สังคมปัจจุบันนี้ ทำให้ งง อยู่บ้างค่ะ
งง อย่างไร จะเล่าให้ฟัง
กลางวันนี้เจอท่านผุ้อาวุโสท่านหนึ่งที่เกษียณไปแล้ว ท่านก็ทักทายว่า "เป็นไงหนู สบายดีไหม"
ตอบท่านไปว่า "สบายดีค่ะอาจารย์"
อาจารย์ท่านเปรยว่า "เนี่ยหนูเป็นคนแรกที่สบายดี นอกนั้นถามใครก็บอกว่า ทุกข์หนักแสนสาหัสทั้งนั้น"
............ ????..........
กินข้าวเสร็จ เจออาจารย์อีกท่าน
อาจารย์ชวนคุย "ฝนตกเมื่อเช้าไม่ทันหายร้อนเลยนะ อบอ้าวมากเลย"
ตอบท่านว่า "ค่ะ แต่ฝนตกก็ดี ต้นไม้ใบไม้เขียวสวยดี"
อาจารย์ท่านพูดว่า "โอ๊ย.....ไม่มีเวลาว่างขนาดจะไปมองใบไม้ใบหญ้าอย่างเธอหรอก วันๆเหนื่อยงกๆ ทำงาน $^()(*_)^$$%@"
.........??????.......
เย็น เจออาจารย์อีกคน...
อาจารย์ท่านทักว่า "แหม...เดินยิ้มไปยิ้มมาเชียว สงสัยจะว่างนักละซิ เนี่ยเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว *^%*^%%$%#"
....?????.....
สะดุ้งตั้งแต่อาจารยผู้ใหญ่ทักแล้ว เพราะท่านถึงขั้นเอ่ยปาก มาสะดุ้งต่อที่การยิ้มถือเป็นอาชญากรรมไปแล้วเพราะทำให้คนอื่นหงุดหงิด..และเป็นตัวชักนำคำ(...) จนต้องเดินหนี.....
......
เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว เริ่ม งง ตัวเองว่า ผิดปกติหรือปกติเนี่ย ที่ยิ้มไปยิ้มมาให้คนอื่นหงุดหงิด???
แต่ขอเรียนว่า รู้สึกสบายดีค่ะ...หน้าที่ก็ไม่ได้น้อยกว่าคนอื่น ...แต่ว่า......ขออนุญาตยิ้มนะคะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์จันทรรัตน์
ดิฉันแวะเข้ามายิ้ม และหัวเราะน้อยๆ อย่างสบายดีค่ะอาจารย์ ชอบรูปอาจารย์ที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใสดี ....ดูแล้วรู้สึกสบายดีตามปกติ....
เมื่อไม่กี่วัน ดิฉันเพิ่งเจอสถานการณ์การสื่อสารแบบที่คล้ายๆกับที่อาจารย์เล่าให้ฟัง อันเนื่องมาจากมึคำถามว่า "...เป็นอย่างไรบ้างล่ะ" และดิฉันก็ตอบว่า "หนุกหนานน่าดู..." จึงมีคำถามกลับว่า "ชีวิตนี้ไม่มีความทุกข์ร้อนกับสิ่งใดเลยหรือ"
ดิฉันจึงนึกออก รีบอ่านความรู้สึกของผู้ถามอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เพราะอยากให้คำตอบแบบที่เขาต้องการ แต่ก็พบว่าช้าไปเสียแล้ว เพราะประโยคต่อไปที่ตามมาคือ "...เกิดมาโชคดีจริง"
ดิฉันนึกอะไรไม่ออกจึงยิ้มและส่ายหน้า เพื่อสื่อความหมายว่า ไม่ได้โชคดีอะไรดอก เพียงแต่ไม่ได้คิดว่าเป็นโชคร้าย และคิดเสียว่าอะไรๆแต่ละวันนั้น ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป จึงตั้งใจรับมืออย่างดีที่สุด เมื่อทำดีที่สุดแล้วก็ทำใจเสีย ว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง แบบที่คนแก่เขาเรียกว่า "ปลง "
เพราะคิดดังนี้ จึงได้ตอบคำถามเขาไปตอนต้นอย่างธรรมดาว่า "..หนุกหนานน่าดู .." แต่ด้วยว่าการรับสารและการแปลความหมายไม่ตรงกัน บทสนทนาจึงไม่ใคร่ สะ-มู้ธ นัก อย่างไรก็ดี ดิฉันก็เลือกจบบทสนทนาด้วยรอยยิ้มตามปกติของดิฉัน : )
......คงดูไม่ใคร่ผิดปกติในสังคมเท่าใดนักนะคะ : )
ปล. ด้วยความระลึกถึงยิ่งค่ะอาจารย์ เทอมใหม่นี้งานยุ่งเหลือเกิน ไม่ใคร่มีเวลาเหลือเป็นส่วนตัวมากนัก พอมีโอกาสแวะมาในบันทึกอาจารย์จึงเล่าเสียยาวค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์จันทรรัตน์
สถานการณ์จะเป็นอย่างไรยังยิ้มได้ ดีกว่าหน้าบึ้งครับ ขอให้อาจารย์ยิ้มต่อไปครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p> </p><p>ดีใจที่อาจารย์แวะมาค่ะ …</p><p>ตอนนี้ชาวประชาเป็นโรค ทำหน้าเฉย ถึงจะรู้จักกันก็เหอะ…และก็เงียบไม่พูด…บรรยากาศอึมครึมมากกว่าจะคิดว่าแต่ละคนอรหันต์….ค่ะ</p><p>พอยิ้มเลยผิด norm ไปหน่อยค่ะ…..</p><p>แต่มันอดยิ้มไม่ได้อยู่ดี….อิอิ</p><p> </p><p> </p><p> </p>
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ยิ้มสยามกำลังจะสูญพันธุ์
ขอบคุณที่อาจารย์หนุนหลังค่ะ
มาเยี่ยม…คุณ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>อ่านแล้ว…นึกถึงเพื่อนร่วมงาน…เวลาเขาลุกจากห้องไปข้างนอก…สายโทรเข้าจัง…พอวันไหนเขานั่งอยู่ไม่มีสายโทรเข้ามาเลย…</p><p>เขาเดินมาถามผม…เป็นเพราะอะไรอาจารย์…</p><p>ผมยิ้ม…นึกในใจว่า…เป็นเช่นนั้นเอง…</p>
สวัสดีค่ะคุณจันทรรัตน์
คิดถึงเพื่อนที่รู้ใจเสมอค่ะ
คุณจันทรรัตน์ครับ
นานาจิตตัง...อย่าไปถือสาครับ
เอาไว้เป็นแบบฝึกหัดแผ่เมตตา คนที่ร้อนรุ่มจะได้ลดดีกรีลงเป็นเย็นได้บ้าง...อย่าร้อนตามเขาก็แล้วกันครับ
อย่าแปลกใจเลยครับ ทุกที่ก็มีคนประเภทนี้ เนื่องจากเขาเป็นคนที่ยังมีทุกขจิตมาก จึงอาจแปลกใจที่เห็นคนยังยิ้มได้ :)
เราก็ส่งจิตไปทำให้เขายิ้มได้ในอนาคตก็แล้วกันครับ
เคยอ่านเรื่องเจ้าชายน้อยไหมครับ?
ตอนหมาป่าสอนให้เจ้าชายน้อยทำให้หมาป่าเชื่อง
ใช้วิธีนั้นก็ได้ครับ:)
ขอบคุณค่ะ อาจารย์
ครูอ้อย
อาจารย์
และ อาจารย์
อ่านบล็อกนี้ ครั้งที่ 2 แล้วครั้งแรกรีบ ครั้งนี้ ตั้งใจมาออกความเห็นค่ะ
ดิฉันคง เป็นคนลักษณะเดียวกันกับอาจารย์ ยิ้มติดหน้า เสมอ ยิ้มไว้ก่อน ไว้ก่อน แล้วก็
เคยโดนแซวบอกว่าดูชีวิตมีความสุขมากน้อ ชีวิตคุณมีความสุขดีจังเลย จากพี่ และน้องวิชาชีพเดียวกัน และคนรอบตัว ญาติ พี่น้องใกล้ชิด
เจอคำถามแบบ อาจารย์ หลายครั้ง ตอบให้ดียากนะ
และเห็นคนถามแล้ว ก็สงสาร ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ยากนะคะ
หลังๆมารู้สึกว่า ตอบได้ดีขึ้น คนถามเราน่าจะ ได้ประโยชน์ ลองเสนอให้อาจารย์ ดู
ตอนแรกตอบเขาไปก่อนว่า รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ หรือ ?
และ พูดต่อว่า ทำไมล่ะ เรายิ่งรู้สึกแปลก แปลกดี ที่พี่ถามอย่างนี้ เพราะชีวิตพี่น่าจะมีความสุขมากกว่า
ชีวิต พี่ ดูดีจะตาย ดีกว่าเราเยอะ ครอบครัวอยู่ด้วยกัน มีปัญหาก็ ช่วยกัน บ้านเราบางทีอยู่กัน สองคน เหงานะมีปัญหาก็ช่วยกันยาก (ครอบครัวดิฉันอยู่ แยก 3 จังหวัด เจอกัน แต่วันหยุด บางที่ยังกว่าจะเจอ ครบองค์อาจต้องรอ เป็น 2-3 เดือน)
พี่มีชีวิตที่ดี มีภรรยาที่ดี ใครๆก็ รัก นับถือ เธอ
พี่มีลูก 3 คนที่พี่และภรรยา เลี้ยงได้ดี ไม่สร้างปัญหา ไม่เกเร เรียนจบ ทำงาน 1 คน แล้ว
มีบ้าน มีฐานะทางสังคมดี งานดี ได้ทำบุญ(ดูแลคนเจ็บป่วยทุกวัน) อยากได้อะไรก็ซื้อได้ อยากเที่ยวไหนก็ได้
ใครได้คบ พี่ก็ เป็นมงคลกับชีวิต เพราะพี่จะดูแล และช่วยคนรอบๆ ตัวเสมอ
แต่ทำไมดูพี่แสดงออก เหมือนไม่มี ความสุข แปลกดี หรือพี่แสดงความสุขออกมา แล้ว เราไม่เห็นรึเปล่า
แต่.....ก็ ยังดี นะ ที่พี่ไม่เสพ ทุกข์ บางคนนะ (เช่น....)เราเห็น เลือกเสพแต่ทุกข์ ชีวิตมีแต่บ่น มีแต่ไม่พอใจ อารมณ์ เสียทั้งวัน คนรอบๆหนีห่างหมด
และดิฉันก็ ดีใจ
ที่พี่และน้องทั้งใน และนอกวิชาชีพนั้น เหมือนกับเปลี่ยนไป ดูจะเข้าใจและน่าที่จะเลือกเสพสุขได้
เห็นยิ้มได้และคุยเรื่องหนุกหนานมากขึ้นค่ะ
และแอบช่วยพี่เขาเพิ่ม
โดยชม สิ่งดีๆ ที่เขามี ทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น
โอ เสื้อตัวนี้สวยมาก ภรรยาซื้อให้ใช่ไหม ดีจังไปหาซื้อที่ไหนนะ
เธอตอบที่ห้าง.............
เราก็ แซวว่า ไม่ใช่เสื้อ ภรรยาดีๆ แบบนี้ เนียะ เขาซื้อกันที่ไหนน้อ
ขอบคุณที่อาจารย์ จุดประกายให้มีความสุข
อีกแล้ว ค่ะ