ฝึก  มา   ดี

   

         รุ่นพี่ แกบอกว่าอันนักศึกษาที่รักยิ่งของเรานี้จะปล่อยให้ลอยนวลจบไปเฉยๆไม่ได้ ต้องช่วยกันฝึกเข้ม ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างพวกลายมือถั่วงอก   ที่คล้ายจะสวยแต่อ่านยาก  เขาเรียกว่าสวยทรมาน  สั่งให้คัดลายมือเธอก็ว่าตุ่นสิ้นดี    มายุ่งอะไรกับชีวิตเธอ  เดี๋ยวนี้เขาใช้คอมพิวเตอร์กันแล้ว...ขอบอก !

 

            รุ่นพี่แกบังคับให้ฝึกคัดๆๆลายมือสุดชีวิต      ใช้วิธีตุ่นๆเนี่ยแหละ     แก้นิสัยคนมาได้เยอะแล้ว  ขอบอกเหมือนกัน !   

                เรื่องดูเหมือนจะเล็กอย่างพวกพลร่มที่ระเบียบว่าต้องเข้าเรียนไม่ต่ำกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เหลือยี่สิบเปอร์เซ็นต์เธอเลยโดดให้ครบโควต้า  จะได้ไม่เสียสิทธิ์(การโดด)ไปฟรีๆ   เขาเรียกว่าใช้สิทธิ์ผิดจรรยาบรรณ  

                พี่แกแก้ลำด้วยข้อสอบอัตนัยให้ฝึกเขียนตอบทุกคาบ   เพื่อเป็นกำลังใจแด่คนพันธุ์ A ไหนๆก็อุตส่าห์มานั่งฟังครู  หนูก็จะได้สะสมแต้มติดมือ  เผื่อข่าวจะรู้ไปถึงหูเด็กโควต้าเธอจะได้กลับใจมาเรียนต่อกันมั่ง      

            พวกเด็กไม่มีคำถามก็ทำให้ครูเหี่ยว(ที่ใจ)มานักต่อนัก  เธอว่าในเมื่อครูได้ บอก ความรู้จนหมดสิ้น  ไม่เหลืออะไรให้เธอสงสัยอีกต่อไปแล้ว จะให้เธอถามทำไม พอครูรวบแผ่นใสเธอก็รวบกระเป๋า  ประมาณว่าเธอเสร็จฉันเก๊าะเสร็จด้วย    

             รุ่นพี่แกแก้เค็มด้วยการปรับกลยุทธ์ใหม่ให้วิพากษ์ชุดความรู้ที่ตัวเรียน ฝึกตั้งข้อสงสัยในศาสตร์แล้วเปิดโอกาสให้เด็กเถียง   (อย่างสุภาพชน)     ปรากฏว่าเห็นผลทันตา     เธอวิพากษ์กันสุดชีวิตหมดชั่วโมงแล้วก็ยังไม่ยอมเลิกเพราะยังเถียงไม่ชนะ      ต้องงัด

ไม้ตายออกมาบอกว่าพอก่อนหนู     เดี๋ยวส้มตำปูหมดอดกินไม่รู้ด้วย     เธอถึงได้แตกฮือไปโรงอาหาร ....รอดตัวไปอีกวัน

              ส่วนพวกเด็กก็อปปี้มือวางอันดับหนึ่งภูมิใจเสนอรายงานแบบปรับฟอนต์เปลี่ยนปกในราคาย่อมเยา ทำให้ครูหลงออกข้อสอบไฟนอลแทบตาย    ..สุดท้ายก็วัดได้แค่ว่าเธอลอกกัน 

 

พี่แกแก้เผ็ดด้วยการเอาสามวิชามาบูฯรวมๆเป็นอินเตอร์ดิสซิปปลิ้นนารี่แล้วสอนแบบทีมติ๊ดชิ่ง จากนั้นก็ฝึกสอบสัมภาษณ์แบบทีมอินเทอร์วิวด้วยคำถามฉลาดๆ    เพื่อสัมภาษณ์ให้เธอตกใจขวัญหนีดีฝ่อ แล้วเธอก็ต้องรีบกลับไปศึกษาค้นคว้าและหาข้อมูลอย่างหนักเพื่อกลับมาสอบใหม่แบบเจอครูตัวเป็นๆ   ผลการวิจัยในชั้นเรียนพบว่าพวกมือวางอันดับหนึ่งแทบสูญพันธุ์

 

                แต่เรื่องใหญ่คือพวกเด็กที่ครูสั่งงานแล้วไม่ยอมจด           แปลว่าไม่เห็นความสำคัญของการฝึกจับประเด็น  ข้อมูลและความคิด  พอไปทำก็ผิดๆถูกๆ ไม่ครบถ้วน  ประเภทได้หน้าแล้วลืมหลัง  สั่งร้อยได้สิบ  สั่งสิบเหลือศูนย์  แล้วก็เถียงข้างคูๆเพราะจำไม่ได้ว่าครูสั่งอะไร ใครถามก็ฮุนฮงหาหลักฐานยืนยันไม่ได้     ผู้โชคดีได้ร่วมงานด้วยก็ถือว่าเป็นกรรมแต่ปางก่อน   

             แกเลยประกาศเหี้ยมประกาศิตไปยังเด็กทุกคนเป็นคำขาดว่าถ้ามาพบครู    จุด จุด  จุด   (ชื่อสงวนไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว)ตัวเป็นๆแล้วไม่จดเป็นเจอดี  ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเจอที่ไหนต้องถือกระดาษปากกาติดมือมาจดโดยพร้อมเพรียงกัน      นับแต่วันนั้นมารุ่นพี่ก็สั่งกำชับรุ่นน้องทุกคนว่าเพื่อสวัสดิภาพของทุกฝ่าย เห็นหน้า จารย์แกเมื่อไหร่น้องต้องรีบโดดคว้ากระดาษปากกายืนแถ่ว..ว..วตร๊ง..ง ในท่าเตรียมพร้อมจดทุกครั้ง    เพราะ จารย์แก  ฝึกจดเอาจริง                แถมแกยังให้พรไว้ทุกรุ่นว่าถ้าไม่ถือกระดาษปากกาพร้อมจดขอให้ไม่ได้แต่งงาน      โอ้แกอวยพรแม่นน่าหวาดหวั่นมาก !

 

 รุ่นน้องทั้งหลายด้วยความหวาดหวั่นก็ปฏิบัติตามอย่างแข็งขัน       แค่ได้กลิ่นเอ๊ยได้ยินใครสักคนพูดว่า        ว้าย !’ จารย์ จุด จุด จุด  มาแร้ว..ว     เธอจะตัวสั่นงันงกคว้ากระดาษปากกาตั้งท่า แถ่ว.. ว..ว ต๊ง ง..ง      เตรียมจดโดยพร้อมเพรียงกันอย่างน่าทึ่ง

 

วันหนึ่งเธอบังเอิญเห็นอาจารย์เดินมาดเข้มหน้าเครียดตรงดิ่งไปทางหน้าห้องน้ำโรงอาหาร    เด็กทั้งโขยงกระโจนแช้บ..บ ตั้งแถ่วตร๊งดูเด่นเป็นสง่าถือกระดาษยกปากกาในท่าเตรียมจดโดยพร้อมเพรียง         ประชาชนทั้งแถบหันพรึ่บมามองเป็นตาเดียว ! ..

                   พี่แกสะดุ้งเฮือกรีบกระซิบบอกเด็กว่า             ..จุด.. จุด.. จุด.. !           

                    ลูกศิษย์ที่ฝึกมาอย่างดียกปากกาค้างในระดับอกเสมอกันทั้งแถว   ....

                                 แล้วฮาครืนโดยพร้อมเพรียงกัน ! ..