สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ผมมีความสุขที่ได้เขียนถึงเรื่อง “ค่าย” เสมอ เพราะทุกครั้งที่เขียนในทำนองนี้ จะมี “คอค่าย” รุ่นต่าง ๆ แวะเวียนมาให้กำลังใจและทิ้ง “รอยทางความคิด” ไว้อย่างน่าชื่นชม บ้างเป็นมิตรเก่า บ้างเป็นมิตรใหม่ แต่ทุกท่านก็เหมือนกันตรงที่มีความเป็น “ค่าย” เต็มล้นอยู่ในหัวใจทั้ง 4 ห้อง</p><p>…</p><p>ไม่ว่ายุคสมัยใดผมก็ยังพูดซ้ำอยู่อย่างไม่รู้จบว่า งานค่าย ทั้งค่ายสร้างและค่ายสอนที่เน้นกระบวนการตรงไปยัง “คน” นั้น ล้วนยังเป็นอีกวิถีของการหาคำตอบให้กับชีวิตและสังคมอยู่อย่างมหาศาล คำถามหลายคำถามถูกถามจากคนเมือง แต่คำตอบนั้นกลับล่องไหลอยู่ในหมู่บ้านอันไกลโพ้น</p><p>….</p><p>ค่า่ยสร้างที่เราทำนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง</p><p>นอกจากนี้ยังขัดแย้งกับอุดมการณ์ของค่ายเองที่พยายามต่อต้านวัตถุนิยม</p><p>แต่นักศึกษาและรุ่นพี่และรุ่นน้องหลายยังยึดติดกับค่า่ยสร้าง</p><p>ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าเราไม่มีรูปธรรมให้ชาวบ้าน ชาวบ้านอาจจะไม่ให้เราเข้าพื้นที่่ก็้ได้ </p><p>…..</p><p>จากข้อความที่ขออนุญาตหยิบยกมากล่าวซ้ำนั้น ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เป็นข้อสังเกต หรือแม้แต่เป็นภาพสะท้อนที่ฉายให้เห็นถึงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ค่ายสร้าง เป็นรูปธรรมที่ชาวบ้านแตะต้องได้อย่างง่าย ๆ ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก และเป็นสิ่งที่ชาวบ้าน (อาจ) ต้องการเร่งด่วน เพราะถ้าให้รองบประมาณจากภาคส่วนต่าง ๆ ก็ยิ่งจะเลื่อนลอย และไร้จุดหมาย ..ดังนั้น ชาวบ้านจึงขานรับในเรื่องเหล่านี้ แต่จะยั่งยืน ต่อยอดหรือไม่ นั่นคือคำถามที่เป็นคำถามประวัติศาสตร์ที่ยังต้องถามและยังไม่มีคำตอบที่สำเร็จรูปอยู่จนบัดนี้</p><p>สำคัญที่ว่า … เรามีการติดตามค่ายนั้นมากน้อยอย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ผมให้ความสำคัญมาก และที่ มมส. จึงมักกลับไปยังพื้นที่ค่ายอย่างน้อยถึง 2 ครั้ง</p><p>เหนือสิ่งอื่นใด .. ผมจะบอกกล่าวต่อนิสิตว่า ให้ถือจะว่าวัตถุสถานที่สร้างในค่ายเป็นแต่เพียง "เครื่องมือ" ของการนำพาเราไปสู่การเรียนรู้และร่วมเรียนรู้กับชุมชน เพราะหากคิดจมปลักอยู่แต่งานภาคสนามของการปลูกสร้างวัตถุ ก็เท่ากับเราได้ตกลงไปในกับดักทางคามคิดของโลกวัตถุนิยมอย่างไม่รู้ตัว, เหมือนกัน</p><p>…</p><p>ขอบคุณครับ</p>