GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เมื่อฉันเรียนปรัชญาเซนพร้อมเด็กอนุบาลญี่ปุ่น

เห็นคนญี่ปุ่นเขาฝึกระเบียบเด็กอนุบาลแล้ว นักศึกษาปริญญาเอกคนไทยอย่างฉันรู้สึกอายเล็กน้อย(ถึงอายมาก) ไม่ใช่เพราะฉันเป็นคนไม่มีระเบียบขนาดนั้น แต่เป็นเพราะว่ากว่าฉันจะรู้จักวิธีการเจริญสตินั้น ก็ปาเข้าไปค่อนชีวิตแล้วมั้ง

cleaning dojo

 ภาพการทำความสะอาดพื้นสำนักหลังเลิกเรียน ที่จะมีให้เห็นกันในสำนักศิลปป้องกันตัวของญี่ปุ่นทั่วไป 

เสน่ห์ของการเรียนศิลปป้องกันตัวญี่ปุ่นกับเซนเซที่มีความอนุรักษ์มาก ๆ ก็คือ ท่านจะใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องการถ่ายทอดความสำคัญของการพัฒนาจิตวิญญาณของมนุษย์เหนือสิ่งอื่นใด

ไม่เว้นแม้กระทั่งหมดคาบเวลาเรียนแล้ว อย่างเช่นธรรมเนียมการขัดพื้นสำนัก ที่ทุกคนต้องลดอัตตาตัวตนลงมาทำอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะสายอะไร อายุเท่าไหร่ ฝึกมานานหรือยัง

ฉันพบว่า มันเป็นการฝึกความสามัคคี ความมีน้ำใจให้กันได้ดีมาก ๆ เพราะมันยากที่จะทำให้ได้พร้อม ๆ กัน และมันก็จะหกคะเมนตีลังกาลื่นลงไปนอนเหยียดยาวกันทีละคนสองคน รวมถึงผู้ช่วยสอนอย่างฉันด้วย แต่ทุกคนก็จะคอยช่วยกันตลอด จะรอกัน จะมองกัน จะไปพร้อม ๆ กัน

ไม่มีใครทิ้งกันเลย เป็นกิจกรรมที่ทำให้รักกันมากเลยแหละ ขอบอก

ไม่นับประโยชน์ที่ทำให้ได้ฝึกหลายกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กันเป็นการ วอร์ม ดาวน์ ได้ทั้งยืดเส้น และกึ่ง ๆ แอโรบิคส์ไปในตัวนะฉันว่า

วิธีการทำ ก็คือ เซนเซจะแจกผ้าขาวสะอาดใหม่เอี่ยมให้คนละผืน พร้อมกับสอนวิธีการพับให้ ฉันต้องพยายามอ่านปากเซนเซไปด้วย เพราะเซนเซพูดภาษาญี่ปุ่นเร็วปรื๋อ

อย่าว่าแต่ฉันเลย เจ้าคุมะ น้องหมีอ้วน เด็กอนุบาลญี่ปุ่นตากลมโต แก้มยุ้ย ขาวจั๊วะ ที่ชอบนั่งข้างฉัน ก็ยังตามเซนเซไม่ทันเลย เจ้าหมีน้อยทำหน้าเหยเก แล้วก็พับบิดเบี้ยวไปมา

ลำบากฉันต้องแอบชะโงกดูของเด็กอีกคน คือ อิบุกิ ซึ่งพับเสร็จก่อน แล้วก็พยายามพับตามให้ ตกลงเสร็จพร้อม ๆ กันพี่หมี กับน้องหมี

เสร็จแล้วทุกคนก็เข้านั่งเรียงแถว โหย่งตัวอย่างในภาพ (ซึ่งเป็นของสำนักอื่น ขอยืมมาประกอบการเล่า) แล้วเซนเซเป็นคนให้สัญญาณ ก็ไถปื๊ดดดดดด กันไปจนสุดโถง Dojo

พอสุด ก็จะกระเถิบขึ้นไปหนึ่งแถวไม้กระดาน แล้วก็กลับตัว (เหมือนว่ายน้ำ) ทุกคนตั้งแถวเตรียมพร้อม รอเซนเซให้สัญญาณ แล้วก็ถูไปพร้อม ๆ กันใหม่

ระหว่างนั้น ก็จะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเด็ก ๆ สลับกับเสียงร้องโอดโอยของคนที่ล้ม และเสียงฟืดฟาดของลมหายใจหอบ กับสารพัดเสียง รวมทั้งเสียงเร่งจังหวะแบบดุไม่มากของเซนเซ คือเสียงใหญ่ ๆ ทุ้ม ๆ กึ่งเป็นทางการแบบอมยิ้มเล็กน้อย เพราะถือว่าหมดคาบการฝึกแล้ว

แต่จะว่าไปแล้ว สำหรับการเรียนกับเซนเซ ตลอดเวลาคือการฝึก เพราะจุดประสงค์ของการที่ผู้ปกครองพาเด็ก ๆ มาฝากให้เซนเซฝึก ก็คือ ให้เด็กมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลานี่แหละ

เห็นคนญี่ปุ่นเขาฝึกระเบียบเด็กอนุบาลแล้ว นักศึกษาปริญญาเอกคนไทยอย่างฉันรู้สึกอายเล็กน้อย(ถึงอายมาก) ไม่ใช่เพราะฉันเป็นคนไม่มีระเบียบขนาดนั้น แต่เป็นเพราะว่ากว่าฉันจะรู้จักวิธีการเจริญสตินั้น ก็ปาเข้าไปค่อนชีวิตแล้วมั้ง

และก็รู้จักในคอร์สวิปัสสนาเสียด้วย

แต่เด็กพวกนี้ เซนเซสอนให้รู้ตัวทั่วพร้อม เหมือนที่ฉันรู้จักในคอร์สวิปัสสนาเลย ไม่ว่าจะลุกขึ้นยืนจากท่านั่งเอี้ยมเฟี้ยมคุกเข่าน่ารักมาก เอามือเล็ก ๆ สองข้างวางบนตัก ว่าต้องเอาเข่าไหนขึ้นก่อน (สำหรับซามูไรแล้ว ต้องขาขวาก่อน เพราะดาบจะอยู่ข้างซ้าย) 

และช่วงเวลาพัก ก็เดินเหมือนเราเดินจงกรมนี่แหละ คือรู้ตัว ไปถึงประตูก็โค้ง และมีคำบริกรรมเหมือนเรามีด้วย และออกไปจัดรองเท้าให้เป็นระเบียบ

การจัดรองเท้าของตัวเองนี้ ก็เป็นปรัชญาเซนชั้นสูงเหมือนกัน เรียกว่า Kykkashoko แปลได้ประมาณว่า  การก้มลงมองหาตัวเอง หรือการเรียนรู้ชีวิตตัวเองด้วยการก้มลงมองดูเท้าตัวเอง โอ้โห...

ไม่นับที่เรียนเสร็จ วอร์มดาวน์เสร็จ แล้วต้องจบลงด้วยการนั่งสมาธิทุกครั้ง ถ้าใครได้เคยเห็นเด็กอนุบาลญี่ปุ่นนั่งสมาธิอย่างเรียบร้อยตั้งอกตั้งใจหลับตาปี๋มือวางบนตัก คุกเข่าแบบซามูไร หลังตรง แต่บางทีมีเอนไปข้าง ๆ บ้าง หน้าตาหน้าเอ็นดูบางครั้งห่อปากจู๋เหมือนจะงอนใคร บางคนหน้าลอย รับรองจะต้องตกหลุมรักเด็กน้อยเหล่านี้แน่ ๆ  อารมณ์ประมาณอิ๊กคิวซังยังไงยังงั้น  

จริง ๆ แล้วมีอีกแยะ แต่เอาเป็นว่า แค่เรื่องจัดรองเท้า เพื่อให้หมั่นสำรวจตนเอง และเรื่องขัดพื้นสำนัก ให้ถ่อมตัว รู้รักสามัคคี มีน้ำใจห่วงใยเพื่อนฝูง แค่นี้ ก็เป็นวิธีเรียนที่แสนจะได้ผลโดยไม่ต้องสอนปากเปียกปากแฉะเท่าไหร่แล้ว เพราะมันได้โดยตรงจากการปฏิบัติ เด็ก ๆ เขาเข้าใจ และทำกันได้เอง เมื่อเห็นแล้วก็ชื่นใจ 

แล้วเซนเซก็มีวิธีพูดต่อด้วยว่า  พอรู้วิธีถูพื้นแล้ว วันหยุดหรือปิดเทอมก็ต้องหัดช่วยคุณแม่ทำอย่างนี้ที่บ้านด้วยนะ  เด็ก ๆ ก็ตอบเสียงยานคางว่า "ฮา-อัย..."  ทำเอาบรรดาคุณแม่บ้านญี่ปุ่นทั้งหลายที่มานั่งเฝ้าลูก ๆ เรียนอยู่ข้าง ๆ ห้องต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

อือ...หวังว่าสักวันหนึ่ง เมืองไทยจะทำอย่างนี้ได้อย่างแพร่หลายบ้างตั้งแต่อนุบาล เพราะถ้าทำได้ เราก็คงจะได้พลเมืองที่มีวินัย มีน้ำใจ อ่อนน้อมถ่อมตน คิดช่วยงานบ้านโดยแม่ไม่ต้องขอและรู้รักสามัคคีเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย

โอ้โฮ...ฝันแต่วันเลยนี่ฉัน

my class

เด็ก ๆ อนุบาลและป.๑ รร.ญี่ปุ่นในประเทศไทย กับผู้ช่วยสอนใจดี  น่าเสียดายที่เด็ก ๆ ที่ฉันสอนประจำหลายคนเปลี่ยนชุดเสียแล้ว เพราะเวลาเขาใส่เครื่องแบบแล้วน่าเอ็นดูมาก วันนี้มีเด็กบางคนมาดูการเรียนการสอนเป็นครั้งแรกด้วย  ไม่บอกก็คงเดาได้ว่าใครเป็นเด็กที่เรียนกับฉันอยู่ประจำ  และไม่บอกก็คงเดาได้เหมือนกันว่าคนไหนชื่อเล่นแปลเป็นภาษาไทยแล้วเหมือนฉันคือ น้องหมี ฮิ ๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 71379
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

อ่านแล้วชอบมากเลยคะ ต้องขอเป็นแฟนคลับด้วยคนค่ะ ชอบอ่านเรื่องซามูไร อย่าง มูซาชิ อยากนิ่งแบบนั้นแหละคะ น่าสนใจมากคะ การมองเรื่อง การเรียนการสอน และคำนี้ก็ประทับใจมากคะ " ให้เรียนรู้ชีวิตตัวเองด้วยการก้มลงมองดูเท้า "

อุ๊ย...เขิน แหะ ๆ ขอบพระคุณค่ะ คุณดอกแก้ว  ดีใจที่คุณดอกแก้วชอบเรื่องเล่าเล็ก ๆ น้อย ๆ   นี้ค่ะ  ชอบมูซาชิหรือคะ  ถ้าอย่างนั้นวันหลังจะหาเกร็ดการฝึกคล้าย ๆ มูซาชิมาเล่าให้ฟังนะคะ  (ตามใจท่านผู้อ่าน ฮิ ๆ)

สวัสดีค่ะ,

ณัชร

ชอบใจมากครับ

โดยเฉพาะแนวความคิดเรื่องการสอนที่ครอบคลุมไปทุกๆเรื่อง

แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นความรับผิดชอบในการทำความสะอาดในพื้นที่ที่ตนใช้สอย

เป็นการสร้างความรับผิดชอบ สร้างวินัย และปลูกฝังนิสัยไม่เห็นแก่ตน ได้เป็นอย่างดี

หนูก็เริ่มทำได้โดยนำมาใช้กับศิษย์ของหนูไงล่ะ

อาจารย์ดุรูปแล้ว มีแววเป็นคุณครูใหญ่รร.อนุบาลได้แจ๋วเลย จะตั้งชื่อให้ว่า "อนุบาลหมีน้อย" เอาไหม?

ขอบพระคุณค่ะ อาจารย์ ที่กรุณาแวะมา

หนูก็ชอบแนวคิดของคนญี่ปุ่นโบราณเหมือนกันค่ะ ที่สอดแทรกการสอนเด็กและฝึกเด็กของเขาไปในทุก ๆ ขณะของชีวิต ไม่เว้นแม้ในรายละเอียดปลีกย่อย

มีอีกประโยคที่เซนเซหนูชอบพูดบ่อย ๆ ให้หนูคิดเป็นการบ้านว่า  "เป้าหมาย" ของการกระทำนั้น ๆ คืออะไร

เช่น แม้แต่การออกดาบจากฝักท่านี้  แม้นเพียงครึ่งลำดาบ ก็มีความหมายน่ะค่ะ

เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า "เป้าหมาย" ของการกระทำนั้น ๆ คืออะไร

นั่นคือเป้าหมายของการฝึกในระดับต้น ๆ

แต่ "เป้าหมายรวม" นั้น ยากกว่าเยอะเลยน่ะค่ะ หนูก็ยังงง ๆ จับแพะไทยชนแกะญี่ปุ่นอยู่นี่น่ะค่ะ   เพราะมันเป็นเรื่องของจิตใจล้วน ๆ ตามที่เซนเซย้ำนักย้ำหนา

การที่พูดหรือสื่อสารทางวาจากับเซนเซไม่ค่อยจะรู้เรื่องก็ดีไปอย่างค่ะอาจารย์   คือต้องทำให้ใช้ "ใจ" เรียนดี

สรุปว่า ภาษาญี่ปุ่นหนูก็ยังไม่ไปถึงไหน ถึงแม้ภาษาไทยเซนเซจะดีวันดีคืนแล้วก็เถอะ แหะ ๆ

สวัสดีค่ะ,

ณัชร

ป.ล. หนูน้อมรับคำอวยพรของอาจารย์เรื่องมีแววเป็นครูใหญ่รร.อนุบาลได้นะคะ หนูก็อยากเป็นเหมือนกันค่ะอาจารย์  แต่อยากไปเปิดเชียงใหม่ได้ไหมคะ?  ฝากอาจารย์เช็คทีสิคะว่า ที่เชียงใหม่มีอนุบาลชื่อ "หมีน้อย" หรือยัง  ฮิ ๆ  เดี๋ยวหนูไปเปิดอนุบาลอินเตอร์สามภาษาเสียเลย ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น  เน้นสอนการเจริญสติให้เด็กเล็ก  รออาจารย์ส่งหลานตามาเรียน  อุ๊บส์ส์...ไม่ควรเรียกคุณตา.... ฮิๆ

 

  • ชอบดูเด็กๆครับมีความสุขดี
  • จะไปเปิดโรงเรียนอนุบาลเลยเหรอ
  • เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนอนุบาลหมีใหญ่ดีไหมครับเอหรือ

ดีใจๆ ได้อ่าน blog พี่ Nash : ) 

dojo ที่แวนคูเวอร์ก็ให้เด็กไทยโข่งสองคนนี้ ถูพื้นค่ะ เพราะเป็น สมาชิกใหม่ ที่ดันมาก่อนเวลาทุกครั้ง เซนเซไม่ได้สั่งแต่ท่านป้า สมาชิกเก่าแก่ให้ทำ

ถูท่านี้เลยค่ะ ถูไปขำไปเพราะมันไม่ชิน ถูไปล้มไป ทำมาสองเดือนแล้วเริ่มชิน เริ่มไม่ล้มแล้ว รู้สึกว่าได้มีส่วนร่วม แถมมีสมาชิกใหม่เข้ามารวมวง สงสัยอีกสองเดือนคงได้เลื่อนขั้นไปตั้งเป้ายิง (mato) ซะที ตอนนี้อยู่เมืองไทยค่ะ ไม่ได้ยิงธนูมาจะสามอาทิตย์แล้ว คิดถึงมากๆค่ะ 

กลับมาเรื่องน้องๆญี่ปุ่น ชอบเรื่อง Kykkashoko จังค่ะ 

ขอบคุณน่าค่ะ สำหรับ blog ดีๆ