เรื่องนี้เอามาอธิบายให้เห็นว่า ความรู้มนุษย์ไม่หยุดนิ่งแม้แต่วินาทีเดียว ความรู้ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แล้วก็เบียนบังความรู้เก่าให้ตกรุ่น ถ้ามนุษย์ผลิตความรู้ใหม่ได้มากขึ้นเร็วขึ้น ความรู้เก่าก็ยิ่งล้าสมัยมีอายุความรู้สั้นเข้าๆ

หัวหอก ด้ามหอก หาศอก

   หมู่นี้ได้ยินคำว่าหัวหอกในหมู่ชาวบล็อกบ่อยๆ แสดงว่าในกลุ่มที่ทำงานเชิงรุก ชอบยกคำว่า“หัวหอก”มาใช้บ่อยๆ  อันที่จริงหอกมีความสำคัญมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว มนุษย์สมัยหินคงไม่ปึกพอที่จะไม่รู้ว่า ถ้าจะสร้างเครื่องมือหรืออาวุธชิ้นแรกๆของโลก ควรต้องทำให้มีลักษณะแหลมเรียว เพื่อใช้ความแหลมคมทิ่มแทงศัตรู หรือมนุษย์อาจจะเห็นสัตว์เอา เขา งา ฟัน อุ้งเล็บ เป็นอาวุธต่อสู้กัน จึงใช้วิชาครูพักลักจำถอดออกมาเป็นความรู้ ภาษาKM.อธิบายว่านี่คือความรู้ที่อยู่ในธรรมชาติ ที่มนุษย์ยุคหินได้ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบนี้มาแล้ว

   ต่อเมื่อมาถึงยุคโลหะ  มนุษย์ได้ผลิตอาวุธได้มาตรฐานแข็งแรงมีประสิทธิภาพมากขึ้น หอกจึงเป็นอาวุธประจำกายของมนุษย์หลายเผ่าพันธุ์ทั่วโลก แสดงว่าวิธีคิดของมนุษย์มาจากความต้องการสนองปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เรื่องนี้เอามาอธิบายให้เห็นว่า ความรู้มนุษย์ไม่หยุดนิ่งแม้แต่วินาทีเดียว ความรู้ใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แล้วก็เบียนบังความรู้เก่าให้ตกรุ่น ถ้ามนุษย์ผลิตความรู้ใหม่ได้มากขึ้นเร็วขึ้น ความรู้เก่าก็ยิ่งล้าสมัยมีอายุความรู้สั้นเข้าๆ

   เราไม่ทราบว่าหอกถูกเก็บเข้ากรุพิพิธภัณฑ์เมื่อไหร่ และถูกเก็บในเวลาไล่เลี่ยกันหรือเปล่า อาจจะเริ่มจากจุดที่มีคนคิดค้นปืนไฟขึ้นมา เป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างในระยะไกลได้ผลดีกว่าหอก
   ตรงกับสมัยนี้ เราจะสังเกตเห็นได้จากเครื่องมืออีเล็กโทรนิกส์ต่างๆ  ยกตัวอย่างโทรศัพท์มือถือ มีรุ่นใหม่ๆเข้ามาทุก6เดือน แต่ละรุ่นดีกว่า สวยกว่า ออฟชั่นมากกว่า แถมราคายังถูกลงมีโปรโมชั่นจูงใจอีกต่างหาก เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้นักการศึกษาได้อย่างดี ว่าวันใดที่ประมาทการเรียนรู้ เราก็จะตกรุ่นตกขอบไปอยู่ในกลุ่มพวกด้อยสติปัญญาเป็นของเก่าเก็บ

   การที่ความรู้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วนี้เอง ทำให้นักการศึกษาหนักใจ ด้วยไม่ทราบว่าจะออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงชุดความรู้ และมูลค่าของความรู้ก็จะมีอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจมากขึ้น กลุ่มที่ประกอบการเรื่องIT.จึงร่ำรวยกวดเงินทั้งโลกไปกองไว้ที่ตัวเอง พวกความรู้ตกกระป๋องจะไปทำอะไรได้ นอกจากจ่ายค่าโง่ซื้อความรู้ของคนชาติอื่นมาบริโภคเหมือนตัวผมเองเป็นต้น

   เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะทำอย่างไร  ก็คงย้อนไปดูสมัยหิน ที่พวกมนุษย์ถ้ำเริ่มค้นคิดนวัตกรรมใหม่ๆ จนได้หอกขึ้นมาเป็นอาวุธชั้นเยี่ยมของสมัยนั้น ถ้าเราไม่คิดเรื่องนี้ เราก็จะเป็นทาสความรู้ของชนชาติอื่น ชาติเราก็จะเป็นเต่าตุ่นเต๊าะแตะอยู่อย่างนี้ เราจึงควรย้อนไปพิจารณาว่า ถ้าจะตั้งแท่นทำเรื่องการสร้างความรู้ขึ้นมา  จะต้องหากระบวนการที่แหลมคมเหมือนหอก ปกติถ้าหอกไม่มีด้ามประสิทธิภาพจะลดลงอย่างมาก ดังนั้นเมื่อมีกระบวนการแล้ว ก็ต้องมีด้ามหอกเป็นวิธีการ  หอกจะไม่กลายเป็นไม้ท่อนหนึ่ง ก็จะต้องมีแรงซัดให้มันพุ่งไปข้างหน้า แรงที่ว่านี้น่าจะเป็นอะไรดีครับ เป็นKM. หรือเป็นอะไร ใครรู้ช่วยบอกที ยกมือขึ้น

   อ้าว!เห็นหัวข้อเขียนว่า หัวหอก ด้ามหอก แล้ว“หาหอก”ละ อ๋อ! อันนี้ไม่ได้หมายถึงหอกหาย หอกหัก แต่หมายถึงพวกที่ไม่ลงรอยกัน ชอบพูดคำนี้ออกมาในช่วงที่หงุดหงิด อย่าไปเอาใจใส่เลยนะครับ  ถ้าจะคิดอย่างสร้างสรรค์เรามาลงขันช่วยกันสร้างศอกโมกศักดิ์ เอาไปปักความโง่งมงายให้มันแตกสลายไปจากชีวิตเราดีไหมครับ