<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทุกครั้งที่นิสิต หรือองค์กรนิสิตต้องออกค่ายอาสาพัฒนา ผมมักจะมีคำถามกับพวกเขาอยู่เสมอว่า นอกจาก “ค่ายสร้าง” แล้ว พวกเขามีทิศทางการจัดกิจกรรมในทำนองอื่น ๆ อีกหรือไม่ ซึ่งหมายถึงค่ายที่เน้นกระบวนการไปสู่การ “สร้างคน” เป็นสำคัญ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่ขวางห้ามให้พวกเขาจัดกิจกรรมในลักษณะของการสร้างโน่น สร้างนี่ ไม่ว่าจะเป็น สร้างอาคารเรียนอเนกประสงค์, สร้างห้องสมุด, สร้างห้องสุขา, สร้างสนามกีฬา หรือแม้แต่การสร้างสนามเด็กเล่น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
อันที่จริง, สิ่งเหล่านี้ผมไม่ขวางห้าม หรือทัดทานมากนัก แต่ก็ย้ำคิดว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นความต้องการอันแท้จริงของชุมชนหรือไม่ และชุมชนเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะดูแล “ต่อยอด” ในสิ่งที่สร้างขึ้นมากน้อยอย่างไรเป็นที่ตั้ง !
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนี้ ผมยังย้ำนักย้ำหนาว่า นอกจากวิถีของ “ค่ายสร้าง” แล้ว ผมอยากให้นิสิตได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ไปสู่คน หรือชุมชนอย่างชัดเจนมากกว่านี้ อาทิเช่น การมุ่งให้นิสิตได้จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน หรือหมู่บ้านในมิติต่าง ๆ อันได้แก่ ชื่อบ้านนามเมือง, เรื่องเล่าคุณธรรมประจำหมู่บ้าน, เรื่องสถานที่สำคัญของชุมชน, เรื่องประเพณีวัฒนธรรม รวมถึงคติชนและวรรณกรรมพื้นบ้านก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผมไม่ละเลยที่จะ (ฝาก) บอกกล่าวไปกับชาวค่ายทั้งหลายทั้งปวง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
และสิ่งเหล่านี้ยังสามารถนำมาเปิดเวทีเสวนา หรือแม้แต่การทำหนังสือเรื่องเล่า “ท้องถิ่นของเรา” ให้ชุมชนได้ศึกษาจากรุ่นสู่รุ่นสืบต่อกันไป
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประเด็นที่ผมฝากไปกับชาวค่าย, ล้วนเป็นเสมือน “ภาพสะท้อน” (reflection) ของสังคมที่พวกเขาควรให้ความสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ นั่นคือ กระบวนการของการนำไปสู่การเรียนรู้เรื่องคนและการเรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรมของชุมชนอย่างน่าสนใจ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>



เกี่ยวกับเรื่องค่ายที่เป็นการสร้างคนนั้น, ผมมักจะหยิบยกประเด็นของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาเป็นกรณีศึกษาเสมอ กล่าวคือ ผมมักกระตุ้นเร้าในชาวค่ายหันไปให้ความสำคัญของการจัดกิจกรรมให้กับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน หรือที่เรียกกันโดยภาษาพื้นถิ่นว่า “เด็กไทบ้าน” โดยชี้ประเด็นไปในทำนองว่า ขณะที่การสร้างวัตถุยังคงต้องดำเนินไปอย่างไม่รู้จบ เราก็สามารถสร้างกิจกรรมอื่น ๆ ขึ้นในค่ายได้เช่นกัน ซึ่งได้แก่กิจกรรมการเสริมสร้างการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ
ใครที่เคยไปออกค่ายอาสาพัฒนาในชนบทย่อมประจักษ์แจ้งว่า ถึงแม้ค่ายสร้างจะถูกจัดขึ้นในบริบทของโรงเรียนหรือชุมชนก็ตาม แต่ก็มักมีบรรดาเด็กนักเรียนเจ้าของพื้นที่แวะวนมาเป็นส่วนหนึ่งของชาวค่ายอยู่อย่างไม่ว่างเว้น ขึ้นอยู่กับว่า ชาวค่ายทั้งหลายมีกิจกรรมใดให้พวกเขาสัมผัส, ละเล่น, หรือแม้แต่การเป็นเรี่ยวแรงในการงานภาคสนามบ้างหรือไม่เท่านั้นเอง
ดังนั้น ผมจึงพบว่า ชาวค่ายมักจะมีกิจกรรมให้เด็กไทบ้านที่เข้ามาวิ่งเล่นในบริบทของค่ายนั้น ๆ เข้าร่วมกิจกรรมแตกต่างกันไปตามวิถีแห่งการคิดของแต่ละองค์กร บางค่ายก็จัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้เขียนรูปภาพในเรื่องต่าง ๆ บ้างสอนหนังสือ บ้างเล่านิทาน บ้างจัดกิจกรรมนันทนาการแลกขนม หรือไม่ก็จัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ พาเที่ยวชนชุมชนของพวกเขาเองก็มี ฯ...
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมเสริมที่เกิดขึ้นใน “ค่ายสร้าง” แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้เห็นหรือสัมผัสจริงถึงกิจกรรมที่เป็นลักษณะเช่นนั้นอย่างเต็มรูปแบบ, ผมถือว่า กิจกรรมเหล่านี้ เป็นกิจกรรม “สร้างคน” ที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการได้จัดกิจกรรมกับเด็กไทบ้าน ยิ่งถือว่าเป็นกลไกสำคัญของการนำไปสู่การเรียนรู้ชุมชนที่น่าสนใจ อีกทั้งยังมีอาณิสงส์ช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมอันเป็น “ตัวตน” ของบ้านเกิดของพวกเขาในอีกทางหนึ่ง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

ผมเชื่อและเข้าใจอยู่ตลอดเวลาว่า เด็ก ๆ ในหมู่บ้านเป็นเสมือนเป็นสิ่งที่มีชีวิตทางสังคม (social being) ที่มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับชุมชนอยู่ไม่น้อยและการเรียนรู้ชุมชนนั้น ๆ ก็สามารถ (ร่วม) เรียนรู้ผ่านปากคำและวิถีชีวิตของเด็ก ๆ ได้เช่นกัน เพราะเด็กในหมู่บ้านก็เป็นเสมือนผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key informant) ของหมู่บ้านนั้น ๆ อยู่แล้ว
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อย่างไรก็ดี, ถ้ามองว่าสังคมไทยเป็นเหมือนโลกใบใหญ่ หมู่บ้านทุกหมู่บ้านก็เป็นโลกใบเล็กที่ซ้อนอยู่ในโลกใบใหญ่ใบนั้น และหมู่บ้านก็เป็นสถานที่ หรือพื้นที่ (space)ที่ควรค่าต่อการเรียนรู้และเข้าใจเป็นยิ่งนัก โดยการเรียนรู้พื้นที่ในโลกใบเล็กใบนั้น ก็สามารถขับเคลื่อนผ่านกระบวนการอันหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การร่วมเรียนรู้ผ่านวิถีของเด็ก ๆ ผู้ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งอันสำคัญของโลกใบเล็ก (ในโลกใบใหญ่ที่ชื่อ“ประเทศไทย” อันเป็นที่รักของเรา !)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

จวบจนบัดนี้, ผมยังเฝ้าฝันและไม่เคยสิ้นหวังต่อการที่จะขับเคลื่อนให้ชาวค่ายได้หันไปให้ความสำคัญต่อการทำค่ายในแบบ “ค่ายคน” หรือ “สร้างคน” มากกว่าสร้างวัตถุสถานใด ๆ หากแต่ก็ยังต้องลองผิดลองถูกอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่ตนเองได้ขบคิดอยู่อย่างไม่ปล่อยวาง เพียงเพราะต้องการเห็นค่ายเกี่ยวกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านได้ยกฐานะจาก “พระรอง” ของค่ายมาเป็น “พระเอก” ของค่ายอย่างเต็มรูปแบบเสียที
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แล้วท่านละครับ... พอที่จะให้คำแนะนำอันใดกับผมได้บ้างว่า ค่ายสำหรับ “เด็กไทบ้าน” ควรจะออกมาในรูปลักษณ์เช่นใดดี ? </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมมีความใฝ่ฝันที่จะทำค่ายเด็ก ๆ ในหมู่บ้านในทำนองนี้อย่างเต็มรูปแบบ และยังเฝ้าฝันอย่างไม่ลดละ !</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></span>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><ul>
</ul><p> </p>
ผมมีความใฝ่ฝันที่จะทำค่ายเด็ก ๆ ในหมู่บ้านในทำนองนี้อย่างเต็มรูปแบบ และยังเฝ้าฝันอย่างไม่ลดละ
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>บทบันทึกดีๆ ผมขอคัดลอกบางส่วนนะครับ ไป</p><p>http://gotoknow.org/blog/mrschuai/98057</p><p>ขอบคุณมากครับ</p>
เข้ามาเยี่ยมเยือนค่ะ คิดจะเขียนถึงชาวค่ายในเรื่องนี้เหมือนกันแต่เมื่อเขียนลง
ในบล็อกไปได้ครึ่งทางก็ต้องลบทิ้งไม่เขียนมันค่ะ
น้ำเคยเป็นชาวค่ายในยุคที่พอจะได้กลิ่นไอของรุ่นที่เพิ่งออกมาจากป่า
สมัย ๖ ตุลาฯ ถัดจากนั้นมา๒๐ กว่าปี ค่า่ยอาสาพัฒนาชนบทในมหาลัยของนักต่อสู้แห่งหนึ่งกลับทำกิจกรรม
แต่เพียค่ายสร้างอีกด้านหนึ่งก็เข้าร่วมกับประชาชนในการ
ต่อสู้เรียกร้องกับฝ่ายรัฐบาล แม้จะรักค่ายนี้มาก อยู่ได้เพียง๑ ปี ก็เกิดความคิดที่ตกผลึกด้วยตนเองว่า
ค่า่ยสร้างที่เราทำนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ยังขัดแย้งกับอุดมการณ์ของค่ายเองที่พยายามต่อต้านวัตถุนิยม
แต่นักศึกษาและรุ่นพี่และรุ่นน้องหลายยังยึดติดกับค่า่ยสร้าง
ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าเราไม่มีรูปธรรมให้ชาวบ้าน ชาวบ้านอาจจะไม่ให้เราเข้าพื้นที่่ก็้ได้
ตอนนั้นรู้สึกแปลกแยกและถอยตัวเองออกมาจากค่ายที่ดูดี มีอุดมการณ์ แต่ขัดแย้งทั้งกิจกรรมและวิถีชีวิตคนค่าย แต่การทำงานค่ายในยุคนั้นได้สอนให้เรามีวิธีคิดและมุมมองที่แตกต่างออกไปจากสังคม
และยังคิดถึงค่ายที่สร้างความคิดให้เราเสมอ
ผมได้ยิงสิ่งที่พี่กำลังบอกกับทุกๆคนอยู่นานมากทีเดียว แต่ผมก้อไม่มีความสามารถพอที่จะทำสิ่งที่พี่กำลังบอกเราอยู่ได้ เพราะเนื่องจากผมไม่สามาถทำค่ายแบบนี้ได้กระมัง แต่ผมก้อจะรอดุเหมือนกับที่พี่รอดุว่าจะมีคนทำในสิ่งที่พี่ใฝ่ฝันหรือไม่ ผมจะรอและให้กำลังใจพี่ว่าอย่างน้อยพี่ไม่ได้รอคนเดียว ยังมีน้องสภาคนนี้รอเป็นเพื่อน
" ประวัติศาสตร์หมู่บ้าน : วรรรกรรมที่ถูกลืม "
" เด็กไทบ้าน : ปัญญาชนที่ไร้ตัวตนของคนค่าย "
เยี่ยมเลยครับพี่เรา...เด็กไทบ้าน...ที่เราเฝ้ามองจากชุมชนที่ก่อเกิดจากเด็กที่ชาวค่ายไปสร้าง...
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p> </p><p>บันทึกนี้ เพียงต้องการสะท้อนภาพกิจกรรมของนิสิตเท่านั้นเอง โดยเจาะจงไปที่กิจกรรมเกี่ยวกับเด็กนักเรียนที่มักถูกมองข้าม เพราะส่วนใหญ่ก็มุ่งไปสู่การทำค่ายสร้างเป็นที่ตั้ง</p><p>นั่นคือ ความฝันที่ยังอยากจะทำให้เป็นจริง… เมื่อวันนั้นเดินทางมาถึง แน่นอนว่า ..นายสายลม จะเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนั้นอย่างแน่นอน</p><p>ขอบคุณครับ</p>
สวัสดีค่ะ ... สมัยเมื่อเป็นนักศึกษาก็เป็นชาวค่ายมาก่อนค่ะ ... สมัยนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก รู้แต่เพียงว่าออกไปทำกิจกรรม เพื่อช่วยชาวบ้านสร้างโน่นนี่ เพื่อฝึกตนเองในการทำงานร่วมกับคนอื่น
และเมื่อมามองย้อนกลับ สิ่งที่เป็นเป็นประสบการณ์ในการออกค่ายนั้น มีประโยชน์ต่อตัวผู้ออกค่ายมากๆค่ะ ... และจะมีประโยชน์มากๆ ..ตามแนวความคิดของคุณแผ่นดินค่ะ...คนสร้างค่าย ค่ายสร้างคน...
ส่งน้องหยกจากเด็กรักป่า เข้าประกวด อิอิ
ไม่อยากเชื่อเลยว่า นี่คือการสบตากันครั้งแรก
ขณะที่พี่หนิงกำลังลองลองกล้องจากมือถืออ่ะค่ะ เพราะว่าช่วงนี้กล้องcannon ixus คู่ชีพ เดินทางไปเฝ้าพระอินทร์ก่อนแล้วค่ะ
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ก่อนอื่นขอบคุณมากครับที่คัดลอกข้อเขียนผมไปหลายกระบวนความ, ทำเอาผมปลื้มไปทั้งวันเลยทีเดียว</p><p>และผมเข้าไปติดตามอ่านแล้ว ก็ราวกับตรงนั้นคือชุมชนวาทะ…ที่ล้วนเป็นพลังชีวิต และเป็นทัศนะแห่งโลกและชีวิตที่น่าสนใจอย่างมากมายมหาศาล</p><p>ขอบคุณอีกครั้ง ครับ !</p>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ผมมีความสุขที่ได้เขียนถึงเรื่อง “ค่าย” เสมอ เพราะทุกครั้งที่เขียนในทำนองนี้ จะมี “คอค่าย” รุ่นต่าง ๆ แวะเวียนมาให้กำลังใจและทิ้ง “รอยทางความคิด” ไว้อย่างน่าชื่นชม บ้างเป็นมิตรเก่า บ้างเป็นมิตรใหม่ แต่ทุกท่านก็เหมือนกันตรงที่มีความเป็น “ค่าย” เต็มล้นอยู่ในหัวใจทั้ง 4 ห้อง</p><p>…</p><p>ไม่ว่ายุคสมัยใดผมก็ยังพูดซ้ำอยู่อย่างไม่รู้จบว่า งานค่าย ทั้งค่ายสร้างและค่ายสอนที่เน้นกระบวนการตรงไปยัง “คน” นั้น ล้วนยังเป็นอีกวิถีของการหาคำตอบให้กับชีวิตและสังคมอยู่อย่างมหาศาล คำถามหลายคำถามถูกถามจากคนเมือง แต่คำตอบนั้นกลับล่องไหลอยู่ในหมู่บ้านอันไกลโพ้น</p><p>….</p><p>ค่า่ยสร้างที่เราทำนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง</p><p>นอกจากนี้ยังขัดแย้งกับอุดมการณ์ของค่ายเองที่พยายามต่อต้านวัตถุนิยม</p><p>แต่นักศึกษาและรุ่นพี่และรุ่นน้องหลายยังยึดติดกับค่า่ยสร้าง</p><p>ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าเราไม่มีรูปธรรมให้ชาวบ้าน ชาวบ้านอาจจะไม่ให้เราเข้าพื้นที่่ก็้ได้ </p><p>…..</p><p>จากข้อความที่ขออนุญาตหยิบยกมากล่าวซ้ำนั้น ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เป็นข้อสังเกต หรือแม้แต่เป็นภาพสะท้อนที่ฉายให้เห็นถึงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ค่ายสร้าง เป็นรูปธรรมที่ชาวบ้านแตะต้องได้อย่างง่าย ๆ ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก และเป็นสิ่งที่ชาวบ้าน (อาจ) ต้องการเร่งด่วน เพราะถ้าให้รองบประมาณจากภาคส่วนต่าง ๆ ก็ยิ่งจะเลื่อนลอย และไร้จุดหมาย ..ดังนั้น ชาวบ้านจึงขานรับในเรื่องเหล่านี้ แต่จะยั่งยืน ต่อยอดหรือไม่ นั่นคือคำถามที่เป็นคำถามประวัติศาสตร์ที่ยังต้องถามและยังไม่มีคำตอบที่สำเร็จรูปอยู่จนบัดนี้</p><p>สำคัญที่ว่า … เรามีการติดตามค่ายนั้นมากน้อยอย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ผมให้ความสำคัญมาก และที่ มมส. จึงมักกลับไปยังพื้นที่ค่ายอย่างน้อยถึง 2 ครั้ง</p><p>เหนือสิ่งอื่นใด .. ผมจะบอกกล่าวต่อนิสิตว่า ให้ถือจะว่าวัตถุสถานที่สร้างในค่ายเป็นแต่เพียง "เครื่องมือ" ของการนำพาเราไปสู่การเรียนรู้และร่วมเรียนรู้กับชุมชน เพราะหากคิดจมปลักอยู่แต่งานภาคสนามของการปลูกสร้างวัตถุ ก็เท่ากับเราได้ตกลงไปในกับดักทางคามคิดของโลกวัตถุนิยมอย่างไม่รู้ตัว, เหมือนกัน</p><p>…</p><p>ขอบคุณครับ</p>
สวัสดีครับ พี่อัมพร <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>พี่อัมพรได้ไปร่วม UKM หรือเปล่าครับ…</p><p>…</p><p>ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีและชื่นชมในการขับเคลื่อนทรานสคริปกิจกรรมได้สำเร็จนะครับ. ตอนนี้ผมจะเสนอเข้าสู่กรรมการบริหารมหาวิทยาลัย เพื่อประกาศบังคับใช้กับนิสิตรหัส 50 …</p><p>…</p><p>ไปค่ายทุกครั้ง เจอเด็กผู้หญิงก็ได้แต่นั่งยิ้ม ..และยิ้ม ..อยากมีลูกสาว แต่ก็เกินแก่วันเวลาอันควรแล้วล่ะครับ</p>
สวัสดีครับ อ.ขุน <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ผมขออนุญาตไม่เอ่ยคำใด เพราะถ้อยคำของอาจารย์สะท้อนชัดเจ๋งมาก …จึงขออนุญาตนำมาผลิตซ้ำอีกหน ..ดังนี้</p><ul>
</ul><p>ขอบคุณมากครับ…</p>
สวัสดีครับ ..น้องสภา
พี่ว่าได้เวลาที่เราจะต้องมาร่วมเขียนบันทึกร่วมกันแล้วกระมัง...สุ่มเสียงและมุมมองของเราก็น่าสนใจ, มีความรู้และตกผลึกอยู่ในระดับที่ไม่ขี้เหร่เลยนะ
....
ดีใจที่จะไม่ต้องรอคอยเรื่องเหล่านี้อย่างเดียวดายอีกต่อไป ...(ขอบใจมากน้องรัก)
....
ประวัติศาสตร์หมู่บ้าน : วรรรกรรมที่ถูกลืม "
" เด็กไทบ้าน : ปัญญาชนที่ไร้ตัวตนของคนค่าย "
....
วาทกรรมข้างต้น คิดได้เยี่ยมมาก..และน่าต้องถกคิดในเวทีกิจกรรมเราอย่างจริงจังเสียแล้ว..
ใช่ครับ..
เด็กไทบ้าน ..มีชีวิตและมีพลังอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ขาดก็แต่โอกาสและพลังจากภายนอกที่เข้าไปหนุนส่งอย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น
ขอบคุณครับ...
ขอให้กล้าที่จะมีตัวตนในการทำงานต่อไป
ขอบพระคุณ อ.แป๋ว มากครับที่แวะมาเติมเต็มในบันทึกนี้ <table border="0"><tbody><tr>
.
</tr></tbody></table><p>ในเรื่องของค่าย ผมมองว่ามองได้หลายมิติ แต่ที่แน่ ๆ คือ “คนสร้างค่าย - ค่ายสร้างคน” อย่างแน่นอน สิ่งที่ได้รับจากค่ายถ้าไม่ใช่ความรู้ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชน คนค่ายก็ย่อมได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับคนอื่นทั้งที่เป็นเพื่อนและชาวบ้านเหมือนกัน</p><p>ค่าย…มีคำตอบเสมอสำหรับชีวิตของคนหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย, (ผมคิดเช่นนั้นนะครับ)</p>