อนุสนธิ์ จากการอ่านเรื่องเล่าของคุณศิริลัคนา  เปี่ยมสิริ เมื่อวันก่อน ผมอ่านแล้วผมลุกซู่ไปทั้งตัวครับ

ซึ่งแสดงว่า คุณศิริลัคนา หรือ คุณตุ๊ มีเทคนิคการเล่าที่ดีมาก ทำให้ผมเกิดภาพจินตนาการถึงเงื่อนไขและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่คุณตุ๊ทำงานอยู่ ว่า

การพัฒนาการของชุมชนนั้นมีขีดจำกัดต่างๆ มากมาย ที่เกิดขึ้น ตามระยะเวลาการพัฒนาการของแต่ละเรื่อง คนที่เคยขยันอาจจะทำไม่ได้อีกต่อไป เพราะสุขภาพและสถานการณ์เปลี่ยนไป คนบางคนก็จำเป็นต้องผ่องถ่ายสมบัติไปให้ลูกหลาน ไม่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มได้อีกต่อไป

  

การเล่าของคุณตุ๊ ทำให้ผมเห็นภาพที่คนส่วนใหญ่มองข้าม โดยเฉพาะการตั้งสมมุติฐานที่ทุกอย่างเป็นภาพนิ่ง ความสามารถที่คงที่ ทรัพยากรที่คงที่ และสถานการณ์ที่คงที่ ทำให้เราไม่เข้าใจว่า ความเป็นจริงคืออะไร

  

ผมเลยตอบคุณตุ๊ว่า ปัญหาใหญ่ประเด็นหนึ่งของการทำงาน คือ คนขาดจินตนาการเชิงภาพเคลื่อนไหว ไม่มองภาพให้เห็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกด้านไปพร้อม ๆกัน จนทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ ที่เราเรียกว่า System dynamic”

  

การมองภาพแบบนี้ เราจะต้องพิจารณาการเลื่อนไหลของสถานการณ์ คาดการณ์ล่วงหน้า วาดภาพฝันล่วงหน้า เลิกมองภาพแบบมองจากช่องหน้าต่าง แต่ออกไปมองภาพที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง เสมือนหนึ่งเราอยู่ในสถานการณ์นั้น และจำเป็นที่จะต้องมองแบบไม่สรุปผล แต่มองอย่างเปิดช่องทางเลือก จึงจะทำให้เกิดความเข้าใจระบบอย่างแท้จริง และสามารถคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าได้อย่างกว้างขวาง

  

ลักษณะนี้ เป็นการวิเคราะห์ระบบ จากการเคลื่อนไหวของสถานการณ์ มากกว่าที่จะวิเคราะห์โดยใช้ภาพนิ่ง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยความรอบคอบในการทำงาน และมีจินตนาการผนวกกับประสบการณ์ และความเป็นไปได้ด้านต่างๆ เข้ามาประกอบกัน จึงจะทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงได้ดีที่สุด

  

อย่างไรก็ตาม ผมขอชื่นชมในการเล่าเรื่องของคุณตุ๊ และขอเชิญชวนให้ทุกท่านเข้าไปอ่านเรื่องของคุณตุ๊ แล้วท่านจะประสพเหตุการณ์นี้ด้วยตนเอง