หัวข้อหลักการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย เราศึกษาผ่านการมองย้อนกลับไปยังแนวคิดการแพทย์ปัจจุบัน ความคาดหวังแล้วความเป็นจริง <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>ข้อความข้างบนเป็นความรู้สึกของเราในปัจจุบันหรือไม่ ลองถามตัวเองดูนะครับ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>ความคิดที่ว่า เมื่อเจ็บไข้ แล้วฉันต้องหาย ฉันต้องหาย มีผลกระทบไม่แต่เฉพาะคนไข้ที่คิดอย่างนี้เท่านั้น แต่มันเลยเถิดมากระทบบรรดาบุคลากรสุขภาพ โดยเฉพาะคุณหมอทั้งหลาย อย่างเต็มเปาเข้าไปด้วย <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>สมัยเรียนแพทย์ เคยได้ยินคำพูดคุ้นๆว่า คนเราเป็นโรคอยู่สามแบบ แบบที่หนึ่งถึงไม่รักษาก็หาย แบบที่สองถึงรักษาดียังไงก็ตาย ส่วนแบบสุดท้ายที่อยู่ระหว่างสองแบบแรก คือถ้ารักษาดีก็หาย รักษาไม่ดีก็ตาย เราถูกกรอกหูให้สนใจโรคแบบนี้ เพราะต้องอาศัยวิชาชีพอย่างเราเท่านั้นที่จะช่วยคนไข้ได้ เป็นโรคที่หมอจะได้แสดงฝีมือจริงๆ ไม่ใช้ลูกฟลุค <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>ใช่ครับ เราถูกปลูกฝังให้สนใจที่จะรักษา โรคที่รักษาหาย เท่านั้น จนความคิดนี้แทรกซึมไปอยู่ในจิตไร้สำนึก ถูกนำออกมาใช้อย่างไม่รู้ตัวดังนี้ <ul>
</ul> ผมไม่ได้บอกว่าความคิดทำนองนี้ไม่ดี แต่ผมคิดว่าเราให้ความสำคัญกับมันมากเกินไป <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เพราะพอรักษาคนไข้ไม่หาย ก็ทุกข์เหมือนกัน ทั้งคนไข้ ทั้งหมอ</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"><< APHN Diploma of Palliative Care ๖: ระบบบริการ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> APHN Diploma of Palliative Care ๘: เราจำเป็นต้องรู้เวลาตายของคนไข้หรือเปล่า >> </p>
ดูท่าหนังสือเล่มใหม่ของเรา จะต้องรอตกตะกอนเสียก่อน
แต่หนังตัวอย่างที่ pre-release ออกมานี่ บอกได้คำเดียวว่า
อย่าพลาด!!
พอรักษาคนไข้ไม่หาย ก็ทุกข์เหมือนกัน ทั้งคนไข้ ทั้งหมอ......
พอเข้าใจได้คะ