ติดต่อ

  ติดต่อ

แชร์ความคิด กับ แชร์ความรู้ ....คนละเรื่องเดียวกัน!!

        มีหลายคนสอบถามผมมาเรื่องการแชร์ความคิดกับการแชร์ความรู้ครับ สมมติว่าประเด็นที่เราสนใจคือ ....ทำอย่างไรจึงจะสามารถให้บริการข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        ถ้าเป็นการประชุมทั่วไป เราก็จะให้ผู้เข้าร่วมประชุมช่วยกัน คิด เพื่อ ตีโจทย์ให้แตก ว่าถ้าจะให้บริการข้อมูลข่าวสารได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะต้องทำอย่างไร ...คนโน้นเสนออย่างนี้ ...คนนี้เสนออย่างโน้น เสร็จแล้วก็นำข้อเสนอเหล่านั้นมารวมกันจัดทำเป็นแผนการดำเนินงาน นี่เป็นผลที่มาจากการแชร์ความคิดครับ ซึ่งถ้าความคิดเฉียบคม ได้แผนที่เฉียบขาด ยุทธศาสตร์ก็จะเป็นจริง

        และในประเด็นเดียวกันนี้ ถ้าให้แต่ละคน แชร์ สิ่งที่ตนเองเคยมีประสบการณ์ดีๆ ...มีเทคนิคหรือวิธีการที่ใช้แล้วได้ผลสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการได้ ยิ่งถ้าแชร์กันลงลึกว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้บริการนั้นๆ ออกมาดี และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้นำไปสู่การพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นๆ ต่อไป ก็ถือว่าได้ประโยชน์

        ...เห็นไหมครับว่า การแชร์ความคิด กับ การแชร์ความรู้ ดูไปดูมา ก็พบว่ามันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน!!

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 73013, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก

  คำสำคัญ (keywords): ความรู้kmksความคิด

ความเห็น (12)

  • ความคิดเป็นเรื่องของจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด ไร้กรอบ เพียงแต่หลายคนเคยชินกับการตีกรอบตัวเอง แล้วไม่เคยคิดออกนอกกรอบอีกเลย โดยเฉพาะเด็กที่เรียนสายวิทยาศาสตร์ในบ้านเรา มักคิดอยู่ในกรอบของเหตุผล และข้อจำกัด จนไม่รู้ว่าความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร
  • ความรู้ เป็นเรื่องของการสะสมประสบการณ์ เรียนรู้ ในสิ่งที่พิสูจน์แล้ว ว่าทำอย่างนั้นจะได้อย่างนี้ เป็นความจริงที่อาจไม่ต้องพิสูจน์อีกเพราะมีผู้ที่เคยทำได้มาก่อนแล้ว  หรืออยากจะพิสูจน์อีก เพื่อหาองค์ประกอบที่ชัดเจนของการเกิดขึ้นและคงอยู่ของความรู้
  • ดังนั้น การแชร์ความคิด เป็นเรื่องของการจินตนาการ เราอยากจะเห็นอะไรในอีกห้าปีข้างหน้า หรือสิบปีข้างหน้า คิดไปได้สารพัดครับ อาจเป็นจริง หรือไม่จริง แล้วค่อยใช้ในเรื่องของความน่าจะเป็นเข้ามาจับ แล้วก็จะบอกได้ว่า เรื่องที่เราคิดนั้นมีโอกาสความเป็นไปได้มากน้อยเพียงไรที่จะทำให้สำเร็จ การมีกรอบกำหนดไว้จึงเป็นการจำกัดความคิด ให้เรามีทางเลือกในเรื่องต่างๆลดลง การแชร์ความคิดมักใช้กันในการกำหนดวิสัยทัศน์ หรือแผนงานระยะกลางหรือระยะยาวขององค์กรครับ
  • ส่วนการแชร์ความรู้ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือสิ่งที่เรารู้แล้วในอดีต เพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่อยากจะทำ แล้วดูว่าสิ่งใดควรปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดีขึ้น มักใช้ในการระดมสมองเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
  • อย่างไรก็ตามไม่ว่า เราจะเอาประสบการณ์ที่ผ่านมาของคนอื่น เป็นต้นแบบหรือจะระดมสมองเพื่อคิดหาแนวทางของตนเอง เพื่อแก้ไขปัญหาองค์กรหรือพัฒนาองค์กรก็ตาม ก็เป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรพัฒนาขึ้นทั้งสิ้น
  • โห  ขอบพระคุณมากเลยค่ะอาจารย์  ทั้งท่านอาจารย์ประพนธ์และท่านอาจารย์Mitochondria  เลยนะคะ 
  • หนิงเองก็เจอคำถามแบบนี้อยู่ค่ะ  และก็นำมาถามตัวเองเหมือนกัน แต่เนื่องจากว่าตัวเองก็ยังไม่ตกผลึกและมีความรู้ด้านKM ไม่มากนักจึงยังไม่สามารถตอบได้    วันนี้ดีใจจังค่ะชัดเจนเลย
boonpitak
IP: xxx.24.239.202
เขียนเมื่อ 

คล้ายกัน แต่น่าจะแตกต่างกันเล็กน้อย

แชร์ความคิด  - เปิดกว้าง อะไรก็ได้ ไม่ต้องยึดติดมาก ความรับผิดชอบในความคิดยังไม่มาก เพราะเป็นไอเดีย อะไรก็ได้

แชร์ความรู้ - มักมีพื้นความรู้ มีสิ่งที่เคยเห็นผลมาแล้ว มีความชัดเจนในการดำเนินการมากกว่า แต่ก็มักทำให้ไม่ได้ความหลากหลาย หรือหลุดกรอบไปบ้าง

ถ้ารวมกันทั้งสองแบบ ก็คงจะดี

ขอเสนอเพิ่ม "แชร์การกระทำ"    ว่าเมื่อทำหรือปฏิบัติแล้ว เกิดการเรียนรู้อะไร เกิดผลอะไร

วิจารณ์

Handy
เขียนเมื่อ 
  •     แชร์ความรู้ .. มั่นใจได้มาก ว่าจะเกิดผลนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะสิ่งที่พูดเป็น ของจริง 
      
  • แชร์ความคิด ... หากเป็นความคิดของ คนมีความรู้ แม้เป็นจินตนาการก็มักจะเกิดประโยชน์ นำไปประยุกต์ใช้ได้มาก ที่เป็นปัญหา และบางครั้ง เสียเวลา มักจะมาจาก การแชร์ความคิด จากคน ชอบคิด โดย ไม่ค่อยมีความรู้
  ขอแชร์ความปรารถนาดี ครับ อย่างอื่นมีคนแชร์ที่ดีอยู่แล้ว
สุรีย์
IP: xxx.25.230.145
เขียนเมื่อ 

แชร์ความรู้สึก ด้วยน่าจะดี เพราะจะทำให้เข้าถีง การแชร์ความคิดและความรู้ แต่อาจตกลงเรื่องเวลาและกติกาบ้างเพื่อไม่ให้ใช้เวลาค่ะ

เรียน  อ.ดร.ประพนธ์ค่ะ..

  • ดิฉันอาจคิดไม่เหมือนใครๆค่ะ...ต้องขอประทานโทษ
  • ฉันว่า"ความรู้"กับ "ความคิด" นั้นมันไปคู่กันอยู่แล้วค่ะ...ถ้ามีความรู้แต่ไม่รู้จักคิดเอามาใช้..ก็ไร้ประโยชน์.....ถ้ามีความคิดอยากจะทำอะไรแต่ขาดความรู้ที่แท้จริง..ก็อาจผิดพลาด....
  • อาจใช้ความรู้เพื่อให้ได้ความคิดใหม่ในการสร้างความรู้...หรืออาจใช้ความคิดเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่แล้วใช้เปลี่ยนความคิด
  • ฉันมองว่าเรื่องนี้อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน...ในการมองแต่ละเรื่องมากกว่า
  • สุดท้าย..ไม่ว่า"ความรู้" หรือ"ความคิด"..มันก็คือหนึ่งในกระบวนการเพื่อให้ได้งานตามเป้าหมายอยู่ดี
  • ฉันว่าบอกท่านที่ถามเถอะค่ะ...ว่า...จะแชร์อะไรก็ช่าง..เราหวังงานตามเป้า..ก็เท่านั้นเองค่ะ
พินิจ กฟผ.แม่เมาะ
IP: xxx.8.124.9
เขียนเมื่อ 

 ขอคิดด้วยคนครับ

  กรณีการประชุมที่ต้องการได้ผลลัพธ์เป็น "แนวทางการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ" คิดว่าถ้าเริ่มด้วย การแชร์ความรู้ จากประสบการณ์ หรือกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง ก็จะได้แนวทางพื้นฐานในการดำเนินการ  แต่ถ้ามีการร่วมแชร์ความคิดกันต่อ คิดแบบต่อยอด หรือคิดประยุกต์จากความรู้ประสบการณ์เดิม ก็อาจจะทำให้ได้แนวคิดหรือ แนวทางใหม่ๆ ที่มีโอกาสสำเร็จสูง หรือโอกาสผิดพลาดน้อยเพราะได้แชร์ความคิดโดยอาศัยการแชร์ความรู้เป็นพื้นฐาน

ขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาร่วมแชร์กันเรื่องนี้ครับ ...ผมขอต่ออีกนิดว่า ไม่ว่าจะเป็น "ความคิด" หรือ "ความรู้" หรือแม้แต่ "ข้อมูล" ก็ตาม ....ในที่สุดแล้ว "ACTION" หรือการดำเนินการ (การกระทำ) นั่นแหละครับที่สำคัญที่สุด!!

ปราศจาก Action ที่ แชร์กันนั้นก็ไม่มีความหมายใดๆ .....ตอนที่จะมี Action นี่แหละครับที่สำคัญ ....เห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่า เรื่องอารมณ์ ความรู้สึก มีผลอย่างยิ่ง ดีใจที่มีหลายท่าน แนะให้หันมา "จัดการอารมณ์ จัดการความรู้สึก" ด้วย

การจัดการความรู้สึกที่สำคัญที่สุด ก็คือ "ความรู้สึกตัว หรือ การระลึกรู้ ที่เรามักเรียกกันว่า การฝึกสติ" ครับ ...ท่านใดมีอะไรดีๆ แนะนำมาอีกนะครับ

ขอบคุณทุกท่านมากครับ

ประพนธ์

แชร์ความคิด กับ แชร์ความรู้ ....คนละเรื่องเดียวกัน!!

สวัสดีค่ะ...เพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาอ่านขอแชร์ความคิดด้วยคนนะคะ

share แลกเปลี่ยน แบ่งปัน
ความคิด (Thought)  : ความคิด ความรู้สึก เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  หาเปรียบในด้านข้อมูลคือ Data วัตถุดิบดั้งเดิมที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้ตลอดเวลา


ความรู้ (Knowledge) : เป็นข้อเท็จจริงในขณะนั้น  ซึ่งเกิดจากการที่ Data ผ่านกระบวนการ Process กลายเป็น Information  และ ได้รับการกลั่นกรองวิจัย ทดลองจนเป็นที่ยอมรับแล้ว  กลายเป็น Knowledge


ดังนั้น  การแชร์ความคิด  จึงต่างจาก การแชร์ความรู้
แต่อย่างไรก็ตาม  การแชร์ความคิดนั่นล่ะ  เป็นที่มาของความรู้   ..... แต่เมื่อเราหยุดความคิดนั่นแหละ  จึงได้ความรู้   (ซึ่งต้องปฏิบัติสมาธิภาวนาค่ะ)


และจากที่ท่าน อ.ประพนธ์  ได้กล่าวถึง Action การกระทำ ว่าท้ายที่สุดแล้ว  Action นั่นหล่ะที่สำคัญที่สุด
เรียนรู้สู่การปฏิบัติ  ใช่มั้ยคะ


^*_*^  ร่วมแชร์ความคิดนะคะ     ยังไม่ใช่ความรู้  อย่าพึงเชื่อตามหลักกามลาสูตร

เขียนผิดค่ะ  กาลามสูตร  ค่ะ   (ขออภัยด้วยค่ะ)