อปัสเสนธรรม

แนวทางการดำเนินชีวิตไปสู่ ความมีความเป็น ที่ดีขึ้น ... ค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความละเอียดอ่อน สุขุม ลุ่มลึก แห่งปัญญาเพื่อรู้เท่าทันกิเลสมากยิ่งขึ้น... สู่เส้นชัยที่คาดหวังดังที่ผู้เขียนได้เล่ามาจนถึง หัวหน้าธรรม ผู้ที่ติดตามคงพอจะทำความเข้าใจและนำไปประยุกต์ได้บ้างตามสมควร...

แต่ ธรรมชาติของคนเรา มีความรู้สึก มีความต้องการ และมีสิ่งอื่นๆ มากมายที่เข้ามารุมล้อม ยากที่จะให้เป็นไปตามความคาดหวังทุกอย่างได้ ...นอกจากจะมี ปธานธรรม เป็น หัวหน้าธรรม  ตามที่ได้เล่ามาแล้ว เราก็จะต้องอาศัย อปัสเสนธรรม เป็นพนักพิงแห่งชีวิต ทำให้เรามีความมั่นคงยิ่งขึ้นในการดำเนินชีวิต....

อปัสเสนธรรม แปลว่า ธรรมเป็นประดุจพนักพิง ...โดยเปรียบเทียบว่า ถ้าเรานั่งเก้าอี้หัวล้าน ที่ไม่มีพนักพิง เราจะต้องนั่งตัวตรง หลังแข็ง รู้สึกปวดเมื่อนั่งไประยะหนึ่ง และนั่งได้ไม่นานนัก ถ้าเผลองีบก็อาจตกเก้าอี้ได้ ..ต่างจากเก้าอี้มีพนักพิง เราจะนั่งเอนได้ ยืดหลังได้ และอาจงีบได้บ้างเป็นระยะ..อปัสเสนธรรม ก็ทำนองเดียวกัน มี ๔ อย่าง คือ

๑. บางสิ่งบางอย่างพิจารณาแล้วดำเนินการ (เสพ)

๒. บางสิ่งบางอย่างพิจารณาแล้วอดกลั้น

๓. บางสิ่งบางอย่างพิจารณาแล้วเว้น

๔. บางสิ่งบางอย่างพิจารณาแล้วบันเทา

นั่นคือ ให้รู้จักคิด เพ่งพินิจ แยกแยะในสิ่งต่างๆ แล้วก็จัดการไปตามความเหมาะสมใน ๔ ประการนี้ เช่น

  • ลูกๆ ต้องการกินทุเรียน เราก็ชอบหมอนทองเช่นเดียวกัน แต่ราคาแพง ถ้ามีเงินพอก็ซื้อมากิน (ข้อแรก)
  • ถ้าปลายเดือนเงินตึงนักก็อดกลั้น (ข้อ๒)
  • ถ้าแสลงกับโรคประจำตัวก็เว้นไปเลย (ข้อ๓)
  • หรือถ้ายับยั้งเสียงเรียกร้องไม่ได้ก็ซื้อลูกเล็กๆ เอามากินพอคลายอยาก (ข้อ๔)

อปัสเสนธรรม เป็นการเฟ้นหาความสมดุลของตัวเองและครอบครัวในสิ่งต่างๆ สร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินชีวิต ...ใครก็ตามมีหลักธรรมนี้อยู่ในใจแล้วก็จะมีความมั่นคงในการดำเนินชีวิต นั่นคือ พนักพิงแห่งชีวิต...