างคน มาเล่น Soft side management กันแล้ว มาใช้ แนวทาง Education engineering ทำองค์กรเป็น "องค์กรเรียนรู้" คนที่เรียนบริหาร จบมาก่อน 2005 คงจะ งง และ เข็มขัดสั้น กับ ศาสตร์สมัยใหม่ ที่เน้น "คน" เน้น "สร้างสติ ปัญญา ความสุข พอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน" รักษ์โลก
- องค์กร สมัยใหม่ ไม่ไว้ใจ ผลผลิตที่ ระบบการศึกษาผลิตมาให้แล้ว ผู้บริหารสมัยจึงต้อง De-learning คือ ล้างสมองบัณฑิตใหม่ ....... เราเชื่อว่า การศึกษาในช่วง 10 - 20 ปีนี้ ล้มเหลวอย่างมาก คนที่จบมา ไม่มี sense ในการทำงาน ต้องเอามา "ล้างสมอง" เข้าค่าย Learn how to learn" ใหม่หมดเลย
- การบรรยาย ให้ผลแค่ 5% เท่านั้น แต่ ครู อาจารย์ ก็ยัง "หลง" ทำกันต่อไป
- ระบบการศึกษา USA ญี่ปุ่น สิงคโป เริ่มส่อให้เห็นว่าล้มเหลว เพราะ ไม่ทำให้คนเป็นคนที่สมบูรณ์เลย เต็มไปด้วย "บริโภคนิยม" ขาดความรักและเมตตา โหด เลว ฆ่าตัวตาย รุนแรง บ้ากาม ติดสุข เหงาหงอย ฯลฯ ----> แม้น แต่ นักการศึกษาสมัยใหม่ ของพวกเขาเอง ก็ออกมา ประนามการศึกษาของพวกเขา .... แต่ ไทยเราตามก้นพวกเขา ดูดและเลีย ของเสียที่เขาขับถ่าย ตลอดมา .... เราคิดระบบการศึกษาแบบไทยๆไม่เป็น เราดูถูก ภูมิปัญญาไทยๆ ของเราเอง
- หลักสูตรต่างๆ ออกแบบ แบบไม่ฟังคนในท้องถิ่น ยังคิดแบบครอบ หรือ เสื้อโหล อยู่เสมอ แม้น จะมี คนบ่นมา หลายสิบปี ก็ยังไม่แก้ไข อืดอาดทางการศึกษาจนชาติย่อยยับก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไร ----> อ้างปัญหาเดิมๆ เสมอมาว่า " ราชการและคน.ในระบบมากมาย ขยับยาก" โดยไม่คิดแก้ไข คิดใหม่ ทำใหม่
- ครูในโรงเรียน มี เรื่องมากมายให้ทำ จนไม่ได้สอน อะไร อะไร ก็โยนให้ครู โทษครู ---> คนที่รับผิดชอบเป็น ครู สมัยนี้ คือ สื่อมวลชน ชุมชน ผู้ปกครอง ฯลฯ แต่ ทุกคน บอกปัด และโยน มาให้ "ครู" ---> ไม่ fair กับครูเลยจริงๆนะ
- ครู ทำงานก็ทำๆๆๆ ครู ขี้เกียจ ก็ สุดๆๆ ครูขยัน จนมีปัญหาทางบ้าน "สอนลูกคนอื่น ลืมลูกตนเอง" ---> ชีวิตครอบครัวครูมีปัญหา ครูก็คงมา ระเบิดอารมณ์กับนักเรียน
- นวตกรรม = กรรมใหม่ นว = new
- นวตกรรม อย่าไปสนใจว่า คือ สินค้า ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แต่ มันครอบคลุมไปถึง นวตกรรมทางกระบวนการเรียนการสอน วิธีคิด ปรัชญา พฤติกรรม ฯลฯ ----> อย่าไป หลงทำ นวตกรรมที่สินค้า เท่านั้น ...... ท่าน คุณหญิง ดร กษมา ก็น่ารักมาก ท่านบอกว่า "ทำไปเถอะ เล็กๆน้อยๆ ก็ทำมา"
- อย่าไป สนใจว่า นวตกรรมนั้นๆ มาได้อย่างไร แต่ จงสนใจว่า กระบวนการ จนกว่า จะปิ๊ง ได้ นวตกรรม สำคัญกว่า
- แต่ในปีแรกๆ ให้พวกครูสบายใจ ก็ให้ รางวัลที่ผลไปก่อน เพราะ คนที่เข้าใจว่า "กระบวนการที่จะได้มาซึ่งนวตกรรม" เช่น การสร้างบรรยากาศ เวที นวตกร ฯลฯ คงต้องใช้เวลา อีก 2 - 3 ปี ...... การให้รางวัลแบบ Quick win นี้ ให้เพื่อ จูงใจ แต่ เชื่อเถอะ ครู บางคน ไปลอก OTOP มาส่งแน่ๆ เราก็ต้องปิดตา ทำโง่ไปก่อน ..... การทำ นวตกรรม อุปมา ปลูกต้นไม้ใหญ่ ต้องใจเย็นๆ
- การทำนวตกรรมนั้น เน้น บรรยากาศที่เอื้อต่อการทำนวตกรรม สร้างบรรยากาศ เปิดโอกาส เปลี่ยนนิสัยให้ "เปิดหู เปิดตา เปิดใจ" (Open mind , open heart , open will) ให้ได้ก่อน ..... "สร้างบรรยากาศก่อนสร้างนวตกร ----> สร้างนวตกร ก่อนสร้างนวตกรรม"
- การทำนวตกรรม อย่าเอาคนแบบ Newtonian มาดูแล นะ จะพังหมดเลย เพราะ พวกนี้ ไร้ "ใจ"
- อย่าชื่นชม คนสำเร็จมากไป เอาคนทำไม่สำเร็จ มาชื่นชมด้วย นี่เป็นจิตวิทยาขั้นสูง ใช้ Dialogue เป็น tool เพื่อ "บำบัด" แบบเนียนนุ่มลึก ----> อย่าละเลย Failure cases เพราะ คนล้มนี่แหละ หลายคนจริงใจ ความล้มเหลวนี่แหละ ทำให้เรียนรู้ คนอื่นๆได้รู้ สร้างความกล้าที่จะผิด แม้นบางราย เราจะรู้ว่าล้มเพราะ ขี้เกียจ ก็ปิดตาข้างหนึ่ง เพราะ เราเป็น ศึกษานิเทศก์ เราเป็น คุณอำนวย
- สงสารครูในในหนัง Final score เพราะ ระบบราชการ ทำให้ท่านออกมาเป็นอย่างนั้นเอง .... ตึง เครียด เน้นผล ขาดหางเสียง ฯลฯ ระบบราชการไทย ทำลาย ความสวยงาม ดีงาม งอกงาม กับการศึกษาได้อย่างมากมายสุดที่จะคิด
- ครู ไม่เข้าใจ ไม่ชำนาญจิตวิทยา ไม่มี "ใจ" มันก็แค่ เจ้าหน้าที่ผ่านข้อมูล
- มีเครื่องมือ ทาง LO & KM มากมาย ที่ ศึกษานิเทศก์ นำไปใช้ได้มาก คือ Show & share / Dialogue / Story telling / ยอวาที / เรียงความ / ]ละคร / เวทีชาวบ้าน / AAR / Blog / และ อื่นๆ อีกมากมาย
- ที่ บรรยากาศ ชิวๆ ที่คลื่นสมอง alpha จะผลิตความคิดดีๆ นวตกรรมออกมาได้เอง อย่าไปกด ดัน
- อุปมาทำนวตกรรม อย่าไปเร่งปุ๋ย อย่าไปเขย่าต้น แต่ ต้องสร้างบรรยากาศให้ ชิวๆ
- คนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา จริงๆแล้ว คือ พ่อแม่ ครู และ ผู้บริหารการศึกษา
- ชุมชน สมัยใหม่ ทำตามพระราชดำริ เรียนรู้ได้ดีกว่า นักเรียน นักศึกษาในระบบสะอีก คนไม่เข้าโรงเรียน ดูจะฉลาดและเอาตัวรอดได้ดีกว่า คนที่เข้าไปโดนครอบกระโหลก ในระบบโรงเรียน ----> อย่าดูถูก คนเรียนน้อยนะครับ ฉลาดกว่า Doctor มีมากมาย และ ดีกว่า ศาสตรจารย์มากมาย
- ไม่น่าเชื่อ ศึกษานิเทศก์มากมาย ไม่ได้ดูหนัง Final score
- การฝึกเรื่อง sensing เป็นมิติใหม่ ของการศึกษาครับ มีเรียนกันแล้วใน มหา ฯ อย่าง Massachusett Institue of Technology เมืองไทย ยังเรียนแบบจำ ๆกันอยู่เลย
- ปริญญาแบบไทย คือ สะสม Information ใครจำมาก คิดตรงกับอาจารย์ ก็เรียกว่าเก่ง ในขณะที่สมัยใหม่ เป็น sensing เป็น การเรียนแบบ learn how to learn
- ให้เข้าใจใหม่ว่า "ความรู้" ต้องผ่านการทำ ------> เป็น Constructivism ไม่ใช่ หลง เอา "ข้อมูล" ไปเป็น "ความรู้"
- ฯลฯ จำได้แค่นี้
ผู้บริหาร ท่านก็น่ารักนะ คือ ดร เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า กับ คณะ ก็เสี่ยง เอา คนปากจัด และ นอกระบบอย่างผม ไป "จุดประกาย" ให้ เพราะ ที่ผ่านมา คนในวงการ ว่ากันเอง ไม่ค่อยจะฟังคนนอก ทั้งๆที่คนนอก นี่แหละ stakeholder ตัวจริง
ไม่รู้ผลจะออกมาเป็นยังไง
หลายท่าน ก็คงจะเกลียดผม พูดตรงๆ แต่ ผมก็บอกว่า เป็น "ความเชื่อ" ของผม
การศึกษาในระบบล้มเหลว ก็ต้องดิ้นรน อบรมกันในองค์กร เพื่อ de-learning ล้าง Toxic ที่ติดมาจากในระบบ
ครูอาจารย์หลายท่าน กว่าจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด ก็คงใช้เวลาย่อยนานพอควร อาจจะเป็นปี ถ้าเปิดใจจะเข้าใจเร็ว ถ้าปิดใจ จะด่า และ ไม่เข้าใจเลย
ก็ขอขมา ครู อาจารย์ ทั้งหลายไว้ ณ ที่นี้ด้วย
..... เอาไว้ เมื่อไร บัณฑิตมาฟ้องที่ ศาลว่า lสถานศึกษาเอาเวลาของเขาไปทำลาย สอนอะไรก็ไม่รู้ ใช้งานไม่ได้ หางานไม่ได้ เอาค่าเทอม ค่าเสียเวลา คืนมา นั่นแหละ จะเข้าใจที่ผมพูดมากขึ้น
ขอบคุณกับการเขียนสรุปที่สอนคนในวงการศึกษาได้ดี ที่ไม่ได้คิดทำอะไรให้เป็นนวัตกรรม
ขอบคุณมากค่ะ
สุดยอดครับ ผมจะไปเขียนบันทึกแนะนำครูและผู้บริหารการศึกษาทุกคนเข้ามาอ่าน
ผมเสนับสนุนที่ ดร. วรภัทร บรรยาย ทุกประเด็นครับ
วิจารณ์ พานิช
ตามมาขอบพระคุณท่าน อาจารย์ ไร้กรอบ ครับ
อาจารย์ถ่ายทอดได้ชัดเจนเห็นประเด็นเหมือนกับได้ไปนั่งฟังอยู่ด้วย น่าจะช่วยพลิกกระบวนทัศน์ผู้บริหารการศึกษาได้บ้าง....ผมกับอาจารย์วิจารณ์คุยกันว่าต้องศึกษาเทคนิค "การว่า" (จะใช้ว่าด่า ก็ดูจะรุนแรงไป) ของอาจารย์ที่สามารถว่าได้โดยผู้ที่ถูกว่ายังหัวเราะได้ ...นับถือ ...นับถือ
ฮื้อ
ขอขอบคุณ ท่านอาจารย์ นพ วิจารณ์ และ ดร ประพนธ์ มากครับ
ผมลืมบอกไปว่า วันนั้น แนะนำ ให้ ศึกษานิเทศก์ รู้จัก เว็ป Gotoknow.org และ เอ่ย ชื่อ ท่านทั้งสอง ให้พวกเขาทราบด้วยครับ
คุณ ออต ครับ
ผมจะไป ขอนแก่น ทุกเดือน พาพวกปูน ไป ปฏิบัติธรรม ที่ป่าช้า วัดธรรมอุทธยาน
นพ JJ มาดูแลผมด้วย
20 -21 มิย นี้ นอนที่วัดครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ผมอยู่ในวงการมากว่า 30 ปี อ่านไปแบบ Deep Reading จบแล้วว่าจะหาบางข้อมาโต้แย้ง แต่แล้วก็จนปัญญาครับ
ขอบอกความจริงว่าเมื่อเจอกลุ่มครู หรือผู้บริหารสถานศึกษา ในเวทีต่างๆ สิ่งที่ผมพูดตรงกับสิ่งที่อาจารย์นำเสนอ อย่างน้อยประมาณ 70 % ครับ ส่วนที่ยังไม่ได้พูด ก็เห็นจริงทั้งหมด ไม่มีอะไรโต้แย้งครับ ขอย้ำว่า .. เป็นความจริงแท้แน่นอนที่ว่า .. การศึกษาในช่วง 10 - 20 ปีนี้ ล้มเหลวอย่างมาก ไม่เชื่อลองอ่านที่ผมลองพูดให้คล้องจองเล่นๆก็ได้ครับว่า จริงหรือไม่จริง
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์วรภัทร ครับ
อาจารย์ครับ แสดงความคิดได้ใช่ไหมครับ ช่วยเสริมและใส่มุมคิด ขอเป็น ไม่ออกนามครับ
“การบรรยาย ให้ผลแค่ 5% เท่านั้น แต่ ครู อาจารย์ ก็ยัง "หลง" ทำกันต่อไป”
---- เห็นด้วยครับ ถ้าการบรรยายนั้นไม่ดี แต่ถ้าบรรยายได้อย่างที่คุณบรรยายมานี้ ก็ควรจะบรรยาย(คนชอบคุณบรรยาย ชี้จุดคิด วิเคราะห์ต่อ)
“แต่ ไทยเราตามก้นพวกเขา ดูดและเลีย ของเสียที่เขาขับถ่าย”
----วันก่อน ดูรายการ PrimeTime เดือนพฤษภาคม 50 เขาเชิญ Americanprofessor มาบรรยาย เขาพูดว่าเขาชอบคนไทย เพราะคนไทย(ว่านอน) สอนง่าย...
“คนเรียนน้อยนะครับ ฉลาดกว่า Doctor มีมากมาย และ ดีกว่า ศาสตรจารย์มากมาย”
---- อันนี้เข้าสุภาษิต “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” หรือเปล่าครับ แต่จริงๆ ต้องเข้าใจว่า การเป็น doctor หรือ professor คือความฉลาดลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าจะให้รู้กว้างขวาง เป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดรู้มากกว่า เพราะเจอและเจรจาแลกเปลี่ยนกันตลอด
“เมื่อไร บัณฑิตมาฟ้องที่ ศาลว่า lสถานศึกษาเอาเวลาของเขาไปทำลายสอนอะไรก็ไม่รู้ ใช้งานไม่ได้ หางานไม่ได้ เอาค่าเทอม ค่าเสียเวลาคืนมา นั่นแหละ จะเข้าใจที่ผมพูดมากขึ้น”
--- ถ้าวันนั้นมาถึง ก็หมายความว่า วิกฤตหลายด้านแล้ว ---และถ้าคิดอีกมุมหนึ่งด้วย ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมหรือสิ่งยึดเหนี่ยว ตามลักษณะไทยๆ นั้นได้หลายไปด้วย เพราะ การฟ้องร้องกัน---นี่มันมะกัน(จ๋า)ชัดๆ
ยอดเยี่ยมและเฉียบคมจริง ๆ ครับสำหรับความคิดเห็นของแต่ละท่าน ขอยกย่องครับท่านกูรู
อาจารย์ครับ
ขอบคุณครับ ดร.วรภัทร์ ที่ทำให้หลุมแคบๆ ตื้นๆ ของผมได้กว้างขึ้นอีกหน่อย /|\
ผมตามมาจาก บล๊อก แนะนำ ลิงค์ จากของ อาจารย์หมอวิจารณ์ ที่เคารพ...
ได้อ่านแล้วมองเห็นบทเรียนที่อาจารย์มองได้สุดยอดมากเลยครับ :)
ผมขออนุญาตนำข้อเขียนไปแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ในห้องเรียน ปริญญาเอก สาขาการวิจัยและพัฒนาการศึกษา ที่คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ น่ะครับ
อ่านหน้านี้แล้วรู้สึกปิ๊งหลาย ๆ ประเด็นเลยครับ ขอบพระคุณครับผม
อึ้งครับผม ไม่มีอะไรโต้แย้ง ยอมรับว่าเป็นจริงครับ ช่วยนำเสนอบทบาทที่ประเสริฐให้ครู ก็จะเป็นกุศลยิ่งครับ
ขอบคุณท่าน ดร.วรภัทร มากครับ ที่ให้ประเด็นคิดดีๆ แก่สังคมการศึกษา(ไทย) หากมีโอกาสผมคงได้ถ่ายทอดแนวคิดนี้ต่อไปครับ
ขอเฉลย "เข็มขัดสั้น" คือ คาดไม่ถึง ครับ
ขอบพระคุณค่ะ
ได้เคาะกระโหลกกะลา(แบบหนิง)ด้วยค่ะ