ผมได้รับการร้องขอจากคุณธวัช  หมัดเต๊ะ เจ้าหน้าที่ สคส.ให้ผมเล่าเรื่องเกี่ยวกับการดูแลนักศึกษา KM ในฐานะที่ผมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ของนักศึกษามหาชีวาลัย ทั้งระดับปริญญาเอก และปริญญาโท จำนวนไม่น้อยกว่า ๔ ท่าน 

  ผมจึงขอเล่าเรื่องการทำงานเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษา KM ว่ามีความยากง่ายอย่างไร ดังต่อไปนี้

  <ol style="margin-top: 0cm">

  • นักศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่า KM คืออะไร ? ต้องใช้เวลาอธิบายยาวนาน จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ
    1. ยกแม่น้ำทั้ง ๕ ปิง วัง ยม น่าน และเจ้าพระยา ก็ยังยากจะเข้าใจ
    2. ยกประเด็นสูงสุดฟ้าสู่ดินว่า การจัดการ KM ก็คือ การใช้ชีวิตอย่างธรรมดาของคนทั่วไป แต่เพิ่มความรู้เข้าไปอีกนิดหน่อยในทุกขั้นตอนของการดำเนินชีวิต ก็ยิ่งทำให้เขางงมากขึ้นไปอีก  บางคนถึงกับตะบะแตก ลมปราณ ขาดสะบั้น ต้องใช้เวลาเยียวยาหลายขั้นตอน กว่าจะรื้อฟื้นชีวิตเขากลับคืนมาได้ แต่บางทีก็กลับมาอย่างไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ ทำงานแบบไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ สับสน ผิดธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ
    3. ผมคิดว่า ทางแก้ที่สำคัญ ก็คือ อย่าไปบอกเขาว่า ทำวิทยานิพนธ์ KM แต่เป็นการศึกษาการพัฒนาชีวิตโดยการสอดประสานความรู้ต่างๆ เข้าด้วยกัน
    4. อาจจะฟังดูง่ายขึ้นอีกนิดหนึ่ง แต่คนที่ยังสายลมปราณขาดสะบั้น ก็ยังจะฟังไม่ออกอยู่ดี (สายลมปราณ คือ แนวคิดเชิงระบบ)
    5. อันนี้ต้องใช้เวลาครับ และจะต้องมียาหลายขนาน สำหรับแต่ละคนที่มีอาการแตกต่างกัน
  • นักศึกษายังไม่สามารถประสานวิชาการเข้ากับหลัก KM ได้
    1. ทำให้เกิดความรู้ที่ไม่ก้าวหน้า ย่ำอยู่กับที่ วนไปวนมา
    2. แยกส่วนระหว่างความรู้ต่างๆ ที่จะนำมาจัดการ
    3. ไม่สามารถผสมผสานจนเป็นชุดความรู้ที่จะทำให้ตนเองเข้าใจ และอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ด้วย
    4. พอให้เขียนเป็นหัวข้อ ก็จะไปติดกรอบวิชาการ
    5. แต่พอให้เขียนในเชิงการจัดการความรู้ ก็จะมาติดกรอบของ KM
    6. ทำให้เกิดระบบความคิดแยกส่วนขึ้นมาอีกในตัวของตัวเอง
  • อาจารย์ในสถาบันการศึกษา ที่เข้าใจ KM มีน้อย
    1. ทำให้ยากที่จะหาอาจารย์ที่ปรึกษา มาประสานแนวคิดเป็นที่ปรึกษาร่วมในการทำงานได้
    2. ต้องค่อย ๆ พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
    3. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราใช้การเขียนบล็อก เป็นกลไกในการทำงาน KM ก็ยิ่งทำให้อาจารย์ในสถาบันการศึกษาที่สนใจทั้ง KM และการเขียนบล็อก มีน้อยมาก ซึ่งเป็นขีดจำกัดของการสร้างทีมงานอาจารย์ที่ปรึกษาด้านนี้
  • อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจ KM  มากพอที่จะและชี้นำนักศึกษาในภาพรวม
    1. จึงทำให้การเรียนในวิชาต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของหลักสูตรมีความแปลกแยกกัน
    2. ทำให้นักศึกษาที่ยังจับหลักไม่ได้ สับสนมากขึ้นไปอีก
  • เมื่อทั้งอาจารย์และนักศึกษาต่างไม่เข้าใจก็เกิดอาการ เตี้ยอุ้มค่อม
    1. งานไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าที่ควร และ
    2. ยิ่งไปกว่านั้นสภาพแวดล้อมของการทำงานก็ยังไม่เอื้ออำนวยให้คนเตี้ยอุ้มค่อมพัฒนาได้อย่างสะดวกอีกต่างหาก
    3. เป็นขีดจำกัดในการทำงานของทั้งอาจารย์และนักศึกษา

    </ol>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากขีดจำกัดดังกล่าวข้างต้น กระผมได้พยายามปรับเปลี่ยนตัวเองให้</p><ul>

  • เป็นตัวอย่างของอาจารย์และของนักศึกษา
  • ทำตัวให้โปร่งใส เห็นกระบวนการทำงานที่ชัดเจน โดยใช้ระบบการเขียนบล็อก ซึ่งมีตัวชี้วัดต่างๆ มากมาย
    • ตั้งแต่จำนวนงานที่ทำ
    • เวลาที่ทำ
    • ผลของงานที่เกิดขึ้น
    • การเขียนให้เกิดเกลียวความรู้ และคลื่นความรู้
    • นำไปสู่การจัดการความรู้ในกลุ่มคนเล็ก ๆ ของ gotoknow
    • แต่คาดว่า เมื่อเราได้ประเด็นชัดเจนแล้ว เราสามารถจะนำประเด็นในอินเตอร์เน็ตมาปรับใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงได้ดีกว่าเดิม

    </ul>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในการนี้ นักศึกษาและอาจารย์ท่านอื่นๆ ก็น่าจะมีโอกาส</p><ul>

  • ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างไม่มีชนชั้นวรรณะ
  • สามารถทำงาน ประสานแนวคิดได้ดียิ่งขึ้น
  • แต่ก็ยังมีขีดจำกัดที่นักศึกษาหลายคนไม่กล้าแสดงออก หรือไม่พยายามแสดงออก เนื่องด้วย
    • นิสัยส่วนตัวหรือขีดความสามารถไม่เพียงพอ หรือ
    • โลกทัศน์ไม่ตรงกับงานของโครงการ จึงทำให้นักศึกษา
      • บางคนไม่ก้าวหน้าในการทำงาน
      • บางคนก็หายไปเลย
      • บางคนก็ผลุบๆ โผล่
      • บางคนก็อยู่แบบดื้อตาใส เหลือคนทำงานจริงๆ ไม่มากนัก
    • นี่คืออุปสรรคของการทำงานวิจัยแบบ KM

    </ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มีประเด็นรายละเอียดมากมายครับ ไม่อยากลงลึก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เดี๋ยวผู้อ่านที่เป็นนักศึกษา จะผิดหวัง ฆ่าตัวตายไปหมดซะก่อน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมก็จะกลายเป็นอาจารย์ไร้นักศึกษาไปโดยทันท่วงที </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ผมยังไม่คิดจะฆ่าตัวตายหรอกนะครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>รอให้นักศึกษาจบซะก่อน ซักรุ่น สองรุ่น แล้วค่อยประเมินใหม่ครับ ว่าควรจะฆ่าตัวตายดีหรือเปล่า? </p><p>จึงกราบเรียนมาด้วยความเคารพ แด่ กุนซือ และ ซือแป๋ ทั้งหลาย โปรดรับทราบ  </p><p>แสวง  รวยสูงเนิน  </p><p>๒๕  ธันวาคม ๒๕๔๙  เวลา ๒๑.๐๐ น.</p>