สงกรานต์ : 1,100 กิโลเมตร .. บันทึกการเดินทางของชีวิตในเทศกาลน้ำ (2)

ผมไม่มีความรู้ใด ๆ เกี่ยวกับ “ศิลปะ” หรือความงามของศิลปะ รู้แต่เพียงว่า “ชอบ” และ “ชอบ” เท่านั้นเป็นสำคัญ

เคยได้ตั้งข้อสังเกตตนเองบ้างหรือเปล่าครับ -  ทุกครั้งคราที่ท่าน เข้าวัด   ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือกิจอันใดก็แล้วแต่  ท่านมักจะใช้เวลาพักวางชีวิตในวัดอย่างไรบ้าง  ?   ท่านชื่นชม หรือแม้แต่ชื่นชอบที่จะเที่ยวชมอะไรต่อมิอะไรในวัดบ้าง หรือไม่ ? ...

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่สำหรับผม -  ผมชอบที่จะเดินเที่ยวชมหอระฆัง  ภาพวาดตามผนังศาลาวัดและพระอุโบสถ  รวมถึงพระไม้อันเก่าแก่ทั้งที่ถูกจัดเก็บดูแลอย่างดี  หรือแม้แต่การถูกปล่อยเลยอย่างไม่เห็นคุณค่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ครั้งนี้ก็เช่นกัน… (13  เมษายน)  ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ผมไปถึงบ้านเกิดของเพื่อนคู่ชีวิต  ผมไม่ลังเลที่จะขออนุญาตไปสรงน้ำเถ้ากระดูกของพ่อตาและบรรดาญาติมิตรของท่านที่จัดเก็บไว้ในบริเวณวัดประจำหมู่บ้าน  </p><p>   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทุกครั้งที่ผมมาเยือนบ้านหนองทับม้าในเทศกาลสงกรานต์เช่นนี้   ผมมักชื่นชมกับการ แห่ดอกไม้  ของชุมชนนี้เป็นอย่างยิ่ง  โดยบ่ายคล้อยพระภิกษุสงฆ์จาก วัดป่าเดื่อน้อย  จะร่วมเดินในขบวนแห่ดอกไม้ร่วมกับชาวบ้านสัญจรผ่านคุ้มบ้านต่าง ๆ  มีการตีฆ้องร้องป่าวเป็นระยะ ๆ  พร้อมกับการเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บางครั้ง, หรือแม้แต่บ่อยครั้งพระสงฆ์ก็จะถูกญาติโยมนิมนต์ให้หยุดเพื่อรับการสรงน้ำ  และบางทีพระสงฆ์ก็จะเข้าไปสรงน้ำให้พรกับชาวบ้านถึงครัวเรือนเลยก็มี …</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภาพชีวิตอันเป็นวัฒนธรรมเช่นนี้ผมยังพบเห็นอย่างไม่เปลี่ยนแปลงในชุมชนบ้านหนองทับม้า…</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ผมมีวันหยุดในช่วงดังกล่าว  และเป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสเข้าไปสรงน้ำพระพุทธรูปในวัดป่าเดื่อน้อย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมแปลกใจไม่น้อยที่เห็นพระสงฆ์ยังคงมานั่งอยู่ใกล้ ๆ กับสถานที่ที่จัดไว้ให้ญาติโยมสรงน้ำพระพุทธรูป   ท่านเป็นกันเองและไม่เกี่ยงงอนใด ๆ กับการถูกญาติโยมคนแล้วคนเล่า  สรงน้ำ อย่างไม่รู้จบ   และชาวบ้านเองก็ไม่จำเป็นต้องลำบากไปนิมนต์ท่านถึงกุฏิเพื่อมารับการสรงน้ำเลยแม้แต่น้อย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>    </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภายในวัดดูจะไม่กว้างใหญ่นัก  แต่ก็ยังร่มรื่นเย็นสบาย   .. ศาลาการเปรียญดูเหมือนเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่นาน   และผมก็ถือโอกาสอันน้อยนิดแห่งเวลานั้นสัญจรเดินเที่ยวชมภาพวาดที่อยู่ในตัวศาลาอย่างเพลิดเพลิน  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมไม่มีความรู้ใด ๆ เกี่ยวกับ ศิลปะ  หรือความงามของศิลปะ   รู้แต่เพียงว่า ชอบ  และ ชอบ เท่านั้นเป็นสำคัญ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในวัยเด็กผมชอบที่จะดูภาพพระเวสสันดรจากผ้าผะเหวด  หรือแม้แต่ภาพเขียนเรื่องราวของพระเวสสันดรที่ปรากฏอยู่ตามผนังศาลาและพระอุโบสถ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภาพเหล่านั้นดูเหมือนไม่งดงามวิจิตราหรืออลังการนัก   ภาพผู้คนดูไม่สมจริง  สมส่วน  แต่เรื่องราวและเนื้อหาที่ปรากฏนั้นกลับให้ความรู้สึกอันจับจิตจับใจมากกว่าเป็นไหน ๆ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ครั้งนี้ก็เช่นกัน -  ภาพเขียนที่ปรากฏในศาลาการเปรียญวัดป่าเดื่อน้อยดูจะไม่ฉูดฉาด  โทนสีไม่โดดเด่นสะดุดตา  แต่ผมก็ยังรู้สึกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง คือ ชอบ และ ชอบ  ภาพและเรื่องราวเหล่านั้นเป็นไหน ๆ  ทั้งที่เป็นภาพมหาชาติ 13  กัณฑ์ของพระเวสสันดร  รวมถึงภาพบาปบุญ  นรกสวรรค์ที่เพียรบอกเล่าวิถีแห่งการดำเนินชีวิต ด้วยการ ละชั่ว ทำดีและมีจิตใจอันผ่องใส</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>  </p><p>การได้ดูชมภาพเขียนเหล่านี้   ผมรู้สึกโล่งสบายใจและมีความสุขเป็นที่สุด  คิดถึงเรื่องเล่าอันมากมายเกี่ยวกับนรกสวรรค์ที่บันทึกไว้ในหนังสือ ไตรภูมิพระร่วง  แห่งกรุงสุโขทัย    </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถึงแม้ห้วงเวลาที่อยู่ในวัดจะดูแสนสั้นนัก   แต่ก็ยิ่งใหญ่และเพียงพอต่อการได้เสพความสุขในวันหยุดของชีวิตของผม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>และความสุขที่ได้รับจากการ เข้าวัด  ในวันนั้น  ก็ช่วยให้ผมรู้สึกดีต่อการที่จะต้องขับรถกลับบ้านเกิดที่กาฬสินธุ์.  ที่ซึ่งมีคนที่เรารักและรักเรา  -  รอคอยอยู่อย่างใจจดใจจ่อ   </p><p>   </p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (10)

เขียนเมื่อ 
  • กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย
  • เอาบุญมากมายกลับมาด้วย
  • เอาภาพสวย ๆ มาฝากอีกต่างหาก
  • อนุโมทนาบุญครับ
เขียนเมื่อ 
  • ตกลงภาพเหล่านี้สวยใช่ไหมครับ
  • ผมดูแล้ว สุขกายสบายใจเป็นที่สุด
  • ถือซะว่าเอาบุญมาฝากนะครับอาจารย์
  • ขอบคุณครับ
    P
  • เขียนได้เรียบง่ายแบบศิลปะพื้นบ้านดีครับอาจารย์
  • งาม ง่าย และได้เนื้องานครับ

 

ขอบคุณที่นำเรื่องราวดีดี มาเล่าสู่กันฟัง

ดิฉันทำงานกะชุมชนบ่อยๆ และสถานที่ที่ใช้ประชุม คือศาลาวัด เห็นภาพแบบนี้เยอะมาก และมีทุกวัด ถ่ายกลับมาเก็ยบไว้ดูนะคะ  (อาจจะเพราะชอบถ่ายรูปก็เป็นได้)

อยากเล่า  อยากเขียนเรื่องราวเหล่านี้ แต่ก็มีข้อมูลไม่มากพอที่จำทำ จะสืบเสาะหาข้อมูลมาเล่า ก็ดูเหมือนจะเริ่มต้นไม่ได้สักที

ยินดีมากเลยที่คุณแผ่นดิน นำมาแลกเปลี่ยน เขียนเพิ่มเติมมานะคะ จะติดตามชมไปตลอด

....ภาพพระเวสสันดรจากผ้าผะเหวด ....

นี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่เคยฟัง เคยอ่านมาว่า มีฝรั่ง มาเจอ มาเห็นภาพวาดผ้าผะเหวด นี้แหละ ด้วยอะไรสักอย่างก็ไม่รู้ เค้าก็เลยซื้อผ้าผะเหวดผืนเก่าไป และเอาไปออกแบบเป็น ม่านกั้น ที่เป็ยแบบตั้งๆ และพับได้น่ะคะ (ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไรเหมือนกัน) 

เห็นว่าขายดีมาก ฝรั่งชอบ 

แล้วคุณแผ่นดิน คิดยังงัย................

  • ตอนเด็ก ๆ ป๊ากับแม่ (พ่อ-แม่) ของดิฉันชอบพาดิฉันและน้องเล็ก ๆ ไปเที่ยววัดไผ่โรงวัว อยู่ในอ.สองพี่น้อง ที่นั่นมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ มากมายตั้งอยู่เรียงรายเต็มพื้นที่ของวัด มีพระองค์โต ที่เขาว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่นั่น
  • ที่สำคัญมีรูปปั้นเปรตหลายร้อยตัว ให้ญาติโยมเข้าไปดูว่า ทำไม่ดีอะไรในชาตินี้หากตายไปจะกลายเป็นเปรตประเภทไหน แบบไหน
  • ตอนเด็ก ๆ รู้สึกว่าน่ากลัวมากค่ะ โตขึ้นมาหน่อยตอนไปกับน้อง ๆ อีกช่วงหลังก็พอจะคุ้น แต่น้อง ๆ ก็กลัวค่ะ
  • ดิฉันว่า สิ่งเหล่านี้เป็นกลวิธีของวัดที่ต่างแสดงไว้ทั้งที่เป็นภาพวาดบ้าง รูปปั้นบ้างเพื่อเป็นการสอนใจให้คนทำดี
  • อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วอยากไปเยี่ยมชมวัดนี้บ้างหากได้มีโอกาสค่ะ และอยากเชิญชวนหากอาจารย์และครอบครัวมีโอกาสเดินทางผ่านมาแถบสุพรรณบุรี ได้แวะชมจิตรกรรมฝาผนังของวัดป่าเลไลยก์ ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดสุพรรณฯ เรา เป็นเรื่องราววรรณคดีเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน ได้บรรยากาศอีกแบบ...แบบชาวสุพรรณฯ ค่ะ
เขียนเมื่อ 
ตามมาอ่านค่ะคุณแผ่นดิน ขอบคุณที่นำเรื่องดี ๆ มาฝาก  ภาพพวกนี้ประเมินคุณค่าไม่ได้ค่ะ อยู่ที่ใจค่ะ  อยากให้คุณแผ่นดินเข้าไปดูเรื่องที่คุณ Man in Frame เขียนค่ะที่ http://gotoknow.org/blog/buddhaza/90701
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ คุณออต
P
  • ผู้เชี่ยวชาญมาชื่นชมภาพเขียนเหล่านั้นก็พลอยดีใจไปกับคนสร้างศิลปะด้วยเช่นกัน
  • สวัสดีปีใหม่ไทยย้อนหลังนะครับ คุณออต
  • อยู่ดีมีแฮง....
  • ขอบคุณครับ

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ คุณกาเหว่า
P

ผมมีความฝังจำกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก  แต่ก็ไม่มีความรู้ใดมากไปกว่าการรับรู้จากสิ่งที่เห็นในวัยเด็กหรอกนะครับ...เพียงแต่รู้สึกรักและผูกพันอย่างสนิทเป็นสำคัญ   แต่เมื่อมีโอกาสผมก็ตั้งใจที่จะเขียนถึงเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจังสักหน..

ทุกวันนี้ยังฝากคุณพ่อให้เก็บรักษาผ้าผะเหวดผืนเก่าของวัดไว้เป็นอย่างดี  ส่วนผืนใหม่ก็พ่อนั่นแหละครับเป็นผู้นำไปถวายวัดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

กรณีที่ฝรั่งนำผ้าผะเหวดไปดัดเปลี่ยนเป็น "ผ้าม่าน"  หรือฉากกั้นนั้นผมมอง 2 มุมเสมอว่า (1)  เสียดายที่คนไทยหรือชาวบ้านไม่เห็นความสำคัญ หรือไม่ก็ไม่รู้จะดูแล หรืออนุรักษ์อย่างไร  หากมีความรู้มากกว่านี้พวกเขาอาจดูแลได้ดีกว่าที่เป็นอยู่  หรือไม่ก็บริจาคเข้าสถานศึกษาให้จัดเก็บก็น่าจะดีไม่ใช่น้อย..(2)  เสียดายที่สิ่งเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของคนต่างชาติ  แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นการเผยแพร่ต่อชาวโลกเหมือนกัน..และถ้าฝรั่งเข้าใจในแก่นแท้ของเรื่องราวและวัฒนธรรมก็น่าจะดีไม่น้อย...

ผมมอง 2 มุม 2 ด้านเสมอ.....แต่เป็นผม...ผมไม่ขายไปหรอกนะครับ....

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ อ.ปวีณา
P
  • ภาพเขียนหรือแม้แต่รูปปั้นที่กล่าวถึงล้วนเป็นกุศโลบายในการสอนสั่งผู้คน  ซึ่งทุกวันนี้อาจมีบทบาทน้อยลงไปบ้าง  แต่ก็ยังถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก
  • ล่าสุดน้องแดนไทมานั่งดูภาพแกยังรู้เลยนะครับว่าเป็นต้นงิ้ว  หนามแหลม และคนเหล่านั้นเป็นคนไม่ดี, เข้าใจว่าบุญผะเหวดที่ผ่านมาแกคงรับรู้จากผ้าผะเหวด  ซึ่งไม่ปู่ก็ย่าคนใดคนหนึ่งคงเล่าให้ฟัง
  • ขุนช้างขุนแผน...คือ วรรณคดีแห่งหัวใจของผม...มีความเป็นไทยที่ชัดเจนและควรค่าต่อการศึกษาและใส่ใจเป็นยิ่งนัก
  • ผมท่องจำบทกลอนเรื่องยาวของขุนช้างขุนแผนได้หลายบท...รักและประทับใจมาจนบัดนี้
  • สุพรรณบุรี เป็นจังหวัดในฝันที่ผมชื่นชอบและใฝ่ฝันจะไปเยือนสักครั้ง...แต่ยังไม่มีโอกาสอันดี...
  • ขอบคุณนะครับ...ที่แวะมาแบ่งปันความดีงามในบันทึกนี้

 

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ...อ.ราณี
P

เมื่อครู่ผมเข้าไปอ่านบันทึกที่อาจารย์แนะนำแล้วนะครับ...สงบเย็นและประทับใจอย่างมาก  รวมถึงการบันทึกจัดเก็บเข้าแพลนเน็ตเพื่อติดตามอ่านในครั้งต่อไป...

ขอบคุณมากครับ...ทั้งกำลังใจและการแนะนำบันทึกดี ๆ มาสู่ชีวิตของผม...