มีหลายคนสอบถามผมมาเรื่องการแชร์ความคิดกับการแชร์ความรู้ครับ สมมติว่าประเด็นที่เราสนใจคือ “....ทำอย่างไรจึงจะสามารถให้บริการข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ถ้าเป็นการประชุมทั่วไป เราก็จะให้ผู้เข้าร่วมประชุมช่วยกัน “คิด” เพื่อ “ตีโจทย์ให้แตก” ว่าถ้าจะให้บริการข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องทำอย่างไร ...คนโน้นเสนออย่างนี้ ...คนนี้เสนออย่างโน้น เสร็จแล้วก็นำข้อเสนอเหล่านั้นมารวมกันจัดทำเป็นแผนการดำเนินงาน นี่เป็นผลที่มาจากการแชร์ความคิดครับ ซึ่งถ้าความคิดเฉียบคม ได้แผนที่เฉียบขาด ยุทธศาสตร์ก็จะเป็นจริง
และในประเด็นเดียวกันนี้ ถ้าให้แต่ละคน “แชร์” สิ่งที่ตนเองเคยมีประสบการณ์ดีๆ ...มีเทคนิคหรือวิธีการที่ใช้แล้วได้ผลสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการได้ ยิ่งถ้าแชร์กันลงลึกว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้บริการนั้นๆ ออกมาดี และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้นำไปสู่การพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นๆ ต่อไป ก็ถือว่าได้ประโยชน์
...เห็นไหมครับว่า การแชร์ความคิด กับ การแชร์ความรู้ ดูไปดูมา ก็พบว่ามันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน!!
คล้ายกัน แต่น่าจะแตกต่างกันเล็กน้อย
แชร์ความคิด - เปิดกว้าง อะไรก็ได้ ไม่ต้องยึดติดมาก ความรับผิดชอบในความคิดยังไม่มาก เพราะเป็นไอเดีย อะไรก็ได้
แชร์ความรู้ - มักมีพื้นความรู้ มีสิ่งที่เคยเห็นผลมาแล้ว มีความชัดเจนในการดำเนินการมากกว่า แต่ก็มักทำให้ไม่ได้ความหลากหลาย หรือหลุดกรอบไปบ้าง
ถ้ารวมกันทั้งสองแบบ ก็คงจะดี
ขอเสนอเพิ่ม "แชร์การกระทำ" ว่าเมื่อทำหรือปฏิบัติแล้ว เกิดการเรียนรู้อะไร เกิดผลอะไร
วิจารณ์
ขอแชร์ความปรารถนาดี ครับ อย่างอื่นมีคนแชร์ที่ดีอยู่แล้ว
แชร์ความรู้สึก ด้วยน่าจะดี เพราะจะทำให้เข้าถีง การแชร์ความคิดและความรู้ แต่อาจตกลงเรื่องเวลาและกติกาบ้างเพื่อไม่ให้ใช้เวลาค่ะ
เรียน อ.ดร.ประพนธ์ค่ะ..
ขอคิดด้วยคนครับ
กรณีการประชุมที่ต้องการได้ผลลัพธ์เป็น "แนวทางการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ" คิดว่าถ้าเริ่มด้วย การแชร์ความรู้ จากประสบการณ์ หรือกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง ก็จะได้แนวทางพื้นฐานในการดำเนินการ แต่ถ้ามีการร่วมแชร์ความคิดกันต่อ คิดแบบต่อยอด หรือคิดประยุกต์จากความรู้ประสบการณ์เดิม ก็อาจจะทำให้ได้แนวคิดหรือ แนวทางใหม่ๆ ที่มีโอกาสสำเร็จสูง หรือโอกาสผิดพลาดน้อยเพราะได้แชร์ความคิดโดยอาศัยการแชร์ความรู้เป็นพื้นฐาน
ขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาร่วมแชร์กันเรื่องนี้ครับ ...ผมขอต่ออีกนิดว่า ไม่ว่าจะเป็น "ความคิด" หรือ "ความรู้" หรือแม้แต่ "ข้อมูล" ก็ตาม ....ในที่สุดแล้ว "ACTION" หรือการดำเนินการ (การกระทำ) นั่นแหละครับที่สำคัญที่สุด!!
ปราศจาก Action ที่ แชร์กันนั้นก็ไม่มีความหมายใดๆ .....ตอนที่จะมี Action นี่แหละครับที่สำคัญ ....เห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่า เรื่องอารมณ์ ความรู้สึก มีผลอย่างยิ่ง ดีใจที่มีหลายท่าน แนะให้หันมา "จัดการอารมณ์ จัดการความรู้สึก" ด้วย
การจัดการความรู้สึกที่สำคัญที่สุด ก็คือ "ความรู้สึกตัว หรือ การระลึกรู้ ที่เรามักเรียกกันว่า การฝึกสติ" ครับ ...ท่านใดมีอะไรดีๆ แนะนำมาอีกนะครับ
ขอบคุณทุกท่านมากครับ
ประพนธ์
แชร์ความคิด กับ แชร์ความรู้ ....คนละเรื่องเดียวกัน!!
สวัสดีค่ะ...เพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาอ่านขอแชร์ความคิดด้วยคนนะคะ
share แลกเปลี่ยน แบ่งปัน
ความคิด (Thought) : ความคิด ความรู้สึก เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หาเปรียบในด้านข้อมูลคือ Data วัตถุดิบดั้งเดิมที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้ตลอดเวลา
ความรู้ (Knowledge) : เป็นข้อเท็จจริงในขณะนั้น ซึ่งเกิดจากการที่ Data ผ่านกระบวนการ Process กลายเป็น Information และ ได้รับการกลั่นกรองวิจัย ทดลองจนเป็นที่ยอมรับแล้ว กลายเป็น Knowledge
ดังนั้น การแชร์ความคิด จึงต่างจาก การแชร์ความรู้
แต่อย่างไรก็ตาม การแชร์ความคิดนั่นล่ะ เป็นที่มาของความรู้ ..... แต่เมื่อเราหยุดความคิดนั่นแหละ จึงได้ความรู้ (ซึ่งต้องปฏิบัติสมาธิภาวนาค่ะ)
และจากที่ท่าน อ.ประพนธ์ ได้กล่าวถึง Action การกระทำ ว่าท้ายที่สุดแล้ว Action นั่นหล่ะที่สำคัญที่สุด
เรียนรู้สู่การปฏิบัติ ใช่มั้ยคะ
^*_*^ ร่วมแชร์ความคิดนะคะ ยังไม่ใช่ความรู้ อย่าพึงเชื่อตามหลักกามลาสูตร
เขียนผิดค่ะ กาลามสูตร ค่ะ (ขออภัยด้วยค่ะ)