สวัสดีค่ะ อาจารย์จันทรรัตน์
ดิฉันแวะเข้ามายิ้ม และหัวเราะน้อยๆ อย่างสบายดีค่ะอาจารย์ ชอบรูปอาจารย์ที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใสดี ....ดูแล้วรู้สึกสบายดีตามปกติ....
เมื่อไม่กี่วัน ดิฉันเพิ่งเจอสถานการณ์การสื่อสารแบบที่คล้ายๆกับที่อาจารย์เล่าให้ฟัง อันเนื่องมาจากมึคำถามว่า "...เป็นอย่างไรบ้างล่ะ" และดิฉันก็ตอบว่า "หนุกหนานน่าดู..." จึงมีคำถามกลับว่า "ชีวิตนี้ไม่มีความทุกข์ร้อนกับสิ่งใดเลยหรือ"
ดิฉันจึงนึกออก รีบอ่านความรู้สึกของผู้ถามอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เพราะอยากให้คำตอบแบบที่เขาต้องการ แต่ก็พบว่าช้าไปเสียแล้ว เพราะประโยคต่อไปที่ตามมาคือ "...เกิดมาโชคดีจริง"
ดิฉันนึกอะไรไม่ออกจึงยิ้มและส่ายหน้า เพื่อสื่อความหมายว่า ไม่ได้โชคดีอะไรดอก เพียงแต่ไม่ได้คิดว่าเป็นโชคร้าย และคิดเสียว่าอะไรๆแต่ละวันนั้น ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป จึงตั้งใจรับมืออย่างดีที่สุด เมื่อทำดีที่สุดแล้วก็ทำใจเสีย ว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง แบบที่คนแก่เขาเรียกว่า "ปลง "
เพราะคิดดังนี้ จึงได้ตอบคำถามเขาไปตอนต้นอย่างธรรมดาว่า "..หนุกหนานน่าดู .." แต่ด้วยว่าการรับสารและการแปลความหมายไม่ตรงกัน บทสนทนาจึงไม่ใคร่ สะ-มู้ธ นัก อย่างไรก็ดี ดิฉันก็เลือกจบบทสนทนาด้วยรอยยิ้มตามปกติของดิฉัน : )
......คงดูไม่ใคร่ผิดปกติในสังคมเท่าใดนักนะคะ : )
ปล. ด้วยความระลึกถึงยิ่งค่ะอาจารย์ เทอมใหม่นี้งานยุ่งเหลือเกิน ไม่ใคร่มีเวลาเหลือเป็นส่วนตัวมากนัก พอมีโอกาสแวะมาในบันทึกอาจารย์จึงเล่าเสียยาวค่ะ