พี่อาหวู่ จะสุขหรือทุกข์อย่างไร เขาก็ยังอดทนเสมอ รอยยิ้มแม้เห็นบางเบาในวันนี้ เขาก็ยังยิ้มอยู่ ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง ไร้อคติ

กลางฤดูหนาวปี ๒๕๔๕

เสียงฟู่ลู่ เสียงดังเบาๆขึ้นทางเขาฟากโน้น เสียงสะท้อนดังแทรกความมืดที่กำลังโรยตัวเหมือนม่านสีดำคลุมหมู่บ้านลีซู กึ้ดสามสิบ

ผมเดินเลียบสันเขาลงไปที่กระท่อมที่มองเห็นไม่ไกล แม้ไฟฉายของผมจะริบหรี่เต็มที แต่ก็เดินได้แบบสบายด้วยความคุ้นชินพื้นที่

บรรยากาศกลางคืนในหมู่บ้านลีซู ไม่ได้เงียบงันเสียทีเดียวแสงของไฟจากกองฟืนคุกโชนที่เห็นเป็นระยะๆ เด็กๆนั่งล้อมวง ปิ้งเผือก ปิ้งมันแบ่งกันกิน พร้อมกันก็จดจ่อกับเรื่องเล่า นิทานปรัมปราที่เร้าใจจากปากพ่อเฒ่าผมร่วมนั่งฟังบ่อยๆแม้ว่าไม่ค่อยเข้าใจภาษาที่พูดคุย แต่ก็ร่วมซึมซับบรรยากาศอบอุ่นข้างกองไฟในค่ำคืน

ช่วงกลางวัน อะเลมะ  มาบอกผมที่บ้านพักบอกว่า อาหวู่ผะ ที่ผมนับถือเสมือนพี่ชาย ไม่ค่อยสบาย ผมจึงตั้งใจจะไปเยี่ยมดูอาการพี่ ...ปกติไม่เคยเจ็บป่วย ออกไปทำไร่ทุกวันหากมีใครสักคนบอกว่าป่วย...คงหนักหนานัก

อะหวู่ผะ กับเมียของเขา -อะเลมะ

แสงตะเกียงน้ำมันกาด วับแวม ลอดออกมาจากรอยแตกของฝาบ้าน ได้ยินเสียงไอดังถี่ๆ ก่อนที่ผมจะเดินขึ้นบ้านของพี่อะหวู่...

พี่..อยู่มั้ยครับ ผมเคาะประตู พร้อมส่งเสียงเรียกเบาๆ เสียงตอบรับจากในบ้าน ก่อนผลักประตูเข้าไป

อะเลมะ เมียพี่อาหวู่ กำลังพัดวีกองไฟ ต้มยาสมุนไพร  ที่กลิ่นหอมฉุย พี่อาหวู่กึ่งนั่งกึ่งนอนยิ้มเผล่ คาดคะเนจากท่าทางอาการคงไม่หนัก

ไม่เป็นอะไรมากหรอก...พี่ปวดหัว ปวดตัวรู้สึกไม่ค่อยสบาย อากาศคงเปลี่ยน พี่อาหวู่บอกผมพลางปัดพื้นบอกผมนั่งลงก่อน

พี่อาหวู่และลูกๆของเขา

...อยู่เมืองหรือป่าก็มีปัญหาให้แก้ทั้งนั้น พี่อาหวู่เล่าให้ผมฟังว่าเดี๋ยวนี้บางครอบครัว กังวลกับหนี้เงินกองทุนหมู่บ้านละล้าน  ราคาขิงปีนี้ก็ไม่ดี ถั่วแดงก็เมล็ดไม่ค่อยสมบูรณ์เพราะฝนขาดช่วง  ลงทุนทำไร่เสียค่าปุ๋ย ค่ายาไปเยอะ ยังไม่รู้จะทุนคืนหรือเปล่าเมื่อวานลูกสาวของบ้านใกล้ๆโรงเรียนก็หนีออกไปทำงานในเมืองเชียงใหม่แล้ว...

คงต้องใช้เวลาอีกนานที่จะแก้ไขปัญหา การต่อสู้เพียงลำพังของคนชายขอบ ไร้แม้แต่พลังที่จะเรียกร้องสิทธิใดๆที่เขามีอยู่ การเกษตรแบบเดิมๆ ที่เปลี่ยนไปเป็นเกษตรเพื่อขาย ทำให้พวกเขาเหนื่อยมากขึ้น พร้อมกับค่อยๆจนลง ปัญหาของคนเล็กๆเมื่อไหร่จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและถูกต้อง ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าอดทนและสู้ต่อไป

แต่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน อย่างไร ทุกชีวิตล้วนเกิด แก่ เจ็บและตายกันทั้งนั้น เราต่างเหมือนกันในโลกใบนี้ จะมีอะไรดีไปกว่าการคบมิตรที่เข้าใจ พร้อมที่จะเรียนรู้และช่วยเหลือกัน

พี่อาหวู่ จะสุขหรือทุกข์อย่างไร เขาก็ยังอดทนเสมอ รอยยิ้มแม้เห็นบางเบาในวันนี้ เขาก็ยังยิ้มอยู่ ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง ไร้อคติ

ชีวิตก็พร้อมที่จะต่อสู้กับอุปสรรคที่มาโรมรันอย่างเต็มกำลัง...


เก็บตกชีวิตคนชายขอบ

จตุพร(อะตะผะ) วิศิษฏ์โชติอังกูร

กลางฤดูหนาว ปี ๔๕ บนดอยสูง กึ้ดสามสิบ แม่ฮ่องสอน

ภาพที่สองเอื้อเฟื้อจากไต๋  painaima.com