สภานิสิต : สรุปและประมวลภาพโครงการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำนิสิต 2550

บีเวอร์

ในวันเสาร์ที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๐ สภานิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการ เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ห้องสัมมนา ๑  คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ท่านสามารถติดตามรายละเอียดของโครงการได้ที่ (กรุณาคลิกแรงๆเพื่อความสบายใจ)

 

ประมวลภาพกิจกรรมในวันนั้นครับ

 

 

 

 

 

      

   ..............................

 

         ผ่านไปแล้วนะครับสำหรับโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อติดอาวุธทางปัญญา บ่มเพาะความรู้ ให้แก่นิสิตผู้นำหน่วยกิจกรรมเลือดใหม่ ที่จะมาทำหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กรกิจกรรมนิสิตในปีการศึกษาหน้า

 

         ท่านกลางอนาคตผู้นำนิสิตที่มาเข้าร่วมโครงการกว่าร้อยคน แรกเริ่มนั้นผมมีความกังวลครับ คิดนั่น คิดนี่ โครงการเริ่มแล้วก็ยังกังวลอยู่ เวลาเดินทางผ่านสายตาของเราไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งอุปสรรคที่เข้ามามีบทบาทให้ ผู้จัดงานต้องเข้าต่อสู้ ทำตัวเป็นน้ำมันหล่อลื่น เพื่อไม่ให้งานสะดุด เราทำได้ครับ

 

         ผมคาดหวังไว้ลึกๆว่าโครงการนี้ผู้เข้าร่วมจะได้ความรู้สามารถประเมินได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่หลังจากการเสวนาเรื่อง การจัดการความรู้ เครื่องมือพัฒนาองค์การสู่สังคมอุดมปัญญา มีการสอนให้ผู้เข้าร่วม ลองสกัดแก่นความรู้ จากผลที่ได้นะครับ ผมคิดว่า ผู้นำนิสิตเลือดใหม่นี่ใช้ได้เลยทีเดียว

 

         ผมคิดในใจนะครับว่า ในปีการศึกษาหน้านั้นหากมีการกำหนดเป้าหมาย มีการส่งเสริม กระตุ้นให้ดี ผมคิดว่าปีหน้านั้น เลือดใหม่เหล่านี้จะมีอะไรดีๆให้เราเห็นอีกมากมาย เฉพาะโครงการนี้นะครับ ผมว่าพวกเค้าได้ทำให้ผมเห็นว่า ผมนั้นประเมินพวกเค้าต่ำไป ผมว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งครับ

 

         สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทีมวิทยากรทุกท่านที่ได้เข้ามาให้ความรู้ด้วยความเต็มใจ ขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกท่านที่เสียสละมาทำงานเพื่อมหาวิทยาลัย และสุดท้ายผมขอขอบคุณทีมงานสภานิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร เราร่วมตัวกันมาด้วยระเบียบมหาวิทยาลัยที่กำหนดหน้าที่ให้จะต้องมีสภานิสิต แต่ทุกวันนี้ผมคิดว่า เราเป็นทีมที่อยู่กันด้วยใจจริงๆครับ ยิ้มให้กันด้วยใจ ทำงานด้วยใจ สามัคคีด้วยใจ ผมขอขอบคุณนะครับตั้งแต่น้องปีหนึ่ง จนถึงอาจารย์ที่ปรึกษา เราเริ่มทำงานจากจุดสตารท์ที่ไม่มีใครรู้จักเรา และเราไม่รู้จักกัน ทุกวันนี้ระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี เราสร้างความคุ้นเคยระหว่างกันในทีม และสร้างให้ทีมสร้างสิ่งดีดี และสิ่งดีดีก็สร้างสังคมดีดีภายในมหาวิทยาลัย และสังคมดีดีภายในมหาวิทยาลัย ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมดีดีของประเทศไทย ผมดีใจครับที่ผมได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมนี้

 

สุดท้ายนี้ใครจะมีสิ่งใดติเตียน แนะนำ ชมเชย เกี่ยวกับโครงการนี้ เชิญเลยครับ

 

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จิตอิสระ

คำสำคัญ (Tags)#มหาวิทยาลัยนเรศวร#คณะ#สภานิสิต#รงค์รบ#ปืน#บีเวอร์#beever#นิสิตนักศึกษา#โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนิสิต#น้อยสกุล

หมายเลขบันทึก: 71373, เขียน: 08 Jan 2007 @ 01:30, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 16:58, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (7)

  • ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมสังเกตการณ์และได้สัมผัสกับน้องๆ ผู้นำนิสิตทุกคน
  • ตอนแรกดูกำหนดการก็รู้สึกหวั่นใจ  เนื่องจาก KM อยู่ช่วงสุดท้าย  กลัวเวลาเย็นและความอ่อนเพลียจากทั้งวันจะทำให้ KM ไม่สามารถดึงน้องๆ เข้ามาให้ความสนใจและเกิดความประทับใจได้
  • แต่เมื่อกระบวนการเริ่มต้นที่เวลาประมาณ 15.00 น. โดยเริ่มจาก ....
  • การกล่าวทักทายจากท่านอาจารย์วิบูลย์  แล้วต่อด้วย การให้น้องๆ แบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ในกลุ่มใหญ่มี 4 กลุ่มย่อย  เพื่อร่วมชมวีซีดี เกษตรฯ จ.พิจิตร และ รพ.บ้านตาก เพื่อนำเสนอปัจจัยสู่ความสำเร็จจากทั้ง 2 แห่ง --- น้องๆ นั่ง ฟังอย่างตั้งใจ มากๆ ระหว่างจบเรื่องแรก  ได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ... เพราะดูกันแทบจะลืมหายใจเลยมั้งคะ 
  • เมื่อชมวีซีดีจบ  น้องๆ แต่ละกลุ่มก็ได้ขึ้นมานำเสนอ  โดยมี พี่บอย เป็นผู้ดำเนินรายการ  ขนานดูวีซีดีเรื่องเดียวกัน 4 กลุ่มย่อยก็นำเสนอได้ในมุมมองที่แตกต่างอย่างลงตัว 
  • ดิฉันชื่นใจกับน้องๆ ผู้นำนิสิตรุ่นนี้อย่างมากจากโครงการนี้  น้องๆ ไม่ได้เพียงสรุปบทเรียนที่ได้  แต่เค้าสามารถนำบทเรียนไปเชื่อมโยงพร้อมกับยกตัวอย่างว่า ... หากเป็นเค้าจะนำ KM ไปทำอะไร เช่น การเตรียมตัวสอบแทนที่เค้าจะนั่งอ่านหนังสือแบบตัวใครตัวมัน  ฉันเก่งคนเดียว  ก็อาจจะมานั่ง ลปรร. กันในแต่ละบทที่แต่ละคนถนัดเพื่อให้ในชั้นของเค้าผ่านไปด้วยกัน --- นี่เป็นคำพูดของนิสิตปี 1 มน. ที่เพิ่งทำความรู้จัก KM เป็นครั้งแรกนะคะ  --- 
  • ยังมีอีกหลายๆ อย่างจากโครงการนี้ที่ทำให้ดิฉันเชื่อว่า น้องๆ กลุ่มนี้จะสามารถร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้  สังคมแห่งความสงบสุข  ให้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน  เพราะน้องเค้าไม่ใช่แค่เด็กๆ อีกต่อไปแล้วในความคิดของดิฉัน  ...
  • หลังจากเสร็จสิ้นการนำเสนอและรับมอบของรางวัล กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ซึ่งขณะนั้นเวลาก็ปาเข้าไป 17.30 น.
  • เรารู้สึกเกรงใจน้องๆ มาก  แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ อาจารย์วิบูลย์จึงได้ขออนุญาตน้องๆ เพื่อสรุปบทเรียน  และแนะนำเครื่องมือ KM อื่นๆ  จนถึงเวลาประมาณ 18.00 น.
  • หลังจบโครงการน้องๆ นั่งฟังกันนิ่งไม่มีใครลุกออกจากที่นั่งแม้แต่คนเดียว จนท่านอาจารย์วิบูลย์ต้องกล่าวว่า "มีใครอยากปรบมือให้ผมก็เชิญนะครับ  ไม่ถือเป็นการไล่"  หลังจากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้นในห้องประชุม
  • ดิฉัน และอาจารย์วิบูลย์เดินกลับมาที่รถ ... ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว ... อาจารย์ถามดิฉันขึ้นมาคำหนึ่งว่า "เป็นไงบ้าง รู้สึกอย่างไรบ้าง" แล้วอาจารย์ก็พูดขึ้นมาว่า "ได้เจออะไรแบบนี้แล้วรู้สึกมีกำลังใจ"  นั้นคงหมายถึงว่า  "มีความสุข"
    ...
  • บ่ายวันเสาร์ 3 ชม. ที่แสนยาวนานและประทับใจ ... น้องๆ ผู้นำนิสิต มน. มอบความสุขทางใจให้กับอาจารย์วิบูลย์และดิฉันอย่างที่พวกเค้าเองคงไม่รู้สึกตัว  --- ขอขอบคุณน้องๆ ทุกคน... ขอขอบคุณพลังลึกลับ ...

บีเวอร์
เขียนเมื่อ 08 Jan 2007 @ 15:56
  • ขอบคุณพี่ตูนศรีมากครับ
  • ยินดีครับที่พี่กับอาจารย์วิบูลรู้สึกเช่นนั้น
  • ผมก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน
  • ขอให้พี่ตูนสงบสุข
สภานิสิต ม.พะเยา
IP: xxx.24.175.205
เขียนเมื่อ 09 Jan 2007 @ 00:50

     เราว่า นิสิต นักศึกษา ทุกคนเปรียบได้ดั่งเพชรค่ะ แต่จะทำไงให้เพชรนั้นดูแล้วสะดุดตา และดูมีค่า ... แสงไฟนั้นไงค่ะ แสงที่สาดส่องเพชรเม็ดนั้นให้ทอประกาย แต่เคยสังเกตไหมค่ะ ว่าบางครั้งแค่แสงอย่างเดียวก็ไม่พอ มันต้องอยู่ที่มุมตกกระทบเช่นกัน บางครั้งต้องหาตั้งหลายด้าน กว่าจะส่องแสงความเป็นเพชรได้ดี

     ก็เหมือนกับสังคม ที่ต้องเปิดโอกาศให้กับ "นักกิจกรรมเลือดใหม่" หลาย ๆ ด้าน เพราะแต่ละคนก็มีความสามารถที่โดนเด่นไม่เหมือนกัน

เลือดเทาแดง
IP: xxx.8.156.218
เขียนเมื่อ 09 Jan 2007 @ 01:58

ชื่มชมในความก้าวหน้าของนักกิจกรรมของมนคะ ที่เปิดโอกาสให้กับนักกิจกรรมรุ่นต่อๆไปได้เข้ามามีบทบาทแสดงความสามารถออกมาให้ได้เห็น ต่างกับที่นี่คะ ที่นี่เป็นสังคมแบบต่างคนต่างอยู่มากเกินไป เป็นสังคมเมืองมากเกินไป นักกิจกรรมเลยมีอยู่เพียงแค่กลุ่มๆหนึ่งเท่านั้น

ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับนักกิจกรรมเลือดใหม่ทุกคนคะ

บีเวอร์
เขียนเมื่อ 09 Jan 2007 @ 07:30

ตอบ สภานิสิต ม.พะเยา

  • ใช่แล้วครับ โอกาสสำคัญที่สุด ทางสภานิสิต พะเยา หากมีเรื่องราวดีดีที่จะมาแลกเปลี่ยนกัน ก็เชิญได้นะครับ สมัครสมาชิกและเริ่มเล่าเรื่องเลย

ตอบ เลือดเทาแดง

  • การมีปัญหานั้นเราต้องแก้ครับในฐานะที่เราเป็นผู้นำ เราต้องมีวิศัยทัศน์ในการนำมวลชน ไม่ใช่ให้มวลชนมากดดันแล้วถึงกระดิกพลิกตัว เลือด เทา - แดง คงหมายถึง มศว นะครับ สถาบันเราถือกำเนิดมาในเวลาใกล้เคียงกัน ว่างๆลองมาเล่าเรื่องให้ผมชื่นชมบ้างก็ได้นะครับ
จ๊ะจ๋า
เขียนเมื่อ 09 Jan 2007 @ 15:18
ได้อ่านบล็อกของคุณบอยเลยเข้ามาแสดงความยินดีด้วยคะที่ได้รับหนังสือของ ดร. ประพนธ์ จากท่านอาจารย์วิบูลย์...ยังไงขอให้สร้างสรรค์งานและนำกระบวนการจัดการความรู้ไปต่อยอดงานนะคะ
บีเวอร์
เขียนเมื่อ 09 Jan 2007 @ 18:41

ตอบ พี่จ๋ะจ๋า

  • รูปที่เห็นในบล๊อกพี่บอยที่รับหนังสือนั้นไม่ใช่ผมครับ
  • แต่เป็นผู้นำนิสิตเลือดใหม่ที่หน้าตาอาจคล้ายกัน แต่ไม่ใช่แน่นอนครับ
  • งานนี้ผมเป็นหนึ่งในทีมให้ความรู้ครับ หนังสือเขามอบให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา
  • ขอบคุณมากครับ