จากบันทึกที่แล้ว ผมได้ชวนท่านเที่ยวทุ่งหน้าแล้ง โดยการไปท่องชม "เถียงนา" ที่หยัดยืนอยู่กลางทุ่งโล่งแล้งอย่างเปลี่ยวเหงา และภาพต่าง ๆที่นำมาสะท้อนวิถีทุ่งในบันทึกนั้นก็ล้วนแล้วแต่มาจากบริบทพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด, ยโสธร, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, อำนาจเจริญ และบุรีรัมย์
http://gotoknow.org/blog/pandin/95831
เราคงไม่ปฏิเสธว่าเถียงนาเป็นภูมิปัญญาของชาวนาที่สะท้อนให้เห็นในมิติทางสถาปัตยกรรมไทยเหมือนกัน เพียงแต่ว่าโครงสร้างและต้นทุนการปลูกสร้างนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่ายและตามอัตภาพของแต่ละคนเป็นสำคัญ
ผมมีโอกาสได้เห็นเถียงนาอีกจำพวกหนึ่งที่มีสภาพไม่เสื่อมทรุด และล้าโรยไปตามแรงแดดและแรงลมของฤดูแล้ง เถียงนา หรือแม้แต่จะเรียกเป็นโรงนา, ขนำ, ห้างนา ต่างได้รับการดูแลรักษาให้มีสภาพราวกับบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ "ทุ่งฝันปลายสวน"
เถียงนาเหล่านี้, ผมเรียกเองว่า"เฮือนนา" ...
เฮือนนา - ถูกสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่พักหลับนอนของชาวนา โดยการพักนอนนั้นก็ไม่ได้เจาะจงแต่เฉพาะฤดูกาล "หน้านา" เท่านั้น แต่สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว หรือแม้แต่ในหน้าแล้งเช่นนี้ ชาวนาก็ยังใช้ชีวิตหลับนอน (นอนนา) อยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับถอดแบบชีวิตประจำวันมาจากชายคาครัวเรือนในหมู่บ้านเลยก็ว่าได้
เหตุที่ชาวนาต้องนอนหน้าในหน้าแล้วนั้น เท่าที่ผมสังเกตจากบริบทแวดล้อมของเถียงนา หรือเฮือนนานี้ จะเห็นได้ชัดว่าชาวนามีการงานแห่งชีวิตให้ได้ปฏิบัติในทุ่งนาและต้องเฝ้ายามดูแลเป็นพิเศษ นั่นก็คือ การเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ หรือแม้แต่การปลูกผลหมากรากไม้ ซึ่งล้วนแต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่สามารถปล่อยทิ้งไว้ตามยะถากรรมได้ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญหายและสูญพันธุ์ได้ภายในชั่วคืนเดียว
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้... เถียงนา หรือที่ผมเรียกว่า"เฮือนนา" จึงถูกปลูกสร้างขึ้นให้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเถียงนาทั่ว ๆ ไป ด้านข้างไม่เปิดโล่ง แต่จะมีฝากั้นอย่างมิดชิด ซึ่งฝากั้นนั้นมีทั้งที่เป็นไม้ , สังกะสี, ใบตอง, ไม้ไผ่ หรือแม้แต่หญ้าคาด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว เฮือนนายังมักจะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับแหล่งน้ำ มีต้นไม้ให้ร่มเงาชื่นเย็น มีข้าวของเครื่องใช้เท่าที่จำเป็นต่อการ"นอนนา" รวมถึงการเป็นสถานที่พักวางจัดเก็บอุปกรณ์การเกษตรอื่นๆ อาทิ คราด, ไถ, สวิง , แห, เบ็ด, ไซ, ลอบ, เคียว, เป็นต้น
จะว่าไปแล้ว, เฮือนนาที่ผมกล่าวถึงนั้น ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสีสันท้องทุ่งในหน้าแล้งได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ทุ่งหน้าแล้งมีชีวิตชีวา มีสรรพเสียงต่าง ๆ ขับก้องอยู่อย่างไม่ขาดห้วง ทั้งเสียงที่มาจากวิทยุเทป หรือไม่ก็เสียงของเป็ดไก่ , วัว ควาย , นก, สุนัข และอื่น ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีทุ่งในหน้าแล้งอันเริงร้อน
บัดนี้ฝนแรกของเดือนพฤษภาคมได้โปรยสายลงสู่ท้องทุ่งไปได้ระยะหนึ่งแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นาน และไม่นาน.... ทุ่งนาที่แห้งโหย และเปลี่ยวเหงา จะฟื้นคืนกลับมามีชีวิตชีวาในเร็ววันนี้
เถียงนาที่เคยเปลี่ยวเศร้ามาแสนนาน จะได้รับการดูแล ซ่อมแซม และเป็นพักพิงอย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง
พนัส ปรีวาสนา
ก่อนเที่ยงวัน..
สารคาม, 50
เป็นภาพบรรยายที่ดีมากเลยคะ แต่ที่กทม.มีแต่ตึกกับตึกออกจากตึกก็มีรถติด เป็นชีวิตที่เกิดมาและมีกำไรมากจริง ๆ เก็บมาฝากอีกนะคะ
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ในอดีต (หมอชิตเก่า)…เคยฟังเพลงในทำนอง “หมอชิด ตนตกรถติด ผู้คนก็เยอะ….”</p><p>ต่างภูมิภาค ต่างสิ่งแวดล้อม แต่ผมเชื่อว่าในแต่ละที่มีความงามซ่อนแฝงไว้อย่างหลากล้นเสมอ…</p><p>มีศรัทธาต่อการดำเนินชีวิตเสมอไปนะครับ…</p><p>เป็นกำลังใจให้ !</p><p> </p>
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
เวลาขับรถผ่านทุ่งนาเบิร์ดชอบมองหา " เถียงนาน้อย "..หาวัว หาลอมฟาง หรือบางครั้งหยุดดูชาวนาที่กำลังไถหว่านด้วยความชื่นชมในการทำงานที่ทรงคุณค่าสูงสุดที่เลี้ยงปากท้องคนไทยและชาวโลก..เพราะรู้สึกว่าสิ่งต่างๆนี้คือชีวิตที่แต่งแต้มท้องทุ่งให้รื่นรมย์..
ขอบคุณที่ทำให้วันนี้ของเบิร์ดสดใสอีกครั้งกับรูปแบบที่เรียบง่ายของชีวิตในท้องนาค่ะ
คิดถึงวันวานด้วย กับบันทึกอาจารย์ครับ
เถียงนา ใช้เป็นที่กินข้าวตอนเที่ยงหลังตรากตรำ
ใช้เป็นที่ขอแม่มานอนเพราะว่าเนื่อยแล้วนะ
ใช้เป็นที่พักเวลาไปเลี้ยงเจ้าทุยที่ทุ่งนา
ใช้นอนเป็งบางครั้งถ้าบ้านไกลครับ
“เฮือนนา” แล้วเคยไปนอนที่เฮือนนาไหมคะ บรรยากาศคงจะเย็นสบายดีนะคะ
คุณแผ่นดินคะ
แวะมาขอบคุณและสวัสดีที่ได้ไปเยี่ยมชมบล็อคของข้อย เพราะเป็นมือใหม่ ไม่รู้จะตอบที่ไหนอย่างไรดี เลยลุยมาที่นี่ สวัสดีอีกครั้งค่ะ
อ่านเรื่องเถียงนาแล้วคิดถึงขวัญกับเรียมนะคะ คราวหน้าต้องขอดูเจ้าเผือกของเรียมด้วยนะ
ลูกศิษย์หลายคนก็ยังช่วยที่บ้านทำนาอยู่เลยค่ะ พอหน้าเกี่ยวก็พากันไป "มือเกี่ยวข้าว ปากเว้ากฎหมาย" น่ารักมั๊ย แต่อาจารย์ไปตอนจบคือตอนเที่ยงที่เค้าพักกันเพราะร้อนมาก แย่นิดหน่อยเลยไม่ได้ลองว่าเคียวจะบาดก้อยมั๊ย
เขียนมาอีกนะคะ จะแวะมาอ่านอีก
สวัสดีครับ…
ต้องขออภัยกัลยาณมิตรที่แสนดีทุกท่านอย่างมหาศาล ที่ล่าช้าในการตอบและสื่อสารกลับในบันทึกนี้
ผมมีภารกิจที่ยาก, ยุ่ง และลำบากต่อการเข้ามาในบันทึกนี้มาก กระนั้นก็คิดถึงและระลึกถึงทุกท่านอย่างไม่เสื่อมคลาย
ขอบพระคุณในมิตรไมตรีที่ดีงามอย่างไม่รู้จบ…
ขอบพระคุณด้วยใจจริง, ครับ
สวัสดีครับ คุณเบิร์ด <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ขอบคุณในถ้อยคำแห่งสังคมนี้นะครับ</p><p>บางครั้งหยุดดูชาวนาที่กำลังไถหว่านด้วยความชื่นชมในการทำงานที่ทรงคุณค่าสูงสุดที่เลี้ยงปากท้องคนไทยและชาวโลก</p><p> </p><p>ระลึกถึงเสมอนะครับ</p>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ขอบพระคุณนะครับที่แวะมาทักทายและเป็นกำลังใจ แต่ก็ต้องขออภัยที่เข้ามาทักทายช้ามาก อันเนื่องจากมีภารกิจอย่างหลากล้น จนไม่สามารถเข้ามาในบล็อกได้</p><p>ผมเชื่อว่าเราต่างมีความทรงจำที่เหมือนและต่างกันในเรื่องของเถียงนา แต่ก็เชื่ออย่างเหลือเกินว่า เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ เถียงนา เป็นความทรงจำที่ดี, เสมอ - ใช่ไหมครับ</p>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>บางครั้งเถียงนา ก็กลายเป็นเครื่องบ่งชี้สถานะทางสังคมของชาวนาเหมือนกัน</p><p>ขอบพระคุณนะครับ, ที่แวะมาทักทาย</p>
สวัสดีค่ะ
มาเยี่ยมค่ะ เห็นหายๆไปค่ะ สบายดีนะคะ
น้องนุ้ยครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ที่นาของพี่เป็นเถียงนา… ไม่ถึงกับเป็นเฮือนนา แต่ก็กินนอนและเติบโตมาจากตรงนั้น</p><p>กระนั้นก็ไม่มีเฮือนนาผูกเปลนอนฝันเหมือนนุ้ยหรอกนะครับ</p>
สวัสดีครับ
ทุ่งนาโล่งโจ่งโป่ง อากาศถ่ายเทฉ่ำเย็นและเย็นสบายเสมอ และถึงแม่จะร้อนด้วยแรงแดด แต่ก็ถือว่า ไม่ใช่มลพิษใด ๆ ที่ทำร้ายร่างกายเรานัก ...ขณะที่เถียงนาก็ยังทำหน้าที่เป็นที่พิงพักของผู้คนในทุกฤดูกาลอย่างไม่ย่อท้อ
ขอบคุณนะครับที่แวะมาให้กำลังใจ
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ดีใจมากครับที่ช่วยจัดหมวดหมู่บันทึกของผมว่าเป็นในแนววัฒนธรรมไทย..ผมภูมิใจมากครับ</p><p>แล้วที่ขอนแก่น เถียงนา หรือเฮือนนามีให้ได้พบเจอบ่อยมั๊ย หรือส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอก หรือเปล่าครับ</p>
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ขอบพระคุณครับที่ท่านอาจารย์แวะมาทักทาย… ผมชอบนวนิยายและภาพยนต์เรื่องขวัญกับเรียมมาก และชอบอ่านวรรณกรรมของ ไม้ เมืองเดิม ทุกเรื่องเลยก็ว่าได้</p><p>มือเกี่ยวข้าว ปากเว้ากฎหมาย น่าจะเป็นกิจกรรมที่มีเสน่ห์มากใช่ไหมครับ ฟังดูชื่อเก๋ สาระความรู้ก็คงอัดแน่นไม่แพ้กัน เป็นการเรียนรู้กลางห้องเรียนธรรมชาติเลยหรือเปล่าครับ</p><p>
</p><p>
</p><p>ผมมีบันทึกเที่ยวทุ่งหน้าแล้งในบรรยากาศเช่นนี้บ้าง แต่ไม่มากมายนัก ถ้ามีเวลาเรียนเชิญอาจารย์แวะไปเที่ยวทุ่งดูบ้างก็ได้นะครับ</p>http://gotoknow.org/blog/pandin/94616 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">http://gotoknow.org/blog/pandin/95831</p>
http://gotoknow.org/blog/pandin/94778
</span>
น้องสายลม ครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ช่วงนี้ พี่เองก็ยอมรับไม่มีเวลาเข้ามาบันทึกเลย นี่เลยต้องทะยอยตอบบันทึกย้อนหลัง</p><p>ดีใจมากที่บันทึกเหล่านี้ของพี่ ได้ชวนให้ใครอีกหลายคนหวนรำลึกถึงความทรงจำอันงดงามของตนเอง</p>