เช้าวันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นวันที่เราพากันตื่น...กันทั้งบ้านเพื่อไปทำบุญรับวันปีใหม่...ที่หน้าเทศบาลนครหาดใหญ่...กำหนดการเริ่มเวลา 06.00น.ดิฉั๊นรู้มาจากแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ที่ติดไว้ทั่วเมือง...หอบลูกหอบเต้าใส่รถ..ไม่ลืมน้ำเปล่าสำหรับแปรงฟันเมื่อเธอทั้งสองตื่นขึ้นมา 

newyear2.jpg     newyear5.jpg  

 ภาพบรรยากาศ...ผู้คนรอตักบาตรสองฝั่งถนน

          6 โมงตรงเราถึงที่หมายยังมีพื้นที่ให้นั่งเหลืออยู่มีผู้คนมากมายยาวสองข้างถนนประมาณ 1 กิโลเมตรตื่นลูกตื่น...แปรงฟันเปลี่ยนชุดไปใส่บาตรกัน เด็กๆตื่นเต้นเป็นพิเศษ...จะได้ใส่บาตรครั้งแรก(ปกติเธอไม่เคยตื่นนอนทันพระซักที)
เสียงพ่อเค้าสอนว่า...."ทำอย่างนี้นะลูก...ต้องยกทูนหัวก่อนแล้วตั้งจิตอธิษฐาน..." สิ่งที่เราอยากได้
.....เสียงเจ้าตัวเล็ก...เริ่มบอกสิ่งที่อยากได้
."ขอให้หนูเป็นเด็กดี..."ขอให้หนูเรียนเก่ง"..."ขอให้แม่ผอม...หุ่นดี"..."ขอให้พ่อไม่ดุ"
.....ดิฉั๊นฟังพลาง...ยิ้ม พลาง...ไม่ได้ขัดอะไร...นึกขำๆ...แก
จนพี่สาวแกทนไม่ไหว..."แปม...ขออะไรที่ขอน่ะพระให้ไม่ได้สักอย่าง.ต้องทำเอง..เรียนเก่งต้องทำเอง...เป็นเด็กดีก็ต้องทำเอง....ใช่มั๊ยพ่อ"
ต้องขอแบบนี้....ว่าแล้วแกก็หลับตาพริ้ม....สักอึดใจจึงลืมตามาบอก..ขอพระไม่ได้สักอย่างต้องทำเองหมดเลยแม่...แล้วจะขออะไรดี
"คิดดีๆ...ซิคะมีเหมือนกันที่ขอพระได้"....แกจึงค่อยทะยอยพูดออกมา
"ขอให้สุขภาพแข็งแรง" "ขอให้พ่อแม่อยู่นาน"(คงหมายถึงอายุยืน)"ขอให้ ครูรัก" "ขอให้ บ้านเรามีความสุข"
ได้มั๊ยแม่....แบบนี้..ได้ทั้งนั้นแหล่ะค่ะ....นึกเอาสิ่งที่เราอยากได้บอกพระ...แต่ก็ต้องทำเองด้วย...ดิฉั๊นชมในใจว่าแกเริ่มแยกได้ว่าอะไรที่ต้องทำเอง...อะไรที่ขอพรพระได้......กว่าเราได้ตักบาตรกันตอน 8 โมงเช้าจนน้องแปมงอแง บ่น...ทำไมพระบอกให้เรามารอนาน.....

newyear6.jpg    newyear2.jpg
ยายปลา...ง่วงสุดๆ

หลังตักบาตรเสร็จเราเห็นภาพที่ไม่งามด้วยกันเด็กวัดมีปากเสียงกัน....แม่...พระเอาไปไหนเต็มไปหมด....

newyear3.jpg   newyear4.jpg

ดิฉั๊นเหมาเอาว่า...แกเริ่มคิดมากกับการทำบุญ....
ดิฉั๊นจึงสนใจจะอธิบาย
"ทำบุญนะลูก" ไม่ต้องสนใจว่าใครเอาไปไหนเราเป็นชาวพุทธ...การทำบุญคือการให้ออกจากตัวสุขอยู่ที่การเอาออกไปจากตัวเราหนูตั้งใจตั้งแต่เมื่อคืน...เอาข้าวใส่ถุง.จัดชุดของใส่บาตรนั่นคือความสุขจากความตั้งใจ...บุญเกิดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วลูก "มองเห็นพ่อแกหันมา...ค้อนวงใหญ่...."เด็กคงเข้าใจหรอก".... ดิฉั๊นคิดว่าแกน่าจะเข้าใจชัดขึ้นเป็นลำดับ..พลางนึกถึงตัวเอง...จนวันนี้..ดิฉั๊นจำคำพูดของแม่ดิฉั๊นได้เกือบหมด...และเข้าใจแจ่มชัดถึงความหมายได้ตามวันเวลาและเหตการณ์...