GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ข้ออ้างที่ไม่ยอมมาเขียนบันทึกในบล็อก gotoKnow

ผมยกตัวอย่างให้เพื่อนผมคนนี้ฟังต่ออีกว่ามีเจ้าของบันทึกมากมายหลายคนแล้วที่นำเอาบันทึกที่ว่ามาปรุงรสทำเป็นหนังสือที่มีคุณภาพจำหน่ายจ่ายแจก ใช้บันทึกต่างๆเหล่านี้นี่แหละเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับใช้เจียระไนหนังสือที่มีคุณค่าของเขา
  • ผมเคยถูกพรรคพวกตั้งคำถามเมื่อคราวที่ผมไปชักชวนเขามาเขียนบันทึกความรู้หน้างาน ความรู้ที่เกิดจากการทำงานของเขาลงในบล็อกความรู้ของ gotoKnow ประมาณว่าเขาไม่เห็นว่าบันทึกที่เขียนๆกันนั้นเนี่ย มันจะได้คุณภาพทางวิชาการตรงไหน เป็นบทความทางวิชาการตรงไหน เพราะบทความนั้นเต็มไปด้วยภาษาพูด เสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น ...นะครับ นะคะ นะฮะ นะเนี่ย ฯลฯ เหมือนว่ากำลังเขียนเล่นๆอะไรกันอยู่ทำนองนั้น
  • เขามองในประด็นว่าไม่มีความถูกต้องทางภาษา ไม่มีการศึกษาค้นคว้าอ้างอิงอย่างน่าเชื่อถือได้
  • ผมพยายามอธิบายเขาเหล่านั้นว่า บันทึกความรู้ในบล็อกนั้นเป็นความรู้อีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในคนๆนั้น ที่คนๆนั้นนำเสนออกมา เป็นเรื่องเล่า เป็นภาษาพูด สื่อสารให้พรรคพวกที่ทำงานคล้ายกันเข้าใจได้ง่าย เพื่อนำไปปรับใช้กับงานการของตนเอง ไม่ได้ประสงค์จะเน้นความถูกต้อง สมบูรณ์ คุณภาพทางวิชาการอย่างที่ว่า แต่ถ้าทำได้ก็วิเศษ  ผมว่าแต่ละท่านที่สัมผัสอยู่กับการเขียนบล็อกโดยตรงมีเหตุผลอยู่แล้วหละว่าโดยทั่วไปเขียนแล้วมีคุณภาพทางวิชาการหรือไม่ มีเหตุผลที่จะเถียงได้เยอะแยะมิใช่หรือ อย่าให้พรรคพวกผมคนนั้นตัดสินฟันธงคนเดียวเลย
  • ผมเองก็ไม่ค่อยจะใส่ใจกับข้อเถียงของพรรคพวกผมเท่าไหร่ แต่ที่ต้องใส่ใจเพราะผมยังมุ่งมั่นที่จะชวนเขามาเขียนบล็อกให้ได้ ผมบอกไปว่าเขียนในแนวเรื่องเล่าแบบนี้นะเขียนยากนะ เขียนยากจริงๆ  เขียนให้ผู้คนอ่านแล้วรู้เรื่องเข้าใจ ให้เขาโต้ตอบเข้ามา ไม่ใช่เขียนเชิงหลักการเชิงทฤษฎีอย่างเดียว ให้ผู้ตรวจผลงานทางวิชาการบางคนอ่าน หรือเขียนไว้สำหรับขึ้นหิ้งขึ้นชั้นหนังสือ  แต่ผมบอกเขาไปว่าถ้าประสงค์จะปรับบันทึกเหล่านี้ให้มีคุณภาพทางวิชาการ ถูกองค์ประกอบการเขียนแล้วละก็ไม่น่าจะยากเท่าไหร่แล้ว เพราะบันทึกแต่ละบันทึกเปรียบเหมือข้าวเปลือกที่สีเป็นข้าวกล้องไว้เรียบร้อยแล้ว จะบดจะขัดขาวให้เป็นข้าวสารคุณภาพเกรดใดก็ย่อมทำได้ไม่ยากแล้ว หรือเปรียบเหมือนปรุงอาหาร ที่เมื่อมีเครื่องปรุง มีวัตถุดิบ มีกรรมวิธี ก็ปรุงได้แล้ว ทานได้แล้วแม้จะไม่อร่อยเด็ดก็ตาม จะให้อร่อยเด็ดก็ต้องพิถีพิถันในการปรุงรสเอาตามใจชอบ
  • ผมยกตัวอย่างให้เพื่อนผมคนนี้ฟังต่ออีกว่ามีเจ้าของบันทึกมากมายหลายคนแล้วที่นำเอาบันทึกที่ว่ามาปรุงรสทำเป็นหนังสือที่มีคุณภาพจำหน่ายจ่ายแจก ใช้บันทึกต่างๆเหล่านี้นี่แหละเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับใช้เจียระไนหนังสือที่มีคุณค่าของเขา
  • ไม่ทราบว่าท่านเคยเจอพรรคพวกที่มีข้ออ้างแบบนี้บ้างไหมครับที่เป็นเหตุผลในการไม่ยอมมาเขียนบันทึกบล็อก ทั้งๆที่มีความรู้ประสบการณ์เพียบ
  • บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนครับ ว่าจะให้เหตุผลกับเพื่อนผมคนนี้ว่าอย่างไรได้อีกครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 70579
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 26
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (26)

สวัสดีปีใหม่คะ..ครูนง......เช่นกันค่ะพบแบบนี้....มากด้วย....มีร้ายกว่านี้คือ...."ที่พี่ไม่เขียนนะหรือ....ขนาดน้องยังอ่าน..คำว่า Blog ว่า บล๊อค...ที่ถูกต้องอ่านว่า "บ๊อค" .....ได้ไอเดียจากพี่คนนี้มากเลยค่ะเวลาคุยกันก็เลยเลือกที่จะใช้ประโยชน์กับเขาในการ f2f  ยังชวนอยู่เสมอเมื่อมีดอกาส....แถมกระเซ้าว่า...ถ้าหนูออกเสียงอ่านตามที่พี่ต้องการ...(เสียงสูง)...พี่จะเขียนมั๊ยคะ....แกไม่ตอบแต่หัวเรอะลั่น....คนมีจริตไม่เหมือนกันค่ะ.....เราทำหน้าที่เชียร์ไปเรื่อยๆ....แต่ไม่ต้อง....วิ๊บ.....ถ้าเขาเห็นต่าง....ต่างทำหน้าที่ที่ตนเห็นงาม
หน้าที่เชียร์....เขียน.....ตามที่เราเห็นงามเราก็ทำต่อไป

  ชอบใจในคำคิด คำคม สมใจอยาก

ขออนุญาตก๊อปไปให้เด็กโข่งผมอ่าน นะครับ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ.....ครูนง

  • เราได้มอบสิ่งดีๆให้กับเพื่อนแล้วค่ะ  แต่ก็อยู่ที่เขาจะตัดสินใจเอง    การเขียนบล็อกอาจจะไม่ใช่บทความทางวิชาการ  แต่สามารถเข้าถึงคนทุกคนได้ง่ายกว่า  อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที  
  • การเขียนบล็อกนอกจากจะให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านแล้ว   สำหรับตัวผู้เขียนเองก็เหมือนเป็นการได้ทบทวนตัวเองในสิ่งที่เราเขียน  เคยมั้ยคะว่าวันนี้เรารู้สึกเครียดมากเลย   แก้ปัญหาบางเรื่องไม่ตก  แต่พอได้เขียนบันทึกจบแล้ว เหมือนเราได้ปลดปล่อยความคิดของเรา   บ่อยครั้งเราก็จะได้รับคำแนะนำดีๆจากเพื่อนๆในนี้
  • ชวนต่อไปเถอะค่ะ   สักวันพวกเขาเหล่านั้นก็จะกลับมาขอบคุณเราเอง

เรื่องชวนนักวิชาการมาเขียน ไม่ต้องพูดถึงเลย  ขนาดขอให้เขาลองอ่านดู  เขาอ่านไปได้ไม่กี่ตัวอักษร  ก็บอกว่า อย่างนี้ผมไม่อ่าน ความรู้อยู่ตรงไหน?? (เดาเอาว่า ท่านคิดว่า มันมีน้ำมากกว่าเนื้อ)   

   ผมเคยชวนเพื่อนร่วมงานมาเขียนหลายคนแล้ว เริ่มตั้งแต่ชวนสมัครเป็นสมาชิก บางท่านบอกว่าสมัครไม่เป็น ก็แนะนำให้สมัครกันตอนนั้นเลย แล้วเริ่มเขียนบันทึกแรก หลายท่านมีเฉพาะบันทึกแรก แล้วก็หายไปเลย แต่บางท่านพอใช้เป็นแล้ว มีบันทึกหลายเรื่อง ถ้าท่านใดอยากจะทำ ก็จะหาข้ออ้างมาทำจนได้ แต่ถ้าไม่อยากทำ ก็มีข้ออ้างสาระดที่จะไม่ทำ
     ผมสมัครครั้งแรก ก็ไม่ได้รู้เรื่อง ไม่ได้เต็มใจ เพราะยังไม่รู้จัก และถูกผู้บริหารให้มาทำเชิงบังคับโดยบอกว่า ไปประชุมที่กรมมา เขาพูดเรื่องการจัดการความรู้ พร้อมทั้งให้เอกสารมา 1 ปึกและในเอกสาร มีเรื่อง Gotoknow ด้วย จึงลองสมัคร เพื่อจะได้เอาไปรายงานผู้บริหารได้ว่า เป็นอย่างไร เมื่อสมัครแล้ว รู้เรื่องแล้ว ก็จบ ไม่เคยเขียนบันทึกอีกเลย จนลืมไปแล้ว เข้ามาอีกครั้ง ก็ตอนที่มีการพูดถึง KM อีกครั้ง และในฐานะที่ รับผิดชอบงาน ICT จึงทดลองทำ BLOG ที่ website ของตนเอง แต่ไม่ค่อยดี จึงลองมาศึกษา Gotoknow หวังว่าจะเลียนแบบ แต่ก็เลิกคิด เพราะมีที่ดีๆ อยู่แล้ว จะไปทำใหม่ทำไม ต่อจากนั้น ก็เข้ามาศึกษาหาความรู้จากข้อเขียนของคนอื่นๆ ต่อมาก็เริ่มบับทึกงานที่ตนเองทำลงไป แล้วก็ทำต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้
  • ยืนยันครับถึงแม้เป็นมือใหม่ก็เถอะ...ได้ทั้งเริงรมย์ และเริงปัญญา
  • สามารถแลกเปลี่ยนกันได้อย่างไม่ขวยเขิน  เช่นเดียวกัน  ในเวทีที่เป็นวิชาการจริง ๆ เราสามารถสัมผัสกับบรรยากาศเหมือนใน bloq ได้หรือไม่  และการเขียนตรงนี้ก็คือการบ่มเพาะศักยภาพของเราเอง พร้อมทั้งการสังเคราะห์วัตถุดิบที่มีในตัวเรา  รวมถึงการเข้าไปจัดระบบระเบียบความรู้ในตัวตนของเรา สำรวจตัวเราเองก่อนแล้วค่อยนำออกสู่การแบ่งปัน

 

การเขียนบล็อก คนเขียนผ่านการทำจริงมาแล้ว ความรู้ที่ปรากฎจึงเป็นความรู้จากภาคสนามเป็นส่วนใหญ่ 

อาจจะไม่ตรงใจท่านนักวิชาการผู้ทรงเกียรติเท่าไรนัก

แต่พวกเราดีใจที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้  ครับ

ชอบความเห็นของคุณ แผ่นดิน มากเลยค่ะ ถูกต้องตรงใจกับตัวเองมากๆ ขออนุญาตเก็บนะคะ

"การเขียนตรงนี้ก็คือการบ่มเพาะศักยภาพของเราเอง พร้อมทั้งการสังเคราะห์วัตถุดิบที่มีในตัวเรา  รวมถึงการเข้าไปจัดระบบระเบียบความรู้ในตัวตนของเรา สำรวจตัวเราเองก่อนแล้วค่อยนำออกสู่การแบ่งปัน"

สวัสดีปีใหม่ครับท่าน

  • แบบที่ว่าผมยังไม่เจอแบบอาจารย์ครับ ที่พบส่วนมากถ่อมตน  ไม่มั่นใจ  ไม่กล้าเขียน และไม่รู้จะเขียนอะไร ที่ร้ายคือ "ไม่มีเวลา" สรุปเขาก็มองว่าเป็นงานอีกเช่นเคยครับ
  • ผมมองว่าเขายังเข้าไม่ถึง ครับ  เพราะที่เขาเข้ามาอ่าน  เขาอ่านที่เป็นตัวอักษร  ประโยค แต่ไม่ได้คิดให้ลึก เหมือนคนที่ไปเที่ยวทะเลครั้งแรกแต่ไม่กล้าลงเล่นน้ำ แค่เดินบนทรายริมหาด  ก็ไม่สามารถอธิบายหรือเล่าคนอื่นได้ว่า  เที่ยวทะเลแล้วเป็นสุขอย่างไร
  • KM ไม่ทำไม่รู้อันนี้แน่จริง ๆ
  • ชวนไปเที่ยว

ถ้าเขียนเป็นวิชาการต้องแบบนี้หรือเปล่าครับ?

"[การบล็อก]ไม่ใช่การเขียนแบบเสร็จสมบูรณ์เป็นหนังสือหรือบทความวรสารทางวิชาการ ไม่ใช่การเขียนเล่นแบบบันทึกประจำวันว่าวันนี้ไปทำอะไรที่ไหน มันอยู่ระหว่างนั้น คือไม่เป็นทางการ แต่ผ่านกระบวนการคิดมาแล้ว" (คุณแว้บ, ๒๔๕๐)

ข้อถกเถียงแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงสถานการณ์ของ wikipedia ที่นักวิชาการบอกว่าเป็น academic garbage เพราะเป็นเว็บที่คนทั่วโลกร่วมกันแก้ไขและบำรุงรักษา ปรับเปลี่ยนข้อมูลตามปัจจุบัน แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นการริดรอนสิทธิที่เคยเป็นของนักวิชาการไป

จริงไหมครับ?

ครูนงครับ

คนเรามีเหตุผลมากมายที่จะทำ หรือไม่ทำอะไรก็ได้

ถ้าเราไปสนใจมากเกินไป ทำให้เสียเวลาเปล่า

ผมลองแล้ว เลยไม่สนใจเรื่องนี้ครับ

  • สวัสดีปีใหม่ครับครูนง  ขอให้ครูนงและครอบครับจงมีแต่ความสุขตลอดไปนะครับ
  • ทำใจให้สบายๆ เถอะครับได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นก่อน   อิอิ...
  • การเขียนเป็นกระบวนการขั้นสูงสุดของปัญญา ที่จะต้องผ่านการฟัง การคิด การอ่านฯลฯ มาก่อน ต้องค่อยๆ สะสมหน่วยกิจไว้เยอะๆ ลงมือปฏิบัติแล้วจึงจะมองเห็นและเข้าใจ
  • อย่าพึ่งหมอแรงชวนนะครับ  ดร.แสวงก็บันทึกไว้ว่าบัวมีตั้ง 10 เหล่า

คุณเมตตา ครับ

             ครับมีหน้าที่ชักชวน ก็ชักชวนกันต่อไปใช่ไหมครับ

ท่านครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

            ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยน เราก็ต้องเสียสละร่วมกันชักชวนกลุ่มเป้าหมายกันต่อไป

 

อ.ลูกหว้า ครับ

              ผมว่าถ้าเปรียบบันทึกระหว่างบทความในบล็อก กับบทความทางวิชาการแล้ว ผมว่ามันผลิตภัณฑ์คนละตัวนะครับ ต่างก็มีจุดเด่นหรือลักษณะที่ต่างกัน ดีกันคนละอย่าง เพราะลักษณะองค์ความรู้ก็ดี กลุ่มเป้ามหายที่เข้ามาใช้ประโยชน์ก็ดีมันต่างกัน มันคนละกลุ่มกัน ถ้าจะให้ดีก็ต้องมีทั้งสองทักษะหรือความสามารถนี้ในคนๆเดียวกัน ให้ความรู้ วิธีการเขียนมันลื่นไหลไปมาได้ในทั้งสองลักษณะนี้ได้ก็สุดยอดเลย........อาจารย์ว่าไงครับ

คุณหมอปารมี ครับ

            ความรู้ในบันทึกบล็อกมันต้องใช้แว่นพิเศษประมาณนั้นหรือเปล่าครับจึงจะอ่านแล้วเจอความรู้สาระได้ นักวิชาการก็ต้องฝึกสวมแว่นนี้กันหรือเปล่าไม่ทราบ จะหวังได้แต่สาระทุกประโยค ทุกบรรทัด ทุกย่อหน้า ก็คงจะหายากจริง แต่ถ้าเทียบเคียง วิเคราะห์สังเคราะห์ประสบการณ์ต่างๆเข้ากับประสบการณ์ตัวเองบ้าง ก็อาจจะพบความรู้บ้างก็ได้

อ.ศรีเชาว์ ครับ

             ขอบคุณครับที่อาจารย์เล่าประสบการณ์ของอาจารย์ให้ได้ทราบกัน ว่าอาจารย์เข้ามาเจอของดีที่gotoKnow ได้อย่างไร ผมว่าเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์มากครับ ...ก็อยากจะชวนอาจารย์ชวนเพื่อนชาว กศน.เรามาเขียนบล็อกกันต่อไปนะครับ

คุณแผ่นดิน ครับ

           เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับว่าในเวทีที่เป็นวิชาการจริง ๆ เราสามารถสัมผัสกับบรรยากาศเหมือนใน bloq ไม่ได้ ขอบคุณความเห็นที่ดีๆครับ

ท่าน ผอ.เม็กดำ 1 ครับ

         เห็นด้วยและยืนยันครับว่าเป็นความรู้หรือปัญญาปฏิบัติ และโดยเฉพาะทีท่าน ผอ.เขียนต่อไปว่า...แต่พวกเราดีใจที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้   อันนี้เห็นด้วยมากๆเลยว่าสังคมนี้มุ่งให้ความรู้เป็นทานจริงๆ...สุขใจที่ได้ให้สิ่งนี้

อ.โอ๋ ครับ

         ขอบคุณครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยน มอบความรู้สึกดีๆไว้ให้ ทำให้คำพูดของคุณแผ่นดินหนักแน่นขึ้นมากไปอีก

คุณชาญวิทย์ ครับ

         เห็นด้วยกับคุณชาญวิทย์อย่างยิ่งเลยครับ..โดยเฉพาะที่เขียนว่า....อ่านแต่ตัวหนังสือไม่ได้คิดให้ลึกซึ้งถึงเบื้องหลังตัวหนังสือนั้น...ไม่ได้อ่านความรู้สึกไปด้วยว่างั้นเถอะ ขอบคุณครับคุณชาญวิทย์ ...ตอนนี้ผมเข้าใจว่าคุณชาญวิทย์คงเดินทางไปทำงาน ณ สถานที่ใหม่เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ

คุณ แว้ป ครับ

                 คุณแว้ป ประชดเสียได้ความรู้สึกเลยนะครับ  อ่านไปก็ขำไป  และที่คุณแว้ปให้เหตุผลว่านักวิชาการรับความรู้จากบันทึกบล็อกไม่ค่อยได้ก็เพราะว่าอาจจะเพราะตนถูกริดรอนสิทธิที่เคยเป็นของนักวิชาการหรือเปล่า ...ผมคิดว่าใช่ครับ

ดร.แสวง ครับ

              อาจารย์จะให้ผมใจร้ายทิ้งเขาไปได้ลงคอหรือครับ

น้องสิงห์ป่าสัก ครับ

            การเขียนเป็นกระบวนการสูงสุดของปัญญา เป็นความรู้ใหม่ครับ ขอบคุณครับ.....สัญญาครับว่าจะไม่หมดแรงชักชวนครับ

ขอเป็นกำลังใจครับ

น้องจัก ครับ

         น้องจัก บอกชื่อบล็อกน้องจัก ที่อยู่ของบล็อกที่จะให้ลิ้งค์ได้ มาอีกทีได้ไหมครับ หรือจะให้ช่วยในขั้นตอนไหนบอกมาได้นะ อยากจะให้น้องและ อบต.บางจากเปิดและใช้บล็อกได้ในเร็ววัน