สวัสดีด้วยความดีใจและขออภัยอย่างสูงที่เข้ามาตอบช้า(มาก)ค่ะคุณหมอเล็ก
คุณหมอเล็กพักฟื้นแข็งแรงดีแล้วใช่ไหมคะ กลับไปตะลุยงานหรือยังคะ : ) ของพี่แอมป์เพิ่งมีชีวิตรอดมาเข้า G2K วันนี้ ก่อนจะหมดเรี่ยวหมดแรงกับการคุมสอบในอาทิตย์หน้าอีกครั้ง ไม่รู้ทำไม พี่ว่าคุมสอบเหนื่อยกว่ายืน(หรือนั่ง)สอนสิบเท่า เพราะไม่ได้ทำอะไรนอกจากคุมสอบ คือรู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้ ทั้งที่อยากทำอะไรๆแต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะต้องคุมสอบอะค่ะ อิอิ
พี่แอมป์คิดถึงน้องภูจัง ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าเนี่ยค่ะ อยากพบและถามน้องภูด้วยใจจริงว่าที่ลูกไม่ชอบจดเพราะอะไร พี่แอมป์อยากเข้าใจจริงๆนะคะ ว่าหลานไม่ชอบจดเพราะอะไร
และอยากถามนักศึกษาที่พี่แอมป์สอนด้วย เพราะเธอก็ทรงพระไม่จดเหมือนๆกัน เป็นกันเกือบทั้งห้อง พี่แอมป์ก็อยากเข้าใจเธอด้วย
หลังจากถามเสร็จแล้วพี่แอมป์ก็จะตอบซะเองตามประสาครูที่แบบว่ารู้ไปซะหมด คือที่เราคิดว่าเรารู้อาจจะผิดก็ได้ แต่เราอยากบอกว่าเรารู้อะ อิอิซะอีกที
หากถามเด็กๆว่า หนูไม่จดเพราะอะไร เด็กอาจตอบว่า
หนึ่ง เพราะไม่อยากจด
สอง เพราะขี้เกียจจด
สาม เพราะคิดว่าที่ครูพูดเรารู้แล้ว ไม่รู้จะจดทำไม
สี่ เพราะคิดว่า ที่ครูพูด มีอยู่แล้วในหนังสือ แล้วครูก็ออกข้อสอบตามหนังสือ ไม่รู้จะจดทำไม
ห้า เพราะคิดว่า ถึงจดไปก็จดไม่ครบ ไปขอดูของเพื่อนดีกว่า
หก เพราะไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องจด ครูไม่ได้เน้นให้ฟังว่าอะไรต้องจด แต่พูดไปเรื่อยๆเหมือนทุกอย่างสำคัญเท่ากันหมด เลยจดไม่ถูก
เจ็ด เพราะฟังครูพูดเพลิน เลยลืมจด (อันนี้มักเป็นคำแก้ตัวของเด็กฉลาด)
แปด - เงียบ - (อันนี้พี่เจอบ่อย)
เก้า พอถามปุ๊บ เธอก็จะหยิบกระดาษขึ้นมาจดปั๊บ แบบว่าทันฟัน อิๆๆๆๆๆ
คืองี้นะคะคุณหมอเล็ก พี่แอมป์เลยชอบใจจริงๆที่คุณหมอเล็กถามคำถามที่ตรงกับใจพี่แอมป์เลย แถมพี่ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนจากเด็กๆเลยอีกต่างหาก พี่เลยคิดว่าพี่จะเริ่มจากการทำความเข้าเขาอย่างแท้จริงก่อน ว่าเหตุใดเขาจึงตัดสินใจทำเช่นนั้น และเขาคิดว่าการตัดสินใจเช่นนั้น เขาได้อะไรบ้าง เขาเสียอะไรบ้าง และมันคุ้มไหม ถ้าตัดสินใจใหม่ จะมีอะไรดีกว่าเดิมไหม จากนั้นก็ชักแม่น้ำทั้งสิบมาอธิบายจนเขาผงกศีรษะ (เพราะง่วงมาก) แล้วพี่ก็จะเลิกบ่น แต่หันไปตั้งกติกาการประเมินผลการบันทึกการเรียนรู้(การจดบันทึก)อย่างรอบคอบรัดกุมต่อไป
จะออกหัวออกก้อยยังไงพี่ก็มองไม่ออกเหมือนกันอะค่ะคุณหมอเล็ก : )