GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วัฒนธรรมการเรียนรู้ : กิเลส

สิ่งเหล่านี้เป็นความชั่วความไม่ดีที่แอบแฝงอยู่ในส่วนลึกของความรู้สึกนึกคิดของคนเรา

กิเลสที่เป็นความมืดบอดทางจิตใจ  เพราะ คนเราทุกคนต่างก็มีสิ่งที่ปิดบังดวงตาแห่งปัญญา 

  เพื่อไม่ให้เรารู้และเข้าใจต่อสรรพสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงของมัน 

 สิ่งที่ทำให้คนเราเป็นอย่างนั้นเพราะมีรากฐานมาจากกิเลส 

 ซึ่งเป็นสิ่งทำจิตใจของคนเราให้เศร้าหมองไม่ผ่องใส 

  สิ่งเหล่านี้เป็นความชั่วความไม่ดีที่แอบแฝงอยู่ในส่วนลึกของความรู้สึกนึกคิดของคนเรา 

 จนเป็นสาเหตุก่อให้เกิดมีสภาพจิตใจขุ่นมัวไม่บริสุทธิ์ 

  ดังนั้น  การที่คนเราจะแก้ไขเพื่อไม่ให้กิเลสเข้าไปเกาะแน่นอยู่ในส่วนลึกของความรู้สึกนึกคิดได้ 

 ก็ต้องตั้งใจกระทำดี  ทั้งการคิด  การพูด  การกระทำ  ล้วนแต่ต้องมีเจตนาดีเพื่อทำจิตใจให้ละชั่วทำดีและทำจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 83186
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 11
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (11)

คิดดี ทำดี...ชีวิตจะได้มีความสุขครับ...

ขอแวะมาทักทายคะ

นุชก็กำลัง งง ว่า  ตอนนี้ตัวนุชกำลังมีกิเลสในการเรียนรู้  จนทำให้บางครั้งฟุ้งซ่านกับมัน  เพราะเมื่อได้ยิ่งเรียนรู้  กิเลสในจิตก็มากขึ้น มากขึ้น 

สิ่งที่นึกคิด  มันบรรเจิด  จนฟุ้งปะปนเป แยะแยะไม่ออก 

ขอคำแนะนำได้ไหมคะว่า  จะแก้ไขกิเลสนี้ได้อย่างไร

ขอบคุณคะ

ผมพยายามแยกคำว่า "กิเลส"  ออกจากคำว่า 

"ความฝัน"

"ความทะเยอทะยาน"

"เป้าหมายแห่งชีวิต"

ผมเองไม่รู้ว่า  การใช้คำที่แตกต่างกันเพื่อใช้แบ่งแยกในแง่บวก  และแง่ลบ  แต่แท้ที่จริงแล้วมันเป็นคำเดียวกันหรือไม่

เช่น  ผมอยากศึกษาต่อให้จบปริญญาเอก  มันเป็นกิเลส  หรือความทะเยอทะยาน  หรือความฝันกันแน่

ผมอยากให้มีชีวิตที่สุขสบายเหมือนคนอื่นๆ เป็นกิเลส  หรือความต้องการทั่วๆไปของคนทุกคน 

บางทีผมมองว่ากิเลสมันก็ทำให้คนเราพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด

ผมว่ากิเลสที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและไม่เป็นโทษกับใคร  ควรจะได้รับการให้อภัยในกิเสนั้น  โดยไม่ถือเป็นความชั่ว  ใช่ไม่ครับอาจารย์ครับ

สวัสดีครับ  คุณ

 

P

คิดดี ทำดี...ชีวิตจะได้มีความสุขครับ...

เห็นด้วยครับ...โดยเฉพาะตนเองจะมีความสุข

ขอบคุณครับ

 

สวัสดีครับ  คุณ

P

เป็นคำถามที่ดีมากครับผม...

สิ่งที่นึกคิด  มันบรรเจิด  จนฟุ้งปะปนเป แยะแยะไม่ออก 

ขอคำแนะนำได้ไหมคะว่า  จะแก้ไขกิเลสนี้ได้อย่างไร

...อยู่ที่การมองให้เห็นของเรา...ควรตามดูต้นตอของความฟุ้งซ่าน...มันมาจาก นิวรณ์ 5 ประการ ในข้อ อุทธัจจกุกกุจจะ  แปลว่า ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ  หรือความกระวนกระวายใจกลุ้มกังวล

นิวรณ์ แปลว่า สิ่งที่กั้นจิตที่ทำให้จิตเศร้าหมองและทำปัญญาให้อ่อนกำลังลง

เหมือน  ถุงยางใส่เมล็ดมะม่วงแล้วเอาไปฝังดิน

ตัวถุงยางมันกั้นไว้ทำให้เมล็ดไม่งอกงามและตายไป

จิตมีคุณสมบัติคือชอบคิด  ความคิดเหมือนควายที่จะออกนอกรั้วกินต้นข้าว  ต้องมีเสือคือสติคอยจะกระโดดกัดควายอยู่เสมอครับ

ขอบคุณครับ

 

 

 

 

เรียน...เพื่อน ๆ

ช่วงนี้ เน็ตต่อหลุด...ๆๆๆ

จะมาตอบคำถามใหม่นะครับ.....

สวัสดีครับ  คุณ

P

เป็นคำถามที่ดีมากครับ...ขอชื่นชมคุณที่ตั้งคำถามมานะครับ...และยากมากสำหรับจะตอบให้ตรงคำถาม...

 แต่แท้ที่จริงแล้วมันเป็นคำเดียวกันหรือไม่

กิเลส คือ  เครื่องเศร้าหมอง

ความฝันอยากจะเป็นอะไรต่าง ๆ คือ ตัณหา

ความทะเยอทะยาน  คือ ตัณหา

เพียงแค่นี้คุณคงรู้แล้วนะครับว่าเป็นคำเดียวกันหรือไม่

สิ่งใดเป็นเรื่องดี  มันเป็นเรื่อง  ฉันทะ คือ ความพอใจ

ครับผมไม่ใช่กิเลส...

ขอบคุณครับ

 

ขอแจมด้วยคนครับอาจารย์

สมัยก่อนผมจะรังเกียจกิเลสมาก ตอนนี้ไม่แล้ว( ไหงเป็นงั้น?) เวลาโกรธ โลภหลงนี่ พอได้สติ ตำหนิตัวเองอีก  (เจอสองเด้ง )ตอนนี้ฝึกำลังสติ+เมตตาอย่างเดียว เจอกิเลสก็เจอไม่ว่าตัวเองอีกแล้ว

เคยดูหนังเรื่องหนึ่งหมีป่ามาตะปบคน ที่ไปป้องกันลูกวัวที่หมีจะมาตะครุบไปกิน คนเจียนตาย ชาวบ้านช่วยกันจับหมีป่า แล้วลงมติว่าจะฆ่าเสีย?หรือจะจับไปไว้สวนสัตว์  ได้ความว่าจับไปไว้สวนสัตว์

ต่อมาชายผู้โดนตะปบแอบขอให้เพื่อนไปปล่อยหมีป่านั้นกลับเข้าป่าไป

หมีป่าตบคนเพราะกิเลส เข้าใจว่าคนนั้นจะไปแย่งอาหาร จะเห็นว่าตราบที่คนหรือหมี(ซึ่งล้วนอยู่ในกามาวาจรภูมิ )หิวล้วนต้องมีกิเลส (ไม่มีเป็นไปไม่ได้ )

คล้ายคล้ายโรคเอดส์ โรคมะเร็ง ที่ (แทบ)ไม่มีทางรักษา

ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปรังเกียจโรคเอดส์ โรคมะเร็ง รังเกียจกิเลสตัณหา

แต่เราจะจัดการความรู้ บริหารจัดการกิเลสอย่างไร?จึงอยู่ในทิศทางสัมมาทั้งแปด

เราจะอยู่กับกิเลสได้อย่างไร?จึงจะทุกข์น้อย?นี้คือโจทย์

จะว่าไปแล้ว(ความเห็นเรานะ )กิเลสกับฉันทะ คือพี่น้องกันเพียงแต่คนหนึ่งเป็นมิจฉา คนหนึ่งเป็นสัมมา

และบ่อยครั้งคือคนคนเดียวกัน(คนละกรรมคนละวาระ )

กราบสวัสดี อ.อุทัยที่เคารพ

  • สบายดีนะครับท่านอาจารย์
  • รบกวนอาจารย์ช่วยตอบคำถามให้ผมด้วยนะครับ http://gotoknow.org/blog/mrschuai/83541
  • เกี่ยวกับกิเลสกับความรู้ครับ
  • ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ  คุณ

P

ขอแจมด้วยคนครับอาจารย์ ...

ดีมากครับ...ที่ผมมีเพื่อนเดินทางธรรมอย่างคุณ...ฮา ๆ เอิก ๆ

ตอนนี้ฝึกำลังสติ+เมตตาอย่างเดียว เจอกิเลสก็เจอไม่ว่าตัวเองอีกแล้ว...

ขอปรบมือให้ด้วยใจจิรงครับ...

ฝึกกำลังภายในจากสำนักไหนครับผม...?

คนหรือหมี(ซึ่งล้วนอยู่ในกามาวาจรภูมิ )หิวล้วนต้องมีกิเลส (ไม่มีเป็นไปไม่ได้ )...

ถูกต้องนะครับ  ฮา ๆ เอิก ๆ

แต่เราจะจัดการความรู้ บริหารจัดการกิเลสอย่างไร?จึงอยู่ในทิศทางสัมมาทั้งแปด

เดินไปในทางสายจิตว่างได้มั้ยครับ...?

เราจะอยู่กับกิเลสได้อย่างไร?จึงจะทุกข์น้อย?นี้คือโจทย์

ทำตัวเราเป็นเหมือนดอกบัวอยู่ในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำได้มั้ยครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ

จะว่าไปแล้ว(ความเห็นเรานะ )กิเลสกับฉันทะ คือพี่น้องกันเพียงแต่คนหนึ่งเป็นมิจฉา คนหนึ่งเป็นสัมมา...

เหมือนนกแขกเต้าพี่น้อง ตัวหนึ่งไปอยู่กับฤาษีอีกตัวพวกโจรเลี้ยงเอาไว้เลยนะครับ...

ขอชื่นชมในการอธิบายธรรมได้ลึกซึ้งกินใจดีครับผม

ขอบคุณครับ

 

 

 

 

สวัสดีครับ  คุณ

P

สบายดีนะครับท่านอาจารย์...

หลบซ่อนตนแล้วยังจำได้หรือนี่...ฮา ๆ เอิก ๆ

โลกกลมจริงนะเราจึงมาเจอกันที่นี่...

ผมสบายดี...คุณละครับ...?

รบกวนอาจารย์ช่วยตอบคำถามให้ผมด้วยนะครับ ...

ได้เลย...ไปตอบให้แล้ว...ฮา ๆ เอิก ๆ

ขอบคุณครับ