สองวันที่ผ่านมา ผมและทีมงานพร้อมด้วยวิทยากรกลุ่มสำคัญของโครงการวิจัย การพัฒนาระบบเขียนภาษามลายูปาตานีด้วยอักษรยาวีฯ คือตัวแทนชุมชนและนักวิชาการชุมชน นั่งประชุมกันที่ห้องประชุมลีลารีสอร์ท อ.เทพา จ.สงขลาครับ 2 วันกับอีก 1 คืน จะว่าหน้าดำหน้าแดงก็ไม่ใช่สะทีเดียวครับ คละคล้าวกันไป

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยร่วมกัน 4 สถาบัน คือ มหิดล (โดย ศ.ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์) ม.ทักษิน มอ. และ มอย. (มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา) ซึ่งในโครงการย่อยนี้ผมเป็นหัวหน้าทีมครับ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสกว.ภาค (ความจริง ในความร่วมมือนี้จะมี 4 โครงการย่อยและแต่ละโครงการก็จะมีแต่ละสถาบันเป็นหัวหน้าทีม)

การประชุมครั้งนี้เป็นกิจกรรมช่วงท้ายๆ ของระยะครึ่งปีแรกสำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ครับ เพื่อการแสวงหาระบบเขียนที่เหมาะสมกับภาษามลายูปาตานี (มลายูถิ่นในสามจังหวัด) ด้วยอักษรยาวี 

และผลการประชุมก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ และสิ่งที่ได้มากกว่าผลการประชุมคือ ความร่วมมือจากชุมชน และทัศนคติของชุมชนต่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชุมชน

กิจกรรมหลักๆ ที่ใช้ในการประชุมครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการชี้แจงโครงการและนำเสนอผลการศึกษาที่ผ่านมา คือการศึกษาหน่วยเสียงในชุมชนว่าเป็นอย่างไร จากนั้นก็เป็นการอภิปรายกลุ่มย่อย เพื่อให้แต่ละกลุ่มแสวงหาวิธีการเขียนคำมลายูปาตานีด้วยอักษรยาวี จากนั้นทุกกลุ่มนำเสนอ

แต่ละกลุ่มนำเสนอรูปแบบที่แตกต่างกันครับ จึงมีการสรุปรวมแนวคิดที่หลากหลายดังกล่าวมาเป็นหนึ่งเดียว ด้วยกระบวนการประชุม

หลังจากนั้นก็เป็นการทดสอบระบบเขียนที่ได้สร้างขึ้น โดยให้แต่ละคนเขียนแนะนำตนเองด้วยระบบเขียนที่สร้างขึ้น จากนั้นแลกกันอ่านในสิ่งทีเขียนไป ซึ่งก็พบว่ามีปัญหาอยู่บางประการ ศึกษาใช้กระบวนการประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้รูปแบบที่เห็นชอบด้วยกันทุกฝ่าย

จากนั้นทีมงานวิจัยจึงทดสอบการเขียนอีกครั้งหนึ่ง โดยให้มีผู้พูดให้เสียง และให้ผู้เข้าร่วมการประชุมเขียนบันทึก ซึ่งผลออกมาทำให้เกิดข้อสรุประบบเขียนที่เป็นเอกภาพ

หลักการสำหรับระบบเขียนที่สร้างขึ้นคือ

1. ใช้สัญลักษณ์ที่มีอยู่ในระบบการเขียนของภาษาอาหรับ จะไม่ออกแบบสัญลักษณ์ใหม่เพื่อให้ยุ่งยากกับการเขียนและการพิมพ์ในอนาคต

2. ในการเสียงสระที่เพิ่มขึ้นจากเสียงสระของภาษามลายูกลางจะใช้สัญลักษณ์สระในภาษาอาหรับตามด้วยอักษรสระเดิมของภาษามลายู

3. หากเป็นเสียงเน้นที่คำไดคำหนึ่งจะใช้เครื่องหมายชัดดู เป็นสัญญลักษณ์แทนการเน้นเสียงดังกล่าว

ในสัปดาห์หน้าทางทีมวิจัยจะนำผลประชุมดังกล่าวรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิอีกครั้งหนึ่ง และขั้นตอนในช่วงที่สองของการวิจัยคือการทดสอบภาคสนามในชุมชนตำบลเขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ