ท่องเที่ยวชุมชน ฤา เป็นวิถีบอกกล่าวตัวตนคนชายขอบ

หลังจากเดินเตร็ดเตร่ เก็บเกี่ยวความรู้ไปพลาง วิจารณ์สิ่งที่เห็น(ในใจ)ไปพลาง ในงานมหกรรมสมุนไพรลุ่มน้ำโขง ที่ มรภ.เชียงราย ได้ความรู้เต็มอิ่มแบกไปเป็นอาหารเสริมสมองแทบไม่ไหว         ภูมิปัญญาไทยหลากหลายและงดงามจริงๆ

เหล่าเรา : ชนเผ่า Alternative

บ่ายคล้อย...เราต้องออกเดินทางไปที่ บ้านจะแล พวกเรามีนัดกับ คุณสมศักดิ์ พวงมาลี เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน ของกลุ่มศิลปกรรมกระจกเงา (Mirror art fund.)  ที่จะพาเราไป Home stay สัมผัสวิถีชีวิตพี่น้องลาหู่(มูเซอ) พร้อมไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้รูปแบบของการท่องเที่ยวที่กำลังดำเนินการอยู่  ที่แตกต่างออกไปจาก สกว. แต่เน้นที่ชุมชนเรียนรู้เช่นเดียวกัน อาจจะแตกต่างกันไปบ้างตาม วิธีการ วิธีคิด

วันนี้เรามีไกด์หนุ่มลาหู่  จ่าป่า มารับพวกเราถึงในงานมหกรรมฯ ด้วย เขายิงคำถามแรกกับผมว่า พี่จะนอนได้มั้ยครับ?”น้องจ่าป่ากำลังสื่อความหมายให้ผมฟังว่า อาจจะลำบากสำหรับคนเมืองอย่างผมและเพื่อนๆสักหน่อย (ทั้งๆที่ผมก็ดูเป็นคนดอย และมาจากดอย)  พวกเราทุกคน เหล่าคน Alternative ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า สบายมาก 

เราเตรียมเสบียงกรังเล็กน้อยในเมืองเชียงราย เพื่อนำเข้าไปในหมู่บ้าน ผมเร่งให้เข้าไปก่อนพระอาทิตย์จะลับเหลี่ยมเขา เพราะอยากไปถ่ายรูปช่วงนั้น แสงเงากำลังดี และมีโอกาสได้เดินสัมผัสวิถีลาหู่อย่างใกล้ชิด  

 

เหล่าสาวก  Alternative เดินทางเข้าหมู่บ้านจะแล  

 

และแล้ว...รถของเราก็มาถึง บ้านจะแล  

ผมเคยมาเยือนที่นี่ครั้งหนึ่งเมื่อสองปีที่แล้ว  ตอนนั้นผมนำนักวิจัยชาวบ้านมาศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าที่นี่

จากวันนั้นถึงวันนี้บ้านจะแลไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ยังคงเป็นธรรมชาติของหมู่บ้านลาหู่ที่ครบถ้วน (ผมค่อนข้างคุ้นเคยกับลาหู่ที่ อ.ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน)

วันนี้เรายังไม่เข้าไปดชมพิพิธภัณฑ์ชนเผ่า  จ่าป่าบอกให้พวกเราเก็บสัมภาระก่อนที่จะนำเที่ยวชมในชุมชนใน จุดสำคัญต่างๆ ของหมู่บ้าน และพูดคุยกับพี่น้องลาหู่ที่นี่

 

จุดหนึ่งที่สำคัญเปรียบเหมือนจุดรวมใจคนชุมชนก็คือ Lahu temple หรือที่พวกเขาเรียก หอเย่ (Ho yae) เป็นพื้นที่ทำพิธีกรรมติดต่อระหว่างคนกับเทพ

พิธีกรรมสำคัญของชุมชนมีขึ้นที่นี่ทุกวันศีลของเดือน(เดือนประมาณ ๒ ครั้ง)  มีหมอผีเป็นผู้นำพิธีกรรม ภายในหอเย่ดูขลังเพราะมีเครื่องสักการะ ต้นตุงคล้ายๆของธิเบตเต็มพื้นที่ในหอเย่ ดูลึกลับ ดีเหมือนกัน

พวกเราที่แสดงบทบาทเป็นนักท่องเที่ยวระดมถามจ่าป่าทุกประเด็น Indept แบบนักวิจัย และต้องชมว่าไกด์ชุมชนของเราได้รับการฝึกฝนเพื่อรับมือคำถามเป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะที่นี่รับนักท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ส่วนใหญ่ และส่วนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จะชอบมาก คนไทยยังมีกลุ่มเที่ยวแบบนี้น้อย เพราะชอบแบบฉิ่งฉาบทัวร์ วิ่งขึ้น วิ่งลงรถ ถ่ายรูป ซื้อของ จบ

การท่องเที่ยวแบบเรียนรู้สัมผัสชีวิตใช้เวลานานๆเริ่มนิยมกันมากขึ้นในกลุ่มของคนทำงานของไทย

วิถีง่ายๆ วันนี้ทำให้ผมหลุดออกจากคราบของเมืองอีกครา ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ดีเหมือนกันครับ ไม่ต้องติดต่อใคร ไม่มีใครตามทวงงาน เดินเที่ยวในหมู่บ้านจนทั่วพร้อมกับตะวันที่โบกมือลาพวกเราที่มุมเขาทิศตะวันตก

นามีสี หญิงลาหู่เจ้าของบ้านที่ผมไปพักด้วย บอกให้ผมเร่งอาบน้ำและมากินข้าวร่วมกับเธอและลูก ...ผมอาบน้ำที่เรียกว่า เย็นมากๆ แต่ก็สดชื่นดี นั่งล้อมวงกินข้าวมื้อที่แสนเอร็ดอร่อย ผักกาดต้มกับไก่ และน้ำพริกมูเซอ ที่แซ่บอย่าบอกใคร ...กับข้าวที่ง่าย ในบรรยากาศท้องถิ่นบ้านป่า อร่อยกว่า MK ที่ผมไปทานมาอีก

ในค่ำคืนนี้เรามีนัดกับชาวบ้านที่ลานเต้นในหมู่บ้าน มีการแสดงต้อนรับของพี่น้องลาหู่ให้ชมและร่วมเต้น…  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เสียงกลองและเสียงฉาบดังก้องระทึกทั่วป่า จ่าป่าบอกผมว่า เป็นสัญญาณว่า พิธีเต้นรำ น่าจะพร้อมแล้ว </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">…ลานเต้นเป็นลานดินที่เรียบโล่ง ก่อไฟกองใหญ่กลางลาน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หนุ่ม สาวลาหู่แต่งกาย ด้วยชุดประจำเผ่าดูละลานตา หนุ่มลาหู่เป็นผู้ให้จังหวะ เครื่องตี เครื่อเป่ามาพร้อมสรรพ สาวๆเต้นตามจังหวะ มีทั้งอ่อนหวาน และเข้มแข็งตามทำนอง สำหรับผมแม้จะคุ้นชินกับการเต้นของพี่น้องชนเผ่า แต่วันนี้ผมก็ตื่นเต้นกับเสียงดนตรีกับแสงไฟที่ลุกโชนนั่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะแลในค่ำคืนบุหลันลอยเลื่อน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พี่สมศักดิ์ บอกว่าท่าเต้นของหญิงสาวประยุกต์มาจากวิถีอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว เกี่ยวข้าว ฝัดข้าว เก็บผัก ดนตรีที่ให้เสียงประกอบก็ให้ทำนองแตกต่างกันตามอารมณ์ บางครั้งดูเศร้าสร้อยอ่อนไหว บางครั้งดูร่าเริงสนุกสนาน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมชมการแสดงจนเพลิน…สังเกตแววตาสาวลาหู่ แม้เธอจะเอียงอายหลบตาวูบวาบเมื่อผมจ้องมอง ผมเห็นความสดใส เห็นความไร้เดียงสาของสาวชาวดอยอยู่ในดวงตา…นี่หละวิถีชุมชนที่แท้ และผมก็ได้มาสัมผัส</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เสียงดนตรีที่เร้าใจก่อนจบการเต้นยังดังก้องในอกผม ภาพของการเต้นรำที่สนุกสนานของหนุ่มสาวลาหู่ยังติดตา…ก่อนที่จะหลับตาพักผ่อนในคืนอันแสนสุข ซุกตัวใต้ผ้าห่มหนาๆที่นามีสีเตรียมไว้ให้ ….แล้วรำพึง ราตรีสวัสดิ์ เบาๆ กับตัวเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">        ผมและเด็กๆชาวลาหู่ ในเช้าวันหนึ่งที่บ้านจะแล           </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขอบคุณ >>>>>>>อะ โบ ดา ยา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พี่สมศักดิ์  (miror art fund.) น้องจ่าป่า พี่นามีสี และพี่น้องลาหู่จะแลที่น่ารัก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขอบคุณ >>>>>>>อะ โบ ดา ยา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สกว.ด้วยครับที่ให้โอกาสผม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">http://www.bannok.com</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">http://www.hilltribe.org/</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อะ โบ ดา ยา = ขอบคุณ (ภาษาลาหู่)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>