ดิฉันได้สอนนักศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดุลยภาพของตลาดว่าอุปสงค์(ความต้องการซื้อ)จะต้องเท่ากับอุปทาน (ความต้องการขาย) ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งจะมีการปรับตัวเข้าสู่จุดดุลยภาพโดยอัตโนมัติเสมอ นั่นเป็นที่มาให้นักศึกษาเขียนเรื่อง เศรษฐศาสตร์ความรัก
- เขาได้อ้างอิงจากทฤษฏีทางเศรษฐศาสตร์ดังนี้ อธิบายได้คร่าวๆว่า เมื่อเราต้องการขายของสิ่งหนึ่ง ถ้าเราตั้งราคาไว้สูง ความต้องการซื้อของลูกค้าก็จะน้อย ในทางกลับกัน ถ้าเราตั้งราคาไว้ต่ำ ความต้องการซื้อก็จะมาก แต่มันก็มีเหตุอีกว่า ถ้าราคาต่ำเกินไปมันก็ไม่ได้กำไรอะไรขึ้นมา ฉะนั้นนักลงทุนจะพยายามปรับราคาให้อยู่ในจุดดุลยภาพให้ได้ เพราะมันจะช่วยให้ผู้ขาย ขายของได้ในราคาที่เหมาะสม คนซื้อก็ได้ราคาที่เหมาะสมตามที่ต้องการ
- คราวนี้มาดูแบบเศรษฐศาสตร์ความรักกันบ้าง ถ้าเราเปลี่ยนเส้นอุปสงค์เป็นความต้องการให้ของผู้ชาย เส้นอุปทานเป็นความต้องการรับของผู้หญิงซึ่งมันจะอธิบายได้ดังนี้
- ถ้าผู้ชายให้ทุกอย่างกับผู้หญิงมากเกินไป ผู้หญิงก็ไม่ใช่ว่าจะชอบซะทีเดียว อาจทำให้ทะเลาะกันอีก เพราะมันจะดูเหมือนยอมมากเกินไป ไม่มีความเป็นผู้นำ ซึ่งในมุมกลับ ถ้าให้น้อยเกินไป มันก็ไม่พอกับความต้องการของผู้หญิง ทำให้สามารถให้ความรักที่พอเพียงแก่เธอได้ ดังนั้น จะต้องให้อยู่ในจุดดุลยภาพ คือ อยู่ในช่วงที่เหมาะสมกันทั้งสองฝ่าย มันจะทำให้ความรักของทั้งคู่ดำเนินไปด้วยดี ซึ่งมันต้องค่อยๆปรับกันไปจนถึงจุดนั้น
- นักศึกษาหลายคนบ่นว่าไม่มีสาระ แต่ดิฉันกลับมองว่านักศึกษาคนนี้มองภายนอกอาจจะดูเป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียน(บางครั้งหลับในห้องเรียน) แต่การจะเขียนเรื่องพวกนี้ขึ้นมาได้เขาก็ต้องเข้าใจทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ก่อน ดิฉันจึงแนะนำให้เขาเขียนบล็อกต่อไป ลองเข้าไปอ่านเล่นดูได้นะคะ
- http://learners.in.th/blog/sOntiChai/7348
- ผลการสอบครั้งล่าสุด ดิฉันไม่แปลกใจเลยค่ะ ที่เขาได้คะแนนเต็ม
เกมส์นี้ล่อแหลมมากครับ
ผมเคยเห็นนักเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่งคิดแบบนี้ให้ผมฟัง
แต่ขอโทษครับ ผมไม่แน่ใจว่าเหมาะที่จะเสนอหรือไม่ ไม่เหมาะก็ลบทิ้งได้เลยนะครับ
เขาเทียบกิจกรรมการแต่งงาน กับการไม่แต่งงาน อันไหนประหยัดและคุ้มกว่ากัน
และที่ผมฟังแล้วทะแม่งๆก็คือ ตีค่าของเพศสัมพันธ์ออกมาเป็นค่าทางเศรษฐศาสตร์ ที่บางคนก็ยอมรับไม่ได้ ทั้งทางด้านจิตใจ และตัวเลขมูลค่าที่ใช้เทียบเคียง
แต่คนที่ไม่รู้เรื่องเศรษฐศาสตร์อย่างผมก็เอามาเล่ากันเป็นเรื่องตลกในวงเหล้าซะมากกว่า
แต่ผมว่าคิดแบบนั้นมันโหดเกินไปครับ
(แถมมี มูลค่าตอบแทนเพศสัมพันธ์แบบ diminishing return ด้วยนะครับ)
ใจจริงๆเราก็ไม่ค่อยเห็นด้วย
แต่เราก็ไม่อยากเถียงเรื่องเศรษฐศาสตร์กับนักเศรษฐศาตร์ครับ
อาจารย์ลูกหว้าคะ
ตามรอยจาก B อ.แป๋วค่ะ
พอดีทางม.ราชภัฏพิบูลสงครามจะมาดู KM ที่ มข
วันที่ 16 มกราคมนี้
ไมทราบอาจารย์มาด้วยหรือเปล่าคะ
ถ้ามาด้วยจะประสานผ่าน Bกับอาจารย์ได้หรือไม่คะ
น้อง (พิชชา)
อย่างน้อย ก็ได้เข้าหลักเศรษฐศาสตร์ได้ง่ายขึ้นที่เดียวครับ
แถมกระบวนการความคิด ของคนที่ตามไปอ่าน เกิดมากมายเลยครับ(แง่ดีนะครับ)
ขอให้อาจารย์ มีความสุขทั้งปีนะครับ
สวัสดีครับอาจารย์ลูกหว้า
ในโลกแห่งสหวิทยาการ ผมคิดว่าศาสตร์ทั้งหลายสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ จะดีเพียงใดอยู่ที่ปัญญาของแต่ละคนครับ แม้แต่เรื่องของความรักก็มิได้อยู่ในข้อยกเว้นดังกล่าว การสอนวิชาเศรษฐศาสตร์เชื่อมโยงไปสู่ความรักจะทำให้ฝึกการคิดสร้างความเข้าใจในเนื้อหาวิชาเป็นเศรษฐศาสตร์เพื่อชีวิตมากขึ้น
เธอเข้าใจฉันบ้างในบางสิ่ง
สิ่งทุกสิ่งก็ดูจะมีค่า
ฉันเข้าใจเธอบ้าง บางเวลา
เวลาทุกเวลากูดูจะเบิกบาน
คุณ bright Lily....
ขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยมเยียน ว่างๆคิดเมนูใหม่ๆมาฝากบ้างนะคะ
เรียนท่านดร.แสวง....
คุณน้องพิชชา…ได้ไปม.ข.ด้วยค่ะ แต่วันที่ 9-11 ม.ค. 50 เราจะขึ้นไปแข่งกีฬาอาจารย์ราชภัฏที่เชียงใหม่ค่ะ ส่งข่าวมาได้ค่ะ เพราะหว้าจะกลับมาสอนวันที่ 12 ม.ค.ค่ะ
คุณตาหยู….ขอบคุณมากนะคะ อย่างน้อยก็มีกำลังใจที่จะคิดวิธีสอนให้เข้าถึงเด็กๆค่ะ
คุณดิศกุลคะ…ไปเที่ยวเชียงใหม่สนุกมั้ยคะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นอาจารย์เศรษฐศาสตร์นี่ค่อนข้างเครียดมากค่ะ เราเข้าใจ แต่เป็นการยากที่จะอธิบายให้นักศึกษาเข้าใจได้ ตอนมาสอนใหม่ๆนักศึกษาบอกว่า “หนูชอบอาจารย์ แต่หนูเกลียดวิชาอาจารย์” เป็นโจทย์ที่ท้าทายสุดๆเลยค่ะ
คุณแผ่นดิน…ขอบคุณมากค่ะสำหรับบทกวี แต่หว้าอาจจะไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะยังไม่มีเส้นอุปสงค์(ที่ถูกใจ)เข้ามาค่ะ เลยไม่คิดจะเป็นเส้นอุปทานค่ะ แหม…ชักจะอินกับเด็กซะแล้ว
ผมเห็นว่าเงื่อนไขในเศรษฐศาสตร์รัก จุดหลักอยู่ที่ใจ
สำคัญตรงที่ ความพอเหมาะพอดี ของแต่ละคน
ใช้อะไรกำหนด สิ่งที่อาจารย์คิดถ้าต่อยอดและเผยแพร่จากเศรษฐศาสตร์ความรักจะเป็นเศรษฐศาสตร์ใหม่ที่ใช้สอนวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี
คุณเม็กดำคะ
มาขอบคุณครับ ไม่นึกว่าจะเชื่อมโยงเศรษฐศาสตร์กับความรักได้ สงสัยผู้ชายจะแย่นะครับที่ (ถ้าผู้ชายให้ทุกอย่างกับผู้หญิงมากเกินไป ผู้หญิงก็ไม่ใช่ว่าจะชอบซะทีเดียว ) ปกติผู้หญิงแพ้ผู้ชายตรงไหนทราบไหมครับ ติกตอก ติกตอก
คุณขจิตคะ พอดีหว้าไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องความรักเท่าไหร่ สงสัยผู้หญิงจะแพ้คารมผู้ชายมั้งคะ ตอนนี้ต้องอ่านหนังสือจิตวิทยาค่อนข้างมากขึ้นเพราะจะได้นำมาประยุกต์กับการสอนให้ได้ เพราะเด็กๆบางกลุ่มใส่แต่วิชาการอย่างเดียวเขาจะไม่ไหว
ชอบมากเลยค่ะ เข้าใจง่าย ขออนุญาต คัดลอกในบ้างข้อความ ไปส่งอาจารย์หน่อยน่ะค่ะ ขอบคุรค่ะ