การปฏิบัติธรรมในการทำงาน ก็เพื่อความถูกต้องให้อยู่รอด คือทำงานเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ให้คงอยู่และเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ใช่ทำงานไปเพื่อหาเงินไปสนองกิเลส หรือความอยากที่นำไปสู่ความเสื่อม

ในชีวิตของปุถุชนคนเดินดินอย่างเรานั้น มักใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใน 2 สถานที่ด้วยกัน นั่นคือ ที่บ้าน และที่ทำงาน ...ขณะที่เราอยู่บ้าน เราจะมีความเป็นส่วนตัวบ้างพอสมควร สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ตามความต้องการของตนเองอย่างสะดวก สบาย  และดีกว่าที่ทำงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ผู้ติดต่อประสานงาน ฯลฯ  นอกจากนี้แล้วยังต้องมีกิจกรรมอื่นๆ อีกทั้งในด้านความคิด การพูด การกระทำ ร่วมกับเขาเหล่านั้น ซึ่งเขาอาจจะเป็นคนดี คนไม่ดี คนที่น่ารัก และคนที่น่ารังเกียจต่างๆ นาๆ กัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น ...ทำให้ชีวิตสงบได้ยาก

        จะเห็นได้ว่าการทำงานอยู่ที่ทำงานมีความยุ่งยากมากกว่าการอยู่ที่บ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพสังคมปัจจุบัน (นี่ไม่นับต้องระวังลูกระเบิด...ฮา) โดยที่มีสภาพเศรษฐกิจที่รัดตัว การปฏิบัติตัวในที่ทำงานจุงเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากมากยิ่งขึ้น ...ท่านพุทธทาสจึงได้แนะนำเรื่อง การทำงาน คือ "การปฏิบัติธรรม" มาเป็นหลักในการดำรงชีวิตและการทำงานของเราให้มีความสุขไว้ ดังนี้

         การปฏิบัติธรรมในการทำงาน ก็เพื่อความถูกต้องให้อยู่รอด คือทำงานเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ให้คงอยู่และเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ใช่ทำงานไปเพื่อหาเงินไปสนองกิเลส หรือความอยากที่นำไปสู่ความเสื่อม เมื่อได้คิดดี คิดถูก เช่นนี้แล้วการทำงานก็จะมีความสุข มีความพอใจในการทำงานทุกประเภท ตามแต่โอกาสและความสามารถของตน คิดเสียว่า การทำงานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือเป็นคนล้างท่อ ต่างก็เปรียบได้เหมือนกับการปฏิบัติธรรม คือการทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น

        ในการดำรงชีวิตให้เกิดประโยชน์สูงสุดในโลกนั้น ต้องมีการพัฒนาและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งในเรื่องทาง วิทยาการความรู้ต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก หรือการเปลี่ยนแปลงทางสังคม พฤติกรรมของผู้คนในสังคมอันเป็นอนิจจัง ดังนั้นการนำหลักธรรมะเป็นที่ยึดเหนี่ยวหรือหลักในการทำงานหรือการดำรงชีวิตแล้วคิดว่า คงได้รับความสงบสุขไม่น้อยเลย