GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

MPA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด/Leadership (2)

การเรียนรู้ในวันนี้นั้นการมีปริญญาไม่สำคัญเท่ากับการมีปัญญา

สวัสดีครับลูกศิษย์ทุกท่าน

ผมชื่นชมที่ทุกคนเห็นความสำคัญของ Blog และเชื่อว่าใช้เป็นคลังความรู้ของทุกท่านได้ เนื่องจาก Blog แรกเริ่มจะยาวทำให้การส่งข้อมูลอาจจะไม่สะดวก จึงขอเปิด Blog นี้ให้ทุกคนนะครับ

                                 จีระ  หงส์ลดารมภ์

สวัสดีครับลูกศิษย์ทุกท่าน

ในวันอังคารที่ 20 มีนาคม 2550 นี้ เวลา 18.00 น. จะมีการสอบ Final รูปแบบเป็นการสอบปากเปล่าครับ ขอให้ทุกคนมาสอบที่ Office ของผมที่ปิ่นเกล้าฯ  ครับ และสุดท้ายนี้ผมขออวยพรให้ทุกคนโชคดีครับ ทั้งนี้ทุกคนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณวราพร ครับ โทร. 081-493-0801,0-2884-9420-1

                                        จีระ  หงส์ลดารมภ์

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): mpastamford
หมายเลขบันทึก: 77991
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 85
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (85)

  • ยม ตัวอย่างสรุปประเด็นที่ได้จากการชม CD เรื่อง INNOVATION
    IP: xxx.9.158.188
    เขียนเมื่อ 

 สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ/นักศึกษา MPA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดและท่านผู้อ่านทุกท่าน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.จีระ ใหเข้าไปช่วยสอนในช่วงบ่าย ผมขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้

กิจกรรมช่วงบ่าย นักศึกษาได้ชม ซีดี เรื่องINNOVATION กับทรัพยากรมนุษย์  แล้วได้ทำ workshop กัน  ว่าชม ซีดีเรื่องดังกล่าว แล้วจับประเด็นอะไรได้บ้าง   ซึ่งทุกกลุ่ม ส่งตัวแทนออกมาพูดได้ดี 

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเวลาในห้องเรียนมีจำกัด ทำให้ไม่มีเวลามากพอที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในส่วนที่ผมจับประเด็นได้  ว่ามีอะไรบ้าง  และที่ทำสีน้ำเงินไว้คือส่วนที่ผมต่อยอดจากซีดีครับ

ระหว่างที่ผมชมซีดีเรื่องนี้กับพวกเรา ผมได้พิมพ์ประเด็นที่จับได้ คือ ดู ฟังไป จับประเด็นไปและพิมพ์จาก Notebook ไปด้วย  และที่ส่งมานี้ คือสิ่งที่ จับประเด็นได้จากการชมซีดี ขณะนั้นจริง ๆ จึงส่งมาเป็นตัวอย่างให้นักศึกษาได้ศึกษา และช่วยกันเขียนแชร์ความรู้ที่ได้จากการเรียนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ลง Blog นี้ด้วย จะเป็นประโยชน์กับสังคมแห่งการเรียนรู้นี้ เชิญนักศึกษา และท่านผู้อ่านทุกท่านติดตามได้ในตอนท้ายนี้ สวัสดีครับ

ยม

ทุนมนุษย์ กับ นวัตกรรม

 จะให้มีนวตกรรม ต้อง: ต้องมีการวิจัความรู้ ต้องสด ต้องคิดนอกกรอบต้องมีความรู้ใหม่ ๆ ต้องมี project ขึ้นมาต้องมี Action plan ต้องทำ ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม 

นวัตกรรม ถ้าไม่มี HR ที่มีคุณภาพ จะไปไม่รอด

 

เมื่อฟังแล้ว ได้ความรู้ แล้วต้องนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์

 พยายามเชื่อมโยง ต้องกล้าคิด กล้าทำ งานของ ศ.ดร.จีระ เป็นงานต้นน้ำ คือ  ทุนมนุษย์ ส่วนของ คุณศุภชัย เป็นงานปลายน้ำ  คือทุนทางนวตกรรม 

สำนักงานนวตกรรม เกิดขึ้นเมื่อ ประเทศเกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ 

 ถ้าจะแก้ปัญหาบ้านเมือง เรื่องของความรู้ เรื่องของนวตกรรม เป็นเรื่องสำคัญ 

จีน กับอินเดีย ต่างกันอย่างไร ในเรื่องนวตกรรม

 

จีนมองทั้งหมด แต่อินเดีย มองบางส่วน

ในซีดี มีการพูดคุยกัน สามประเด็นใหญ่ ๆ คือเรื่องของคำจำกัดความนวตกรรมคำจำกัดความ  นวัตกรรม คือสิ่งใหม่ ที่มี·       การใช้ความรู้ ·       ความคิดสร้างสรรค์ ·       ต้องมี Action Plan ·       ต้องมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม ส่วนรวม  

Go to business and successful   การวิจัย เป็นจุดเริ่มต้นของนวตกรรม

เรื่องต่อมาคือ เรื่องความสำคัญของนวตกรรมหลาย ๆ องค์การทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับนวตกรรม  นวัตกรรม คือการเปลี่ยนแปลง ถ้าทำช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงภายนอก องค์การก็ไปไม่รอด ธุรกิจต้องหารูปแบบใหม่ ๆ เพื่อความอยู่รอด และความได้เปรียบในการแข่งขันINNOVATION CULTURE เป็นเรื่องสำคัญ ควรปลูกฝังให้คนรู้จักคิด รู้จักทำสิ่งใหม่ ๆ ฝึกให้คนต้องกล้าที่จะเดินไปข้างหน้า ไปสู่ความสำเร็จ  เรื่องที่สามคือ เรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ HR and INNOVATION คนถึงแม้มีความคิดดี แต่พอมาถึงการปฏิบัติอาจจะยังไม่เกิด นวตกรรมได้  การจัดการ กระบวนการตัดสินใจ การสื่อสาร จะเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัว 

อุปสรรค ของนวตกรรมในไทย วิเคราะห์โดยใช้กรอบแนวคิดทฤษฏี 3 C (ศ.ดร.จีระ)

  1. คนไทยไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง Change
  2. คนไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องลูกค้า Customer
  3. นายคนไทย ชอบ Control
 จะให้เกิดนวตกรรม ได้ต้องให้คนมีทุนมนุษย์ 8K’s คนดีมีคุณภาพ = นวตกรรมดีมีคุณภาพคนไม่ดี ไม่มีคุณภาพ = นวัตกรรม อาจจะไม่มี หรือมีแต่ไม่ดี ฉะนั้นถ้าจะทำให้นวตกรรมของไทยดีขึ้นได้1.    องค์การต้องส่งเสริมให้คนมีความรู้ มีปัญญา สามารถรับการเปลี่ยนแปลง2.    ส่งเสริมให้ตระหนักถึงความต้องของลูกค้า3.    เน้นให้นายคนไทยมี LEADERSHIP ภาวะผู้นำ 

คนดีมีคุณภาพ จะทำอย่างไร ให้มีและเกิดขึ้นในองค์การ? เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันคิดต่อ  ควรเริ่มจากต้นน้ำ คือ การสรรหาคนเก่งคนดี ทำอย่างไรจะได้คนเก่งคนดี เข้ามา เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาต่อไป ระหว่างทางน้ำ ทำอย่างไร จะให้คนในองค์กร เป็นคนเก่ง คนดี  และปลายน้ำ ทำอย่างไร ให้คนเก่ง คนดี ได้ใช้ความรู้ความสามารถของเขาเพื่อส่วนรวม เป็นงานท้าทายของคนที่เป็นผู้นำ และคนทำงาน HRM&HRD

 

เครื่องมือการจัดการให้คนมีคุณภาพ
  • Strategic Management, Vision, Mission, Goals and Strategic Planning
  • Learning Organization
  • Knowledge Management
  • Talent Management
  • Empowerment
  • Leadership
  • Teamwork
  • Two ways communication
  • Internal Audit
  • Corrective Action Request
  • Continue Improvement
  • Action Plan, P D C A
วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม 2550 

Mr.Peter Bjork   ได้มาสอนให้รู้ถึงการบริหาร 2 แบบ ที่ดิฉันสรุปได้ คือ

  1. คือการถือตนเองเป็นใหญ่ เป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ  เชื่อมั่นในตัวเองสูงไม่รับฟังความคิดเห็นของใคร  ไม่อดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อบริหารงานนานๆไปจะไม่มีใครกล้าคัดค้านหรือทัดทาน วิธีการบริหารงานแบบนี้ทำให้   ได้งานแต่เสียคน นั่นคืองานเสร็จเร็วทันผู้บริหาร แต่ไม่ถูกใจผู้คนร่วมงาน เขาได้ความสำเร็จของงาน แต่ไม่ครองคน
  2.  ถือหลักการเป็นสำคัญและถือเอาความสำเร็จของงานเป็นที่ตั้ง  เพื่อทำงานให้สำเร็จ ยืนดีรับฟังคำแนะนำจากทุกฝ่าย ซึ่งทั้งคนที่ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว แยกเรื่องงานจากการขัดแย้งส่วนตัว  ยอมรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญ การบริหารแบบนี้เป็นการบริหารทำให้ได้ทั้งคนและงาน งานสำเร็จเพราะทุกคนมีโอกาสแสดงความสามารถ  ใช้กลุ่มคนที่วิพากษ์วิจารณ์ท่านช่วยทำงาน
          วันอาทิตย์ที่  4  กุมภาพันธ์  2550  Mr. Leigh Scott  ได้มาสอนให้รู้จักตนเองก่อนแล้วค่อยศึกษาผู้ร่วมงาน คือ 
  1. หมายถึงผู้บริหารต้องรู้จักความเด่นความด้อยของตนเอง  การรู้ความเด่นก็เพื่อทำงานที่เหมาะสมกับความสามารถของตนเอง   การรู้ความด้อยก็เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของตน ตามปกติ นักบริหารมักมองเห็นความผิดพลาด  ของลูกน้องได้ง่าย  แต่มองข้ามความผิดพลาดของตนเอง  เมื่อนักบริหารทำผิดพลาดลูกน้องไม่กล้าบอกหรือแนะนำดังนั้นนักบริหารต้องหัดมองตนและตักเตือนตนเองเสมอ (รู้เรา)
  2. หมายถึงความรอบรู้เกี่ยวกับผู้ร่วมงาน นักบริหารต้องรู้ว่าใครมีความสามารถในด้านใด เพื่อจะได้ใช้คนให้เหมาะสมกับงาน  นอกจากนั้นนักบริหารต้องรู้จัก (นิสัยความประพฤติบางอย่างของผู้ร่วมงานที่เคยชินทั้งดีและไม่ดี)  เพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ (รู้เขา)
      

       นอกจากนั้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ท่านอาจารย์พิทยา พุกมาน อดีตท่านทูตซึ่งท่านได้เคยเป็นท่านทูตมาหลายประเทศ ท่านได้มาบอกเล่าถึง ความแตกต่างของวัฒนธรรม ความแตกต่างของเศรษฐกิจ จากการบอกเล่าของท่านอาจารย์ทำให้นักศึกษาได้รู้ด้วยว่าการจะศึกษาอะไรต้องลึกซึ้งในสาขานั้นเพื่อที่จะได้นำไปปฎิบัติได้ถูกต้อง

                                                    สุรีย์ อภิราษฎร์ศักดิ์

สัปดาห์สุดท้ายที่ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับ ภาวะผู้นำ ข้าพเจ้าได้รับความรู้จากที่ ท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สอนในห้องเรียนท่านอาจารย์จะพูดเสมอ ว่าให้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจารย์สอนให้เรียนรู้เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาตนเองให้อยู่รอดได้อย่างมีความสุขความพอใจอย่างต่อเนื่อง อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ท่านยังได้สอนอีกว่าคนที่จะให้การศึกษา ต่อผู้อื่นได้นั้น ต้องทำตัวให้ได้รับการศึกษาก่อนและต้องศึกษาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และนอกจากในห้องเรียนแล้ว ข้าพเจ้ายังได้รับความรู้จาก หนังสือของท่านอาจารย์อีก 2 เล่ม คือ 1. 2 พลังความคิดชีวิตและงาน 2. ทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ หลังจากที่ได้อ่านจบแล้วทั้ง 2 เล่ม ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่ากว่าที่คนๆหนึ่งจะมีภาวะผู้นำได้นั้นต้องสะสมความรู้ ความสามารถ ความอดทน และต้องใช้ประสบการณ์มากแค่ไหน ผู้นำและผู้บริหารไม่สามารถจะแยกออกจาก คนๆเดียวได้ เพราะทั้งผู้นำและผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำในตัวเอง ทฤษฎี 8 K’s ของอาจารย์ ลึกซึ้งและเป็นความจริงที่สุด ถ้าทุกคนมี ทฤษฎี 8 K’s ของอาจารย์อยู่ในตัวแล้วรับรองได้ว่าจะเป็นผู้มีภาวะผู้นำโดยแท้ ข้าพเจ้าขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูง สุรีย์ อภิราษฎร์ศักดิ์
                สวัสดีค่ะท่าน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์   ที่ได้มาบรรยายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11  กุมภาพันธ์  2550   เรื่องภาวะผู้นำ  Leadership  และได้ให้นักศึกษาเขียนประวัติของตนเองเกี่ยวกับภาวะผู้นำ                ดิฉันขอเริ่มจากความภูมิใจที่มาจากครอบครัวปานกลางไม่ได้ร่ำรวยอะไร  และเป็นเด็กต่างจังหวัด  พ่อแม่มีอาชีพค้าขายส่งดิฉันเรียนจนจบปริญญาตรี  ซึ่งตอนที่จบการศึกษาใหม่ๆ  และได้มีโอกาสเข้าไปทำงานครั้งแรกในกรมบังคับคดีเป็นพนักงานพิมพ์ประกาศ  โดยทำงานมีข้อผิดพลาดน้อย ประมาณสัก  4  ปีที่แล้ว  ก็ได้รับโอกาสจากผู้อำนวยการให้รักษาการหัวหน้าแผนกตรวจร่าง และดิฉันก็สามารถแก้ไขปัญหาในแผนกแล้วจัดระบบการทำงานให้งานออกมามีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น  ก็เลยมีความรู้สึกว่าเราก็สามารถเป็นหัวหน้าแผนกและดูแลลูกน้องได้  ถึงจะมีลูกน้องไม่เยอะแต่ก็เหมือนฝึกให้ดิฉันรู้จักรับผิดชอบงานรวมถึงลูกน้องด้วย  เริ่มจากแผนกเล็กๆ ไปหาแผนกใหญ่ๆ  ซึ่งผลงานของดิฉันทำให้ผู้อำนวยการได้มอบหมายให้เรียนรู้แผนกอื่นก็คือ  แผนกคอมพิวเตอร์  เรียนรู้งานมากขึ้น  เรียนรู้คนกับการอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก ว่าจะบริหารงาน บริหารคน ให้มีประสิทธิภาพเป็นที่นับถือได้อย่างไร  ซึ่งก็มาจากการเรียนรู้ด้วยตนเองแล้วก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้อำนวยการให้ทำงานสำคัญๆ  คือ  เป็นหัวหน้าแผนกบัญชี  คุมเรื่องการเงินทั้งหมดของสวัสดิการกรมบังคับคดี  รายรับ-รายจ่ายและประสานงานต่างๆ ให้ผู้อำนวยการกับลูกน้อง  จนได้เห็นจุดยืนของตนเองไปสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการได้  ปัจจุบันดิฉันทำงานอยู่ที่เทศบาลตำบลสองพี่น้อง  จังหวัดสุพรรณบุรี  การทำงานก็คือเหมือนเป็นผู้นำให้กับชุมชนต้องเป็นแบบอย่างมีอะไรแนะนำประชาชนได้ก็แนะนำ  เพื่อสร้างความเจริญให้กับชุมชน  นำความต้องการของประชาชนมาประสานกับผู้บังคับบัญชาให้ลุล่วงตามความต้องการโดยอาศัยหลัก  ดังนี้                1.  Harmony    การดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความสมานฉันท์    ปรองดองกัน   มีความสนิทสนมกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกัน ความร่วมมือ-ร่วมใจให้เกิดความสงบสุข มีความเชื่อถือและเชื่อมั่นต่อกันอย่างจริงใจและทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ                2.  Heritage  แสดงถึงตัวตนและคุณค่าของตัวเองให้กับผู้ร่วมงานได้เห็นว่าเรามีความมุ่งมั่น                3.  Knowledge  Capital  ทุนทางความรู้  ผู้ที่จะเป็นผู้นำได้นั้นแน่นอนว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้  ความสามารถ  ความฉลาดเฉลียว  ดังนั้นจำเป็นที่เราจะต้องไขว่คว้าหาความรู้ให้กับตนเองต่อไป                4.  Emotional  Capital   ทุนทางอารมณ์  ผู้นำที่ดีจะต้องควบคุมอารมณ์ให้เข้มแข็งไม่หวั่นไหวในเรื่องต่างๆ ที่เข้ามา                5.  Creativity  Capital  ทุนแห่งการสร้างสรรค์  การคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ  และวิธีการใหม่ๆ  เพื่อมาใช้ในการพัฒนาองค์กรหรือหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ                6.  Happiness   การดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข  ก็เหมือนกับการทำงาน  ถ้าทำแล้วมีความสุขผลงานที่ออกมาก็จะดีตามไปด้วย                สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณท่าน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์   และท่านอาจารย์ทุกท่าน  ที่ได้นำความรู้และประสบการณ์การทำงานของท่านอาจารย์มาสั่งสอนให้กับพวกเรานักศึกษา  STAMFORD  INTERNATIONAL UNIVERSITY  (MPA)  แล้วจะนำความรู้ที่ได้ตลอดรายวิชา  LEADERSHIP  ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานในองค์กรหรือหน่วยงาน  เพื่อเป็นการพัฒนาตนเองให้สามารถเป็นผู้นำที่ดีต่อไป
¥   กราบเรียนท่าน ศ ดร จีระ  หงส์ลดารมณ์  ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววลัยพร  วงษ์งาม  ขออนุญาติเสนอ Moment ของชีวิตที่ได้สัมผัสกับเหตุการณ์ ประสบการณ์ชีวิต ที่ส่งเสริมความเป็นผู้นำคะ¥   ดิฉันนางสาววลัยพร  วงษ์งาม เกิดมาสัมผัสโลกใบนี้ในครอบครัวที่มีบรรยากาศคล้ายกับโรงเรียน  เพราะมีผู้ปกครองและคุณครูคนเดียวกัน  ดิฉันมีคุณพ่อเป็นคุณครู  จึงได้สัมผัส  เรียนรู้ภาวะผู้นำตั้งแต่ลืมตาดูโลกแล้ว  การเป็นคุณครูนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติของผู้นำที่ดีอยู่เต็มตัว เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์  และการบริหารจัดการครูผู้ใต้บังคับบัญชา  ให้มีการเรียน  การสอน ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด  และได้ผลผลิตเป็นนักเรียนที่ดี  มีคุณภาพ  เป็นอนาคตที่ดีของชาติ  ไปพัฒนาประเทศชาติในอนาคต  จึงถือว่าเป็นความโชคดีของดิฉันอย่างหนึ่งที่ได้มีโอกาส  ซึมซับความเป็นผู้นำที่ดีตั้งแต่แรกเกิดจากครอบครัวคะ¥   เมื่อดิฉันเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมก็ได้มีโอกาสได้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาที่ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย  ซึ่งเป็นโรงเรียนในเครือ  ภปร  ที่จัดตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในปีกาญจนาภิเษก    เป็นที่ภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ศึกษาในโรงเรียนแห่งนี้   ทางโรงเรียนแน่นอนว่าจะต้องฝึกภาวการณ์เป็นผู้นำที่ดี  เพราะจะต้องมีพิธีการต่างๆ  ที่เกี่ยวกับพระราชวงศ์  เช่นการฝึกระเบียบวินัย  การวางตัวที่เหมาะสม  มารยาท  การอ่อนน้อมถ่อมตน  เพื่อให้ตนเองมีบุคลิกภาพที่ดีก่อนที่จะสืบทอดและเป็นตัวอย่างที่ดีกับรุ่นน้องต่อไป  นับเป็นโอกาสที่ดียิ่งอีกอย่างของดิฉัน¥   เมื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย   และทำงานเป็นพยาบาล  ได้มีโอกาสศึกษาที่พยาบาลสภากาชาดไทย ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  และทำงานที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  สภากาชาดไทย  จึงได้มีการฝึกความเป็นผู้นำสืบเนื่องต่อมา  คือได้ฝึกเพิ่มเรื่อง  คุณธรรม  จริยธรรม  การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน                ¥   ซึ่งในการทำงานนั้นมีการฝึกความเป็นผู้นำคือ¥   1. Crisis management            การแก้วิกฤต  ในการทำงานในวิชาชีพของดิฉันนั้นพยาบาลจะต้องเป็นผู้ที่สามารถแก้ปัญหา วิกฤต ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คับขัน ซึ่งมีความสำคัญเกี่ยวกับ ความเป็น-ความตาย ของชีวิตผู้ป่วย ดิฉันจึงต้องมีคุณสมบัติในข้อนี้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ได้จากการอบรม สั่งสอน จากสถาบันการศึกษาเป็นระยะเวลา 4 ปีเต็ม คุณสมบัติในข้อนี้ ถ้าดิฉันได้รับประสบการณ์จริงเพิ่มมากขึ้นหลังจากศึกษา 4 ปี คาดหวังว่าดินฉันจะมีคุณสมบัติของผู้นำในข้อนี้อย่างสมบูรณ์แบบ  จึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ช่วยพยาบาล¥   2. Anticipate change  แก้ปัญหาก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น ในการทำงานในวิชาชีพของดิฉันนั้นพยาบาล จะต้องรู้สถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องเป็นผู้ที่ช่างสังเกตโดยประเมินผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับ  และให้การรักษาหรือคำแนะนำเพื่อป้องกันภาวะการเจ็บป่วยที่จะเกิดขึ้น เมื่อมีภาวะผู้นำข้อนี้ก็จะทำให้บริหารจัดการ ดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ¥   3. Motivate others to excellent          เน้นทฤษฎีการกระตุ้นให้ผู้อื่นเก่ง  ในการทำงานในวิชาชีพของดิฉันนั้นพยาบาลจะมีระบบงานแบบพี่-น้อง  คือเมื่อจบเข้ามาทำงานแล้วก็จะมี รุ่นพี่พยาบาลทำหน้าที่แนะนำสั่งสอนน้องพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลแทนท่านอาจารย์  โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้น้องเก่ง ทำงานมีประสิทธิภาพและก้าวหน้าขึ้นในหน้าที่การงาน และความรู้ความสามารถ  ซึ่งเป็นบทบาทผู้นำที่พยาบาลควรมีและดิฉันจะพัฒนาบทบาทข้อนี้ให้ดียิ่งๆขึ้นไป¥   4. Conflict resolution  การหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง  ในการทำงานในวิชาชีพของดิฉันนั้นพยาบาลจะต้องทำงานร่วมกับทีมสุขภาพซึ่งมีหลากหลายอาชีพ  และทำงานที่ต้องสัมผัสกับผู้คนในระดับต่างๆแต่ละคนก็แตกต่างกัน  การจะเกิดความขัดแย้งนั้นย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย  เป็นเรื่องสำคัญที่พยาบาลจะต้องมีคุณสมบัติหลีกเลี่ยงความขัดแย้งให้ได้ เพื่อลดหรือขจัดปัญหาที่จะเกิดขึ้น¥   5. Explore opportunities  เปิดโอกาส สร้างโอกาสให้กับตัวเองและผู้อื่น  ในการทำงานในวิชาชีพของดิฉันนั้นพยาบาล  จะต้องเปิดโอกาสให้ตนเองและผู้อื่นได้เรียนรู้งาน ศึกษาหาความรู้ให้มีเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา  และทำให้เกิดความก้าวหน้าในวิชาชีพ เช่น การเข้าร่วมการวิจัยกับแพทย์ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมสัมมนาวิชาการต่างๆ ฯลฯ ¥   6. Rhythm + Speed  การมีจังหวะที่ดีในการทำงาน ในการทำงานในวิชาชีพของดิฉันนั้นพยาบาลต้องรู้จังหวะว่า จังหวะไหน ช่วงไหนที่ควรเข้าไปทำหัตถการกับผู้ป่วย จะต้องดูว่าอารมณ์ ร่างกายของผู้ป่วยพร้อมที่จะทำหรือไม่ มิฉะนั้นอาจจะทำให้การรักษาไม่สำเร็จ หรืออาจจะทำให้ผู้ป่วยไม่ไว้วางใจได้  หรือกรณีเข้าไปเตือน สั่งสอน ชี้แนะผู้ช่วยพยาบาลเมื่อทำผิดพลาดก็ต้องดูจังหวะเพื่อมิให้ผู้ถูกตักเตือนเสียหน้าและต่อต้านเรา  ¥   7. Edge < Decisiveness >  การตัดสินใจเร็ว ในการทำงานในวิชาชีพของดิฉันนั้นพยาบาล จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตัดสินใจเร็วเพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วย ยกตัวอย่างเช่นเมื่อพยาบาลประเมินได้ว่าผู้ป่วยหยุดหายใจ พยาบาลมิใช่จะมัวตกใจ ไม่รู้จะทำอะไร แต่พยาบาลทุกคนต้องมีสัญชาติญาณของพยาบาลคือ รีบทำการช่วยกระตุ้นหัวใจ หรือเพิ่ม ออกซิเจนให้ผู้ป่วยโดยปั้มหัวใจและทำตามกระบวนการช่วยเหลือผู้ป่วยเมื่อหยุดหายใจ ตามทฤษฎีและประสบการณ์ที่เรียนมาอย่างรวดเร็ว  บทบาทผู้นำข้อนี้จะทำให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวพยาบาล ¥   8. Teamwork  การทำงานเป็นทีม  ในการทำงานในวิชาชีพของดิฉันนั้นพยาบาลจะต้องร่วมมือกับทีมสุขภาพทั้งหมดเพื่อที่จะดูแลรักษาผู้ป่วยให้หายป่วย  ดังนั้นแน่นอนว่าพยาบาลจะต้องมีคุณสมบัติ บทบาทผู้นำเรื่อง Teamwork เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ¥   ช่วงจังหวะชีวิตที่สำคัญในปัจจุบันคือ ได้สัมผัสกับผู้นำที่หลากหลายความสามารถ  จากท่านอาจารย์ทุกท่านที่  มหาวิทยาลัยนานาชาติ แสตมฟอร์ด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาภาวะผู้นำ  ได้ซึมซับความเป็นผู้นำจากท่าน  ศ ดร จีระ  หงส์ลดารมณ์  แม้จะเป็นระยะเวลาเพียง    สัปดาห์  ท่าน  ศ ดร จีระ  หงส์ลดารมณ์  ก็สามารถถ่ายทอดความเป็นผู้นำที่ดีให้กับนักศึกษาได้มากทีเดียว¥   ดิฉันภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ดิฉันได้มีโอกาสที่ดีที่ได้สัมผัส  เรียนรู้  ซึมซับความเป็นผู้นำจากท่านทั้งหลายดังที่กล่าวมาข้างต้น  ในช่วงชีวิตของดิฉันถือเป็นความโชคดีอย่างยิ่ง  และดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคต  จะได้รับคำชี้แนะในส่วนที่ยังบกพร่องในเรื่องภาวะผู้นำและเรียนรู้เพิ่มเติมจากผู้นำที่ดีต่อไป  และแน่นอนว่าดิฉันจะพัฒนาความเป็นผู้นำที่ดีให้ดียิ่งขึ้นคะ
กราบเรียนท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมณ์  ที่เคารพ และสวัสดีเพื่อนนักศึกษาที่รักทุกท่าน     ก่อนอื่นดิฉันต้องกราบขออภัยท่านอาจารย์ด้วยนะคะที่ส่งBlog ช้ากว่าใคร ๆ เนื่องด้วยเหตุและผลหลายประการดิฉันไม่ขอกล่าวถึงเอาเป็นว่าดิฉันส่งการบ้านที่อาจารย์ให้ทำและดิฉันยังค้างอยู่เลยก็แล้วกันนะคะ·     บทบาทของผู้นำแบบไหที่คุณชอบหรือเหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุดพร้อมทั้งยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษา·       Stephen Covey
       - Path finding   การเป็นผู้นำนั้นจะต้องมองช่องทางให้ออกว่าประเทศของเรา องค์กรหรือหน่วยงานของเรานั้นเป็นอย่างไร เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง รู้ปัญหา ต้องแสวงหาความรู้ตลอดเวลา-  Aligning   ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน ผู้นำที่ดีคือ ต้องจัดระบบคนในองค์กรไปในทางเดียวกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง  - Empowering  ต้องรู้จักกระจายอำนาจให้คนในองค์กร เมื่อเขาทำงานสำเร็จต้องมีสิ่งตอบแทนให้ด้วย- Modeling  การเป็นผู้นำที่ดีต้องเป็น  Role  Model ที่ดีด้วย·       Jack Welch
     
- Energy การเป็นผู้นำจะต้องมีความกระตือรือล้นอยู่เสมอมีความรู้มีพลังหรือมีไฟที่จะทำงานและชอบในบทบาทของผู้นำ
      
- Energize  การเป็นผู้นำต้องคอยกระตุ้นตัวเองและคนในองค์กรอยู่เสมอ
     
- Edge  ต้องฉับไว รวดเร็ว พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหา
      
- Execution  ทำไห้สำเร็จ  สำเร็จในที่นี่คือ สำเร็จในงานใหม่ ๆ อยู่เสมอ·       Chira Hongladarom
     
- Crisis management  เป็นผู้นำต้องแก้ที่ปัญหาวิกฤต ได้ แก้ปัญหาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้
      
- Anticipate Change  ต้องวางแผนอนาคตไว้ ไม่ต้องรอให้ปัญหามาถึง ต้องทายปัญหาในอนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้นและเตรียมแนวหาทางแก้ไข
      
- Motivate Others to excellent   เป็นผู้นำอย่าเก่งคนเดียวต้องกระตุ้นให้ผู้อื่นเก่ง ต้องให้ความสำคัญกับทุกคนในองค์กร
      
- Conflict resolution  หลีกเลี่ยงการขัดแย้ง  ความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นไดทุกจุด ฉะนั้นต้องบริหารการขัดแย้งให้ได้
      
- Explore opportunities    สร้างสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้น ทำงานเชิงรุก กล้าคิดนอกกรอบ     - Rhythm & Speed  ต้องมีจังหวะ และโอกาสที่ดี และใช้ให้เหมาะสม
      
- Edge ( Decisiveness )  การตัดสินใจที่รวดเร็ว  โดยดูที่จังหวะและโอกาส
    
- Teamwork   การทำงานเป็นทีม  และต้องเป็นทีมที่เก่งด้วยสำหรับแบบอย่างของผู้นำที่เหมาะกับดิฉันมากที่สุดนั้นคือแบบท่าน ศ.ดร. จีระ  หงส์ลดารมณ์  เพราะนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีทฤษฎี  5 K’s  8  K’s ของท่าน ดร.จีระ  ที่ผู้นำควรจะนำมาใช้ในการบริหารงานในองค์กรให้มีประสิทธิภาพได้ดีเยี่ยม   ดิฉันเป็นผู้นำท้องถิ่นทำงานร่วมกับชุมชนสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมากคือความขัดแย้งในองค์กรและหมู่คณะดิฉันทำงานเป็นทีมการขัดแย้งสามารถเกิดขึ้นได้เพราะในกลุ่มคนนั้นมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเสมอดังนั้นดิฉันต้องบริหารความขัดแย้งอยู่ตลอดเวลาลดการขัดแย้งให้น้อยที่สุด

ยกตัวอย่างกรณีศึกษา เช่นในแต่ละปีต้องมีการจัดทำแผนพัฒนา 3 ปี  และแผน 1 ปีหรือที่เรียกกันว่าข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี ในแต่ละปีเมื่อดิฉันจัดทำแผนงบประมาณเรียบร้อยแล้วจะต้องนำเข้าเสนอสภา อบต. เพื่อขอความเห็นชอบก่อนแล้วถึงจะนำมาปฏิบัติต่อไป และต้องทำให้สำเร็จตามแผนที่วางไว้  ดังนั้นดิฉันต้องทำให้คนในองค์กรมีเป้าหมายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ถ้าหากมีเป้าหมายไม่เหมือนกันสภาไม่เห็นชอบดิฉันก็ทำงานให้สำเร็จได้ยาก และการปฏิบัติงานต้องเป็นการทำงานในเชิงรุกต้องเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ที่รับผิดชอบ ต้องรู้ปัญหาของชุมชนเป็นอย่างดีพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ที่สำคัญต้องชอบในงานที่ทำแล้วเราจะมีความสุขกับการทำงานและจะทำให้สำเร็จเร็วยิ่งขึ้น

ชนากานต์  วังคะฮาด

...........................................................................................................................
  • ยม การพบ ศ.ดร.จีระ ขอให้มาก่อนเวลาสักเล็กน้อย (30 นาทีเป็นอย่างน้อย)
    IP: xxx.9.161.175
    เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ/นักศึกษา MPA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดและท่านผู้อ่านทุกท่าน

จากข้อความแรกของอาจารย์ ล่าสุด มีการแก้ไขเมื่อวันที่ 18 ก.พ. แจ้งข้อความให้นักศึกษาทำการสอบปากเปล่าว เวลา 16.00 น. ขอให้ นักศึกษาตรงเวลาด้วย แนะนำว่าควรมาก่อนเวลา สัก 30 นาที ครับ

และช่วยแจ้งกันต่อ ๆ ไป ให้ทั่ว (น.ศ.บางท่าน อาจจะไม่สะดวกที่จะเปิด Internet ฝากช่วยบอกต่อ ๆ กันไป ด้วยครับ

ยม

 

กราบเรียนท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์

สวัสดีนักศึกษาMPA และ ชาว Blog ทุกท่าน

ในวันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2550 ที่ผ่านมานี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราชาว MPA แสตมฟอร์ดได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งจากท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่ได้มาบรรยายให้ความรู้กับพวกเราในรายวิชาภาวะผู้นำ (Leadership)ท่านอาจารย์ได้ฝากแนวความคิดของบทบาทผู้นำทั้ง 3 ท่าน ซึ่งประกอบด้วย

The 4 Roles of Leadership by Stephen Covey

1. Path finding  มองอนาคต มองปัญหา แสวงหาความรู้ความเข้าใจ

2. Aligning  เรียบเรียงเป้าหมายที่ถูกต้องไปในทิศทางเดียวกัน

3. Empowering  อย่าเก่งคนเดียว รู้จักกระจายอำนาจ กระจายการตัดสินใจ

4. Modeling เป็นรูปแบบที่ดี

Leadership roles by Chira Hongladarom

1. Crisis Management ผู้นำต้องแก้ปัญหาวิกฤตขององค์กรได้

2. Anticipate Change ผู้นำต้องดักปัญหาล่วงหน้า

3.Motivate others to be excellent ผู้นำต้องกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเป็นเลิศ

4. Conflict resolution แก้ปัญหาความขัดแย้งในองค์กรได้

5. Create new opportunities ผู้นำต้องสร้างโอกาสใหม่ ๆ โดยใช้จังหวะและความเร็ว

6. Rhythm & Speed สามารถฉกฉวยโอกาสและจังหวะได้อย่างเหมาะสม

7. Edge (Decisiveness) กล้าตัดสินใจ เด็ดขาด รวดเร็ว

8. Team work  ทำงานเป็นทีม

4 E’s Leadership

1. Energy    ผู้นำต้องมีไฟ

2. Energize ผู้นำจะต้องกระตุ้นให้ทุกคนมีศักยภาพทำงานในทิศทางเดียวกันและมีพลัง

3. Edge ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจโดยใช้จังหวะฉกฉวยให้ดี

4. Execution  ผู้นำต้องทำให้เสร็จและสำเร็จวัดผลได้

ข้าพเจ้าเห็นว่าทฤษฎี Leadership roles by Chira Hongladarom เหมาะสม เพราะเนื่องจากในองค์กรของข้าพเจ้าเป็นบริษัทของต่างชาติ ซึ่งจะได้ทำงานร่วมกับชาวต่างเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม และในแต่ละคนนั้นย่อมมีแนวความคิดในการทำงานที่แตกต่างกัน และก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา ฉะนั้นในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้างานคนหนึ่งในองค์กร จึงมีความคิดเห็นว่าแนวความคิดของท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สามารถนำมาใช้ได้จริงและประยุกต์ให้เข้ากับองค์กรได้อย่างดียิ่ง

นายนิกรณ์ โพชนะจิตร

 

กราบเรียนท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมณ์  และนักศึกษาชาวMPAทุกท่าน 

ในวันอาทิตย์ที่ กุมภาพันธ์  2550  ที่ผ่านมา  ท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  ได้เชิญท่าน  MR.LEIGH  SCOTT มาตรงกับคุณสมบัติของตัวเรามากที่สุดจากหมายเลข4,3,2,1 ซึ่งคะแนนรวมจะได้ 90 และบ่งบอกถึงลักษณะของบุคคลได้ 4 ประเภท คือ

I = Intuitor ช่างคิด คาดการณ์ ชักนำ

T = Thinker วิเคราะห์ลำดับ เหตุการณ์และเหตุผล

F = Feeler เชื่อมโยงและเข้าใจปฎิกิริยาทางอารมณ์และสนองต่อความรู้สึก

S = Sensor เน้นประสบการณ์ของตนเองที่ผ่านมาเป็นหลัก

พฤติกรรมที่พึงประสงค์ พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

ตรงต่อเวลา มาสาย

ขยัน ขี้เกียจ

โดยมีช่องว่าง (Gap) ให้ผู้นำใช้ข้อแตกต่างเหล่านี้มากำหนดยุทธศาสตร์จัดการจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง ดังสุภาษิตของซุนวู รู้เขา รู้เรา, รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง, ท่านอาจารย์ยม  นาคสุข  มาช่วยบรรยายแปลและช่วยเสริม,เสนอแนะให้ความรู้แก่นักศึกษาและท่านอาจารย์พิทยา  พุกมาน มาบรรยายเกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับการฑูตซึ่งได้เปรียบเทียบระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับละตินอเมริกาว่าประเทศละตินอเมริการด้อยพัฒนามากกว่าประเทศญี่ปุ่น และก็ได้เปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นด้วยว่าประเทศไทยนั้นมีทรัพยากรธรรมชาติส่วนประเทศญี่ปุ่นนั้นมีทรัพยากรมนุษย์และความเชี่ยวชาญด้านเทศโนโลยีและได้อธิบายข้อแตกต่างที่เด่นๆของคนญี่ปุ่นที่ทำให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจมากกว่าคนไทย 10 ข้อต่อไปนี้

1.  ความมีวินัยรู้หน้าที่ เช่น การตรงต่อเวลา การเข้าคิว

2.  การบริหารจัดการเน้นความประหยัดและให้เกิดประโยชน์สูงสุดดังคำขวัญ No waste

3.  มีความขยันหมั่นเพียรและอดทน มีความมุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้า ชอบลองของใหม่ๆ ส่วนคนไทยชอบจับกลุ่มคุยกันไม่มีความมั่นใจในการเข้าสังคม

4.  ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อสถาบันหรือหน่วยงานของตนโดยที่คนญี่ปุ่นไม่ชอบเปลี่ยนงานพร้อมทั้งอุทิศตนและทำงานอย่างเต็มที่

5.  คนญี่ปุ่นชอบศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา

6.  ชอบความสะอาดและทันสมัย

7.  มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูงมาก จะเห็นได้จากข่าวการฆ่าตัวตายอยู่บ่อยๆ เนื่องจากผู้นำบริหารงานผิดพลาด

8.  คนญี่ปุ่นจะมีมารยาททางสังคมสูงมีการนับถือระบบอาวุโส

9.  รักในศักดิ์ศรีของตนเองโดยคนญี่ปุ่นไม่ชอบง้อหรือขอความช่วยเหลือจากใคร

10. มีความคิดริเริ่มและพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง

ในวันนี้ข้าพเจ้าก็ได้รับความรู้ต่างๆมากมายจากอาจารย์ทั้ง 3 ท่านซึ่งข้าพเจ้าจะพยายามนำความรู้ที่ได้รับมาไปใช้กับการทำงานในองค์กรของข้าพเจ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

นายนิกรณ์ โพชนะจิตร

 

 

 

 

 

 

     

  • ยม เรียนรู้เรื่องผู้นำ กับแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
    IP: xxx.9.159.160
    เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ / นักศึกษา MPA/MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด และท่านผู้อ่านทุกท่าน

ผมดีใจที่เห็นนักศึกษาที่เขียน Blog มามีการพัฒนาการที่ดีขึ้น สามารถสรุปประเด็นได้ชัดเจน มากขึ้น

การเรียน ป.โท การเป็นนักบริหาร ในยุคนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจเรื่องภาวะผู้นำ   เพราะภาวะผู้นำเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์การ สังคม และประเทศชาติ

นักศึกษาทำได้ดีแล้ว ขอให้พัฒนาต่อยอดความรู้เรื่องนี้มากขึ้น 

ในเรื่องการเป็นผู้นำ ผมแชร์ไอเดีย ในเรื่องนี้ว่า  ภาวะผู้นำ มีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะแวดล้อมของโลก จึงควรที่จะศึกษาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ตามทฤษฎี 3 ต. ของ ศ.ดร.จีระ

ผมได้บูรณาความรู้เกี่ยวกับสมรรถนะของผู้นำ เข้ากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังปรากฎอยู่ตอนท้ายนี้

ซึ่งผมคิดว่า จะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาและท่านผู้สนใจทุกท่าน นำไปพิจารณาต่อยอด ประยุกต์ใช้ครับ 

 

เศรษฐกิจพอเพียง

3 หลักการ2 เงื่อนไข
สมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้นำ จากรายงานการสัมมนา ตัวแทนชาติต่าง ๆ ในอาเซียนเรื่อง New Wave Leaders ปี 1996
ความพอประมาณModerationความพอดี พอประมาณ ที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ·  มุ่งส่งเสริมให้บริการที่ดี  เพราะเมื่อเศรษฐกิจเติบโต ปัญหาอื่น ๆ อาจตามมา จึงต้องรอบรู้  ·  เป็นนักแก้ไขปัญหา  เพราะเมื่อเศรษฐกิจเติบโต ปัญหาจะตามมามากมาย เช่น ปัญหามลภาวะเป็นพิษ ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร ปัญหาหนี้สิน ปัญหาพื้นฐานการขยายเมือง เป็นต้น  
ความมีเหตุมีผลReasonablenessการตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ·  คำนึงถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อม สามารถนำเอาเทคโนโลยี มาใช้กับคน กับที่ดินเกษตรกรรมให้น้อยลงและเกิดประโยชน์สูงสุด คำนึงถึงมลภาวะอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง ที่จะมีผลกระทบต่อสังคมประเทศชาติ  ·  สามารถทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศ   ในขณะเดียวกันก็ต้องมองเห็นความสำคัญของโลก  
ความมีภูมิคุ้มกัน Self-Immureการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล·  เป็นผู้มีวิสัยทัศน์  สามารถคาดหมายความเปลี่ยนแปลงในอนาคต สามารถเตรียมตนเองและประเทศชาติให้รองรับปัญหาและการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ·  เป็นผู้มีความเข้าใจ และมองเห็นแนวโน้มในอนาคตทางด้านเทคโนโลยี 
เงื่อนไข ความรู้ Knowledge ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ ·  มีความรู้มีการศึกษาดี  และไม่ใช่มีความรู้เรื่องหนึ่งเรื่องใด แต่ต้องเป็นผู้รอบรู้ ·  สามารถเป็นสื่อกลางระหว่างชาติต่าง ๆ   ที่มีประชาชนแตกต่างกัน ·  สามารถสื่อข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ   สามารถสื่อความคิดแผนงานสำหรับอนาคตได้
เงื่อนไข คุณธรรมEthic Virtueความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต ·        ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ และที่สำคัญคือซื่อสัตย์ต่อสังคม ประชาชน และประเทศชาติ·        คำพูดกับการกระทำสอดคล้องกัน ·        เป็นผู้มีบารมี ·        เป็นที่นิยมของคนในหน่วยงาน ในองค์การ ในชาติ และในสังคมโลก·        ยอมรับความแตกต่างในศาสนา ในเชื้อชาติ ของคนต่าง ๆ ในสังคม สามารถรวบรวมคนที่ต่างศาสนาและต่างผิวพรรณให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน·        ยอมรับศาสนาอื่น ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ·        ส่งเสริมสนับสนุนความสำคัญของครอบครัว ·        ได้รับความไว้วางใจ 

 

 สวัสดี

ยม

 

 

  • ยม / ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด MBA ปฐมนิเทศให้นักศึกษา ได้ทราบถึงกำหนดการ แนวทางการเรียนการสอน การส่ง Blog
    IP: xxx.9.161.42
    เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MBA/MPA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด หัวหินและที่กรุงเทพฯ

   เมื่อวันศุกร์ที่ 23 และเสาร์ที่ 24 ก.พ. รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง ที่ได้รับความกรุณาและความไว้วางใจจาก  ศ.ดร.จีระ ให้ไปดำเนินการปฐมนิเทศแนะนำวิธีการเรียน การสอน และการส่ง Blog ให้กับ น.ศ. MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด หัวหิน  วิชา        ภว. 524 ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร  และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสรู้จักนักศึกษา MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน  สองวันที่ผ่านมา นักศึกษาส่วนใหญ่ เป็นผู้สนใจการเรียนรู้และตั้งใจเรียนเป็นอย่างดี  กิจกรรมในวันแรก ได้ปฐมนิเทศให้นักศึกษา ได้ทราบถึงกำหนดการ  แนวทางการเรียนการสอน การส่ง Blog ดังรายละเอียดตอนท้ายนี้ ชื่อหลักสูตร          บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต รหัสวิชา / ชื่อวิชา ภว. 524 ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอาจารย์ผู้สอน       ศ. ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และทีม Chira Academy            Email:  [email protected] Office: 02-884-9420-1     วัน / เวลา  ทุกวันศุกร์  เวลา 18.00 21.00 น.   

ครั้งที่

วันที่หัวเรื่อง
1วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ (18.00 – 21.00 น.)ปฐมนิเทศแนะนำวิธีการเรียนการสอน และการส่ง Blog ผู้นำกับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดย คุณยม  นาคสุข
2วันเสาร์ที่ 24กุมภาพันธ์(09.00-17.00 น.)ต่อ ผู้นำกับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (ช่วงเช้า)     (ช่วงบ่าย)  ศิลปะการเป็นผู้นำ ยุคใหม่ / การบริหารเชิงกลยุทธ์
3วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม (18.00 – 21.00 น.)    (ต่อ) ผู้นำกับการบริหารเชิงกลยุทธ์
4วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม (09.00-17.00 น.)Leadership in the changed world. (Focus on Public Sector)By Mr. Peter Bjorkร่วมแปลสรุปความโดย คุณยม  นาคสุข
5วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม (18.00 – 21.00 น.)แนะนำ concept 4L’s มอง Macro ไปสู่ Microภาวะผู้นำของหญิง ชาย  ภาวะผู้นำระหว่างตะวันตก ตะวันออกA Model of Effective Leadershipคุณลักษณะของผู้นำยุคโลกาภิวัตน์  บทบาทของผู้นำยุคโลกาภิวัตน์ 3 แนวทาง  โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
7วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม (18.00 – 21.00 น.)ผู้นำกับการบริหารความขัดแย้ง และการเจรจาต่อรองโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
8วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม(09.00-17.00 น.)ผู้นำกับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
9วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม (18.00 – 21.00 น.)วิธีการคิดแบบผู้นำo       เรียนรู้จากบทสัมภาษณ์จีระ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์o       เรียนรู้จากบทสัมภาษณ์จีระ อำนวย วีรวรรณโดย คุณยม  นาคสุข
10วันเสาร์ที่ 24 มีนาคมสอบปลายภาค
            การวัดผลการเรียน 
  1. 15% 1st Participation ต้อง ส่งการบ้านทาง Blog สัปดาห์ละครั้ง ภายในวันพุธ ซึ่งจะมี Blog ชื่อ  MBA Stamford/Leadership การบ้านคือ 1. เรียนในแต่ละสัปดาห์ได้เรียนรู้อะไร จับประเด็นอะไร ได้บ้าง และ  2. อาจารย์ผู้สอนจะมอบหมายเพิ่มเติมในระหว่างชั้นเรียน
  2. 15% 2nd Participation ต้อง การเข้าชั้นเรียน และการมีส่วนร่วมในห้องเรียน         
  3. 20% 3rd Participation ต้อง ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ และสรุปที่ได้ดูและศึกษามา ซึ่งมีการวัดผล               
  4. 30% 4th Participation ต้อง ทำรายงาน case study โดยการศึกษาโจทย์เกี่ยวกับเรื่อง Leadership
  5. 20% 5th Participation ต้อง สอบปลายภาค                  
 ทีมงานผู้ช่วยสอน
  1. อาจารย์ยม นาคสุข
  2. อาจารย์โลตัส
  3. คุณวราพร ชูภักดี (A)
  4. คุณเอราวรรณ  แก้วเนื้ออ่อน (เอ)
 Reading List หนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้หนังสือ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์     Quiet Leadership: Six Steps to Transforming Performance at Work (Hardcover) by David Rockอุปนิสัยที่ 8 : จากประสิทธิผลสู่ความสำเร็จ = The 8th habit : from effectiveness to greatness / Stephen R. Covey ; เรียบเรียงโดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ; บรรณาธิการ จิรายุทธ ประเจิดหล้าJack Welch and the 4E’s of Leadership  การเปิด Blog เพื่อส่งรายงาน/การบ้าน
  1. เข้าไปที่ www.google.com
  2. พิมพ์ชื่อ ดร.จีระ
  3. กด Enter
  4. เลือก รายการแรกที่ปรากฏหน้าจอคอมพิวเตอร์  จะพบเว็บของ ศ.ดร.จีระ
  5. http://www.chiraacademy.com/ หรือถ้าเลือกรายการที่สอง คือทุนมนุษย์กับ ดร.จีระ จะพบ http://gotoknow.org/blog/chirakm/77991
  6. แล้วเลือก Blog ที่มีชื่อ ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
  7. คลิ๊ก เขาไปจะพบ ข้อความของ ศ.ดร.จีระ เขียนทักทาย น.ศ. ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด 
  8. ควรอ่านข้อความดูว่ามีอะไรบ้าง จากนั้น
  9. นำบทความที่เราเขียนไว้ copy มาวางลงใน blog
 การเขียนการบ้านแล้วนำมาวางลงใน Blog 
  1. ศึกษาข้อมูล ประเด็นที่จะเขียน จากการเรียนในห้อง จากเอกสารประกอบการบรรยาย จากหนังสือที่เกี่ยวข้อง  หรือที่อาจารย์ผู้สอนมอบหมาย  ศึกษาเพิ่มเติมให้เข้าใจ ก่อนลงมือเขียน
  2. เขียน ร่างลงในโปรแกรม Microsoft Office ก่อน
  3. เลือกตัวอักษร แบบ Tahoma ขนาด 14 สำหรับตัวหนังสือปกติ ขนาด 20-18-16 สำหรับหัวข้อเรื่อง
  4. สีตัวอักษร สีเข้ม เช่น เลือกสีดำ สีน้ำเงิน
  5. ทำแถบสีที่ต้องการเน้น
  6. เนื้อหาให้ครบถ้วนกระบวนการ เปิดประเด็น ดำเนินเรื่อง สรุปเสนอแนะ
  7. กล่าวทักทาย อาจารย์ เพื่อนนักศึกษา และผู้อ่านทั่วโลก ที่เข้ามาอ่าน
  8. ตรวจสอบหาคำผิด แก้ไข
  9. Copy นำไปวางใน Blog
  10. ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะ การย่อหน้า ให้เคาะเว้นย่อหน้าเพิ่มใน Blog อีก สองบรรทัด(สองครั้ง ในทุกยอหน้า
  11. ใส่ชื่อในช่องใส่ชื่อ  ใส่ Email และรหัส ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ตอนท้าย
  12. กด บันทึก
  13. เปิดอ่าน ตรวจสอบดูอีกครั้งหนึ่ง  
  14. นักศึกษา สามารถเขียนหรือ ทำ Blog ให้ได้บ่อยครั้ง หรือมีเนื้อหาสาระ ตามที่ใจต้องการ 
  15. การเขียน Blog ให้ระลึกถึงผู้อ่านทั่วโลก เสมอ  การเขียน Blog ถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นภาพของท่านเอง
  16. ส่ง Blog ตรงเวลา  ส่งก่อนเวลาก็ได้ไม่ผิดกติกา
  ผมได้แนะนำนักศึกษาเพิ่มเติม ว่า การเรียน ป.โท ขอให้ตรงต่อเวลา หลีกเลี่ยงการขาดเรียน

ส่งรายงาน สิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ตรงเวลา  สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ภายใต้หลักการพูด ภาวะผู้นำและ ศีลธรรม อันดีงาม และควรศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม

  

สิ่งดังกล่าวข้างต้น คือสิ่งที่ผมได้ปฐมนิเทศไปในช่วงต้นของเวลา ในblog ต่อไปผมจะเขียนมา ผมได้ชี้ประเด็นอะไรให้นักศึกษาได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในชั้นเรียน และมีสิ่งประทับใจอะไรบ้างที่ ม.นานาชาติแสตมป์ฟอร์ด

  

ขอชื่นชมนักศึกษาหลายคนมีส่วนร่วมในการเรียนได้ดี

  

สวัสดี

  

ยม

  

น.ศ.ปริญญาเอก

  

รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต

  

081-9370144

  [email protected] 

 

  • ยม ยม / สรุปสาระ ประเด็น(โดยย่อ) ที่มีการเรียนการสอน ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด MBA
    IP: xxx.9.163.142
    เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MBA/MPA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด หัวหินและที่กรุงเทพฯ

 

Blog นี้ ผมทำการสรุปประเด็นที่ได้สอนนักศึกษา MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด ที่หัวหิน เม่อวันศุกร์ตอนเย็นและวันเสาร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับ ภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง สรุปสาระที่มีการเรียนการสอน และแนะนำให้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ดังนี้

  1.   โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปล
  2.  ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร
  3. ความหมาย ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของผู้นำ
  4. กรอบแนวความคิด แนวคิดทฤษฎีฯ
  5. สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่
  6. แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ
  7. กิจกรรมกลุ่ม
   

I.    โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

กรอบแนวความคิด

 

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

  

สัตว์ในโลกที่ไม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของโลก ได้สูญพันธ์ไปแล้ว เช่น ไดโนเสาร์

  

ความต้องการของลูกค้า เปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณและคุณภาพ  ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยน ลูกค้าจะเปลี่ยนไปซื้อรายอื่น

  Bill Gates “Business is going to change more in the next ten years

than it has in the last fifty.”

  

II.           ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร

 

กรอบแนวความคิด

 

ภาวะผู้นำ : เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ

 

The Energy that Drives Your Organization towards Excellence

 

ภาวะผู้นำ : สมรรถนะหลักของผู้บริหาร คือปัจจัยหนึ่งที่จะนำความสำเร็จมาสู่องค์กร

  (ปัจจัยความสำเร็จอื่น ๆ แนะนำให้ค้นคว้าเพิ่มเติมจาก Internet เช่น ปัจจัยแห่งความสำเร็จของโครงการปัจจัยภายนอก (PEST framwork)ได้แก่ด้านสถานการณ์การเมืองด้านเศรษฐกิจด้านสังคม ด้านเทคโนโลยีฯปัจจัยภายใน (7's framwork)ได้แก่วิสัยทัศน์ยุทธ์ศาสตร์การจัดการ โครงสร้างการจัดการที่เหมาะสม. ระบบที่เอื้อต่อการทำงาน.คน/ทีมงาน/ผู้บริหาร/ผู้นำทักษะ ประสบการณ์ของทีม

  รูปแบบการทำงาน/รูปแบบการจัดการ ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์)

 

III.        ความหมาย ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของผู้นำ

 

กรอบแนวความคิด

ความหมายผู้นำ (Leader) คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ ภาวะผู้นำ Leadership เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร  ลักษณะผู้นำที่ดีผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน
  • (ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์)สามารถนำเสนอความคิดใหม่

1.    ทุนความรู้ 

 

2.    ทุนปัญญา

 

3.    ทุนทางสังคม

 

4.    ทุนทาง IT

 

·        สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้

 

5.    ทุนความเป็นมนุษย์

 

6.    ทุนทางความสุข

 

·        สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้

 

7.    ทุนจริยธรรม คุณธรรม

 

8.    ทุนแห่งความยั่งยืน

  Best Leaders(Susan Annunzio .2006 eLEADERSHIP: 27-32) 
  1. Honesty
  2. Responsiveness
  3. Vigilance = Continued Success
  4. Livingness to learn and relearn 
  5.  Sense of adventure
  6. Vision
  7. Altruism
 

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)
  3. มีความสามารถ (Competence)
  4.  มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)
  5.  มีความเป็นกลาง (Neutrality
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation
  7.  ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
 

ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี

  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ขาดความรับผิดชอบ
  4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  6.  แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  7.  ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
  8. ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9.   ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ
  n   ภาวะผู้นำ แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำ 

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม
  3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์
 

1.   ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ

  มีความเชื่อว่า ผู้นำที่มีคุณลักษณะดี จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามศาสตร์ของจีน มีการเก็บข้อมูลลักษณะของผู้นำว่า มีลักษณะสูงใหญ่ คิ้วดก ขนดกดำ สังเกตจากรูปภาพแม่ทัพจีนโบราณ ซุนวู เป็นต้น สัตว์ป่าจ่าฝูง เพศผู้จะมีลักษณะโครงสร้างใหญ่ มีขนสวยสง่างาม เป็นต้น ต่อมาภายหลังมีการพัฒนาการศึกษาลักษณะผู้นำ ว่าเป็นผู้ที่มีลักษณะ ดังนี้(แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Sheet)
  • มีความทะเยอทะยาน (Ambition)
  • มีความอุสาหะพากเพียร (Persistence)
  • มีความกล้าหาญ (Courage)
  • มีความเชื่อถือศรัทธา (Faith)
  • มีความซื่อสัตย์มั่นคง (Integrity)
  • มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)
  • มีความยุติธรรม (Justice)
  • มีจุดมุ่งหมาย (Objectivity)
  • มีความยืดหยุ่น (Flexibility)
  • มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decisiveness)
  • มีวินัยในตนเอง (Self-Discipline)
 2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม(แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Sheet)ตารางพฤติกรรมการบริหาร
Robert R. Blake & Jane S. Mouton
  • ผู้นำที่เน้นความสนใจที่คน ไม่ค่อยเน้นที่งาน
  • ผู้นำที่ไม่สนใจทั้งงานและคน
  • ผู้นำที่เอาใจใส่ทั้งคนและงาน
  • ผู้นำที่เน้นความสนใจที่งาน ไม่ค่อยเน้นที่คน
  • ผู้นำที่เดินสายกลาง
 3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ (แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Sheet)
  • เมื่อสถานการณ์เอื้อต่อการใช้ความเป็นผู้นำ กลุ่มจะตั้งใจทำงานโดยไม่ต้องมีการคะยั้นคะยอมาก
  • บุคคลแต่ละคนจึงควรทำงานในสถานการณ์ที่เหมาะกับแบบภาวะการเป็นผู้นำของเขา
  • ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับแบบภาวะการเป็นผู้นำของเขาเอง
  • (The Hersey-Blanchard Life Cycle Theory of Leadership)
Leadership concept that hypothesizes that leadership styles should reflect primarily the maturity level of the followers. (Certo, 2003)   IV.         สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่

Leadership Competency Definitions
สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ

1. LEADING CHANGE ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง
  • Continual Learning การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  • Creativity and Innovation มีความคิดสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรม
  • External Awareness ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก
  • Flexibility ความยืดหยุ่น
  • Resilience ปรับเปลี่ยนได้
  • Service Motivation จูงใจใฝ่บริหาร
  • Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์
  • Vision การมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลได้ดี
  2.   LEADING PEOPLE DRIVING ศักยภาพในการเป็นผู้นำ  
  • Conflict Management การบริหารความขัดแย้ง
  • Leveraging Diversity ตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรม
  • Integrity/Honesty ความจงรักภักดี / ความซื่อสัตย์
  • Team Building สร้างทีมงาน
  3.   RESULTS DRIVING การมุ่งผลสัมฤทธิ์  
  • Accountability . ความรับผิดชอบ
  • Customer Service การให้บริการลูกค้า
  • Decisiveness การตัดสินใจ
  • Entrepreneurship ความเป็นผู้ประกอบการ
  • Problem Solving การแก้ไขปัญหา
  • Technical Credibility มีเทคนิคที่เชื่อถือได้
 4.   BUSINESS ACUMENT ความเฉียบคมทางการบริหาร
  • Financial Management การบริหารจัดการด้านการเงิน
  • Human Resources Management การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
  • Technology Management การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี
  • Customer Management การบริหารลูกค้า
 5.    BUILDING COLITIONS  การสร้างความเข้าใจ
  • Influencing/Negotiating การเจรจาต่อรอง
  • Interpersonal Skills ทักษะด้านคน การโน้มน้าว
  • Oral Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา
  • Partnering ความสามารถในการมีส่วนร่วม
  • Political Savvy ความรอบรู้ด้านการเมือง
  • Written Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียน
 V.  แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศJeffrey A. Krames. JACK WELCH AND THE 4E’s OF LEADERSHIP; How to Put GE’s Leadership Formula to Work in Your Organization: 2005: 5.
  1. ENERGY Drive/ Embraces/ Change
  2. ENERGIZE Vision / Sparks / Others
  3. EDGE Strong Competitor/ Makes Difficult Decisions
  4. EXECUTION Delivers Results/Consistent / Performer
  พัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำ
  1. คล่องคิด (Mental Agility) ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา
  2. คล่องคน (People Agility) รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้
  3. คล่องผล (Result Agility) ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้
  4. คล่องเปลี่ยน (Change Agility) ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้างนวตกรรม
   เซอร์วิลสตัน เซอร์ซิล รัฐบุรุษอังกฤษ (Dr. Boonton Dockthaisong)
  1. รักมั่น
  2. กตัญญู
  3. รู้คุณ
  4. ทำบุญสุนทาน
  5. อภิบาลอารมณ์
  6. ไม่กล่าวร้าย ไม่กล่าวหา ไม่เป็นกลุ่มฮายิน่า
  7. อดทน ฟันฝ่า เดินหน้า สร้างอนาคต
   ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
  • ระเบิดจากข้างใน
  • ปลูกจิตสำนึก
  • เน้นให้พึ่งตนเองได้
  • คำนึงถึงภูมิสังคม
  • ทำตามลำดับขั้น
  • ประหยัด เรียบง่าย
    ประโยชน์สูงสุด
  • บริการที่จุดเดียว
  • แก้ปัญหาจากจุดเล็ก
  • ไม่ติดตำรา
  • ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ
  • การมีส่วนร่วม
  • รู้ รัก สามัคคี
  • มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่
   

ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากจริยธรรมของผู้นำในแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 
  1. การบริหารจะต้องเป็นการบริหารเพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อความเจริญของประเทศ และเพื่อความผาสุกของประชาชน การบริหารจะต้องไม่เอาประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ของญาติพี่น้อง ประโยชน์ของบริวารเข้ามาเกี่ยวข้อง
  2. จะต้องบริหารด้วยความสามัคคี เพราะจะนำไปสู่ความร่วมมือและความเข้มแข็ง ทำให้งานบรรลุผลสำเร็จ
  3. จะต้องบริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต พระองค์ทรงรับสั่งว่าจะต้องซื่อสัตย์สุจริตทั้งในความคิด การพูด และการกระทำ ผมขอให้ความเห็นส่วนตัว เป็นการขยายความ ผู้บริหารนอกจากจะซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ต้องดูแลคนรอบข้างตัวเราให้ซื่อสัตย์สุจริตด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารจำต้องเพิ่มเติมคำว่า เสียสละและจงรักภักดีเข้าไปด้วย
  4. จะต้องเป็นการบริหารที่ถูกต้อง คือถูกต้องตามกฎหมาย ตามกฎเกณฑ์ เที่ยงธรรม เที่ยงตรง มีประสิทธิภาพ และให้ประสิทธิผลสูง ความเห็นส่วนตัวของผม เห็นว่าผู้บริหารจะต้องมีมาตรฐานเดียวเสมอหน้ากัน ทั่วถึงกัน ต้องไม่มีหลายมาตรฐาน หรือ ไม่มีมาตรฐานเลย หรือใช้มาตรฐานตามอารมณ์ มาตรฐานตามกิเลส
  5. จะต้องเป็นการบริหารงานที่เป็นเอกภาพ คือการประสานงาน ประสานประโยชน์ ระหว่างหน่วยงาน พระราชดำรินี้ชัดเจนและเข้าใจง่าย แต่โดยข้อเท็จจริง หน่วยงานภาครัฐค่อนข้างละเลยจนเป็นอุปสรรคที่ไม่มีในตำรา บางทีก็กลายเป็นการแข่งขัน หรือกลายเป็นการแก่งแย่งกันเองระหว่างหน่วยงานต่างๆ
  6. ต้องบริหารด้วยความเฉียบอย่างต่อเนื่องอย่าง เช่น พระมหาชนก ผู้บริหารจะต้องไม่กลัวลำบาก กลัวเหนื
  • ยม (ต่อเนื่องจาก สรุปสาระ ประเด็น(โดยย่อ) ที่มีการเรียนการสอน ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด MBA เมื่อ อ. 25 ก.พ. 2550 @ 12:33 (174713)
    IP: xxx.9.163.142
    เขียนเมื่อ 

(สรุปการเรียนการสอน ต่อจาก Blogที่แล้ว)

ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากจริยธรรมของผู้นำในแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  1. การบริหารจะต้องเป็นการบริหารเพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อความเจริญของประเทศ และเพื่อความผาสุกของประชาชน การบริหารจะต้องไม่เอาประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ของญาติพี่น้อง ประโยชน์ของบริวารเข้ามาเกี่ยวข้อง
  2. จะต้องบริหารด้วยความสามัคคี เพราะจะนำไปสู่ความร่วมมือและความเข้มแข็ง ทำให้งานบรรลุผลสำเร็จ
  3. จะต้องบริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต พระองค์ทรงรับสั่งว่าจะต้องซื่อสัตย์สุจริตทั้งในความคิด การพูด และการกระทำ ผมขอให้ความเห็นส่วนตัว เป็นการขยายความ ผู้บริหารนอกจากจะซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ต้องดูแลคนรอบข้างตัวเราให้ซื่อสัตย์สุจริตด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารจำต้องเพิ่มเติมคำว่า เสียสละและจงรักภักดีเข้าไปด้วย
  4. จะต้องเป็นการบริหารที่ถูกต้อง คือถูกต้องตามกฎหมาย ตามกฎเกณฑ์ เที่ยงธรรม เที่ยงตรง มีประสิทธิภาพ และให้ประสิทธิผลสูง ความเห็นส่วนตัวของผม เห็นว่าผู้บริหารจะต้องมีมาตรฐานเดียวเสมอหน้ากัน ทั่วถึงกัน ต้องไม่มีหลายมาตรฐาน หรือ ไม่มีมาตรฐานเลย หรือใช้มาตรฐานตามอารมณ์ มาตรฐานตามกิเลส
  5. จะต้องเป็นการบริหารงานที่เป็นเอกภาพ คือการประสานงาน ประสานประโยชน์ ระหว่างหน่วยงาน พระราชดำรินี้ชัดเจนและเข้าใจง่าย แต่โดยข้อเท็จจริง หน่วยงานภาครัฐค่อนข้างละเลยจนเป็นอุปสรรคที่ไม่มีในตำรา บางทีก็กลายเป็นการแข่งขัน หรือกลายเป็นการแก่งแย่งกันเองระหว่างหน่วยงานต่างๆ
  6.  
  7. ต้องบริหารด้วยความเฉียบอย่างต่อเนื่องอย่าง เช่น พระมหาชนก ผู้บริหารจะต้องไม่กลัวลำบาก กลัวเหนื่อย ดำรงความมุ่งหมายอย่างกล้าหาญ กล้าเผชิญอุปสรรค และ อดทนต่อความยากลำบาก
  8. ผู้บริหารต้องไม่หวาดกลัวต่ออิทธิพลใดๆ และต้องอยู่กันคนละฝ่ายกับความไม่ถูกต้อง
  9. ผู้บริหารจะต้องศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง อย่างลึกซึ้ง อย่างกว้างขวาง ทั้งทางลึกและทางกว้าง
  10. ผู้บริหารจะต้องมีความสำนึกในความรับผิดชอบ และเห็นความสำคัญของงาน ความรับผิดชอบหมายรวมถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุตามกฎที่กำหนด พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า การเห็นความสำคัญของงาน ความสำนึกในความรับผิดชอบ และความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องทำพร้อมและควบคู่กันไป
  11. ผู้บริหารจะต้องรู้จักทรัพยากรอย่างประหยัดและฉลาด มีความถูกต้องเหมาะสม การที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานทฤษฎีใหม่ที่ได้ยินจนชินหูว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นการชี้แนวทางในการดำรงชีวิตใหม่ให้พวกเราพออยู่พอกิน ทำให้เกิดการสมดุลการดำรงชีพอย่างประหยัดและฉลาด
  12. ผู้บริหารจะต้องมีสติมีปัญหา สามารถพิจารณาปัญหาได้กว้างไกลรอบคอบทุกแง่มุม ส่วนตัวเห็นว่าผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์ ทัน สมัย ทันเหตุการณ์ทั่วโลก โดยเฉพาะในสาขาอาชีพของตน
  13. ผู้บริหารต้องแน่วแน่ที่จะแก้ไขในสิ่งผิด ทุกคนคงได้ยิน ผมเชิญมาจากเพลงพระราชนิพนธ์ เห็นว่าผู้บริหารจะต้องกล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ผิด และมีความแน่วแน่ที่จะแก้ไข การบริหารย่อมผิดพลาดได้ แม้จะรอบคอบ ระมัดระวังแล้ว ดังนั้น การแก้ไขสิ่งที่ผิดจึงไม่ใช่เรื่องน่าละอาย การทำชั่ว ประพฤติชั่วต่างหากที่น่าละอาย
  14. ผู้บริหารจะต้องบริหารแบบปิดทองหลังองค์พระปฏิมา ข้อนี้มาจากเพลงพระราชนิพนธ์เช่นเดียวกัน ผมเดาว่าทรงหมายถึงการไม่โอ้อวดมุ่งแต่ผลงาน ไม่หวังคำชมเชย ภูมิใจแต่ความสำเร็จ
  15. ผู้บริหารทุกระดับที่มีผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหารต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
 ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กับภาวะผู้นำ
  1. รอบรู้ ใฝ่รู้
  2. คู่คุณธรรม
  3. มีเหตุ มีผล
  4. รู้ตน พอประมาณ
  5. มองการณ์ไกล ใส่ใจภูมิคุ้มกัน
 

(แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Blog ตอนท้ายนี้ เพราะไม่ได้ใส่ไว้ใน Sheet)

 

เศรษฐกิจพอเพียง

3 หลักการ2 เงื่อนไข
สมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้นำวิเคราะห์จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ความพอประมาณModerationความพอดี พอประมาณ ที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ*      พอมีพอกิน รู้จักตน รู้จักประมาณ*      ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา*      มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคน*      อยู่ได้ด้วยตนเอง*      พอในความต้องการ*      ด้วยความพอเหมาะพอดี*      ถูกต้อง พอเหมาะพอดี*      ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง*      ค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี*      ทำการทุกอย่าง ด้วยความมีสติ  
ความมีเหตุมีผลReasonablenessการตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ*      ความคิดพิจารณาด้วยตนเอง*      ตรงเป้าหมาย ตรงความจริง*      คิด พูด ทำ ถูกต้องตามหลักเหตุผล*      ถูกต้อง และเหมาะสม*      ทำการทุกอย่างด้วยเหตุผล *      ทำด้วยความมีสติ และด้วยความรู้ตัว *      รู้จักสังเกตศึกษา เพื่อให้สามารถทำงานได้เสร็จสมบูรณ์ทุกสิ่ง
ความมีภูมิคุ้มกัน Self-Immureการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล*      มีทางที่จะแก้ปัญหาได้เสมอ*      ผลสำเร็จที่จะเกิดจากงาน เป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น*      ไม่ประมาทปัญญา*      ค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ*      เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับที่สูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับ.*      ควบคุมกายใจและความคิด 
เงื่อนไข ความรู้ Knowledge ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ *      มีความรู้ ศึกษาให้รู้ ให้ทราบ*      เข้าถึงแก่นแท้ของเรื่องนั้นปัญหา*      เข้าใจปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนถูกถ้วน*      มีความรู้*      ความรู้ และความดีของตัว ให้ใส่ลงไปในงาน*      ชำนาญทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ*      ทำการทุกอย่างด้วยความรู้ตัว*      เห็นจุดหมาย เห็นสาระ และประโยชน์ที่แท้ของงานนั้นอย่างแจ่มแจ้ง*      นำวิชาการด้านของตนประสานเข้ากับวิชาการด้านอื่น ๆ ได้โดยสอดคล้อง ถูกต้อง และเหมาะสม . . . 
เงื่อนไข คุณธรรมEthic Virtueความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต *      มีคุณธรรม*      มีการช่วยกัน ร่วมมือร่วมใจกัน*      แก้ปัญหาต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่นฝ่ายอื่นอยู่เป็นปรกติ*      ความสุจริตใจและจริงใจ*      เมตตาอารีและความไม่มีอคติ*      ไม่เสเพล และไม่ปล่อยตนให้เป็นทาษแห่งอบายมุขต่าง ๆ*      ยึดมั่นในจรรยาบรรณในวิชาชีพของตน*      วางตนได้สม่ำเสมออย่างเหมาะสม.*      เป็นกลาง*      วิชาการกับหลักธรรมนี้มีประกอบกันพร้อม *      รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
 ใน Blog ถัดไป ผมจะเขียนถึงกิจกรรมกลุ่ม ว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง I.    กิจกรรมกลุ่ม ให้นักศึกษาเข้ากลุ่มละประมาณ 6 คน มีกิจกรรมดังนี้กิจกรรมที่ 1 ให้แต่ละท่านส่งรายงานว่า ในการเรียนวิชานี้ได้เรียนรู้อะไร (ทั้งจากการเรียนในชั้นและการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากเอกสารการสอน และจากหนังสือ หรือ Internet) กิจกรรมที่ 2ให้กลุ่มเลือกผู้นำที่ตนเองชื่นชอบ ที่ได้รับการเห็นชอบจากกลุ่มแล้วทำการวิเคราะห์ว่า เขามีภาวะผู้นำอะไรบ้างให้กลุ่มระดมสมองกันว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของไทย ควรมีภาวะผู้นำอย่างไรบ้าง กิจกรรมที่ 3ให้กลุ่มเสนอประเด็นปัญหาด้าน ทรัพยากรมนุษย์ที่ตนเองพบแล้วเสวนากันในกลุ่ม เลือกประเด็นปัญหาด้านทรัพยากรมนุษย์มาหนึ่งปัญหา โดยเลือกของใครคนใดคนหนึ่งซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกลุ่ม  ให้ระดมสมองกันเสนอแนวทางแก้ไข และป้องกันปัญหา  แล้ว ส่งตัวแทนออกมาอภิปรายในชั้นเรียนใน Blog ถัดไป ผมจะเขียนถึงกิจกรรมกลุ่ม ว่าตัวแทนแต่ละกลุ่มได้มีกล่าวถึงกิจกรรมได้ที่รับมอบหมายไปอย่างไรบ้าง 

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสิ่งที่ผมและนักศึกษาได้มีกิจกรรมร่วมกันในชั้นเรียน

ขอขอบใจเจ้าหน้าที่ ทาง ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด คุณเจน คุณ Nitinan ขอบใจเจ้าหน้าที่ดูแลด้านคอมพิวเตอร์ และอีกหลายคนที่ให้การต้อนรับ เป็นอย่างดี  ขอบใจอาจารย์โลตัส ที่ติดตามไปร่วมสังเกตการณ์  และช่วยอำนวยความสะดวกหลายประการ ขอบใจคุณเอ วราพร ที่คอยอำนวยการ ติดต่อประสานงานให้เรียบร้อยดี

ขอบใจนักศึกษาที่บางท่านมีน้ำใจ นำขนมท้องถิ่นมาให้

ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดี 

สวัสดีครับ

ยม

  

น.ศ.ปริญญาเอก

  

รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต

  

081-9370144

 

[email protected] 

 

สวัสดีท่านอาจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และนักศึกษาปริญญาโททุกท่านจากการที่ได้เรียนในวิชา ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรก็ทำให้ทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในยุคปัจจุบันว่ามีผลต่อผู้นำและภาวะผู้นำซึ่งมีผลต่อการบริหารองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร ซึ่งเป็นการยากที่จะสรรหาผู้นำที่ดีที่มีคุณลักษณะเหมาะสมเข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรได้ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยีต่าง ๆ ด้านสังคมเป็นต้น เพราะทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและในความหมายของผู้นำก็คือคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการด้านต่าง ๆ ในองค์กร ไม่่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน ส่วนภาวะผู้นำก็คือ พฤติกรรมที่แสดงถึงความสามารถที่มีความเป็นผู้นำนั่นเอง และผู้นำก็จะต้องมี 1.    วิสัยทัศน์2.    พันธกิจ3.    เป้าหมาย4.    วัตถุประสงค์5.    แผนกลยุทธ์ที่วางไว้6.    และนำแผนที่ได้นั้นไปปฏิบัติและนำมาตรวจสอบเพื่อดูเปรียบเทียบกับแผนที่วางไว้กับที่เกิดขึ้นจริงนั้นเป็นอย่างไร และทำการปรับปรุงแำก้ไขในส่วนทีบกพร่องที่เกิดขึ้นพร้อมกับพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆและลักษณะของคนที่มีภาวะผู้นำจะต้องใช้เครื่องมือในการสร้างและรักษาอำนาจได้ด้วยคือ1.    อำนาจจะเกิดได้ต้องรู้จักการให้ ให้โอกาส ให้ความรู้ ความใกล้ชิด ให้อภัย ให้เงินทอง2.    อำนาจสร้างได้โดยการติ คือเมื่อลกน้องทำไม่ดีแล้วต้องติ หรือทำผิดต้องติ3.    อำนาจที่แสดงตนว่าเป็นผู้รูู้้มากกว่าลูกน้อง ต้องหมั่นเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา4.    อำนาจสร้างไ้ด้ด้วยการอ้างอิง เช่น ถ้าเราไปดูงานความเรียบร้อยในบริษัทพร้อมกับหัวหน้าแต่เห็นว่าบริษัทไม่ได้ทำเรื่อง 5 ส.เลย มีความสกปรกในบริษัท ไม่เรียบร้อย ไม่เป็นระเบียบ เมื่อหัวหน้าไปแล้วเราก็บอกให้มีการจัดทำเกี่ยวกับ 5 ส.นี้เพื่อส่งผลดีให้กับบริษัทเราเมื่อมีใครเข้ามาดูในบริษัทเราโดยอ้างชื่อหัวหน้าว่าเป็นคนสั่งมาอีกทีหนึ่ง5.    อำนาจทางนิติกรรมที่ทำตนเป็นอยู่แล้วในตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน   (ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์)สามารถนำเสนอความคิดใหม่1.    ทุนความรู้                 2.    ทุนปัญญา                3.    ทุนทางสังคม               4.    ทุนทาง IT สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้  5.    ทุนความเป็นมนุษย์               6.    ทุนทางความสุข  สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้  7.    ทุนจริยธรรม คุณธรรม               8.    ทุนแห่งความยั่งยืน ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำมีอยู่ 3 ทฤษฎี คือ1.    ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ คือเป็นผู้นำีที่ดีและจะเกิดประสิทธิภาพในองค์กร เช่นมีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีทักษะในการติดต่อสืื่่่่อสาร และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี2.    ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน3.    ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์  สภาวะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ1. LEADING CHANGE ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง ·         Continual Learning การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง·         Creativity and Innovation มีความคิดสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรม ·         External Awareness ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก ·         Flexibility ความยืดหยุ่น ·         Resilience ปรับเปลี่ยนได้ ·         Service Motivation จูงใจใฝ่บริหาร ·         Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์ ·         Vision การมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลได้ดี   2.   LEADING PEOPLE DRIVING ศักยภาพในการเป็นผู้นำ   ·         Conflict Management การบริหารความขัดแย้ง ·         Leveraging Diversity ตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรม ·         Integrity/Honesty ความจงรักภักดี / ความซื่อสัตย์ ·         Team Building สร้างทีมงาน   3.   RESULTS DRIVING การมุ่งผลสัมฤทธิ์   ·         Accountability . ความรับผิดชอบ ·         Customer Service การให้บริการลูกค้า ·         Decisiveness การตัดสินใจ ·         Entrepreneurship ความเป็นผู้ประกอบการ ·         Problem Solving การแก้ไขปัญหา ·         Technical Credibility มีเทคนิคที่เชื่อถือได้  4.   BUSINESS ACUMENT ความเฉียบคมทางการบริหาร ·         Financial Management การบริหารจัดการด้านการเงิน·         Human Resources Management การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์·         Technology Management การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี·         Customer Management การบริหารลูกค้า 5.    BUILDING COLITIONS  การสร้างความเข้าใจ ·         Influencing/Negotiating การเจรจาต่อรอง·         Interpersonal Skills ทักษะด้านคน การโน้มน้าว·         Oral Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา·         Partnering ความสามารถในการมีส่วนร่วม ·         Political Savvy ความรอบรู้ด้านการเมือง·         Written Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียนBest Leaders
  1. Honesty
  2. Responsiveness
  3. Vigilance = Continued Success
  4. Livingness to learn and relearn 
  5.  Sense of adventure
  6. Vision
  7. Altruism
  คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร
  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)
  3. มีความสามารถ (Competence)
  4.  มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)
  5.  มีความเป็นกลาง (Neutrality) 
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation) 
  7.  ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
  ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี
  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ขาดความรับผิดชอบ
  4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  6.  แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  7.  ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
  8. ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9.   ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ
 ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
  • ระเบิดจากข้างใน
  • ปลูกจิตสำนึก
  • เน้นให้พึ่งตนเองได้
  • คำนึงถึงภูมิสังคม
  • ทำตามลำดับขั้น
  • ประหยัด เรียบง่าย
    ประโยชน์สูงสุด
  • บริการที่จุดเดียว
  • แก้ปัญหาจากจุดเล็ก
  • ไม่ติดตำรา
  • ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ
  • การมีส่วนร่วม
  • รู้ รัก สามัคคี
  • มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่
การที่จะเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพราะความรู้นั้นเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้นตราบที่เรายังมีชีวิต อีกทั่งโลกก็การเปลีี่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลาต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของการแข่งขันได้ เพื่อนำพาองค์ให้ไปสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจได้ ซึ่งผู้นำที่ดีก็จะต้องมีลูกน้องที่ดีร่วมกันทำงานเป็นทีม มีเป้าหมายร่วมกันไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจนและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรทีมีอยู่ด้วย และควรเน้นด้าน CEO คือ        Customer  ลูกค้าต้องได้รับความพึงพอใจ        Employee  พนักงานต้องทำงานอย่างมีความสุขในองค์กร

        Organization องค์กรต้องมีผลการดำเนินงานที่ดีมีกำไร หรือจะต้องไม่   เจ๊งนั่นเอง

ต้องคิดนอกกรอบกล้าคิดกล้าทำ กล้าตัดสินใจ มี Positive Thinking มีความสามารถในการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์เป็น เพราะว่าภาวะผู้นำไม่มีสูตรสำเร็จเฉพาะ

 และที่สำคัญต้องรู้จักการบริหารเวลาให้เป็น เป็นคนที่ตรงต่อเวลาในเรื่องของการทำงานภายในและภายนอกขององค์กร สามารถวัดผลได้ เพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ มากยิ่งขึ้น นายชูศักดิ์  ลาภส่งผลน.ศ.ปริญญาโท MBA 6 ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด           
การบ้าน  สัปดาห์ที่ 1 วิชา ภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงหัวข้อ วันนี้คุณเรียนแล้วได้อะไรบ้าง              สวัสดีครับท่านศาสตราจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนกับท่าน แม้ว่าท่านจะยังไม่ได้สอนก็ตามแต่ดูจากความเป็นห่วงเป็นใยของอาจารย์ที่มีกับศิษย์แล้วทำให้ผมปลื้มมากเนื่องจากขณะที่ท่านอาจารย์ยมสอนอยู่นั้นอาจารย์ใหญ่(ผมเรียกตามอ.ยมน๊ะครับ)ก็โทรเข้ามาหาอ.ยมแล้วอาจารย์ใหญ่ก็ทักทายลูกศิษย์ทำให้ผมมีความคิดไปถึงการศึกษาของไทยถ้าครูบาอาจารย์ในประเทศไทยเอาใจใส่กับศิษย์แล้วตั้งใจถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มีในตำราและนอกตำราให้กับศิษย์ผมว่าการศึกษาของไทยคงจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน ในวิชาภาวะผู้นำผมถือว่าครูบาอาจารย์ก็เป็นผู้นำอีกด้านหนึ่งคือท่านต้องนำความรู้ ความมีพลัง ความมีแรงจูงใจ การใช้ชีวิตในสังคม การทำมาหากิน และที่สำคัญนำเรื่องการมีคุณธรรมและจริยธรรมมาถ่ายทอดให้ศิษย์              สิ่งที่ได้ในการเรียนในวันนี้คือการเป็นผู้นำต้อง  รู้เรื่องคน  ใส่ใจ  สนใจ  เอาใจใส่  และสิ่งที่อ.ยมสอนวันนี้อีกคำพูดหนึ่งที่ชอบคือผู้นำจะต้องมีความรู้ที่ใหม่และสดอยู่เสมอและต้องกล้าคิดนอกกรอบ กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิดชอบสุดท้ายนี้ผมขอให้อาจารย์ใหญ่มีสุขภาพแข็งแรง จะได้อยู่เป็นองค์ความรู้ให้กับสังคมไทยได้อีกนานเท่านานสวัสดีครับ                                                          ด้วยความเคารพ                                                นายบุญยอด  มาคล้าย                                         [email protected]
  • จำเนียร อำภารักษ์ MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน
    IP: xxx.9.158.54
    เขียนเมื่อ 
 จาก จำเนียร อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 18:42 (175946) MBA สแตมฟอร์ด ที่หัวหิน

เรียน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์              

ในวันที่  23 และ 24  ก.พ. 2550 เรียนเรื่องภาวะผู้นำ ซึ่งประกอบไปด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติร่วมกันยกตัวอย่าง โดยใช้ความรู้ใหม่ และจากประสบการณ์เดิม ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้  

คำถาม   เรียนเรื่องภาวะผู้นำได้ความรู้อะไรบ้าง จงอธิบาย              

ถ้าเปรียบดังเช่นสงครามนั้น สิ่งทีเป็นของล้ำค่าของกองทัพ คือ แม่ทัพ ดังเช่น ซุนวูได้ยกให้เป็น 1 ของการทำสงคราม เพราะแม่ทัพหรือผู้นำเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของสงคราม เช่นเดียวกับการดำเนินงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีผู้นำที่ดี และมีความเป็นเลิศในภาวะผู้นำ ย่อมได้รับการยอมรับ ทำให้องค์กรมีความมั่นคงและประสบความสำเร็จ             

ผู้นำ (Leader) คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร

อ.ยม ยกตัวอย่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จ เช่น บิลล์ เกตส์ เจ้าพ่อวงการซอฟต์แวร์ของโลกที่ผันการใช้คอมพิวเตอร์ที่ยุ่งยากพัฒนาสู่ระบบการจัดการเพื่อง่ายต่อการใช้งาน

จากการเป็นผู้นำการใช้เทคโนโลยีแล้วยังเป็นคู่แข่งทุกอุตสาหกรรมในการพัฒนาสื่อ Internet และมัลติมิเดีย              

ความหมายของภาวะผู้นำ              Dubrin ให้ความหมายของภาวะผู้นำว่าเป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร

สรุปสั้น ๆ ภาวะผู้นำเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการเป็นผู้นำ

ลักษณะของผู้นำที่ดีโดยทั่ว ๆ ไป

  1. มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล
  2. มีความซื่อสัตย์
  3. มีความรับผิดชอบ
  4. มีบุคลิกภาพดี
  5. มีความสามารถริเริ่มสิ่งใหม่ ๆอยู่เสมอ
  6. ตรงต่อเวลา
  7.  สุขุม รอบคอบ ใจเย็น มีกลยุทธ์ยอดเยี่ยม ซึ่งเรียกว่า คมในฝัก
  8. มีการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึง ให้รางวัลขวัญและกำลังใจ แก่ผู้ทำผลงานดี (ซึ่งอยู่ในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์)
  9. มีความรู้เรื่องที่ทำงานอย่างชัดเจน ไม่ใช่รู้แต่ทฤษฎีแต่ต้องปฏิบัติได้
  10. ต้องมีพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)

ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน1.       สามารถนำเสนอความคิดใหม่ ๆ

  • ทุนความรู้ เช่น ใฝ่รู้ หาความรู้อยู่เสมอ
  • ทุนปัญญา เช่น มีสติ-       
  • ทุนทางสังคม  เช่น มีมนุษยสัมพันธ์ คิดดี มี Positive Thinking เป็นบวก-       
  • ทุนทาง IT  เช่น ความรู้ทันเทคโนโลยี 

2.       สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้

  • ทุนความเป็นมนุษย์ ได้รับการอบรมสั่งสอน มีจริยธรรมมีคุณธรรม
  • ทุนทางความสุข  ซึ่งเผื่อแผ่คนอื่นได้ 

3.       สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้

  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม เช่น พลเอกเปรม  ดิณสูลานนท์
  • ทุนแห่งความยั่งยืน ทำงานไม่เครียด มีเครือข่ายดี

ภาวะผู้นำกับการสร้างอำนาจ

  1. อำนาจจากการให้
  2. สร้างอำนาจโดยการตีเบา ๆ ชมดัง ๆ
  3.  ต้องแสดงเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง
  4.  สร้างโดยการอ้างอิง
  5. อำนาจทางนิติกรรม จากตำแหน่งระหว่างคำว่า เจ้านายกับ ผู้นำ ผู้นำมีความยั่งยืนกว่า

 

คุณค่าของผู้นำ

  1. มุ่งประโยชน์ส่วนร่วม
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย / ธรรมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4. มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5. มีความเป็นกลาง
  6. การมุ่งผลสำเร็จ
  7.  ความเป็นมืออาชีพ

 

อุปสรรคที่ทำลายล้างผู้นำ

  1. มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
  2. ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก
  4.   ขาดความรับผิดชอบ
  5. ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นตัดสินใจแทนได้
  6.  ไม่คิด ไม่สร้างคนแทน
  7.   ข้อมูลในการแต่งตั้ง บุคลากรไม่ชัดเจน
  8.  ขาดความรู้
  9.   ดื้อรัน ทิฐิ หลงตัวเอง ซึ่ง อ.ยม เน้นว่า ข้อ 9 นี้อันตรายมาก

 

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

  1.  เกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทางด้านพฤติกรร 
  3. ทางด้านสถานการณ์

 

สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ

  1. ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง
  2. ศักยภาพในการเป็นผู้นำ
  3. การมุ่งผลสัมฤทธิ์
  4. ความเฉียบคมทางการบริหาร 
  5. การสร้างความเข้าใจ

 

อ.ยม พูดถึงประเทศญี่ปุ่นใช้ PDCA ในเรื่องภาวะผู้นำ      

  • P     มาจาก     Planning      
  • D     มาจาก     Do      
  • C     มาจาก     Check      
  • A     มาจาก     Action

 

สมรรถนะหลักของผู้นำ (ภาครัฐ) มี 4 กลุ่ม

  1. การบริหารคน
  2. ความรอบรู้ทางการบริหาร
  3. การบริหารอย่างมืออาชีพ
  4. มุ่งผลสัมฤทธิ์แต่ อ.ยม เพิ่มให้อีก 1 กลุ่มคือ ........
  5.  ความรอบรู้ ทางด้านความรู้ใหม่ ๆ (ความรู้สด) 

 

ทฤษฎี  8  K’s  ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อ. ยม แนะนำว่า ผู้นำสมัยใหม่ ต้องมีทุน และทุนที่มีต้องมากพอที่จะนำไปพัฒนาทีมงาน พัฒนาองค์กร ทุนดังกล่าว มี  8 อย่างดังนี้

  1. ทุนแห่งความยั่งยืน      
  2. ทุนทางสังคม      
  3. ทุนทางจริยธรรม      
  4. ทุนแห่งความสุข      
  5. ทุนทาง IT      
  6. ทุนทางปัญญา      
  7. ทุนทางความรู้ ทักษะ Mind set      
  8. ทุนมนุษย์

นอกจากนี้ อ.ยม เน้น ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมี 3 ห่วง 2 เงื่อนไขเป็นโมเดลของความเป็นผู้นำ    ภาวะผู้นำตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ 

  1. ความมีเหตุมีผล 
  2. รู้จักประมาณ
  3. มีวิสัยทัศย์ มีภูมิคุ้มกัน
  4. มีความรอบรู้
  5. มีคุณธรรม    

ในช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 24 กพ. 50 ได้แบ่งกลุ่ม และส่งตัวแทนกลุ่มออกไปพูดในหัวข้อ

  • ผู้นำที่กลุ่มชื่นชอบ คือใคร มีลักษณะของผู้นำที่ดีอย่างไร
  • นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย ควรมีภาวะผู้นำอย่างไรหลัง

จากนั้น อ.ยม สรุปว่า ถ้านำเอาส่วนที่นักศึกษานำเสนอและวิเคราะห์แล้วเอามาหลอมรวมกัน พฤติกรรมเหล่านั้น ก็จะสามารถสร้างผู้นำที่เข้มแข็งได้  

ข้อเสนอแนะและเพิ่มเติมเมื่อได้ศึกษาวิชาภาวะผู้นำ ทำให้มีความรู้ทางทฤษฎีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในองค์กรที่ทำงานอยู่ คิดว่าน่าจะเพิ่มคุณสมบัติของผู้นำที่ดี ดังนี้

  1. เชื่อมั่นในการตัดสินใจในของตนเอ
  2. กล้ารับผิดชอบในการตัดสินใจของตนเองเสมอ
  3. เมื่อกล้าคิด กล้าทำ ต้องกล้ารับผิดชอบ 

 

ผู้นำที่ข้าพเจ้าชื่นชอบ คือ คุณธนินท์  เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพราะ

  1. มีวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ เป็นที่ยอมรับของนักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  2. ให้หุ้นกับพนักงานเมื่อมีตำแหน่งสูงขึ้น
  3. สร้างคนและดึงดูดคนเก่ง ๆ เอาไว้
  4.     ให้อภัย
  5.  ศึกษาความเก่งของผู้ใต้บังคับบัญชา
  6.  เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
  7.  ช่วยเหลือสังคม
  8.  ผู้นำด้านเทคโนโลยี
  9.  กระจายอำนาจให้บริษัทที่อยู่ในเครือสามารถบริหารจัดการได้โดยอิสระ
  10.  ขายธุรกิจในขณะที่ธุรกิจมีกำไร         

เหตุผลดังกล่าวข้างต้น เป็นแบบอย่างที่ดีของผู้นำในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน         

  • ชาญชัย พานิชนันทนกุล MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน
    IP: xxx.9.158.54
    เขียนเมื่อ 

ชาญชัย พานิชนันทนกุล เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:30 (175980) MBA ที่หัวหินฯ

 

สวัสดีครับท่านอาจารย์และเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน!         

ภาวะผู้นำเรียนแล้วได้อะไรบ้าง?
ภาวะผู้นำเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ สามารถต่อสู้กับความไม่แน่นอนในธุรกิจของตน  แสวงหา  รักษาพัฒนา กำลังคนให้มีความสามารถอยู่ตลอดเวลา รักษาลูกค้าเก่าได้  และสามารถต่อยอดสร้างลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น  สร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย 
องค์กรจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้นำเป็นสำคัญ  ผู้นำต้องเป็น
  • ผู้ใฝ่รู้ 
  • มีความคิดสร้างสรรค์ 
  • สามารถคิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ทางบวก   
  • มีวิสัยทัศน์กว้างไกล 
  • มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
  • สามารถนำไปวางแผนกลยุทธ์นำไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ  
  • มีการตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องสามารถ
  • สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าได้          

 

คุณค่าของผู้นำ 

  1. ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ 
  2. มีการเรียนรู้ตลอดเวลา 
  3. มองไปที่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก 
  4. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตยและธรรมาภิบาล 
  5. มีความสามารถรอบด้าน 
  6. มีความสำนึกรับผิดชอบ 
  7. มีความเป็นกลาง  
  8. มีความเป็นมืออาชีพ 
  9. มุ่งสัมฤทธิ์ผล 

 

ผู้นำที่ดีต้องหลีกเลี่ยงเชื้อไวรัสร้าย  เช่น 

  • การมุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง 
  • ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ  ยึดมั่น  มีอัตตาสูง 
  • ห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก 
  • ขาดความรับผิดชอบ 
  • ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้ 
  • ไม่คิดสร้างตัวตายตัวแทน 
  • แต่งตั้งคนไม่ดีอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ 
  • แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง 
  • ขาดความรู้ 
  • ความเป็นธรรม 
  • ขาดสมดุล 
  • ไร้เหตุผล  และ
  • ขาดการพอประมาณ 
  • ดื้อรั้น  ทิฐิ  หลงตัวเอง           

ทฤษฎีภาวการณ์เป็นผู้นำ 

  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ  ผู้นำที่ดีต้องทำงานสำเร็จด้วยดีและเป็นที่พอใจของผู้ใต้บังคับบัญชา  มีความทะเยอทะยาน  พากเพียร  กล้าหาญ  เชื่อถือศรัทธา  ซื่อสัตย์  คิดริเริ่มสร้างสรรค์  ยืดหยุ่น  ยุติธรรม  มีจุดมุ่งหมาย  กล้าตัดสินใจ  มีวินัยในตนเอง  สามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ        

สมรรถนะหลัก 5 ด้านนำไปสู่ภาวะผู้นำ 

1. Leading  Change 

  • มีการเรียนรู้ต่อเนื่อง 
  • มีความคิดสร้างสรรค์รู้จักใช้  Innovation 
  • สร้างคุณค่าให้แก่องค์กร 
  • ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก 
  • ปรับเปลี่ยนให้เกิดความยืดหยุ่นจูงใจ
  • ให้พนักงานทุกคนมี Service  Mind
  • มีความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์ สอดคล้องกับ Vision ที่วางไว้อย่างดี

2. Leading  People 

  • ผู้นำต้องมีศักยภาพในการบริหารความขัดแย้ง
  • สามารถใช้ประโยชน์จากปัญหาความขัดแย้งให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร 
  • ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร 
  • มีความซื่อสัตย์  และ
  • สร้างทีมงานที่ดีนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จResults Driven
  • มุ่งไปสู่ผลลัพธ์เน้นการให้บริการ
  • มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ 
  • มีความรู้สึกว่ามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ 
  • กล้าตัดสินใจ  สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ  โดยใช้เทคนิคที่เชื่อถือได้มีประสิทธิภาพ

3. Business Acumen ความเฉียบคมในการบริหาร

  • ทั้งด้านการเงิน
  • ทรัพยากรมนุษย์
  • เทคโนโลยีและ
  • การบริหารลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ 

4. Building Coalitions การสร้างความเข้าใจ การติดต่อสื่อสาร

  • สามารถโน้มน้าวคนได้ดี
  • เจรจาต่อรองด้วยเทคนิคการสื่อสารที่ดี มีความรอบรู้ด้านการเมือง 
  • มีความสามารถในการมีส่วนร่วม 
  • สร้างโอกาสสู่ความเป็นเลิศขององค์กร 

 

ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตนเองคือ

  • สามารถนำเสนอความคิดใหม่
  1. ทุนความรู้  หาความรู้เพิ่มตลอดเวลา-         ทุนปัญญา  มีคิดและทำอย่างมีสติ  มองในเชิงสร้างสรรค์-        
  2. ทุนทางสังคม  มีการติดต่อที่ดีกับทุกฝ่าย  สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับทุกองค์กร-          
  3. ทุนทาง IT เน้นเทคโนโลยี
  •  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้
  1. ทุนความเป็นมนุษย์ ได้รับการอบรมมาดี       
  2. ทุนทางความสุข ทำงานด้วยความร่าเริง แจ่มใส  สามารถเผื่อแผ่คนอื่นได้สามรถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้-        
  3. ทุนจริยธรรม คุณธรรม-        
  4. ทุนแห่งความยั่งยืน 

 

สรุป ผู้นำที่ดีนอกจากต้องเก่งคน เก่งงาน เก่งคิด เก่งเรียน แล้วยังต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบซื่อสัตย์ มีความคิดกว้างไกล มีเทคนิคในการสร้างทีมงานที่ดี จึงนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ

  • นายนิคม อำภารักษ์ MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน
    IP: xxx.9.158.54
    เขียนเมื่อ 

จาก นายนิคม อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 20:30 จาก 125.26.33.142   MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

          หลังจากที่ได้ศึกษาวิชาภาวะผู้นำเมื่อวันที่ 23-24 ก.พ. 50 นั้น ได้รับความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

           องค์กรที่ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องมีแรงขับเคลื่อนของผู้นำเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจโดยผู้นำจะต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะนำพาองคาพยพทั้ง "คน" และ"องค์กร"นั้น ๆ ดำเนินไปอย่างมั่นคงและก้าวหน้าต่อไป

โจทย์........เรียนวิชาภาวะผู้นำ และการเปลี่ยนแปลงในองค๋กรได้ความรู้อะไรบ้าง

            ผู้นำและภาวะผู้นำแตกต่างกัน

            ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร

            ภาวะผู้นำ คือ  พลังชนิดหนึ่งที่สามารถส่งแรงกระทำอันก่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลุ่มคน และนำองค์กรไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์

            ยกตัวอย่าง บิลล์ เกตส์ ผู้นำซอฟแวร์ของโลก มีภาวะผู้นำดังนี้

  1. ใฝ่รู้
  2. คิดสร้างสรรค์
  3. คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์
  4. ทุนทางปัญญา
  5. กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ

ปัญหาของผู้นำ 

  1. ตัวปัญหา
  2. สาเหตุ
  3. แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
  4. ลงมือปฏิบัติ (เลือกวิธีที่ดีที่สุด)
  5. ติดตามผลแล้วพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

              ทุกอย่างในโลกล้วนมีการเปลี่ยนแปลง

  • สัตว์ในโลกที่ไม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของโลก ได้สูญพันธ์ไปแล้ว เช่น ไดโนเสาร์
  • สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • ความต้องการของลูกค้า เปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณและคุณภาพ ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยน ลูกค้าจะเปลี่ยนไปซื้อรายอื่น

ดังนั้นผู้นำจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ

          การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วย "คน"

  1. Leader Ship Style
  2. Strategics
  3. Human Resource

ผู้นำกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ

  1. Vision
  2. Mission
  3. Goals
  4. Objtive + Target
  5. Strategic Planning
  6. Action

ต้องผ่านการตรวจและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการในศตวรรษที่ 21

  1. สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของคน ที่นับวันก็ยากแก่การคาดคะเน เล็งถึงผลได้ การวางแผนระยะยาวต้องทอนให้สั้นลง
  2. แสวงหา รักษา พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ
  3. สร้างแนวคิดใหม่ ๆ ของการงานของตนเองอยู่เสมอ นวตกรรมในหน่วยงานของคนในแต่ละไตรมาส
  4. ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำ ได้ผลดี
  5. แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี
  6. สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์การ

การสร้างอำนาจ

  1. อำนาจเกิดได้จากการให้เงิน ให้โอกาส ให้ความรัก ให้ความใกล้ชิด
  2. โดยการตีเบา ๆ ชมดัง ๆ ประเทศญี่ปุ่นกฎกติกา การสร้างอำนาจชัดเจน
  3. ปฏิบัติตนเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง
  4. สร้างอำนาจจากการอ้างอิง เช่น อ้างหัวหน้าบอก อ้างประกาศ
  5. อำนาจทางนิติกรรม

เจ้านายและผู้นำ มีความแตกต่างกัน ผู้นำมีความยั่งยืนกว่า เพราะ

  1. ผู้นำสร้างปณิธานให้แก่ผู้ตาม
  2. ผู้นำอาศัยเจตจำนงที่เสรี
  3. ผู้นำแผ่ความรัก ปรารถนาดี
  4. ผู้นำ พูดว่า "เรา"
  5. ผู้นำแสดงให้รู้ว่าอะไรที่ผิด และควรทำอย่างไร
  6. ผู้นำรู้ว่าจะทำงานอย่างไร
  7. ผู้นำบริหารความเคารพ ไม่ใช่เจ้านาย

ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน

1.  สามารถนำเสนอความคิดใหม่

  • ทุนความรู้
  • ทุนปัญญา
  • ทุนทางสังคม

2.  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้

  • ทุนความเป็นมนุษย์
  • ทุนทางความสุข

3.  สามารถสร้างความสุขให้กับคนอื่นได้

  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม
  • ทุนแห่งความยั่งยืน

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนร่วม ประโยชน์แผ่นดิน
  2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย / ธรรมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4. มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5. มีความเป็นกลาง
  6. การมุ่งสัมฤทธิ์ผล
  7. ความเป็นมืออาชีพ

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหารข้างต้นนำไปใช้วิเคราะห์

Best Leaders

  1. Honesty
  2. Responsiveness
  3. Vigilance = Continued Success
  4. Livingness to learn and relearn
  5. Sense of adventure
  6. vision
  7. Altruism

อ.ยมเน้น เชื้อไวรัสร้าย ทำลายล้างผู้นำและองค์การ ทังภาครัฐและเอกชน

  1. ม่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. มีแนวโน้มห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก
  4. ขาดความรับผิดชอบ
  5. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  6. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  7. แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องดำรงตำแหน่งสำคัญแสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  8. ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9. ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร

ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการ

  1. สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของตน ที่นับวันก็ยากต่อการคาดคะเน เล็งถึงผลได้ การวางแผนระยะยาวต้องทอนให้สั้นลง
  2. แสวงหา รักษาพัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ
  3. สร้างแนวคิดใหม่ๆ ของการงานของตนอยู่เสมอ นวตกรรมในหน่วยงานของคนในแต่ละไตรมาส
  4. ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำ ได้ผลดี
  5. แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี
  6. สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์การ

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

  1. เกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทางด้านพฤติกรรม
  3. ทางด้านสถานการณ์

สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ

  1. ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง
  2.  ศักยภาพในการเป็นผู้นำ
  3. การมุ่งผลสัมฤทธิ์
  4.  ความเฉียบคมทางการบริหาร เช่นความรู้สึกมองการณ์ไกล บริหารเชิงรุก อย่ารอให้ปัญหาเกิด
  5.  การสร้างความเข้าใจ

สมรรถนะหลักของผู้นำแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม

  1. สมรรถนะในการบริหารคน
  2. สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร
  3. สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ
  4. สมรรถนะการบริหารแบบม่งผลสัมฤทธิ์
  5. สมรรถนะในการเรียนรู้ ความรู้ใหม่ ๆ (ความรู้สด)

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มี 3 ห่วง 2 เงื่อนไข

  1. พอประมาณ
  2. มีเหตุผล
  3. มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

เงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขความรู้

เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขคุณธรรม

บรรษัทภิบาลที่ดี

  1. ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
  2. ความโปร่งใส
  3. ความซื่อสัตย์
  4. ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติตามหน้าที่
  5. ความสามารถในการแข่งขัน

แนวทางสู่การเป็นผ้นำที่ดีแห่งยุค

  1. มีความรอบรู้
  2. มีคุณธรรม
  3. มีเหตุมีผล
  4. รู้จักประมาณ
  5. มีภูมิคุ้มกัน

ข้อสรุปลักษณะการเป็นผู้นำโดยภาพรวมและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

  1. ความเข้าใจในบทบาทในหน้าที่ ความรับผิดชอบ เป้าหมาย และลำดับความสำคัญของงานตนเองให้ชัดเจน
  2. การมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิผล
  3. จะต้องสามารถหักห้ามใจตนเองไว้ให้ได้ที่จะไม่เข้าไปทำงานแทนลูกน้อง โดยตัวผู้นำเองจะต้องเป็นกระจกเงาในการสะท้อนภาพและชี้นำการทำงานของลูกน้อง
  4. อย่าหลงคิดว่างานทุกอย่างเป็นงานที่สำคัญและจะต้องทำ เพราะงานบางอย่างไม่จำเป็นสำหรับผู้นำที่จะต้องทำ
  5. ผู้นำต้องสามารถพูดคำว่า "ไม่" ในงานที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล

    ผู้นำที่ชื่นชอบ  คือพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์  นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของประเทศไทยเพราะ

    1. ชอบสันโดษสมถะ
    2. มีความซื่อสัตย์
    3. เวลาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสามารถโน้มน้าวให้คล้อยตามได้
    4. สุขุมใจเย็น
    5. ตำแหน่งหน้าที่การงานข้าราชการประจำเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด
    6. หลังจากเกษียณได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี

          เพราะคุณความดี ความซื่อสัตย์สุจริตและผลงานราชการจึงได้รับการสนับสนุนและผลักดันเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของประเทศไทยซึ่งเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของชาวจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากท่านเป็นชาวเพชรบุรี จังหวัดเดียวกับกระผม

  • นายนิคม อำภารักษ์ MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน
    IP: xxx.9.158.54
    เขียนเมื่อ 
นายนิคม อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 20:30 (176027)

 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

           หลังจากที่ได้ศึกษาวิชาภาวะผู้นำเมื่อวันที่ 23-24 ก.พ. 50 นั้น ได้รับความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้          
องค์กรที่ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องมีแรงขับเคลื่อนของผู้นำเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจโดยผู้นำจะต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะนำพาองคาพยพทั้ง "คน" และ"องค์กร"นั้น ๆ ดำเนินไปอย่างมั่นคงและก้าวหน้าต่อไป
โจทย์........เรียนวิชาภาวะผู้นำ และการเปลี่ยนแปลงในองค๋กรได้ความรู้อะไรบ้าง
ผู้นำและภาวะผู้นำแตกต่างกัน 
           
ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร   
        
ภาวะผู้นำ คือ  พลังชนิดหนึ่งที่สามารถส่งแรงกระทำอันก่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลุ่มคน และนำองค์กรไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์           
ยกตัวอย่าง บิลล์ เกตส์ ผู้นำซอฟแวร์ของโลก มีภาวะผู้นำดังนี้
  1.  ใฝ่รู้
  2. คิดสร้างสรรค์
  3. คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ 
  4.  ทุนทางปัญญา
  5. กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ

 

ผู้นำ กับเทคนิดการแก้ไขปัญหา  เมื่อมีปัญหาต้องแก้ไข 

  1. ต้องรู้ว่าอะไรคือตัวปัญหา
  2. สาเหตุ
  3. แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
  4. ลงมือปฏิบัติ (เลือกวิธีที่ดีที่สุด)
  5. ติดตามผลแล้ว
  6. พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา             

 

ทุกอย่างในโลกล้วนมีการเปลี่ยนแปลง

  • สัตว์ในโลกที่ไม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของโลก ได้สูญพันธ์ไปแล้ว เช่น ไดโนเสาร์
  • สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • ความต้องการของลูกค้า เปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณและคุณภาพ ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยน ลูกค้าจะเปลี่ยนไปซื้อรายอื่น

ดังนั้นผู้นำจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ         

การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วย "คน"

  1. Leader Ship Style 
  2.  Strategics 
  3.  Human Resource

ผู้นำกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ

  1. Vision 
  2.   Mission 
  3.  Goals
  4. Objtive + Target
  5. Strategic Planning
  6. Action
  7. ต้องผ่านการตรวจและ
  8. ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

 

ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการในศตวรรษที่ 21

  1. สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของคน ที่นับวันก็ยากแก่การคาดคะเน เล็งถึงผลได้ การวางแผนระยะยาวต้องทอนให้สั้นลง
  2. แสวงหา รักษา พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ
  3.  สร้างแนวคิดใหม่ ๆ ของการงานของตนเองอยู่เสมอ นวตกรรมในหน่วยงานของคนในแต่ละไตรมาส
  4. ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำ ได้ผลดี
  5. แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี
  6. สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์การ

ผู้นำต้องรู้จักการสร้างอำนาจ ที่ถูกต้อง

  1. อำนาจเกิดได้จากการให้เงิน ให้โอกาส ให้ความรัก ให้ความใกล้ชิด
  2. โดยการติ ตีเบา ๆ ชมดัง ๆ ประเทศญี่ปุ่นกฎกติกา การสร้างอำนาจชัดเจน
  3. ปฏิบัติตนเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง
  4. สร้างอำนาจจากการอ้างอิง เช่น อ้างหัวหน้าบอก อ้างประกาศ
  5. อำนาจทางนิติกรรม

 

เจ้านายและผู้นำ มีความแตกต่างกัน ผู้นำมีความยั่งยืนกว่า เพราะ

  1. ผู้นำสร้างปณิธานให้แก่ผู้ตาม
  2. ผู้นำอาศัยเจตจำนงที่เสรี
  3. ผู้นำแผ่ความรัก ปรารถนาดี
  4. ผู้นำ พูดว่า "เรา"
  5. ผู้นำแสดงให้รู้ว่าอะไรที่ผิด และควรทำอย่างไร
  6. ผู้นำรู้ว่าจะทำงานอย่างไร
  7. ผู้นำบริหารความเคารพ ไม่ใช่เจ้านาย

 

ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน

1.  สามารถนำเสนอความคิดใหม่

  • ทุนความรู้
  • ทุนปัญญา
  • ทุนทางสังคม
2.  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้
  • ทุนความเป็นมนุษย์
  • ทุนทางความสุข
3.  สามารถสร้างความสุขให้กับคนอื่นได้
  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม
  • ทุนแห่งความยั่งยืน

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนร่วม ประโยชน์แผ่นดิ
  2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย / ธรรมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4.   มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5.    มีความเป็นกลาง
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล
  7. ความเป็นมืออาชีพ

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหารข้างต้นนำไปใช้วิเคราะห์Best Leaders

  1.  Honesty
  2. Responsiveness
  3. Vigilance = Continued Success
  4. Livingness to learn and relearn
  5.  Sense of adventure
  6.  vision
  7.    Altruism

อ.ยมเน้น เชื้อไวรัสร้าย ทำลายล้างผู้นำและองค์การ ทังภาครัฐและเอกชน

  1. ม่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3.   มีแนวโน้มห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก
  4.    ขาดความรับผิดชอบ
  5.   การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  6. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  7. แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องดำรงตำแหน่งสำคัญแสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  8.  ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9.  ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร  

 

ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการ

1.    สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของตน ที่นับวันก็ยากต่อการคาดคะเน เล็งถึงผลได้ การวางแผนระยะยาวต้องทอนให้สั้นลง

2.    แสวงหา รักษาพัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ

3.    สร้างแนวคิดใหม่ๆ ของการงานของตนอยู่เสมอ นวตกรรมในหน่วยงานของคนในแต่ละไตรมาส

4.    ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำ ได้ผลดี

5.    แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี

6.    สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์การ

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

1.    เกี่ยวกับลักษณะ

2.    ทางด้านพฤติกรรม

3.    ทางด้านสถานการณ์

 

สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ

1.    ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง

2.     ศักยภาพในการเป็นผู้นำ

3.    การมุ่งผลสัมฤทธิ์

4.     ความเฉียบคมทางการบริหาร เช่นความรู้สึกมองการณ์ไกล บริหารเชิงรุก อย่ารอให้ปัญหาเกิด

5.     การสร้างความเข้าใจ

สมรรถนะหลักของผู้นำแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม

1.    สมรรถนะในการบริหารคน

2.    สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร

3.    สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ

4.    สมรรถนะการบริหารแบบม่งผลสัมฤทธิ์

5.    สมรรถนะในการเรียนรู้ ความรู้ใหม่ ๆ (ความรู้สด)

 

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มี 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คนที่เป็นผู้นำที่ดีจึงต้องมี

1.    ความพอประมาณ

2.    มีเหตุผล

3.    มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

เงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขความรู้

เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขคุณธรรม

บรรษัทภิบาลที่ดี

1.    ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

2.    ความโปร่งใส

3.    ความซื่อสัตย์

4.    ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติตามหน้าที่

5.    ความสามารถในการแข่งขัน

แนวทางสู่การเป็นผ้นำที่ดีแห่งยุค

1.    มีความรอบรู้

2.    มีคุณธรรม

3.    มีเหตุมีผล

4.    รู้จักประมาณ

5.    มีภูมิคุ้มกัน

ข้อสรุปลักษณะการเป็นผู้นำโดยภาพรวมและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

1.    ความเข้าใจในบทบาทในหน้าที่ ความรับผิดชอบ เป้าหมาย และลำดับความสำคัญของงานตนเองให้ชัดเจน

2.    การมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิผล

3.    จะต้องสามารถหักห้ามใจตนเองไว้ให้ได้ที่จะไม่เข้าไปทำงานแทนลูกน้อง โดยตัวผู้นำเองจะต้องเป็นกระจกเงาในการสะท้อนภาพและชี้นำการทำงานของลูกน้อง

4.    อย่าหลงคิดว่างานทุกอย่างเป็นงานที่สำคัญและจะต้องทำ เพราะงานบางอย่างไม่จำเป็นสำหรับผู้นำที่จะต้องทำ

5.    ผู้นำต้องสามารถพูดคำว่า "ไม่" ในงานที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล

ผู้นำที่ชื่นชอบ  คือพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์  นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของประเทศไทยเพราะ

1.    ชอบสันโดษสมถะ

2.    มีความซื่อสัตย์

3.    เวลาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสามารถโน้มน้าวให้คล้อยตามได้

4.    สุขุมใจเย็น

5.    ตำแหน่งหน้าที่การงานข้าราชการประจำเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

6.    หลังจากเกษียณได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี 

เพราะคุณความดี ความซื่อสัตย์สุจริตและผลงานราชการจึงได้รับการสนับสนุนและผลักดันเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของประเทศไทยซึ่งเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของชาวจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากท่านเป็นชาวเพชรบุรี จังหวัดเดียวกับกระผม

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ / นักศึกษา MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด (หัวหิน) และท่านผู้อ่านทุกท่าน

นักศึกษา MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด เริ่มส่งข้อมูลมาใน Blog ตามที่ได้แจ้งไว้ ซึ่งมีผู้ส่งมาติดอันดับ TOP 5 คือ

  1. จำเนียร อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 18:42 (175946) 
  2. นายชูศักดิ์ ลาภส่งผล เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:09 (175965)
  3. นายบุญยอด มาคล้าย เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:14 (175968)
  4. ชาญชัย พานิชนันทนกุล เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:30 (175980)
  5. นายนิคม อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 20:30 (17602

 

ผมคิดว่า ควรจะเปิด Blog ใหม่ สำหรับ น.ศ. MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด โดยเฉพาะ ครับ สัปดาห์จะได้แจ้งให้นักศึกษาทราบ

สวัสดีครับ

ยม

สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ จากการที่ได้เรียนวิชาภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์แรก ทำให้ได้รู้เกี่ยวกับการเป็นผู้นำและภาวะผู้นำที่ผู้นำของแต่ละองค์การควรจะมี ซึ่งสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ หากพูดถึง ผู้นำเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่มีส่วนช่วย ให้องค์การประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลว และสามารถแข่งขันกับองค์การอื่นได้หรือไม่ ในโลกปัจจุบันที่ภาวะการแข่งขันนั้นมีสูง หากองค์การมีผู้นำหรือผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ฯลฯ องค์การก็สามารถที่จะแข่งขันกับผู้อื่นได้ และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ผู้นำ (Leader) คือ บุคคลที่สามารถชักจูงหรือชี้นำบุคคลอื่น ให้ปฏิบัติงานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพและทำให้องค์การประสบความก้าวหน้าและบรรลุผลสำเร็จภาวะผู้นำ (Leadership) คือ พฤติกรรมส่วนตัวของบุคคลคนหนึ่งที่จะชักนำกิจกรรมของกลุ่มให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน เป็นความสามารถที่จะมีอิทธิพลเหนือผู้อื่นในด้านการกระทำ และสามารถจูงใจบุคคลอื่นให้กระทำกิจกรรมที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายขององค์การได้ทุกอย่างในโลกล้วนมีการเปลี่ยนแปลง  จะเห็นได้ว่า-         สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว-         ความต้องการของลูกค้า มีการเปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณและคุณภาพ ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลง ลูกค้าก็จะไปซื้อรายอื่นทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ1.    ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ (Trait Approach)เป็นการวิจัยที่มุ่งเน้นไปยังคุณสมบัติส่วนตัวของผู้นำ เช่น-         มีความทะเยอทะยาน (Ambition)-         มีความอุตสาหะพากเพียร (Persistence)-         มีความกล้าหาญ (Courage)-         มีความเชื่อถือศรัทธา (Faith)-         มีความซื่อสัตย์มั่นคง (Integrity)-         มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)-         มีความยุติธรรม (Justice)-         มีจุดมุ่งหมาย (Objectivity)-         มีความยืดหยุ่น (Flexibility)-         มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decisiveness)-         มีวินัยในตนเอง (Self-Discipline) 2.    ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม (Behavioral Approach)จะมุ่งเน้นในเรื่องเกี่ยวกับผู้นำ และผู้จัดการที่ใช้พฤติกรรมในการทำงาน เช่น การสังเกต การสั่งการ การปฏิบัติการ จะทำให้เกิดการทำงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ 3.    ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ (Situational Approach)เป็นการวิจัยที่ให้ความสำคัญในเรื่องของปัจจัยที่ทำให้เกิดสถานการณ์ เช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่จะต้องตัดสินใจผู้นำที่ดีจะทำการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและให้ดีที่สุด ผู้นำที่ดีควรมีทุนอยู่ในตนดังนี้1.    ทุนความรู้ คือ ต้องมีการใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา2.    ทุนปัญญา คือ ต้องเป็นคนที่มีสติ มีเหตุมีผล มีการคิดอย่างสร้างสรรค์3.    ทุนทางสังคม คือ การมีเครือข่าย มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีการเข้าสังคม เป็นที่ยอมรับของคนอื่น มีการคิดที่ดี เป็นด้านบวก4.    ทุนทาง IT คือ การมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ และติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสารใหม่ๆอยู่เสมอ5.    ทุนความเป็นมนุษย์ คือ ผู้นำที่ดีมักจะได้รับการดูแลสั่งสอนมาดีตั้งแต่เล็ก กินดีอยู่ดี มีชีวิตที่ดี เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์6.    ทุนทางความสุข คือ การเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีการสะสมความสุข เพื่อจะได้เผื่อแผ่คนอื่นได้7.    ทุนทางจริยธรรม คุณธรรม คือ ในการเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีความเป็นธรรมในการทำงาน และต้องแฝงด้วยจริยธรรมต่างๆ8.    ทุนแห่งความยั่งยืน จะเกิดขึ้นมาได้ถ้าผู้นำมีทุนทั้งหมดข้างต้น  ผู้นำที่ดีที่สุดควรมีพฤติกรรม ดังต่อไปนี้1.    มีความซื่อสัตย์ 2.    มีความรับผิดชอบ 3.    มีความไม่เห็นแก่ตัว คำนึงถึงผู้อื่น4.    มีวิสัยทัศน์5.    มีไหวพริบ6.    มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง7.    มีความระมัดระวังและรอบคอบคุณค่าของผู้นำ / ผู้บริหาร1.    การมุ่งประโยชน์ส่วนรวมและประโยชน์ของแผ่นดิน2.    ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล3.    มีความสามารถ4.    มีความสำนึกรับผิดชอบ5.    มีความเป็นกลาง6.    การมุ่งสัมฤทธิ์ผล7.    ความเป็นมืออาชีพ ผู้นำต้องสร้างและรักษาอำนาจ1.    อำนาจเกิดได้จากการให้ คือ ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้อภัย ให้ความใกล้ชิด2.    อำนาจเกิดได้โดยการติ คือ เมื่อลูกน้องทำไม่ถูกต้องให้สั่งสอนหรือตำหนิ3.    อำนาจในการแสดงตนเป็นผู้รู้มากกว่า4.    อำนาจสร้างได้โดยการอ้างอิง เช่น การอ้างอิงถึงผู้บังคับบัญชาในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้แก้สถานการณ์เฉพาะหน้า 5.    อำนาจทางพฤติกรรม การเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีภาวะผู้นำเพราะองค์การจะประสบความสำเร็จได้ ก็จะต้องมีภาวะผู้นำที่ดี ผู้นำนั้นจะต้องมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เพราะโลกในยุคปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่คิดดี หรือมี Positive Thinking คือการคิดในด้านบวก     การเป็นผู้นำจะต้องมีวิสัยทัศน์ ต้องกล้าตัดสินใจ ต้องตัดสันใจได้ทันการณ์ และเมื่อได้ตัดสินใจไปแล้วต้องไม่มีปัญหาตามมา และที่สำคัญผู้นำต้องมีอำนาจ  ต้องสร้างอำนาจและต้องใช้อำนาจให้ถูกต้องอีกด้วย  นางสาวสุพรรษา  อาลี  รหัสประจำตัว  106242002.. ปริญญาโท MBA รุ่นที่ 7มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
นางสาวกนกลักษณ์  เร้าเลิศฤทธิ์ MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดหัวหิน เมื่อ อ. 27 ก.พ. 50 @ 10:30   ก่อนได้เรียนเรื่องภาวะผู้นำ (Leadership)ตามความเข้าใจผู้นำคือ เจ้าของกิจการและจะต้องมีทั้งพระเดชพระคุณ และจำต้องมีความรู้ความสามารถในกิจการนั้นอย่างดี  หลังจากเรียนเรื่องภาวะผู้นำ ได้รับความรู้มากมายว่า ผู้นำจะต้องมีการตื่นตัวอยู่เสมอและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอด ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องกิจการงานที่เราทำ แต่รวมไปถึงความรู้ใหม่ๆ และการใช้หลักธรรมะเข้ามาช่วยในการเป็นผู้นำ อย่างเช่น ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน 1.สามารถนำเสนอความคิดใหม่ ซึ่งจะต้องมีทุนความรู้ ทุนปัญญา ทุนทางสังคม ทุนทาง IT  2.สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้ ซึ่งจะต้องมีทุนความเป็นมนุษย์ ทุนทางความสุข 3.สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้ ซึ่งจะต้องมีทุนจริยธรรม คุณธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ตามทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์และผู้นำที่ดีต้องหลีกเลี่ยงเชื้อไวรัสร้าย  เช่น 
  • การมุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง 
  • ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ  ยึดมั่น  มีอัตตาสูง 
  • ห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก 
  • ขาดความรับผิดชอบ 
  • ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้ 
  • ไม่คิดสร้างตัวตายตัวแทน 
  • แต่งตั้งคนไม่ดีอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ 
  • แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง 
  • ขาดความรู้ 
สวัสดีครับ ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ เพื่อน ๆ นักศึกษา MBA STAMFORD UNIVERSITY HUAHIN และผู้อ่านทุก ๆ ท่าน ในวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2550 ได้เรียนเรื่องภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง จากท่าน อ.ยม นาคสุข และท่านได้แนะนำให้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม และให้คำถามว่า เรียนเรื่องภาวะผู้นำเรียนแล้วได้ความรู้อะไรบ้าง จากการเรียนวิชาภาวะผู้นำได้ความรู้ดังนี้ ปัจจุบันเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และถ้าใครไม่มีการปรับเปลี่ยนก็จะเปรียบเสมือนไดโนเสาร์ที่ไม่สามารถปรับตัวและดำรงชีวิตมาถึงยุคปัจจุบัน ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร ภาวะผู้นำ : เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ The Energy that Drives Your Organization towards Excellence ผู้นำ (Leader) คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ภาวะผู้นำ (Leadership) เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ผู้นำที่ดีต้อง ผู้นำที่ดีที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน(ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์) 1. สามารถนำเสนอความคิดใหม่ ๆ  ทุนความรู้  ทุนปัญญา  ทุนทางสังคม  ทุนทาง IT 2. สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้  ทุนความเป็นมนุษย์  ทุนทางความสุข 3. สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้  ทุนจริยธรรม คุณธรรม  ทุนแห่งความยั่งยืน ภาวะผู้นำกับการสร้างอำนาจ 1. อำนาจจะเกิดได้จากการให้ ให้โอกาส ให้ความรัก ให้อภัย ให้สิ่งของ (การให้ทาน) 2. อำนาจสร้างด้วยการติ เป็นการติแต่ต้องมีเทคนิคในการติ เช่น เวลาเตือนให้เตือนเบาๆ เวลาชมให้ชมดังๆเพื่อคนอื่นจะได้ชื่นชมด้วย 3. อำนาจสร้างได้จากการแสดงเป็นผู้รู้ เป็นการแสดงความสามารถของตนเอง 4. อำนาจสร้างโดยการอ้างอิง อ้างถึงบุคคลที่มีอำนาจกว่าเราเช่นเจ้านาย อย่างไรก็ตามการอ้างถึงควรอ้างถึงในทางที่ดี ควรคำนึงถึงจริยธรรมและคุณธรรม 5. อำนาจทางนิติกรรม Best Leaders (Susan Annunzio .2006 eLEADERSHIP: 27-32) 1. Honesty 2. Responsiveness 3. Vigilance = Continued Success 4. Livingness to learn and relearn 5. Sense of adventure 6. Vision 7. Altruism คุณค่าของผู้นำ 1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน 2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล 3. มีความสามารถ 4. มีความสำนึกรับผิดชอบ 5. มีความเป็นกลาง 6. การมุ่งผลสำเร็จ 7. ความเป็นมืออาชีพ ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี และเป็นเชื้อไวรัสร้าย ทำลายล้างผู้นำและองค์การทั้งภาครัฐและเอกชน 1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว 2. ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง 3. ห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก 4. ขาดความรับผิดชอบ 5. ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นตัดสินใจแทนตนได้ 6. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน 7. แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องดำรงตำเเหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง 8. ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ 9. ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ 1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ 2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม 3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ Leadership Competeny Definitions สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ 1. ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง 2. ศักยภาพในการเป็นผู้นำ 3. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ 4. ความเฉียบคมทางการบริหาร 5. การสร้างความเข้าใจ/การติดต่อสื่อสาร สมรรถนะหลักของผู้นำ (ภาครัฐ) แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม 1. สมรรถนะการบริหารคน 2. สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร 3. สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ 4. สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ และควรเพิ่มอีก 1 กลุ่มคือ 5. สมรรถนะความรอบรู้ ทางด้านความรู้ใหม่ ๆ ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ 1. ทุนแห่งความยั่งยืน 2. ทุนทางสังคม 3. ทุนทางจริยธรรม 4. ทุนแห่งความสุข 5. ทุนทาง IT 6. ทุนทางปัญญา 7. ทุนทางความรู้ ทักษะ Mind set 8. ทุนมนุษย์ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 1. พอประมาณ 2. มีเหตุผล 3. มีภูมคุ้มกันในตัวที่ดี เงื่อนไข 1. เงื่อนไขความรู้ รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง 2. เงื่อนไขคุณธรรม ซื่อสัตว์สุจริต บรรษัทภิบาลที่ดี 1. ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย 2. ความโปร่งใส 3. ความซื่อสัตย์ 4. ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติตามหน้าที่ 5. ความสามารถในการแข่งขัน หลังจากที่ได้ทำงานกลุ่มก็ได้แนวทางในแก้ปัญหาดังนี้ 1. หาตัวปัญหา 2. สาเหตุ 3. แนวทางเลือกในการแก้ไขปัญหา 4. ลงมือปฏิบัติตามแผน ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ก็ได้ตรงกับ อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) นิโรธ (ความดับทุกข์) และมรรค (คือทางที่จะพ้นทุกข์) ท้ายนี้ผมขอกราบขอบพระคุณท่าน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อ.ยม นาคสุข ที่ได้เสียสละเวลาของท่านเพื่อมาให้ความรู้ให้กับพวกเรา ชาว MBA STAMFORD ผมนายวิวัฒน์ นาเวียง นักศึกษา MBA ID 106342001

สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

 

เรียนเรื่องภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง จากท่าน อ.ยม นาคสุข ในวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2550
ฝิ่นส่งการบ้านเข้าไปใน e mail ของ อ. ยม ไปแล้วค่ะ เพราะตอนแรก หา blog ไม่เจอ....
ฝิ่นโทรแจ้ง อ.ยม แล้วขอความกรุณาท่าน อ.ยม ช่วย copy การบ้านส่งมาใส่ที่ blog นี้ค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
จารุวรรณ ยุ่นประยงค์
MBA 6  : 106142009
Stamford International University Hua Hin

 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด หัวหินและผู้อ่านทุกท่าน จาการที่ได้เข้ารับการศึกษาเมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมาพอที่จะสรุปใจความสำคัญต่างๆที่ได้เรียนรู้จากท่าน อ.ยม ดังนี้  1.    โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง2.    ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร3.    ความหมาย ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของผู้นำ 4.    กรอบแนวความคิด แนวคิดทฤษฎีฯ5.    สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่6.    แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ7.    กิจกรรมกลุ่มแต่ที่ท่าน อ.ยม ได้เน้นเป็นพิเศษได้แก่ ·       ความแตกต่างระหว่างผู้นำและภาวะผู้นำ·       ทฤษฏี 8 k’s (ทฤษฏีต้นไม้) ·       ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผู้นำคือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ (ในที่นี้ผู้นำคือบุคคล)ส่วนภาวะผู้นำคือ เป็นความสารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร (หรือกล่าวง่ายๆว่าภาวะผู้นำคือพฤติกรรม)ทฤษฏีต้นไม้ ผู้นำที่ดีควรมี 3 ลักษณะ(8ทุน) อยู่ในตน v   ลักษณะแรก สามารถนำเสนอแนวความคิดใหม่1.    ทุนความรู้     ใฝ่รู้หมั่นศึกษาหาความรู้2.    ทุนปัญญา     มีสติ3.    ทุนสังคม             มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี คิดบวก4.    ทุน IT         มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์v   ลักษณะที่สอง สามารถสร้างความสุขให้กับตัวเราเองได้5.    ทุนมนุษย์     ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่ในครรภ์มารดา อยู่ดี กินดี6.    ทุนความสุข   มีความสุขที่เผื่อแผ่คนอื่นได้v   ลักษณะสุดท้าย สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้7.    ทุนจริยธรรม คุณธรรม           มีจริยธรรมและคุณธรรมในจิตใจ8.    ทุนแห่งความยั่งยืน        มีความมั่นคงและยั่งยืน คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร1.    การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)2.     ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)3.    มีความสามารถ (Competence)4.     มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)5.     มีความเป็นกลาง (Neutrality) 6.     การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation) 7.     ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)  ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี1.    มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง2.    ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง3.    ขาดความรับผิดชอบ 4.    การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้5.    ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน6.     แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง7.     ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม 8.    ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ9.      ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯทฤษฏีภาวการณ์เป็นผู้นำ1.    ทฤษฏีเกี่ยวกับลักษณะ  (ยุคโบราณนิยมใช้ แต่ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ เช่น ซีพีก่อนรับคนเข้าทำงานก็ยังมีการดูโหวเฮ้ง)2.    ทฤษฏีทางด้านพฤติกรรม กล่าวถึงพฤติกรรมของผู้นำประเภทต่างๆ3.    ทฤษฏีทางด้านสถานการณ์ เช่น ประเทศไทยหลังปฏิรูปต้องการ นายกที่มีลักษณะสมานฉันท์  เราจึงได้ท่าน สุรยุทธ์มากเป็นนายก ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการ ใน ศตวรรษที่ 211.    สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจตน2.    แสงหา  รักษา  พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่ตลอดเวลา3.    สร้างแนวคิดใหม่ๆในการทำงาน4.    ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำได้ผลดี  (ผมคิดว่าควรใช้คำว่ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล น่าจะครอบครุมมากกว่านะครับ5.    แสวงหา รักษา ลูกค้าได้ดี6.    สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์กร  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   3  หลักการ 2 เงื่อนไข  ได้แก่1.    พอประมาณ2.    มีเหตุผล3.    มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี4.    เงื่อนไขความรู้  รอบรู้  รอบคอบ  ระมัดระวัง5.    เงื่อนไขคุณธรรม  ซื่อสัตย์  มีสติปัญญา  ขยัน  อดทน  แบ่งปันจะนำไปสู่  เศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรม  ที่สมดุลพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคตฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กับภาวะผู้นำ 1.    รอบรู้ ใฝ่รู้2.    คู่คุณธรรม3.    มีเหตุ มีผล4.    รู้ตน พอประมาณ5.    มองการณ์ไกล ใส่ใจภูมิคุ้มกัน เศรษฐกิจพอเพียง&ทฤษฏีใหม่ทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 1ความพอเพียงระดับบุคคล  นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐานทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 2 ความพอเพียงระดับชุมชน/องค์กร  นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้าทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 3ความพอเพียงระดับประเทศ นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า พัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำ 1.    คล่องคิด (Mental Agility) ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา2.    คล่องคน (People Agility) รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้3.    คล่องผล (Result Agility) ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้4.    คล่องเปลี่ยน (Change Agility) ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้าง นวัตกรรม     นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วท่าน อ.ยมได้สอนให้ สังเกตภาวะผู้นำของผู้อื่นโดยการให้สังเกตว่าผู้ที่ออกมาพรีเซ้นต์หน้าชั้นมีพฤติกรรมอย่างไรบ้างและพฤติกรรมข้อใดควรเอาเยี่ยงอย่าง  และมีความรู้และคำพูดคมๆให้ขบคิด  เช่น บุญ คือ  สนใจ  ใส่ใจ  และเอาใจใส่  และที่สำคัญและลืมไม่ได้คือ ซึ่งเป็นปัญหาในการเขียนข้อสอบของผม ท่าน อ.ยมได้เสนอแนะวิธี การพูด  การเขียน Blog หรือข้อสอบ คือ  1.เปิดประเด็น  2.ดำเนินเรื่อง  3.สรุปพร้อมเสนอแนะ  ซึ่งกระผมจะพยายามทำให้ได้และข้อให้ท่าน อ.ยม และท่าน ศ.ดร.จีระ  ช่วยวิจารณ์ผมในเรื่องนี้ด้วย จักเป็นประคุณอย่างสูงครับ

ขอสวัสดี  อาจารย์จีระ และ อาจารย์ยม ที่เคารพค่ะ  จากที่ดิฉันได้เรียนวิชา ภาวะผู้นำ สอนโดย อ.ยม นาคสุข  เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2550 ทำให้ทราบถึงความหมายของคำว่า ผู้นำ และ ภาวะผู้นำ นั่นก็คือ ผู้นำ หมายถึง ตัวบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้  ส่วน ภาวะผู้นำ คือ พฤติกรรม และความคิดของผู้นำที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งผู้นำที่ดีนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ และการเป็นผู้นำที่ดีต้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะ และความประพฤติตรงกับทฤษฎีที่ว่าด้วยคุณค่าของผู้นำ, ทฤษฎี 8 K’s  และทฤษฎีภาวการณ์เป็นผู้นำที่ดี เป็นต้น ดังที่อาจารย์ได้อธิบายอย่างละเอียดไปแล้วนั้น และสิ่งหนึ่งที่ อาจารย์ได้เน้นย้ำ และดิฉันก็จำได้ขึ้นใจว่า การจะเป็นผู้นำที่ดี มีคสามสามารถ อีกทั้งสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้นั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องเป็นผู้นำที่มี  Positive Thinking และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่าทรัพยากรมนุษย์ Human Resource

                สุดท้ายนี้ดิฉันขอขอบพระคุณท่าน อ.ยม เป็นอย่างสูงที่ช่วยให้ความกระจ่างในความหมายของคำว่า ผู้นำ และภาวะผู้นำได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ก่อนเข้าใจเพียงแค่ว่า การเป็นคนเก่ง และเป็นคนดี ก็เป็นผู้นำที่ดีได้ แต่จากการที่ได้มาเรียน ทำให้รู้เลยว่า ยังมีกลยุทธ์ต่างๆ อีกมากมายที่จะสร้างเสริมภาวะผู้นำ ให้เป็นผู้นำที่ดีได้

กรบเรียนท่าน ศ. ดร. จีระ  หงส์ลดารมณ์ , ท่านอาจารย์ยม  นาคสุข  และสวัสดี พี่ ๆ ทีมงานที่น่ารักทุกท่าน

 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4  กุมภาพันธ์ 2550  ที่ผ่านมา  ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่ายิ่งที่ได้มีโอกาสฟังการบรรยายขอท่าน Mr. Leigh Scott  ในหัวข้อเรื่อง “Leadership & Coaching”  ซึ่งเป็นหัวข้อที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก  และที่ขาดเสียมิได้คือ อาจารย์ยม  นาคสุข  ที่ช่วยกรุณาถ่ายทอดเป็นภาษาไทยได้อย่างดีเยี่ยม  ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ  และดิฉันขอชื่นชมในความตั้งใจจริงของท่านอาจารย์ Mr. Leigh Scott  ที่ท่านได้ทำเอกสารการเรียนการสอนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  เนื้อหาในวันนั้น  เริ่มด้วยการทำความเข้าใจรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ  หรือทฤษฎีของ  ซูนวู  ที่ว่า  “รู้เขา  รู้เรา”  เพราะทำให้เรารู้ว่าคนที่เราทำงานด้วยนั้นมีพฤติกรรมเช่นไร  โดยท่านอาจารย์ Mr. Leigh Scott  ให้นักศึกษาทำแบบสอบถาม  I- Speak Your Longuage เพื่อให้นักศึกษารู้จักตัวเองก่อนว่ามีพฤติกรรมเช่นไร  ควรปรับปรุงอะไร  เพราะการทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้น  จะต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ฉะนั้นผู้นำต้องเน้นคน  เน้นงาน  และมองการณ์ไกล
 ในช่วงบ่าย  ได้รับเกียรติอย่างสูงจากท่านทูต  ดร. พิทยา  พุกมาน  ได้กรุณาบรรยายเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ  ระหว่างญี่ปุ่นกับอาเจนตินา  ท่านพูดถึงประเทศญี่ปุ่น  ว่าทำไมถึงได้เจริญมากกว่าหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย  ทั้ง ๆ ที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม  อีกทั้งภูมิประเทศก็มีทรัพยากรธรรมชาติน้อย  แต่ญี่ปุ่นมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ  อีกทั้งระบบการบริหารงานก็เข็มแข็งกว่าประเทศไทย  คนญี่ปุ่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ  ท่านอาจารย์ ดร. พิทยา  ได้สรุปเป็นบัญญัติ  10  ประการ  ดังนี้
1. ความมีวินัย  คนญี่ปุ่นถือเรื่องการตรงต่อเวลามาก
2. ความขยัน  อดทนเป็น
3. Enterpire Sperit  กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ
4. Team Work  คนญี่ปุ่นยึดฉันทามติ จงรักภักดีต่อองค์กร  ทำงานแบบอุทิศ  ทุ่มเท
5. มีนิสัยรักการอ่าน
6. รักความสะอาด  ความบริสุทธิ์
7. มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูง
8. มีมารยาททางสังคม  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของญี่ปุ่น
9. หยิ่งในศักดิ์ศรี
10. พัฒนาตลอดเวลา  ไม่หยุดนิ่ง  และกระตือรือร้น
ในส่วน  ลาตินอเมริการ  นั้นประชาชนส่วนใหญ่เป็นพวกรักสวยรักงาม ใช้ชีวิตหรูหร่า  ฟุ่มเฟือย  ไม่มีวินัยทางการเงิน ฯลฯ  ซึ่งก็ทำให้ได้มุมมองว่าประเทศไทยควรนำแบบอย่างในด้านดี  ของทั้ง 2 ประเทศมาใช้  เพื่อให้เกิดประโยชน์  และพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ประเทศผู้นำในอนาคต  ต่อไป
 

  • จริยา ลิ้มธรรมรักษ์ MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
    IP: xxx.9.156.139
    เขียนเมื่อ 

 จาก

จริยา ลิ้มธรรมรักษ์ เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 22:09 (177366)

วัสดีค่ะศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ อ.ยม นาคสุข และผู้อ่านทุกท่าน  

 

    ตามที่อาจารย์ยม นาคสุขได้ให้เกียรติมาสอนวิชาภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงในวันที่ 23 -24 กุทภาพันธ์ 2550 ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจและได้ความรู้เพิ่มมากค่ะ โดยอาจารย์ได้เริ่มสอนในหัวข้อเรื่องดังนี้

 

1.  โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

-คนงานส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา มีความฉลาดขึ้น ดังนั้นกฎระเบียบการทำงานแบบเก่าๆ ไม่สามารถใช้ได้แล้ว

 

-PEST {politic economic social technology} เป็นปัจจัยภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อภาวะผู้นำ

 

-ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงปริมาณและคุณภาพ ถ้าไม่ปรับเปลี่ยน ลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงไปซื้อรายอื่น        

 

2. ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร

 

-สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของตนที่นับวันยากแก่การคาดคะเน

 

-แสวงหา รักษา พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ

 

-สร้างแนวคิดใหม่ๆของการงานของตนอยู่เสมอ

 

-ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำได้ผลดี

 

-แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี

 

-สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจกรรมขององค์กร

 

-โดยการสร้างความได้เปรียบขององค์กรในการแข่งขันเรื่องคน ถ้าคนในองค์กรนั้นเก่ง และดี องค์กรนั้นจะได้เปรียบ

 

3.ผู้นำ หมายถึงบุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและความสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ 

 

ภาวะผู้นำ หมายถึง เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร      

 

3.1ผู้นำที่ฉลาดควรมีลักษณะดังนี้      

-สามารถเสนอแนวความคิดใหม่ คือมีทุนความรู้ ทุนปัญญา ทุนทางสังคม ทุนทางIT       

 

-สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้ คือมีทุนความเป็นมนุษย์  ทุนทางความสุข      

 

-สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้ คือ มีทุนทางจริยธรรมคุณธรรม ทุนแหเงความยั่งยืน      

 

3.2คุณค่าของผู้นำ      

 

-การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม      

-ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล      

-มีความสามารถ      

-มีความสำนึกรับผิดชอบ      

-มีความเป็นกลาง      

-การมุ่งสัมฤทธิ์ผล      

-ความเป็นมืออาชีพ

 

*****ผู้นำที่ดีต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ******

 

เช่น BILL GATES มีภาวะผู้นำคือใฝ่รู้ คิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ มีอัฉริยะทางปัญญา กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ      

 

3.3ผู้นำต้องมีการสร้างและรักษาอำนาจ ซึ่งจะเกิดได้จาก      

 

-การให้(ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้อภัย)

-การติด้วยความเมตตา

-การแสดงเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง

-อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง

-อำนาจทางนิติกรรม      

 

4.กรอบแนวความคิด ทฤษฎี               

4.1ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ : ลักษณะและทักษะของผู้นำที่ดีจะทำงานสำเร็จด้วยดีและเป็นที่พอใจของผู้ใต้บังคับบัญชาจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ             

 

4.2ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม               

4.3ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์      

 

5.สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่               

 

5.1ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง             

 

-การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก ความยืดหยุ่น จูงใจใฝ่บริหาร การคิดเชิงกลยุทธ์  มองการณ์ไกลได้ดี             

 

5.2ศักยภาพในการเป็นผู้นำ             

-การบริหารความขัดแย้ง ตระหนักในคุณค่าทางนวัตกรรม ความจงรักภักดี สร้างทีมงาน             

 

5.3มุ่งไปสู่ผลลัพธ์             

-ความรับผิดชอบ การให้บริการลูกค้า การตัดสินใจ ความเป็นผู้ประกอบการ การแก้ไขปัญหา มีเทคนิคที่เชื่อถือได้             

 

5.4ความเฉียบคมทางการบริหาร             

 

-มีความรู้ลึก มีวิสัยทัศน์ บริหารเชิงรุกเช่น CEO concept ผู้นำต้องสนใจ customer satisfaction,employee satisfaction,organization result             

 

5.5การสร้างความเข้าใจ/การติดต่อสื่อสาร             

 

-การเจรจาต่อรอง การโน้มน้าวใจ ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา ความสามารถในการมีส่วนร่วม ความรอบรู้ด้านการเมือง ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียน      

 

6.แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ

 

-ภาวะผู้นำตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง (3ห่วง2เงื่อนไข)คือ

 

3 ห่วงคือผู้นำต้องมีเหตุมีผล มีความพอดีพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

 

2 เงื่อนไขคือ เงื่อนไขความรู้(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) เงื่อนไขคุณธรรม(ซื่อสัตย์สุจริต สติปัญญาขยันอดทน แบ่งปัน)

 

สรุปและข้อเสนอแนะ      

 

คนเมื่อมีทุนมนุษย์ที่ (ได้รับการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนมาอย่างดี) จะทำให้สามารถเป็นผู้นำที่ดี และต้องมีภาวะผู้นำคือ มีความคิดดี {positive ting} มีอัตตาต่ำมีทุนทั้ง 8 ประการดังที่ได้กล่าวมาแล้ว มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้นำที่ความเฉียบคมทางการบริหาร  มุ่งสัมฤทธิ์ผล สร้างความเข้าใจ ภาวะผู้นำในอนาคตควรจะต้องมีทุนแห่งความพอเพียงเพิ่มขึ้นมารวมทั้งในการปกครองภาครัฐและภาคเอกชน คือมีความรอบรู้ มีคุณธรรม มีเหตุมีผล รู้จักประมาณ มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จ และมีภาวะผู้นำที่ยั่งยืน      

 

**ข้อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีในอนาคตของประเทศไทย ควรจะมีภาวะผู้นำแบบไหน      

-ต้องมาจากการเมือง  รอบรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์    ต้องมีความสนใจ ใส่ใจ เอาใจใส่เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก   ต้องศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลาเป็นความรู้ที่สด    มีความเป็นนักวิชาการ รู้แล้วถ่ายทอดได้    มีความเป็น GLOBALIZATION

 

7.ภาพรวมของการจัดการทรัพยากรมนุษย์      

 

การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นศิลปะการจัดการเกี่ยวกับบุคคล ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน เพื่อให้งานบรรลุผลตามเป้าหมายขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน  

 

หน้าที่ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์คือ 1.สรรหา 2. พัฒนา 3.รักษาไว้ 4.ใช้ประโยชน์ 

 

**จักรยานนานไปก็เสื่อม แต่คนถ้าทะนุบำรุง พัฒนา ยิ่งนานยิ่งเก่งกล้า แต่ในทำนองเดียวกัน คนถ้าไม่ดูแลพัฒนาก็เสื่อมหรือเสื่อมเร็วกว่าวัตถุด้วย**

 

การบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ คือ ใช้คนน้อย มืออาชีพ มีมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม โปร่งใส พร้อมรับผิด มีการทำข้อตกลงหรือผิดสัญญา

 

จริยา ลิ้มธรรมรักษ์

106242001 MBA7

จาก นายราเชนทร์ แดงโรจน์ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 10:35 (177932) มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด (หัวหิน)
 
 หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิตรหัสวิชา / ชื่อวิชา ภว.524 ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

อาจารย์ผู้สอน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีม Chira Academy

  

ในการสอนของอาจารย์ยม นาคสุข ในวันศุกร์ ที่ 23 และ เสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2550 มีคำถามให้กับนักศึกษาในชั้นเรียนว่า ทั้ง 2 วันที่ผ่านมานั้นเรียนกับอาจารย์แล้วได้อะไร?”

 

ผมเป็นหนึ่งในนักศึกษาในชั้นเรียนที่อาจารย์ยมสอน เนื้อหาที่อาจารย์สอนจะครอบคลุมเน้นในเรื่อง ความหมายของผู้นำและภาวะผู้นำทำให้สิ่งที่ผมได้รับคือ

  1. ได้เข้าใจความหมายของผู้นำ และภาวะผู้นำ แยกออกจากกันโดยชัดเจน
  2. ผู้นำที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร / แนวทางสู่การเป็นผู้นำที่ดีแห่งยุค
  3. สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ
  4. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 
  5.  แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำ
  6. ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการในศตวรรษที่ 21
 

จากความรู้ดังกล่าวข้างต้น ผมสามารถนำกลับมาใช้พิจารณาปรับปรุงตนเองในส่วนที่ขาดหรือยังไม่เคยปฏิบัติหรือปฏิบัติยังไม่ถูกต้องในฐานะส่วนที่จะต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำ

  

ตลอดจนสามารถนำความรู้ดังกล่าวข้างต้นมาประยุกต์เป็นแผนงานใช้กับองค์กรที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน พร้อมกับนึกถึงสังคมไทย ในแง่มุมของผู้นำประเทศไทยในอดีต, ปัจจุบัน และอนาคตที่อาจจะมีการเลือกตั้งรัฐบาลที่มาจากประชามติของประชาชนชาวไทย ที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2550 นี้ ว่าผู้นำของประเทศไทยควรจะมีคุณสมบัติและมีภาวะผู้นำอย่างไร

  

ซึ่งในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนไทยที่มีสิทธิออกเสียงคงจะต้องพิจารณาและชี้ชวนให้บุคคลรอบข้างเลือกผู้นำในแนวทางที่อาจารย์ได้สอน หรือมีภาวะผู้นำใกล้เคียงกับทฤษฎี เนื่องจากผู้นำจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมไทยจากสังคมที่เล็กที่สุด คือ ครอบครัว และครอบครัวใหญ่ ก็คือประเทศชาติว่าจะมีทิศทางหรือแนวโน้มดีหรือไม่ดีได้อย่างไร

  

ราเชนทร์ แดงโรจน์

 รหัส 106242005 

ชื่อ: Jaruwan Yunprayong ( Finn) MBA 6 106142009


อีเมล: [email protected]


ชื่อเรื่อง: ได้อะไรจากการเรียน ภาวะการเป็นผู้นำ (Feb 23-24,2007)

เนื้อความ:

 

  1. ได้รู้เรียนรู้หลักการเป็นผู้นำที่ดี รายละเอียดตามที่ อาจารย์สอน และสามารถอ่านในหนังสือและชีทประกอบการสอน จึงไม่ได้เขียนนะค๊ะ
    เพราะลอกในชีทได้....ฝิ่นว่าอาจารย์ก็รู้อยู่ดีว่าลอกมาจากชีท
  2. ได้เห็นการแสดงออกและความคิด รวมทั้งวิสัยทัศน์ของเพื่อนๆในห้อง
    ที่แตกต่างกันไป
  3. ได้เห็นการ present ของเพื่อนๆ ในห้องที่แตกต่างกันและสามารถนำข้อดีของแต่ละคนมาพัฒนาตัวเองได้
  4. ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างกับเพื่อนๆ และอาจารย์ซึ่งแต่ละคนก็มีความคิดเห็นและมุมมองต่างกัน ทำให้เราได้มองเห็นอีกมุมหนึ่งที่คิดไม่ถึง
  5. เป็นการวัดความรู้รอบตัวของแต่ละกลุ่มที่ออกมา persent ด้วย เพราะบางเรื่องที่เพื่อนพูดเราก็ไม่เคยรู้ และเรื่องที่เราพูดเพื่อนบางคนก็ไม่เคยรู้เช่นกัน
  6. ได้รู้ว่าเพื่อนๆ แต่ละคนมีประสบการณ์แตกต่างกัน เพราะบางคนกล้าที่จะแสดงออกและมีความเป็นผู้นำในตัวเองจากการที่ได้แสดงออกมา และบางคนก็ยังอายและประหม่าในการพูด ซึ่งทำให้เห็นถึงชั่วโมงบินที่ต่างกัน
    หมายถึงประสบการณ์ที่ต่างกัน
  7. การที่อาจารย์ comment ในการ present ของแตละคนเป็นข้อดี ทำให้ทุกคนสามารถนำไปปรับปรุงในสิ่งที่บกพร่องได้
  8. นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย
  9. เรียนแล้วอยากเป็นผู้นำที่ดี และเก่งค่ะ
  10. อยากให้ถึงวันศุกร์เร็วๆ

ค่ะ จะได้เรียนอีก....


------------------------------------------------------------
อีเมลฉบับนี้ส่งมาจาก
203.113.28.4


ขอบคุณ

Jaruwan

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด หัวหินและผู้อ่านทุกท่าน จาการที่ได้เข้ารับการศึกษาเมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมาพอที่จะสรุปใจความสำคัญต่างๆที่ได้เรียนรู้จากท่าน อ.ยม ดังนี้  1.   โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง2.   ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร3.   ความหมาย ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของผู้นำ 4.   กรอบแนวความคิด แนวคิดทฤษฎีฯ5.   สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่6.   แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ7.   กิจกรรมกลุ่มแต่ที่ท่าน อ.ยม ได้เน้นเป็นพิเศษได้แก่ ·       ความแตกต่างระหว่างผู้นำและภาวะผู้นำ·       ทฤษฏี 8 k’s (ทฤษฏีต้นไม้) ·       ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผู้นำคือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ (ในที่นี้ผู้นำคือบุคคล)ส่วนภาวะผู้นำคือ เป็นความสารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร (หรือกล่าวง่ายๆว่าภาวะผู้นำคือพฤติกรรม)ทฤษฏีต้นไม้ ผู้นำที่ดีควรมี 3 ลักษณะ(8ทุน) อยู่ในตน v   ลักษณะแรก สามารถนำเสนอแนวความคิดใหม่1.   ทุนความรู้     ใฝ่รู้หมั่นศึกษาหาความรู้2.   ทุนปัญญา     มีสติ3.   ทุนสังคม             มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี คิดบวก4.   ทุน IT         มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์v   ลักษณะที่สอง สามารถสร้างความสุขให้กับตัวเราเองได้5.   ทุนมนุษย์     ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่ในครรภ์มารดา อยู่ดี กินดี6.   ทุนความสุข   มีความสุขที่เผื่อแผ่คนอื่นได้v   ลักษณะสุดท้าย สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้7.   ทุนจริยธรรม คุณธรรม           มีจริยธรรมและคุณธรรมในจิตใจ8.   ทุนแห่งความยั่งยืน        มีความมั่นคงและยั่งยืน คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร1.   การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)2.    ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)3.   มีความสามารถ (Competence)4.    มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)5.    มีความเป็นกลาง (Neutrality) 6.    การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation) 7.    ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)  ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี1.   มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง2.   ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง3.   ขาดความรับผิดชอบ 4.   การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้5.   ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน6.    แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง7.    ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม 8.   ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ9.     ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯทฤษฏีภาวการณ์เป็นผู้นำ1.   ทฤษฏีเกี่ยวกับลักษณะ  (ยุคโบราณนิยมใช้ แต่ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ เช่น ซีพีก่อนรับคนเข้าทำงานก็ยังมีการดูโหวเฮ้ง)2.   ทฤษฏีทางด้านพฤติกรรม กล่าวถึงพฤติกรรมของผู้นำประเภทต่างๆ3.   ทฤษฏีทางด้านสถานการณ์ เช่น ประเทศไทยหลังปฏิรูปต้องการ นายกที่มีลักษณะสมานฉันท์  เราจึงได้ท่าน สุรยุทธ์มากเป็นนายก ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการ ใน ศตวรรษที่ 211.   สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจตน2.   แสงหา  รักษา  พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่ตลอดเวลา3.   สร้างแนวคิดใหม่ๆในการทำงาน4.   ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำได้ผลดี  (ผมคิดว่าควรใช้คำว่ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล น่าจะครอบครุมมากกว่านะครับ5.   แสวงหา รักษา ลูกค้าได้ดี6.   สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์กร  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   3  หลักการ 2 เงื่อนไข  ได้แก่1.   พอประมาณ2.   มีเหตุผล3.   มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี4.   เงื่อนไขความรู้  รอบรู้  รอบคอบ  ระมัดระวัง5.   เงื่อนไขคุณธรรม  ซื่อสัตย์  มีสติปัญญา  ขยัน  อดทน  แบ่งปันจะนำไปสู่  เศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรม  ที่สมดุลพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคตฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กับภาวะผู้นำ 1.   รอบรู้ ใฝ่รู้2.   คู่คุณธรรม3.   มีเหตุ มีผล4.   รู้ตน พอประมาณ5.   มองการณ์ไกล ใส่ใจภูมิคุ้มกัน เศรษฐกิจพอเพียง&ทฤษฏีใหม่ทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 1ความพอเพียงระดับบุคคล  นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐานทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 2 ความพอเพียงระดับชุมชน/องค์กร  นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้าทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 3ความพอเพียงระดับประเทศ นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า พัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำ 1.   คล่องคิด (Mental Agility) ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา2.   คล่องคน (People Agility) รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้3.   คล่องผล (Result Agility) ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้4.   คล่องเปลี่ยน (Change Agility) ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้าง นวัตกรรม     นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วท่าน อ.ยมได้สอนให้ สังเกตภาวะผู้นำของผู้อื่นโดยการให้สังเกตว่าผู้ที่ออกมาพรีเซ้นต์หน้าชั้นมีพฤติกรรมอย่างไรบ้างและพฤติกรรมข้อใดควรเอาเยี่ยงอย่าง  และมีความรู้และคำพูดคมๆให้ขบคิด  เช่น บุญ คือ  สนใจ  ใส่ใจ  และเอาใจใส่  และที่สำคัญและลืมไม่ได้คือ ซึ่งเป็นปัญหาในการเขียนข้อสอบของผม ท่าน อ.ยมได้เสนอแนะวิธี การพูด  การเขียน Blog หรือข้อสอบ คือ  1.เปิดประเด็น  2.ดำเนินเรื่อง  3.สรุปพร้อมเสนอแนะ  ซึ่งกระผมจะพยายามทำให้ได้และข้อให้ท่าน อ.ยม และท่าน ศ.ดร.จีระ  ช่วยวิจารณ์ผมในเรื่องนี้ด้วย จักเป็นประคุณอย่างสูงครับ
  • นางสาวปณิธาน เชื้อชาติ MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน
    IP: xxx.146.63.185
    เขียนเมื่อ 

 สวัสดี ดร.จีระ และผู้อ่านทุกท่าน

จากที่ดิฉันได้เรียนในห้องวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2550 ทำให้ทราบถึงเนื้อหาดังนี้ผู้นำ  คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ ภาวะผู้นำ  เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร  ลักษณะผู้นำที่ดีผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน1.  สามารถนำเสนอความคิดใหม่
  • ทุนความรู้
  • ทุนปัญญา
  • ทุนทางสังคม
2.  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้
  • ทุนความเป็นมนุษย์
  • ทุนทางความสุข
3.  สามารถสร้างความสุขให้กับคนอื่นได้
  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม
  • ทุนแห่งความยั่งยืน
คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร
  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4.  มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5.  มีความเป็นกลาง
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล
  7.  ความเป็นมืออาชีพ
ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี
  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ขาดความรับผิดชอบ
  4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  6.  แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  7.  ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
  8. ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9.   ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ
ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ
  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม
  3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์
พัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำ
  1. คล่องคิด  ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา
  2. คล่องคน  รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้
  3. คล่องผล  ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้
  4. คล่องเปลี่ยน ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้างนวัตกรรม
สรุป การที่จะเป็นผู้นำที่ดีต้องมีภาวะผู้นำ องค์กรจะสำเร็จได้อยู่ที่ภาวะผู้นำที่มีอัตราต่ำ และต้องมีPositive Thinking  ผู้นำต้องคิดบวกมากกว่าคิดลบ และมองลูกน้องต้องมอง 2 ด้าน จึงจะทำให้องค์กรประสบผลสำเร็จ
  • นางสาวนภาพร พิพัฒน์ MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน
    IP: xxx.146.63.185
    เขียนเมื่อ 
สวัสดี ดร.จีระ และผู้อ่านทุกท่าน          จากที่ดิฉันได้เรียนในห้องทำให้ทราบถึงคำว่าผู้นำหมายถึง บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ภาวะผู้นำหมายถึงความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมันและให้การสนับสนุน ผลักดันบุคคล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรทฤษฎีภาวะการณ์เป็นผู้นำแบ่งออกเป็นดังนี้
  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม
  3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์
สรุป ผู้นำคือตัวบุคคล ภาวะผู้นำคือพฤติกรรม การเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีภาวะผู้นำรวมอยู่ด้วย และสิ่งที่สำคัญคือคุณค่าของผู้นำเอง จึงจะทำให้องค์กรประสบผลสำเร็จถึงเป้าหมายอย่างดีเยี่ยม นางสาวนภาพร  พิพัฒน์  รหัส 106142007
  • นายเตชะสิทธิ์ หอมฟุ้ง MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน
    IP: xxx.146.63.185
    เขียนเมื่อ 
 สวัสดี ดร.จีระ และผู้อ่านทุกท่าน 

จากการที่ได้เรียนในวิชา ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ทำให้ผมได้ทราบถึงเนื้อหาดังนี้

 

ผู้นำ (Leader) คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ 

 ภาวะผู้นำ Leadership เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร  ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ1.      ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ 2.      ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม3.      ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์  1.   ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ   มีความเชื่อว่า ผู้นำที่มีคุณลักษณะดี จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามศาสตร์ของจีน มีการเก็บข้อมูลลักษณะของผู้นำว่า มีลักษณะสูงใหญ่ คิ้วดก ขนดกดำ สังเกตจากรูปภาพแม่ทัพจีนโบราณ ซุนวู เป็นต้น สัตว์ป่าจ่าฝูง เพศผู้จะมีลักษณะโครงสร้างใหญ่ มีขนสวยสง่างาม เป็นต้น ต่อมาภายหลังมีการพัฒนาการศึกษาลักษณะผู้นำ ว่าเป็นผู้ที่มีลักษณะ ดังนี้
  • มีความทะเยอทะยาน (Ambition)
  • มีความอุสาหะพากเพียร (Persistence)
  • มีความกล้าหาญ (Courage)
  • มีความเชื่อถือศรัทธา (Faith)
  • มีความซื่อสัตย์มั่นคง (Integrity)
  • มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)
  • มีความยุติธรรม (Justice)
  • มีจุดมุ่งหมาย (Objectivity)
  • มีความยืดหยุ่น (Flexibility)
  • มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decisiveness)
  • มีวินัยในตนเอง (Self-Discipline)
 2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม 
  • ผู้นำที่เน้นความสนใจที่คน ไม่ค่อยเน้นที่งาน
  • ผู้นำที่ไม่สนใจทั้งงานและคน
  • ผู้นำที่เอาใจใส่ทั้งคนและงาน
  • ผู้นำที่เน้นความสนใจที่งาน ไม่ค่อยเน้นที่คน
  • ผู้นำที่เดินสายกลาง
 3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์
  • เมื่อสถานการณ์เอื้อต่อการใช้ความเป็นผู้นำ กลุ่มจะตั้งใจทำงานโดยไม่ต้องมีการคะยั้นคะยอมาก
  • บุคคลแต่ละคนจึงควรทำงานในสถานการณ์ที่เหมาะกับแบบภาวะการเป็นผู้นำของเขา
  • ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับแบบภาวะการเป็นผู้นำของเขาเอง
  • (The Hersey-Blanchard Life Cycle Theory of Leadership) 
 สรุป  การที่จะเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คิดแบบสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ  และ ผู้นำคือตัวบุคคล ภาวะผู้นำคือการกระทำ

 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ / นักศึกษา MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด (หัวหิน) และท่านผู้อ่านทุกท่าน

การที่เราได้เข้ามาเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยนั้นผมคิดว่าการเรียนในสิ่งที่เราไม่รู้มาก่อนจะทำให้เราได้รับรู้มากขึ้นเพราะเราจะได้มุมมองที่กว้างไกลจากเดิมมากขึ้น  "ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร" ทำให้ผู้บริหารต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ในแนวทางที่ถูกต้องเพื่อการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในหัวข้อต่อไปนี้

ความแตกต่างระหว่างผู้นำและภาวะผู้นำ

ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร   
        
ภาวะผู้นำ คือ  พลังชนิดหนึ่งที่สามารถส่งแรงกระทำอันก่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลุ่มคน และนำองค์กรไปสู่การบรรลุเป้าหมายและจุดประสงค์           
ยกตัวอย่าง บิลล์ เกตส์ ผู้นำซอฟแวร์ของโลก มีภาวะผู้นำดังนี้
  1.  ใฝ่รู้
  2. คิดสร้างสรรค์
  3. คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ 
  4.  ทุนทางปัญญา
  5. กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ

ผู้นำ กับการแก้ไขปัญหา  เมื่อมีปัญหาต้องแก้ไข 

  • ต้องรู้ว่าอะไรคือตัวปัญหา
  • สาเหตุ
  • แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
  • ลงมือปฏิบัติ (เลือกวิธีที่ดีที่สุด)
  • ติดตามผลแล้ว
  • พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
หัวข้อที่ผมยกขึ้นมานี้ แสดงให้เห็นและเข้าใจถึง การที่จะเป็นผู้นำและแรงขับดันความรู้สึกของผู้นำหรือสิ่งที่ผู้นำควรมี และรูปแบบการแก้ไขปัญหาแบบผู้นำ อีกหัวข้อหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจและเห็นภาพคือความแตกต่างระหว่างการเป็นเจ้านายกับการเป็นผู้นำ
  1. ผู้นำสร้างปณิธานให้แก่ผู้ตาม
  2. ผู้นำอาศัยเจตจำนงที่เสรี
  3. ผู้นำแผ่ความรัก ปรารถนาดี
  4. ผู้นำ พูดว่า "เรา"
  5. ผู้นำแสดงให้รู้ว่าอะไรที่ผิด และควรทำอย่างไร
  6. ผู้นำรู้ว่าจะทำงานอย่างไร
  7. ผู้นำบริหารความเคารพ

 นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างจากการเรียนเรื่อง"ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร" บทเรียนนี้ได้เปิดมุมมองใหม่ในการเป็นผู้นำและพัฒนาองค์กรซึ่งเราสามารถนำไปใช้ในการบริหารงานได้เป็นอย่างดี

    การนำเอากระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่อง"เศรษฐกิจพอเพียง" นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานและได้กำหนดการพึ่งตนเองที่เป็นรูปธรรม เป็นกรอบการดำเนินงานอันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งภาคราชการ ภาคธุรกิจเอกชน และองคืกรซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จึงเห็นสมควรจำเป็นต่อการพัฒนาและกำหนดอนาคตของตัวเราเป็นอย่างยิ่ง

 สรุป  อย่างไรก็ตาม จำเป็นที่จะต้องมีผู้นำและผู้มีความสามารถในการบริหารจัดการ ตอบสนองความต้องการ ทั้งทางราชการและองค์กร ตลอดจนมีการบูรณาการ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังต้องมีความสามารถในการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้การบริการและการจัดการขององค์กร นั้นได้ประสบความสำเร็จของความต้องการ ดังจุดประสงค์ของการเรียนที่เราเรียนอยู่

  • น.ส. พนาวัลย์ คุ้มสุด นักศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจ ID 106142010
    IP: xxx.25.52.18
    เขียนเมื่อ 

                                สรุปองค์ความรู้ในภาพรวม ของ น.ส.พนาวัลย์ คุ้มสุด  จากการศึกษาระดับปริญญาโท  บริหารธุรกิจ    มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมป์ฟอร์ด 

                                ดิฉัน  น.ส. พนาวัลย์  คุ้มสุด  นักศึกษาปริญญาโท  บริหารธุรกิจ  ID  106142010         ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท  บริหารธุรกิจ  ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2549     ถึงปัจจุบัน       รายวิชาต่าง ๆ ที่ได้ศึกษาผ่านไปแล้วรวม  8  วิชา  ได้แก่  1.     กง. 524  การเงินเพื่อการจัดการ*** (FIN 524)2.     กจ. 521  องค์การและการจัดการ (MGN  521)3.     กจ. 530  กลยุทธ์การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (วิชาเลือก) *** (MGN 530)4.     ศศ. 557  เศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการ (ECO 557)5.     กต. 548  การบริหารการตลาด (MKT  548)6.     กจ. 562  การบริหารการปฏิบัติการ***(MGN 562)7.     กบ. 543  การวิเคราะห์บัญชีเพื่อผู้บริหาร (ACC 543) *****8.     กจ. 590  กลยุทธ์การจัดการ *** (MGN  590) จากความรู้ทั้งด้านวิชาการและทักษะต่าง ๆ  ที่ได้รับมีความหลากหลายมากถือว่า                เป็นการเติมเต็ม  ให้แก่ตัวดิฉันเอง  ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยเฉพาะการนำ               องค์ความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาอาชีพที่ดิฉันรับผิดชอบอยู่  ได้แก่  ร้านค้าโทรศัพท์มือถือ , ทำหน้าที่                รองนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี  ฝ่ายการศึกษา  สรุปเนื้อหาสาระที่ได้รับจากคณาจารย์ , การสัมมนา ,    ค้นคว้าเพิ่มเติม , มีประเด็นสำคัญ  ดังนี้1.  ความรู้ด้านวิชาการรายละเอียดด้านวิชาการมีความหลากหลายมาก โดยเนื้อหาในภาพรวมแบ่งได้ออกเป็น  2  กลุ่ม  คือ1.1  เนื้อหาสาระที่เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการองค์กร ได้แก่  ความรู้ด้านการเงิน , บัญชี , เศรษฐศาสตร์  จากการเรียนรู้ทำให้เข้าใจระบบบริหารต่าง ๆ , การบริหารด้านการเงินที่เหมาะสม  ตลอดจนแนวทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ   ทำให้ดิฉันสามารถนำมาเป็นพื้นฐานปรับใช้ประโยชน์ได้1.2 เนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการจัดการองค์กร ในรูปแบบต่างๆ  ,   กลยุทธ์ต่าง ๆ    ที่นำมาใช้ประกอบการดำเนินการ , การวิเคราะห์สถานการณ์ขององค์กรในประเด็นต่าง ๆ , การบริหารงานบุคคลที่มีคุณภาพ ,  ตลอดจนแนวทางการแก้ปัญหาและการบริหารงานในช่วงวิกฤติจากรายละเอียดของเนื้อหาทั้ง  8  วิชา  ที่ดิฉันได้ศึกษาแล้วมีผลอย่างมาก  ต่อตัวดิฉันและผู้เรียนทุกอื่น ๆ โดยเฉพาะแนวความคิด , การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ถูกปรับเปลี่ยนอย่างมาก  เช่น-  แนวทางการบริหารองค์กร  ทั้งภาครัฐและเอกชน  ทำเป็นระบบมากขึ้นตั้งแต่การวางแผนจัดโครงสร้างองค์กร , การจัดตั้งองค์กร , การมอบหมายงาน , การตรวจสอบ- แนวทางการจัดการทางการเงิน  โดยเฉพาะองค์กรธุรกิจเกี่ยวกับการระดมทุน ,                 การลงทุนที่เหมาะสม , กระแสเงินสด , การรักษาสภาพคล่อง , รวมทั้งการบริหารหนี้สินอย่างฉลาด-  แนวทางการบริหารงานบุคคลในองค์กร  ซึ่งรูปแบบการบริหารงานบุคคลในลักษณะต่าง ๆ เช่น  การได้มา , การรักษาไว้ , การจากไปของบุคลากร  เป็นไปอย่างมีระบบตลอดจน          ทำให้มีจริยธรรมคุณธรรม , เมตตาธรรม มากขึ้น-  แนวทางการวิเคราะห์สถานะขององค์กรในช่วงเวลาต่าง ๆ ทำได้อย่างเหมาะสม                 ด้วยการทำ SWOT  และการวิเคราะห์จาก Matrix  ต่าง ๆ ทำให้สามารถทราบความเป็นไปขององค์กร ได้อย่างชัดเจน  ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการแก้ไขและพัฒนาต่อไป-  แนวทางการแก้ไขปัญหายามวิกฤติต่าง ๆ ตามปกติผู้ที่ทำการค้า , พนักงาน ,                      ข้าราชการ  เมื่อพบกับวิกฤติรูปแบบต่าง ๆ ก็มักจะใช้ประสบการณ์ , การปรึกษา , เข้ามาแก้ปัญหา       แต่การใช้หลักวิทยาการมาร่วมด้วย  จะทำให้สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ไปได้อย่างดีและรวดเร็ว-  แนวทางการสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีทั้งคู่แข่งขัน , เพื่อนร่วมอาชีพ , องค์กรที่เกี่ยวข้อง , สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้อย่างมีคุณภาพ  ทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น  ซึ่งจะเป็นผลดี  (Win Win)  ทั้ง 2 ฝ่าย-  ทำให้เกิดความเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมของระบบการเมือง , เศรษฐกิจ , สังคม  โดยรวมมากขึ้น  อันจะเป็นพื้นฐานในการนำไปวิเคราะห์และวางแผนต่อไป-  แนวทางการปรับองค์กรให้เหมาะสม  ได้แก่  การสร้างความเจริญเติบโต ,              การยกเลิก  , การชะลอ  ให้เป็นไปตามสถานะ การณ์ที่เหมาะสมและเป็นจริงที่สุด2.  ด้านประสบการณ์ , ทักษะต่าง ๆ ที่ได้จากการศึกษาในการเรียนรู้จาก  เนื้อหา  8  รายวิชาที่ผ่านมา  ดิฉันได้มีโอกาสได้รับรู้รายละเอียด  ทางวิชาการจากคณาจารย์ , การแลกเปลี่ยนความรู้  ความเข้าใจกับคณาจารย์ , เพื่อนนักศึกษา ,                     การสัมมนา , การนำเสนอในห้องทำให้พฤติกรรมโดยส่วนตัวของดิฉันพัฒนามากขึ้น  ในหลาย ๆ ด้าน  เช่น2.1  ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น2.2  ทำให้การตัดสินใจในงานต่าง ๆ ทั้งงานในอาชีพ  และชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างรวดเร็ว , มั่นใจ  มากขึ้น2.3  ทำให้ดิฉันมีจริยธรรม , คุณธรรม , เมตตาธรรมมากขึ้น  โดยเฉพาะกับบุคลากร          ในความดูแลโดยตรงและผู้เกี่ยวข้อง2.4  ทำให้เกิดความกล้าที่จะบริหารธุรกิจของตนเอง  ให้ก้าวไกลในทุก ๆ ด้าน2.5  ทำให้ตนเองยอมรับ  การดำเนินการต่าง ๆ โดยใช้การวางแผนเป็นแม่บทในการจัดการ  และสามารถนำเสนอแผนงานที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมได้อย่างมาก3.  ด้านสังคมในโอกาสนี้ดิฉันได้เข้ามาเป็นนักศึกษา  ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้มีโอกาสพบปะกับคณาจารย์ , เพื่อนนักศึกษา , สถานประกอบการณ์ , ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่สุด  ที่ทำให้ดิฉันมีสังคมที่กว้างไกลมากขั้น , มีเพื่อนรู้ใจมากขึ้น , ตลอดจนทำให้เข้าใจความเป็นมาของสังคมในด้านต่าง ๆ มากขึ้น4.  แนวทางในอนาคตแม้ว่าดิฉันจะเริ่มเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้และได้ศึกษาตามรายวิชา             บางส่วนของหลักสูตรที่ผ่านมา  ดิฉันเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่มีโอกาสได้เข้ามารับการเติมเต็ม  ให้แก่ตนเองอันจะเป็นผลโดยตรงต่อการพัฒนาทั้งอาชีพและงานที่รับผิดชอบอื่น ๆ สำหรับแนวทาง               ในอนาคต  ดิฉันคาดว่า4.1  พื้นฐานจาก 8 ราชวิชา ที่ได้ศึกษาแล้วจะเป็นพื้นฐานในการเรียน  ตามรายวิชาสภาวะผู้นำได้ระดับหนึ่ง4.2  จะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในอาชีพที่ดำเนินการอยู่4.3  ต้องการทำหน้าที่ผู้นำสถาบันการศึกษา , องค์การต่าง ๆ หรือการพัฒนาสังคมให้ความรู้ที่ยั่งยืนตลอดไปถึงแม้ว่าดิฉันจะผ่านการศึกษาตามหลักสูตร  เพียงบางส่วนของหลักสูตรก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล่ำค่าอย่างมาก  สำหรับการศึกษาต่อไป  ตามหลักสูตรจะมีผลอย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่า  ทั้งสาระ , ประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอย่างมากตลอดไป  พนาวัลย์    คุ้มสุ ID 106142010
  • น.ส. พนาวัลย์ คุ้มสุด นักศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจ ID 106142010
    IP: xxx.25.52.18
    เขียนเมื่อ 

              สรุปองค์ความรู้ในภาพรวมของ น.ส.พนาวัลย์ คุ้มสุด  จากการศึกษาระดับปริญญาโท  บริหารธุรกิจ   มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมป์ฟอร์ด

              ดิฉัน  น.ส. พนาวัลย์  คุ้มสุด  นักศึกษาปริญญาโท  บริหารธุรกิจ  ID  106142010 ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท  บริหารธุรกิจ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน รายวิชาต่าง ๆ ที่ได้ศึกษาผ่านไปแล้วรวม  8  วิชา ได้แก่ 

  • กง. 524  การเงินเพื่อการจัดการ*** (FIN 524)
  • กจ. 521  องค์การและการจัดการ (MGN  521)
  • กจ. 530  กลยุทธ์การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (วิชาเลือก) *** (MGN 530)
  • ศศ. 557  เศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการ (ECO 557)
  • กต. 548  การบริหารการตลาด (MKT  548)
  • กจ. 562  การบริหารการปฏิบัติการ***(MGN 562)
  • กบ. 543  การวิเคราะห์บัญชีเพื่อผู้บริหาร (ACC 543) *****
  • กจ. 590  กลยุทธ์การจัดการ *** (MGN  590)

               จากความรู้ทั้งด้านวิชาการและทักษะต่าง ๆ  ที่ได้รับมีความหลากหลายมากถือว่าเป็นการเติมเต็ม  ให้แก่ตัวดิฉันเอง  ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาอาชีพที่ดิฉันรับผิดชอบอยู่ ได้แก่ ร้านค้าโทรศัพท์มือถือ , ทำหน้าที่รองนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี  ฝ่ายการศึกษา  สรุปเนื้อหาสาระที่ได้รับจากคณาจารย์ , การสัมมนา ,    ค้นคว้าเพิ่มเติม , มีประเด็นสำคัญ  ดังนี้

               1.  ความรู้ด้านวิชาการรายละเอียดด้านวิชาการมีความหลากหลายมาก โดยเนื้อหาในภาพรวมแบ่งได้ออกเป็น  2  กลุ่ม  คือ

               1.1  เนื้อหาสาระที่เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการองค์กร ได้แก่  ความรู้ด้านการเงิน , บัญชี ,เศรษฐศาสตร์  จากการเรียนรู้ทำให้เข้าใจระบบบริหารต่าง ๆ , การบริหารด้านการเงินที่เหมาะสม  ตลอดจนแนวทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ดิฉันสามารถนำมาเป็นพื้นฐานปรับใช้ประโยชน์ได้       

               1.2 เนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการจัดการองค์กร ในรูปแบบต่างๆ  ,   กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ประกอบการดำเนินการ , การวิเคราะห์สถานการณ์ขององค์กรในประเด็นต่าง ๆ , การบริหารงานบุคคลที่มีคุณภาพ ,  ตลอดจนแนวทางการแก้ปัญหาและการบริหารงานในช่วงวิกฤติจากรายละเอียดของเนื้อหาทั้ง  8  วิชา  ที่ดิฉันได้ศึกษาแล้วมีผลอย่างมาก  ต่อตัวดิฉันและผู้เรียนทุกอื่น ๆ โดยเฉพาะแนวความคิด , การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ถูกปรับเปลี่ยนอย่างมาก  เช่น

               -  แนวทางการบริหารองค์กร  ทั้งภาครัฐและเอกชน  ทำเป็นระบบมากขึ้นตั้งแต่การวางแผนจัดโครงสร้างองค์กร , การจัดตั้งองค์กร , การมอบหมายงาน , การตรวจสอบ       

               - แนวทางการจัดการทางการเงิน  โดยเฉพาะองค์กรธุรกิจเกี่ยวกับการระดมทุน , การลงทุนที่เหมาะสม , กระแสเงินสด , การรักษาสภาพคล่อง , รวมทั้งการบริหารหนี้สินอย่างฉลาด

               -  แนวทางการบริหารงานบุคคลในองค์กร  ซึ่งรูปแบบการบริหารงานบุคคลในลักษณะต่าง ๆ เช่น  การได้มา , การรักษาไว้ , การจากไปของบุคลากร  เป็นไปอย่างมีระบบตลอดจน ทำให้มีจริยธรรมคุณธรรม , เมตตาธรรม มากขึ้น

               -  แนวทางการวิเคราะห์สถานะขององค์กรในช่วงเวลาต่าง ๆ ทำได้อย่างเหมาะสมด้วยการทำ SWOT  และการวิเคราะห์จาก Matrix  ต่าง ๆ ทำให้สามารถทราบความเป็นไปขององค์กร ได้อย่างชัดเจน  ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการแก้ไขและพัฒนาต่อไป

               -  แนวทางการแก้ไขปัญหายามวิกฤติต่าง ๆ ตามปกติผู้ที่ทำการค้า , พนักงาน , ข้าราชการ  เมื่อพบกับวิกฤติรูปแบบต่าง ๆ ก็มักจะใช้ประสบการณ์ , การปรึกษา , เข้ามาแก้ปัญหา แต่การใช้หลักวิทยาการมาร่วมด้วย  จะทำให้สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ไปได้อย่างดีและรวดเร็ว

               -  แนวทางการสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีทั้งคู่แข่งขัน , เพื่อนร่วมอาชีพ , องค์กรที่เกี่ยวข้อง , สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้อย่างมีคุณภาพ  ทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น  ซึ่งจะเป็นผลดี  (Win Win)  ทั้ง 2 ฝ่าย

               -  ทำให้เกิดความเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมของระบบการเมือง , เศรษฐกิจ , สังคม  โดยรวมมากขึ้น  อันจะเป็นพื้นฐานในการนำไปวิเคราะห์และวางแผนต่อไป

               -  แนวทางการปรับองค์กรให้เหมาะสม  ได้แก่  การสร้างความเจริญเติบโต , การยกเลิก  , การชะลอ  ให้เป็นไปตามสถานะ การณ์ที่เหมาะสมและเป็นจริงที่สุด

               2.  ด้านประสบการณ์ , ทักษะต่าง ๆ ที่ได้จากการศึกษา ในการเรียนรู้จาก  เนื้อหา  8  รายวิชาที่ผ่านมา  ดิฉันได้มีโอกาสได้รับรู้รายละเอียด  ทางวิชาการจากคณาจารย์ , การแลกเปลี่ยนความรู้  ความเข้าใจกับคณาจารย์ , เพื่อนนักศึกษา , การสัมมนา , การนำเสนอในห้องทำให้พฤติกรรมโดยส่วนตัวของดิฉันพัฒนามากขึ้น  ในหลาย ๆ ด้าน เช่น

               2.1  ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น

               2.2  ทำให้การตัดสินใจในงานต่าง ๆ ทั้งงานในอาชีพ  และชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างรวดเร็ว , มั่นใจ  มากขึ้น

               2.3  ทำให้ดิฉันมีจริยธรรม , คุณธรรม , เมตตาธรรมมากขึ้น  โดยเฉพาะกับบุคลากรในความดูแลโดยตรงและผู้เกี่ยวข้อง

               2.4  ทำให้เกิดความกล้าที่จะบริหารธุรกิจของตนเอง  ให้ก้าวไกลในทุก ๆ ด้าน

               2.5  ทำให้ตนเองยอมรับ  การดำเนินการต่าง ๆ โดยใช้การวางแผนเป็นแม่บทในการจัดการ  และสามารถนำเสนอแผนงานที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมได้อย่างมาก

               3.  ด้านสังคม ในโอกาสนี้ดิฉันได้เข้ามาเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้มีโอกาสพบปะกับคณาจารย์ , เพื่อนนักศึกษา , สถานประกอบการณ์ , ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่สุด  ที่ทำให้ดิฉันมีสังคมที่กว้างไกลมากขั้น , มีเพื่อนรู้ใจมากขึ้น , ตลอดจนทำให้เข้าใจความเป็นมาของสังคมในด้านต่าง ๆ มากขึ้น

               4.  แนวทางในอนาคต แม้ว่าดิฉันจะเริ่มเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้และได้ศึกษาตามรายวิชาบางส่วนของหลักสูตรที่ผ่านมา  ดิฉันเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่มีโอกาสได้เข้ามารับการเติมเต็ม  ให้แก่ตนเองอันจะเป็นผลโดยตรงต่อการพัฒนาทั้งอาชีพและงานที่รับผิดชอบอื่น ๆ สำหรับแนวทางในอนาคต  ดิฉันคาดว่า

               4.1  พื้นฐานจาก 8 ราชวิชา ที่ได้ศึกษาแล้วจะเป็นพื้นฐานในการเรียน  ตามรายวิชาสภาวะผู้นำได้ระดับหนึ่ง

               4.2  จะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในอาชีพที่ดำเนินการอยู่

               4.3  ต้องการทำหน้าที่ผู้นำสถาบันการศึกษา , องค์การต่าง ๆ หรือการพัฒนาสังคมให้ความรู้ที่ยั่งยืนตลอดไปถึงแม้ว่าดิฉันจะผ่านการศึกษาตามหลักสูตร  เพียงบางส่วนของหลักสูตรก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างมาก  สำหรับการศึกษาต่อไป  ตามหลักสูตรจะมีผลอย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่า  ทั้งสาระ , ประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอย่างมากตลอดไป 

 

พนาวัลย์    คุ้มสุด

ID 106142010

 

ภาวะผู้นำ จากการฟังการบรรยายในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เข้าใจถึงบทบาทที่ผู้นำควรปฏิบัติในระดับหนึ่ง คือการเป็นผู้นำนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความรู้ความสามารถ ที่สามารถถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่นได้ การที่ลูกน้องทำผิดพลาดก็ต้องมีการตำหนิติเตียนตามเหตุผลพร้อมทั้งอธิบายวิธีการแก้ไขให้ทราบด้วย

มีการวางแผนงานที่ชัดเจน รอบคอบ เพื่อที่จะทำให้องค์กรไปสู่เป้าหมายได้  ซึ่งต้องใช้ความรู้ ความสามารถ เป็นอย่างมาก เมื่อผู้นำแสดงให้เห็นถึงความสามารถก็จะเป็นที่ยอมรับของคนในหน่วยงานนั้น

บางครั้งผู้นำก็ควรจะเป็นผู้ให้ เช่น ความรู้

บางครั้งก็ต้องเป็นผู้รับ เช่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ/นักศึกษา MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดและท่านผู้อ่านทุกท่าน

  ดิฉัน  นางสาวหยาดอรุณ  อาสาสำเร็จ นักศึกษาปริญญาโท  บริหารธุรกิจ (หัวหิน)  รหัส 106142012สัปดาห์แรกของการศึกษาวิชาภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรกับอาจารย์ยม ซึ่งท่านได้มอบหมายการบ้านให้ทำในสัปดาห์แรกจากหัวข้อจากการศึกษาเรื่องภาวะผู้นำของสัปดาห์แรก ได้อะไรกับตัวเราบ้างของ ความหมาย        ผู้นำ และภาวะผู้นำมีความแตกต่างกันตรงที่ ผู้นำคือบุคคลที่มีอิทธิพลในการชักจูง โน้มน้าวบุคคลอื่นๆให้ปฏิบัติตามเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรสำหรับ ภาวะผู้นำคือพฤติกรรมที่ถ่ายทอดออกมา ซึ่งสามารถทำให้บุคคลอื่นยอมรับและได้รับการสนับสนุนจากบุคคลอื่นๆในการดำเนินการใดๆเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร ลักษณะที่ดีของผู้นำโดยทั่ว ๆ ไป 1.          มีวิสัยทัศน์2.          มีความสามารถริเริ่มและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆตลอดเวลา 3.          มีความยุติรรม และมีคุณธรรม4.          มีความซื่อสัตย์ 5.          มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง และต่อหน้าที่ 6.          มีบุคลิกภาพดี 7.          ตรงต่อเวลา 8.          สุขุม รอบคอบ ใจเย็น 9.          มีการกระจายอำนาจอย่าง10.     ต้องเป็นผู้ที่ใฝ่รู้11.     มีความรู้เรื่องที่ทำงานอย่างชัดเจน 12.     ต้องรู้จักการให้อภัยและการวางเฉย  ผู้นำที่ดีจะต้องมี 7 ข้อที่สำคัญดังนี้1.    การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน2.   ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (จะต้องมีความโปร่งใส, ซื่อสัตย์, ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของทุกฝ่าย, มีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ และมีสามารถในการแข่งขัน)3.    มีความสามารถ4.     มีความสำนึกรับผิดชอบ 5.     มีความเป็นกลาง6.     การมุ่งสัมฤทธิ์ผล

7.     ความเป็นมืออาชีพ 

 ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี1.    มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง2.    ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง3.    ขาดความรับผิดชอบ 4.    การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้5.    ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน6.     แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง7.     ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม 8.    ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ9.      ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ   ลักษณะผู้นำที่ดีควรมี 3 ลักษณะดังนี้1.    สามารถนำเสนอความคิดใหม่·         ทุนความรู้  ·         ทุนปัญญา ·         ทุนทางสังคม·         ทุนทาง IT 2.       สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้·         ทุนความเป็นมนุษย์·         ทุนทางความสุข 3.        สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้·         ทุนจริยธรรม คุณธรรม·         ทุนแห่งความยั่งยืน การที่จะเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีคุณลักษณะตามทฤษฏีภาวะผู้นำซึ่งมี 3 แบบดังนี้1.    ทฤษฎีเกี่ยวกับมีความทะเยอทะยาน (Ambition)·         มีความอุสาหะพากเพียร (Persistence)·         มีความกล้าหาญ (Courage)·         มีความเชื่อถือศรัทธา (Faith)·         มีความซื่อสัตย์มั่นคง (Integrity)·         มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)·         มีความยุติธรรม (Justice)·         มีจุดมุ่งหมาย (Objectivity)·         มีความยืดหยุ่น (Flexibility)·         มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decisiveness)·         มีวินัยในตนเอง (Self-Discipline)2.    ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ มุ่งที่พนักงาน และมุ่งที่ผลผลิต/งาน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มตามตารางพฤติกรรมการบริหาร ของ Robert R. Blake & Jane S. Mouton ดังนี้·         ผู้นำที่เน้นความสนใจที่คน ไม่ค่อยเน้นที่งาน·         ผู้นำที่ไม่สนใจทั้งงานและคน·         ผู้นำที่เอาใจใส่ทั้งคนและงาน·         ผู้นำที่เน้นความสนใจที่งาน ไม่ค่อยเน้นที่คน·         ผู้นำที่เดินสายกลาง3.    ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์  สามารถแบ่งยอยออกได้เป็น 3 ลักษะคือ3.1.   ตัวแบความไม่แน่นอนของเฟรด ฟิดเลอร์·   เมื่อสถานการณ์เอื้อต่อการใช้ความเป็นผู้นำ กลุ่มจะตั้งใจทำงานโดยไม่ต้องมีการคะยั้นคะยอมาก·         บุคคลแต่ละคนจึงควรทำงานในสถานการณ์ที่เหมาะกับแบบภาวการณ์เป็นผู้นำของเขา·         ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับแบบภาวการณ์เป็นผู้นำของเขาเอง3.2.   ทฤษฏีวิถีทางสู่เป้าหมาย3.3.   ทฤษฏีภาวการณ์เป็นผู้นำตามสถานการณ์ของเฮอร์ซี

และเบลนชาร์ด

  สมรรถนะหลัก 5 ด้าน ในการนำไปสู่ภาวะผู้นำยุคใหม่1. ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆดังนี้·         การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง·         มีความคิดสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรม ·         ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก ·         ความยืดหยุ่น ·         ปรับเปลี่ยนได้·         จูงใจใฝ่บริหาร ·         การคิดเชิงกลยุทธ์ ·         การมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลได้ดี    2.   ศักยภาพในการเป็นผู้นำ·         การบริหารความขัดแย้ง ·         ตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรม ·         ความจงรักภักดี / ความซื่อสัตย์ ·         สร้างทีมงาน    3.   การมุ่งผลสัมฤทธิ์·         ความรับผิดชอบ ·         การให้บริการลูกค้า ·         การตัดสินใจ ·         ความเป็นผู้ประกอบการ ·         การแก้ไขปัญหา ·         มีเทคนิคที่เชื่อถือได้   4.   ความเฉียบคมทางการบริหาร ·         การบริหารจัดการด้านการเงิน·         การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์·         การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี·         การบริหารลูกค้า  5.    การสร้างความเข้าใจ ·         การเจรจาต่อรอง·         ทักษะด้านคน การโน้มน้าว·         ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา·         ความสามารถในการมีส่วนร่วม ·         ความรอบรู้ด้านการเมือง·         ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียน  ในการเป็นผู้นำที่ดีนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการสร้างและการรักษาอำนาจของตนไว้ เพื่อให้การศรัทธาและบารมีในการทำการใดๆ ซึ่งเทคนิค 5 ข้อทีสำคัญคือ1.     การให้ (โดยการให้ความรู้, โอกาส, ให้อภัย)2.     การติ / สั่งสอน (โดยการติอย่างมีเมตตา และใช้ความประนีประนอม)3.     การแสดงตนว่าเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง4.     การอ้างอิงถึงผู้ที่มีความสำคัญและเป็นที่เคารพของบุคคลอื่น5.     นิติกรรม หรือการดำเนินการใดทีแสดงเป็นลายลักษณ์อักษร (ผังการแต่งตังในองค์กร)  การชี้วัดผู้นำที่ดีจะต้องมี CEO ในการดำเนินธุรกิจคือC คือ ความพึงพอใจของลูกค้าE คือ ความพึงพอใจของพนักงานO คือ ผลประกอบการ  ทฤษฎี  8  K’s  ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ 1.    ทุนแห่งความยั่งยืน       2.    ทุนทางสังคม       3.    ทุนทางจริยธรรม       4.    ทุนแห่งความสุข       5.    ทุนทาง IT       6.    ทุนทางปัญญา       7.    ทุนทางความรู้ ทักษะ Mind set       8.    ทุนมนุษย์  แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศตามหลักของ JACK WELCH จะต้องมี 4E’s 1.     ENERGY Drive/ Embraces/ Change2.     ENERGIZE Vision / Sparks / Others3.     EDGE Strong Competitor/ Makes Difficult Decisions 4.     EXECUTION Delivers Results/Consistent / Performer  การพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่มีศักยภาพสูง  ซึ่งจะต้องรู้จักเรียนรู้ให้มากขึ้นโดการพัฒนาความตนเองในด้านต่างๆดังนี้1.    คล่องคิด ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา2.    คล่องคน รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้3.    คล่องผล ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้4.    คล่องเปลี่ยน ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้างนวัตกรรม 3 หลักการ กับ 2 เงื่อนไข ปรัชญาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีดังนี้·        3 หลักการ คือการรู้จักพอประมาณ, การมีเหตุมีผล, และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี·   2 เงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้ (จะต้องมีความรอบรู้ รอบคอบ และรู้จักระมัดระวัง) และเงื่อนไขคุณธรรม (จะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต, มีสติ ปัญญา ขยัน และอดทน และรู้จักการแบ่งปัน) การฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มีดังนี้
  • ระเบิดจากข้างใน
  • ปลูกจิตสำนึก
  • เน้นให้พึ่งตนเองได้
  • คำนึงถึงภูมิสังคม
  • ทำตามลำดับขั้น
  • ประหยัด เรียบง่าย
    ประโยชน์สูงสุด
  • บริการที่จุดเดียว
  • แก้ปัญหาจากจุดเล็ก
  • ไม่ติดตำรา
  • ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ
  • การมีส่วนร่วม
  • รู้ รัก สามัคคี
  • มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่
        นางสาวหยาดอรุณ อาสาสำเร็จ

รหัส 106142012

  

     

  

สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ/อ.ยม นาคสุข และนักศึกษา MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดและท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขออนุญาตแชร์ไอเดียเพิ่มเติมในส่วนเนื้อหาที่อาจารย์ยมได้สอนเรื่อง ภาวะผู้นำ ซึ่งมีเนื้อหาที่ดีและทันสมัย เป็นเรื่องใหม่และสมารถนำไปสู่การบูรณาการได้เป็นอย่างดี คะ ดิฉันมีความคิดเห็นเพิ่มเติม ดังนี้

ในโลกปัจจุบันเป็นสังคมฐานความรู้ (Knowledge - Base Society) ความรู้ ถือ เป็นทรัพยากรหลักในการพัฒนาระดับความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม

และเจ้าของความรู้ก็คือ คน(Human) ดังนั้น ภาวะผู้นำควรต้องเป็นบุคคลที่ เป็น Knowledge Worker จะต้องใช้ ความรู้ เป็นหลักในการทำงาน

ปีเตอร์ เอฟ ดรักเกอร์ ปรมาจารย์นักจัดการของโลก กล่าวไว้ในคศ.ที่19 ซึ่งน้าจะยังคงเป็นจริงในคศ.ที่21 และในอนาคตต่อไป

ได้เสนอปัจจัยหลักที่กำหนด Knowledge Worker productivity 6 ปัจจัย ดังนี้

1 What is the task ? งานคืออะไร

2 Autonomy อิสระควบคุมตัวเองได้

3 Continuing Innovation นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

4 Continuing learning เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

5 Continnuing teaching สอนอย่างต่อเนื่อง

6 Productivity = Quality ผลงานมีคุณภาพ

7 Asset มองและปฎิบัติอย่างเป็นสินทรัพย์

       6 ปัจจัยดังกล่าวน่าจะเป็นพฤติกรรมหนึ่งของ  ภาวะผู้นำต้องมีและสำคัญที่สุดในตัวผู้นำต้องมี คือ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Continuing Learning)หรือที่เราเรียกว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life - Long Learning) หาความรู้ให้อาหารสมองและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

สวัสดีคะ

อาจารย์สุดาภรณ์ (A' Lotus)

สวัสดีท่าน อาจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์และนักศึกษาทุกคน
เรียนแล้วได้อะไรบ้าง
 พูดถึงในสังคมยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้หลายองค์กรต้องพบกับความหายนะในปัจจุบันที่เป็นอยู่แต่ในทางตรงกันข้ามการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันก็ยังสร้างโอกาสให้กับองค์กรให้ประสบความสำเร็จมาแล้วในปัจจุบันด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่มีผู้นำที่มีภาวะผู้นำที่ดีที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของปัจจุบันได้และสามารถนำพาองค์กรไปสู่การแข่งขันที่เป็นเลิศทางธุรกิจได้
ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร   
        
ภาวะผู้นำ คือ  พลังชนิดหนึ่งที่สามารถส่งแรงกระทำอันก่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลุ่มคน และนำองค์กรไปสู่การบรรลุเป้าหมายและจุดประสงค์           
ยกตัวอย่าง บิลล์ เกตส์ ผู้นำซอฟแวร์ของโลก มีภาวะผู้นำดังนี้
  1.  ใฝ่รู้
  2. คิดสร้างสรรค์
  3. คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ 
  4.  ทุนทางปัญญา
  5. กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ
 ลักษณะผู้นำที่ดีผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน1.  สามารถนำเสนอความคิดใหม่
  • ทุนความรู้
  • ทุนปัญญา
  • ทุนทางสังคม

2.  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้

  • ทุนความเป็นมนุษย์
  • ทุนทางความสุข

3.  สามารถสร้างความสุขให้กับคนอื่นได้

  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม
  • ทุนแห่งความยั่งยืน

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4.  มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5.  มีความเป็นกลาง
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล
  7.  ความเป็นมืออาชีพ

ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี

  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ขาดความรับผิดชอบ
  4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  6.  แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  7.  ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
  8. ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9.   ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม
  3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์

พัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำ

  1. คล่องคิด  ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา
  2. คล่องคน  รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้
  3. คล่องผล  ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้
  4. คล่องเปลี่ยน ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้างนวัตกรรม

ผู้นำ กับการแก้ไขปัญหา  เมื่อมีปัญหาต้องแก้ไข 

  • ต้องรู้ว่าอะไรคือตัวปัญหา
  • สาเหตุ
  • แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
  • ลงมือปฏิบัติ (เลือกวิธีที่ดีที่สุด)
  • ติดตามผลแล้ว
  • พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
หัวข้อที่ผมยกขึ้นมานี้ แสดงให้เห็นและเข้าใจถึง การที่จะเป็นผู้นำและแรงขับดันความรู้สึกของผู้นำหรือสิ่งที่ผู้นำควรมี และรูปแบบการแก้ไขปัญหาแบบผู้นำ อีกหัวข้อหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจและเห็นภาพคือความแตกต่างระหว่างการเป็นเจ้านายกับการเป็นผู้นำ
  1. ผู้นำสร้างปณิธานให้แก่ผู้ตาม
  2. ผู้นำอาศัยเจตจำนงที่เสรี
  3. ผู้นำแผ่ความรัก ปรารถนาดี
  4. ผู้นำ พูดว่า "เรา"
  5. ผู้นำแสดงให้รู้ว่าอะไรที่ผิด และควรทำอย่างไร
  6. ผู้นำรู้ว่าจะทำงานอย่างไร
  7. ผู้นำบริหารความเคารพ

การที่องค์กรมีผู้นำที่ดีและสามารถอยู่รอดได้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดหรือฉลาดที่สุดแต่เป็นผู้ที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างศรัทธาให้กับบุคคลอื่นได้ให้เกิดความเชื่อถือศรัทธาในต้วของผู้นำเองด้วย

นายเอกราช  ดลยสกุล

มหาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

MBA 6

นายบุญยอด  มาคล้าย  106242011 MBA 7 สวัสดีครับท่าน ศ.ดร.จีระ ท่าน อ.ยมและเพื่อนนักศึกษาทุกท่านครับ เป็นสัปดาห์ที่สองแล้วที่ผมได้เรียนภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ได้รู้คือได้รู้ถึงแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำว่าในฐานะที่เราเป็นผู้นำเราควรพัฒนาตัวเราหรือตัวผู้นำเพื่อนำพาองค์กรที่เราบริหารอยู่ให้ไปในทิศทางใดถึงจะนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศและพร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันแปรต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไปภายหน้าโดยท่าน อ.ยมได้ให้แนวทางในการเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้คือ-ผู้นำจะต้องเป็นผู้รอบรู้มีความรู้ที่ใหม่และสดเสมอ-ผู้นำจะต้องเป็นคนที่มีเหตุมีผล-ผู้นำจะต้องรู้จักประมาณตนเองหรือเป็นอยู่อย่างพอประมาณ-ผู้นำจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและองค์กร-และสุดท้ายผู้นำจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม         ในสิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นลักษณะหรือเป็นภาพกว้างๆของผู้นำที่ดีท่าน อ.ยมได้สอนลงลึกไปถึงการป้องกันองค์กรล่มสลาย  สอนถึงว่าถ้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจะมีเทคนิคในการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อคนเหล่านี้คือ-ลูกค้า-พนักงาน-เจ้าของกิจการหรือหุ้นส่วนโดยถ้าจะต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆนั้นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งเป็นสำคัญ 3 อย่างต่อไปนี้คือ-ความพึงพอใจของลูกค้า-ความพึงพอใจของพนักงาน-ผลประกอบการถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่กระทบสามอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้นนับว่าประสบผลสำเร็จไปขั้นหนึ่งที่บอกว่าขั้นหนึ่งนั้นเพราะการเป็นผู้นำนั้นจะต้องตื่นตัวตลอดเวลาไหนจะต้องมาเจอกับปัญหาความขัดแย้งในองค์กรผู้นำจะต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้ความขัดแย้งนั้นหมดไปและเป็นไปตามความพึงพอใจของทุกฝ่ายและยังมีปัญหาอีกหลายๆอย่างให้ต้องแก้ไขตลอดเวลาจะอย่างไรก็แล้วแต่ ใครในฐานะที่สวมบทบาทผู้นำ  การบริหารใดๆไม่มีสูตรสำเร็จที่จะวางหลักการบริหารครั้งเดียวแล้วใช้ได้ไปตลอดจะต้องวางแผน ปรับปรุง แก้ไขตลอดเวลาเพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรและต้องแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจเพื่อความเติบโตขององค์กร ในส่วนของยุทธศาสตร์กับการเปลี่ยนแปลง 2แนวทางคือ แนวทางแรกTOP DOWN กับ BOTTOM UP จะไม่ขอพูดถึงและอีกเรื่องหนึ่งคือการบริหารโดยนำหลักทศพิศราชธรรมมีอะไรบ้างผมได้คัดลอกทางอินเตอร์เน็ทมาฝากเพื่อนๆก็อ่านกันเอาเองน๊ะครับเพราะมีประโยชน์มากท้ายนี้ก็ขอฝากขอบพระคุณท่านอาจารย์ยมที่ตั้งใจถ่ายทอดวิชาทั้งในและนอกเวลาและขอบคุณในความตั้งใจดีมา ณ ที่นี้ด้วยขอบคุณครับ 

 

ทศพิศราชธรรม

ขอเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในปีมหามงคลฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการครองราชย์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 นับเนื่องมาจนปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงดำรงมั่นใน ทศพิธราชธรรมหลักธรรมแห่งพระมหากษัตริย์ โดยมีพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ทศพิธราชธรรม เป็นคุณธรรมหลักของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องยาวนานมาแต่โบราณกาล ในการปกครองบ้านเมืองให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งประกอบด้วย
  1. ทาน คือการให้ เป็นการช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากความขัดข้องแร้นแค้น ด้วยการสละทรัพย์ สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยและอ่อนแอกว่าบนผืนดินแผ่นฟ้าเดียวกัน
  2. ศีล คือการรักษาความสุจริต มีความประพฤติดีงาม ละเว้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย สำรวมกาย และวจีกรรม และประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เกิดความสงบงามอยู่เสมอ
  3. บริจาคะ คือการสละสิ่งที่มีประโยชน์น้อย เพื่อสิ่งที่มีประโยชน์มาก ดั่งการแบ่งปันทรัพย์สินนอกกาย ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อันเป็นการเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม
  4. อาชชวะ คือความประพฤติซื่อตรง มีความจริงใจด้วยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงานตลอดจนสังคมชนหมู่มาก
  5. มัททวะ คือความอ่อนโยน สุภาพ ทั้งกาย วาจา ใจ ในทุกสภาวการณ์ มีสัมมาคารวะอ่อนน้อม ไม่แสดงความแข็งกระด้าง และไม่แสดงการยกตนเหนือคนอื่น
  6. ตบะ คือความเพียร กล้าทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่เกียจคร้าน ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอ ไม่บกพร่อง มีจิตใจหนักแน่น ไม่อ่อนแอและไม่ย่อท้อโดยง่าย
  7. อักโกธะ คือความไม่โกรธ มีจิตที่ประกอบด้วยเมตตา และปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง รู้จักให้อภัย ข่มใจให้เย็นอยู่เป็นนิจ
  8. อวิหิงสา คือการไม่ทำอะไรที่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีจิตประกอบด้วยกรุณาและช่วยเหลืออยู่เสมอ พร้อมให้เกียรติผู้อยู่แวดล้อม
  9. ขันติ คือการมีความอดทนอดกลั้น รู้จักอดทนต่อความตรากตรำต่าง ๆ สามารถเผชิญต่อความยากลำบากได้อย่างเข้มแข็ง ไม่หวาดหวั่นและท้อแท้ต่อสิ่งใด ๆ
  10. อวิโรธนะ คือการวางตนให้หนักแน่น ตั้งมั่นในธรรม ไม่มีความเอนเอียงหวั่นไหว รอบคอบ ยึดถือความเที่ยงธรรมและความยุติธรรมเป็นหลัก
 ของฝากจากบุญยอดครับ  4 มีนาคม 2550    02.50 น.
นายบุญยอด มาคล้าย เมื่อ อ. 04 มี.ค. 2550 @ 11:36 (182028)
นายบุญยอด  มาคล้าย  106242011 MBA 7 สวัสดีครับท่าน ศ.ดร.จีระ ท่าน อ.ยมและเพื่อนนักศึกษาทุกท่านครับ เป็นสัปดาห์ที่สองแล้วที่ผมได้เรียนภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ได้รู้คือได้รู้ถึงแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำว่าในฐานะที่เราเป็นผู้นำเราควรพัฒนาตัวเราหรือตัวผู้นำเพื่อนำพาองค์กรที่เราบริหารอยู่ให้ไปในทิศทางใดถึงจะนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศและพร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันแปรต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไปภายหน้าโดยท่าน อ.ยมได้ให้แนวทางในการเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้คือ-ผู้นำจะต้องเป็นผู้รอบรู้มีความรู้ที่ใหม่และสดเสมอ-ผู้นำจะต้องเป็นคนที่มีเหตุมีผล-ผู้นำจะต้องรู้จักประมาณตนเองหรือเป็นอยู่อย่างพอประมาณ-ผู้นำจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและองค์กร-และสุดท้ายผู้นำจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม         ในสิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นลักษณะหรือเป็นภาพกว้างๆของผู้นำที่ดีท่าน อ.ยมได้สอนลงลึกไปถึงการป้องกันองค์กรล่มสลาย  สอนถึงว่าถ้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจะมีเทคนิคในการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อคนเหล่านี้คือ-ลูกค้า-พนักงาน-เจ้าของกิจการหรือหุ้นส่วนโดยถ้าจะต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆนั้นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งเป็นสำคัญ 3 อย่างต่อไปนี้คือ-ความพึงพอใจของลูกค้า-ความพึงพอใจของพนักงาน-ผลประกอบการถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่กระทบสามอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้นนับว่าประสบผลสำเร็จไปขั้นหนึ่งที่บอกว่าขั้นหนึ่งนั้นเพราะการเป็นผู้นำนั้นจะต้องตื่นตัวตลอดเวลาไหนจะต้องมาเจอกับปัญหาความขัดแย้งในองค์กรผู้นำจะต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้ความขัดแย้งนั้นหมดไปและเป็นไปตามความพึงพอใจของทุกฝ่ายและยังมีปัญหาอีกหลายๆอย่างให้ต้องแก้ไขตลอดเวลาจะอย่างไรก็แล้วแต่ ใครในฐานะที่สวมบทบาทผู้นำ  การบริหารใดๆไม่มีสูตรสำเร็จที่จะวางหลักการบริหารครั้งเดียวแล้วใช้ได้ไปตลอดจะต้องวางแผน ปรับปรุง แก้ไขตลอดเวลาเพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรและต้องแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจเพื่อความเติบโตขององค์กร ในส่วนของยุทธศาสตร์กับการเปลี่ยนแปลง 2แนวทางคือ แนวทางแรกTOP DOWN กับ BOTTOM UP จะไม่ขอพูดถึงและอีกเรื่องหนึ่งคือการบริหารโดยนำหลักทศพิศราชธรรมมีอะไรบ้างผมได้คัดลอกทางอินเตอร์เน็ทมาฝากเพื่อนๆก็อ่านกันเอาเองน๊ะครับเพราะมีประโยชน์มากท้ายนี้ก็ขอฝากขอบพระคุณท่านอาจารย์ยมที่ตั้งใจถ่ายทอดวิชาทั้งในและนอกเวลาและขอบคุณในความตั้งใจดีมา ณ ที่นี้ด้วยขอบคุณครับ         
ทศพิศราชธรรม

ขอเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในปีมหามงคลฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการครองราชย์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 นับเนื่องมาจนปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงดำรงมั่นใน ทศพิธราชธรรมหลักธรรมแห่งพระมหากษัตริย์ โดยมีพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ทศพิธราชธรรม เป็นคุณธรรมหลักของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องยาวนานมาแต่โบราณกาล ในการปกครองบ้านเมืองให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งประกอบด้วย1.  ทาน คือการให้ เป็นการช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากความขัดข้องแร้นแค้น ด้วยการสละทรัพย์ สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยและอ่อนแอกว่าบนผืนดินแผ่นฟ้าเดียวกัน 2.  ศีล คือการรักษาความสุจริต มีความประพฤติดีงาม ละเว้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย สำรวมกาย และวจีกรรม และประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เกิดความสงบงามอยู่เสมอ 3.  บริจาคะ คือการสละสิ่งที่มีประโยชน์น้อย เพื่อสิ่งที่มีประโยชน์มาก ดั่งการแบ่งปันทรัพย์สินนอกกาย ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อันเป็นการเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม 4.  อาชชวะ คือความประพฤติซื่อตรง มีความจริงใจด้วยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงานตลอดจนสังคมชนหมู่มาก 5.  มัททวะ คือความอ่อนโยน สุภาพ ทั้งกาย วาจา ใจ ในทุกสภาวการณ์ มีสัมมาคารวะอ่อนน้อม ไม่แสดงความแข็งกระด้าง และไม่แสดงการยกตนเหนือคนอื่น 6.  ตบะ คือความเพียร กล้าทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่เกียจคร้าน ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอ ไม่บกพร่อง มีจิตใจหนักแน่น ไม่อ่อนแอและไม่ย่อท้อโดยง่าย 7.  อักโกธะ คือความไม่โกรธ มีจิตที่ประกอบด้วยเมตตา และปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง รู้จักให้อภัย ข่มใจให้เย็นอยู่เป็นนิจ 8.  อวิหิงสา คือการไม่ทำอะไรที่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีจิตประกอบด้วยกรุณาและช่วยเหลืออยู่เสมอ พร้อมให้เกียรติผู้อยู่แวดล้อม 9.  ขันติ คือการมีความอดทนอดกลั้น รู้จักอดทนต่อความตรากตรำต่าง ๆ สามารถเผชิญต่อความยากลำบากได้อย่างเข้มแข็ง ไม่หวาดหวั่นและท้อแท้ต่อสิ่งใด ๆ 10.                   อวิโรธนะ คือการวางตนให้หนักแน่น ตั้งมั่นในธรรม ไม่มีความเอนเอียงหวั่นไหว รอบคอบ ยึดถือความเที่ยงธรรมและความยุติธรรมเป็นหลัก

      ของฝากจากบุญยอดครับ 

      4 มีนาคม 2550    02.50 น.
  

เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อ.ยม และสวัสดีเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน  

              เมื่อวันที่  2 - 3 มีนาคม  2550 ศึกษาภาวะผู้นำจาก อ.ยม ได้รับความรู้และการปฏิบัติฝึกให้นักศึกษาได้ปฏิบัติจริง พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพูดบุคลิกภาพ และอื่น ๆ

              วันที่  2  มีนาคม  2550 อ.ยม สอนเรื่อง ทศพิธราชธรรม

               ทศพิธ  แปลว่า  10  อย่าง

               ราชธรรม  แปลว่า  ธรรมสำหรับพระราชา

               ทศพิธราชธรรม  เป็นธรรมของนักปกครอง 10 ประการ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับใดก็ตาม ควรยึดมั่นในทศพิธราชธรรม

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขด้วยทศพิธราชธรรม  ดังพระปฐมบรมราชโองการ เมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเมื่อวันที่  5  พฤษภาคม 2493 ความว่า

                "เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

                ทศพิธราชธรรม  10  ประการ ได้แก่

  1. ทาน คือ  การให้
  2. ศีล  ผู้นำต้องตั้งอยู่ในศีลธรรม
  3. จาคะ  คือ  การบริจาค เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น
  4. อาชวะ ผู้นำต้องมีความซื่อตรงต่อตนเอง ต่อหน้าที่ ต่อผู้ร่วมงาน
  5. มัทวะ  คือ ความสุภาพ อ่อนโยน
  6. ตปะ  การแผดเผาความโลภ  ดังคำกล่าวว่า รู้จักพอไม่ก่อทุกข์
  7. อักโกธะ  คือ ความไม่โกรธ  ระงับอารมณ์
  8. อวิหิงสา คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น
  9. ขันติ คือ ความอดทน
  10. อวิโรธนะ  คือ ความไม่คลาดจากธรรม ปกครองแบบธรรมาธิปไตย

ช่วงเช้าของวันที่  3  มีนาคม  2550 

 การบริหารองค์กร สาเหตุของความเสี่ยง

  1. การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  2. สมาชิกในองค์กรสำคัญตนผิด คิดว่าองค์กรยิ่งใหญ่ สามารถการันตีอนาคตได้
  3. ไม่ไยดีในนวัตกรรมใหม่ ๆ
  4. ขาดการวางแผนระยะยาว ขาดวิสัยทัศน์ ขาดงบประมาณ ขาดคน  ขาดลูกค้า
  5. การไม่ให้ความสำคัญทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะคนที่มีคุณค่าในองค์กร การสุญเสียคนที่มีคุณค่า ยิ่งกว่าเสียเงินมากมาย อ.ยม ยกตัวอย่าง ผู้บริหารบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ที่ประสบความสำเร็จใช้ทฤษฎี "กางร่ม"

ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง

  1. การตื่นตัวขององค์กร
  2. การตั้งทีมเจ้าภาพ
  3. ให้ทีมกำหนดวิสัยทัศน์ , กลยุทธ์ Action Plan
  4. ทีมเจ้าภาพ เข้าใจกลยุทธ์ , สอนได้ , สื่อได้ , โน้มน้าวได้
  5. ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ร่วมมือในการที่จะเปลี่ยนแปลง พัฒนา นวัตกรรมขึ้นมา
  6. รวบรวมผลลัพธ์จากการกระทำ มาสรุปผล และประเมินผล
  7. การสร้างชัยชนะในระยะสั้น
  8. การกำหนดแนวปฏิบัติใหม่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
  9. พัฒนาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ความพึงพอใจของลูกค้า , ขององค์กร และของพนักงาน

แนวทางนำไปประยุกต์ใช้ใน "ธุรกิจบริการ"

  1. รวดเร็ว
  2. ลูกค้าสะดวกสบาย
  3. เชื่อถือได้
  4. ปฏิบัติเสมอภาค
  5. สร้างความไว้วางใจได้
  6. การดูแลเอาใจใส่

อ.ยม พูดถึง คุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งดิฉันได้สรุปคำ 2 คำ นี้แล้ว ตามความคิดของตนเองว่าแตกต่างกันดังนี้

คุณธรรม คือ  แนวหลักในการปฏิบัติ ซึ่งปรากฎในทุก ๆ ศาสนา แต่สำหรับศาสนาพุทธ คุณธรรมใช้หลักธรรม อริยสัจ 4 และอิทธิบาท 4 แล้วนำเอาหลักธรรมที่กล่าวนี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล

จริยธรรม  คือ  พฤติกรรมที่ถูกต้องดีงาม ดังนั้นคนที่มีจริยธรรมดี ต้องมีคุณธรรมทีดีมาก่อน

อ.ยมให้แบ่งกล่มทำงานส่ง แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 7 คน โดยให้ไปสรุปเนื้อหาภาคภาษาอังกฤษ เป็นภาษาไทยประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4

ในช่วงบ่ายของวันที่  3 มีนาคม 2550 อ.ยม            ให้ทำงานกลุ่ม ในหัวข้อ

  1. ในความเห็นของกลุ่ม จริยธรรมของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนานาชาติ แสตมฟอร์ดมีอะไรบ้าง
  2. ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำ จริยธรรมของผู้นำที่พึ่งมีต่อองค์กร ต่อทีมงาม ต่อสังคม และต่อประเทศชาติ เป็นอย่างไร

ใช้กลุ่มเดิมที่แบ่งในช่วงเช้า ระดมความคิดประมาณ 30 นาที ส่งตัวแทนพูด

      หลังจากนั้น อ.ยม ฝึกความเป็นผู้นำให้นักศึกษาทุกคนได้แสดงออก โดยให้นักศึกษาพูดถึงหัวข้อ

" ในชีวิตท่าน ณ วันนี้ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ท่านประสบผลความสำเร็จและมีจริยธรรมประจำใจอะไร"

         เมื่อทุกคนนำเสนอความคิดเห็น อ.ยมกล่าวสรุปและข้อเสนอแนะที่ต้องปรับปรุง

         อ.ยม  แนะนำให้จำโมเดลที่เป็นรูปต้นไม้

         เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

         ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงทรงมีพระราชดำริ ให้คนไทยมีความสุขอย่างยั่งยืนแนวทางการดำเนินชีวิต เป็นกรอบแนวความคิด เพื่อความยั่งยืนตั้งอย่บนหลักการและเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมีความรู้คู่คุณธรรม

       สุดท้ายนี้ ดิฉันได้ยกเอาคำกลอน ของ ศ.อำไพ  สุจริตกุล ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของผู้นำ 

                        "  ความรู้  คู่  คุณธรรม  "

       เมื่อความรู้         ยอดเยี่ยม        สูงเทียมเมฆ

แต่คุณธรรม              ต่ำเฉก             ยอดหญ้านั่น

อาจเสกสร้าง            มิจฉา               สารพัน

ด้วยจิตอัน                 ไร้อาย             ในโลกา

     แม้นคุณธรรม       สูงเยื่ยม            ถึงเทียมเมฆ

แต่ความรู้                  ต่ำเฉก              เพียงยอดหญ้า

ย่อมเป็นเหยื่อ            ทรชน               จนอุรา

ด้วยปัญญา                อ่อนด้อย           น่าน้อยใจ

      หากความรู้           สูงล้ำ                คุณธรรมเลิศ

แสนประเสริฐ              กอปรกิจ           วินิจฉัย

จะพัฒนา                    ประชาราษฎร์   ทั้งชาติไทย

ต้องฝึกให้                   ความรู้              คุ่คุณธรรม      

 

 

 

 

 

 

เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อ.ยม และสวัสดีเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน                 เมื่อวันที่  2 - 3 มีนาคม  2550 ศึกษาภาวะผู้นำจาก อ.ยม ได้รับความรู้และการปฏิบัติฝึกให้นักศึกษาได้ปฏิบัติจริง พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพูดบุคลิกภาพ และอื่น ๆ               วันที่  2  มีนาคม  2550 อ.ยม สอนเรื่อง ทศพิธราชธรรม               ทศพิธ  แปลว่า  10  อย่าง               ราชธรรม  แปลว่า  ธรรมสำหรับพระราชา               ทศพิธราชธรรม  เป็นธรรมของนักปกครอง 10 ประการ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับใดก็ตาม ควรยึดมั่นในทศพิธราชธรรม                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขด้วยทศพิธราชธรรม  ดังพระปฐมบรมราชโองการ เมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเมื่อวันที่  5  พฤษภาคม 2493 ความว่า                "เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"                ทศพิธราชธรรม  10  ประการ ได้แก่1.    ทาน คือ  การให้2.    ศีล  ผู้นำต้องตั้งอยู่ในศีลธรรม 3.    จาคะ  คือ  การบริจาค เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น4.    อาชวะ ผู้นำต้องมีความซื่อตรงต่อตนเอง ต่อหน้าที่ ต่อผู้ร่วมงาน5.    มัทวะ  คือ ความสุภาพ อ่อนโยน6.    ตปะ  การแผดเผาความโลภ  ดังคำกล่าวว่า รู้จักพอไม่ก่อทุกข์7.    อักโกธะ  คือ ความไม่โกรธ  ระงับอารมณ์8.    อวิหิงสา คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น9.    ขันติ คือ ความอดทน10.   อวิโรธนะ  คือ ความไม่คลาดจากธรรม ปกครองแบบธรรมาธิปไตยช่วงเช้าของวันที่  3  มีนาคม  2550   การบริหารองค์กร สาเหตุของความเสี่ยง1.    การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง2.    สมาชิกในองค์กรสำคัญตนผิด คิดว่าองค์กรยิ่งใหญ่ สามารถการันตีอนาคตได้3.    ไม่ไยดีในนวัตกรรมใหม่ ๆ 4.    ขาดการวางแผนระยะยาว ขาดวิสัยทัศน์ ขาดงบประมาณ ขาดคน  ขาดลูกค้า5.    การไม่ให้ความสำคัญทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะคนที่มีคุณค่าในองค์กร การสุญเสียคนที่มีคุณค่า ยิ่งกว่าเสียเงินมากมาย อ.ยม ยกตัวอย่าง ผู้บริหารบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ที่ประสบความสำเร็จใช้ทฤษฎี "กางร่ม"ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง1.    การตื่นตัวขององค์กร2.    การตั้งทีมเจ้าภาพ3.    ให้ทีมกำหนดวิสัยทัศน์ , กลยุทธ์ Action Plan4.    ทีมเจ้าภาพ เข้าใจกลยุทธ์ , สอนได้ , สื่อได้ , โน้มน้าวได้5.    ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ร่วมมือในการที่จะเปลี่ยนแปลง พัฒนา นวัตกรรมขึ้นมา6.    รวบรวมผลลัพธ์จากการกระทำ มาสรุปผล และประเมินผล7.    การสร้างชัยชนะในระยะสั้น8.    การกำหนดแนวปฏิบัติใหม่เป็นรูปธรรมมากขึ้น9.    พัฒนาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ความพึงพอใจของลูกค้า , ขององค์กร และของพนักงาน แนวทางนำไปประยุกต์ใช้ใน "ธุรกิจบริการ"1.    รวดเร็ว2.    ลูกค้าสะดวกสบาย3.    เชื่อถือได้4.    ปฏิบัติเสมอภาค5.    สร้างความไว้วางใจได้6.    การดูแลเอาใจใส่อ.ยม พูดถึง คุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งดิฉันได้สรุปคำ 2 คำ นี้แล้ว ตามความคิดของตนเองว่าแตกต่างกันดังนี้คุณธรรม คือ  แนวหลักในการปฏิบัติ ซึ่งปรากฎในทุก ๆ ศาสนา แต่สำหรับศาสนาพุทธ คุณธรรมใช้หลักธรรม อริยสัจ 4 และอิทธิบาท 4 แล้วนำเอาหลักธรรมที่กล่าวนี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแต่ละบุคคลจริยธรรม  คือ  พฤติกรรมที่ถูกต้องดีงาม ดังนั้นคนที่มีจริยธรรมดี ต้องมีคุณธรรมทีดีมาก่อนอ.ยมให้แบ่งกล่มทำงานส่ง แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 7 คน โดยให้ไปสรุปเนื้อหาภาคภาษาอังกฤษ เป็นภาษาไทยประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4 ในช่วงบ่ายของวันที่  3 มีนาคม 2550 อ.ยม            ให้ทำงานกลุ่ม ในหัวข้อ1.    ในความเห็นของกลุ่ม จริยธรรมของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนานาชาติ แสตมฟอร์ดมีอะไรบ้าง2.    ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำ จริยธรรมของผู้นำที่พึ่งมีต่อองค์กร ต่อทีมงาม ต่อสังคม และต่อประเทศชาติ เป็นอย่างไรใช้กลุ่มเดิมที่แบ่งในช่วงเช้า ระดมความคิดประมาณ 30 นาที ส่งตัวแทนพูด       หลังจากนั้น อ.ยม ฝึกความเป็นผู้นำให้นักศึกษาทุกคนได้แสดงออก โดยให้นักศึกษาพูดถึงหัวข้อ" ในชีวิตท่าน ณ วันนี้ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ท่านประสบผลความสำเร็จและมีจริยธรรมประจำใจอะไร"         เมื่อทุกคนนำเสนอความคิดเห็น อ.ยมกล่าวสรุปและข้อเสนอแนะที่ต้องปรับปรุง         อ.ยม  แนะนำให้จำโมเดลที่เป็นรูปต้นไม้         เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง          ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงทรงมีพระราชดำริ ให้คนไทยมีความสุขอย่างยั่งยืนแนวทางการดำเนินชีวิต เป็นกรอบแนวความคิด เพื่อความยั่งยืนตั้งอย่บนหลักการและเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมีความรู้คู่คุณธรรม        สุดท้ายนี้ ดิฉันได้ยกเอาคำกลอน ของ ศ.อำไพ  สุจริตกุล ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของผู้นำ                 ความรู้  คู่  คุณธรรม  "      เมื่อความรู้     ยอดเยี่ยม    สูงเทียมเมฆแต่คุณธรรม         ต่ำเฉก       ยอดหญ้านั่นอาจเสกสร้าง       มิจฉา         สารพันด้วยจิตอัน          ไร้อาย        ในโลกา     แม้นคุณธรรม  สูงเยื่ยม      ถึงเทียมเมฆแต่ความรู้           ต่ำเฉก      เพียงยอดหญ้าย่อมเป็นเหยื่อ      ทรชน        จนอุราด้วยปัญญา         อ่อนด้อย    น่าน้อยใจ      หากความรู้    สูงล้ำ        คุณธรรมเลิศแสนประเสริฐ      กอปรกิจ      วินิจฉัยจะพัฒนา         ประชาราษฎร์   ทั้งชาติไทยต้องฝึกให้        ความรู้           คู่คุณธรรม   
       สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ  และ อ.ยม       จากการเรียนในวันที่  2-3 มี.ค. 2550  อ. ได้พูดถึงจริยธรรมของการเป็นผู้นำจริยธรรม มาจาก จริย + ธรรม คือ ความประพฤติที่ควรปฏิบัติในหมู่คณะจริยธรรม จึงเป็นหลักเกณฑ์หรือกฎที่สังคมใช้ในการตัดสินว่า การกระทำใด เป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ควรปฏิบัติและการกระทำใดที่ไม่ควรปฏิบัติทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นประโยชน์ของจริยธรรม·       อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข·       สำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ·       พัฒนาชีวิตให้สำเร็จตามเป้าหมาย·       สามารถแก้ปัญหาชีวิตและความทุกข์ให้หมดไปได้·       เป็นเครื่องยึดเหนี่ยมและป้องกันการเบียดเบียนในทางส่วนตัวของสังคม·       พัฒนาคุณภาพชีวิตจริยธรรมของผู้นำรัฐ + เอกชน ตามแนวความคิดของ พลเอกเปรม  ·       ซื่อสัตย์·       ปฏิบัติตามกฎระเบียบ·       บริหารการจัดการด้วยความเป็นธรรม·       บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ·       บริหารให้เกิดความมั่นใจ มั่งคง โดยใช้หลักพุทธศาสนา·       ปลูกฝังค่านิยมให้ถูกต้อง·       เป็นคุณงามความดี ความรัก ความเมตตาจริยธรรมของผู้นำ ต่อองค์กร ·       มุ่งทำงานทุ่มเทการทำงานเพื่อความก้าวหน้าขององค์กร·       ศึกษาใฝ่เรียนใฝ่รู้อยู่เสมอ เพื่อนำความรู้มาพัฒนาองค์กร·       ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อองค์กร·       มีความเป็นธรรม มีความเมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมงาน·       มีความคิดริเริ่ม สิ่งใหม่ ๆ เพื่อสร้างให้องค์กรก้าวหน้าจริยธรรมของผู้นำต่อสังคม·       ดูแลเอาใจใส่กิจการขององค์กรไม่ให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม·       ให้ความร่วมมือกับชุมชนและสังคม·       ละเว