ผมว่าจะแอบๆเอาสิ่งที่เรียกว่า KM เข้ามาใช้โดยอาจเริ่มจากจุดเล็กๆใกล้ตัวก่อน โดยไม่ประกาศว่าจะทำ KM

   สืบเนื่องจากผมได้รับการร้องขอจากผู้ใหญ่ คืออดีตอธิการบดี  และตัวท่านคณบดีคนปัจจุบัน ผศ.จำรัส  มีกุศล  ให้มาช่วยงานในตำแหน่งรองคณบดีอีกครั้ง ซึ่งนับรวมๆก็จะเป็นครั้งที่ ๔ แล้ว 
   แรกๆก็บอกไปว่า  ไม่มีตำแหน่งผมก็ช่วยอยู่แล้ว  ใช่ว่าเคยอยู่ร่วมรัฐบาลชุดเก่าแล้วจะมาต่อต้านรัฐบาลใหม่ก็หาไม่  เพราะผมถือว่าผมไม่มีพวก  ไม่มีฝ่าย  ถ้าจะมีก็ขอเลือกเป็นฝ่ายถูกต้อง หรือฝ่ายธรรมะ ซึ่งทีมผู้บริหารทุกชุดล้วนต้องใช้ธรรมะในการปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วทั้งสิ้น  หาไม่แล้วคงมิอาจอยู่บริหารได้ครบวาระเป็นแน่  แต่ด้วยบุคลิกและคุณลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน  จึงทำให้คณบดีทั้ง ๔ ท่านที่ผมเข้าไปร่วมงาน มีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน  มีดี  มีด้อย  มีถูก  มีผิดกันทุกคน  ผมเห็นความเป็น "เช่นนั้นเอง" ชัดเจนอยู่พอประมาณ จึงทำงานร่วมกันได้กับทุกคน 
    โดยใจส่วนลึกแล้วผมไม่ได้คิดว่าทำงานรับใช้คณบดีคนไหน แต่มุ่งรับใช้องค์กรโดยส่วนรวมเป็นสำคัญ  หวังจะได้มีส่วนสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ นักศึกษา อาจารย์และผู้เกี่ยวข้องทุกๆฝ่าย  เพราะนั่นคือที่มาของความสุข  บางท่านใช้คำหนักๆว่าผมเป็นจิ้งจก เปลี่ยนสีได้ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปบ้าง  ไม่มีศักดิ์ศรีบ้าง  แต่ผมไม่หวั่นไหวเพราะภายในใจผมไม่เคยผิดเพี้ยนในเรื่องนี้  กล่าวคือผมมีจุดยืนให้ตัวเองว่า ผมไม่สนใจเป็นคณบดี  ต่อให้มีเทียบมาเชิญหรือราชรถมาเกยก็ตาม   ผมรู้ว่าผมควรทำอะไร  การเป็นนักคิด  นักประดิษฐ์ การได้เป็นผู้สอน  เป็นวิทยากรในบางโอกาส และการได้มีเวลาแสวงหาความรู้อย่างอิสระที่ผมชอบทำอยู่เป็นปกติวิสัย สำคัญกว่าตำแหน่งบริหาร  การเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ถึงผมทำได้ก็คงดีสู้คนอื่นทำไม่ได้  เนื่องจากผมถนัดอย่างอื่นมากกว่า  ส่วนระดับรองคณบดีนั้นพอไหว  คือเป็นเพื่อจะได้มีโอกาสนำความคิด  ความรู้และประสบการณ์มาสู่การกำหนดนโยบายและนำสู่การปฏิบัติจริงได้  ก็เลยรับเข้ามาช่วยงานในตำแหน่งเดิมเป็นครั้งที่ ๔ คราวนี้ชื่อตำแหน่งเต็มๆว่า  รองคณบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและกิจการพิเศษ 
    ระยะนี้กำลังกำลังคิดอ่านทำแผนปฏิบัติการปีการศึกษา ๒๕๕๐ กันอยู่  ซึ่งจาการประชุมครั้งแรกผมได้เสนอแนะว่า  ที่ผ่านมางานคณะไม่ค่อยประสบความสำเร็จแม้แต่ละฝ่ายทำงานหนักก็เพราะต่างคนต่างคิดต่างทำ ถือธงคนละผืน วิ่งกันให้ไกลที่สุด สร้างผลงาน  แต่ขาดการประสานที่ดีพอ  และที่สำคัญ ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการร่วมกันคิดอย่างจริงจังโดยเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง และหาแนวทางร่วมใจ ร่วมแรงกันไปสู่ความสำเร็จ  เปรียบได้กับงานแต่ละฝ่ายแยกออกเป็นแท่งๆ มีสูงมีต่ำ ดูโดดเด่นมากบ้าง น้อยบ้าง หรือธรรมดาๆ ก็มี  แต่ขาดความเชื่อมโยง  หรือประสานงานให้เกิดพลังร่วมอย่างน่าเสียดาย เราเลยมีความเห็นร่วมกันว่าจะลองทำแบบใหม่ดู   ออกหัวออกก้อย อีกไม่นานคงรู้  ที่แน่ๆผมว่าจะแอบๆเอาสิ่งที่เรียกว่า KM เข้ามาใช้โดยอาจเริ่มจากจุดเล็กๆใกล้ตัวก่อน โดยไม่ประกาศว่าจะทำ KM เดี๋ยวไก่ตื่น
    แต่แค่คิดก็เริ่มหนักใจไม่น้อยแล้วครับ  เพราะผมได้ตามดู  ตามรู้ธรรมชาติของสรรพสิ่งในองค์กรแห่งนี้มา ๓๐ ปีเต็มแล้ว  แต่ก็ไม่ถึงกับถอดใจครับ  จะลองลุ้นดูสักตั้ง ได้เท่าไรพอใจเท่านั้น .. อิทัปปัจยตา !