GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สายธารความรู้สู่การเลี้ยงโคอย่างพอเพียง ตอนที่ 21 รักวัวให้ผูก

ไม่ชอบขังวัวไว้ในคอก จะใช้วิธีจูงไปผูกตรงนั้นตรงนี้เรื่อย ๆ และใช้อาหารล่อหลอกให้วัวทำตามคำสั่ง ผลที่ได้ตอนนี้ เดินไปไหนวัวทักทายด้วยการผงกหัวกันเป็นทิวแถว ส่วนวัวตัวเล็กตัวน้อยก็วิ่งตามกันเป็นพรวน ไม่ว่าจะฉีดยา ตีเบอร์ก็ง่ายไปหมด

        "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี"  สำนวนนี้ทุกท่านคงเคยได้ยิน

        ทำไมรักวัวจึงให้ผูก

        เพราะการผูกวัว คือการใกล้ชิดวัว เหมือนเพลงลำวงสมัยก่อนที่ว่า "ใกล้เข้ามาอีกนิด ชิดเข้ามาอีกหน่อย สวรรค์น้อย ๆอยู่ในวงฟ้อนรำ..."

       การอยู่ใกล้ชิดเป็นการสร้างความคุ้นเคย ที่ทำให้ทั้งคนและวัวอยู่ด้วยกันราบรื่นชื่นสุข

        เราๆ ท่าน ๆจะพบเห็นคนเลี้ยงโคตามหมู่บ้านจะนิยมจูงวัว ไปเลี้ยง หรือจูงวัวไปผูกตามหัวไร่ปลายนา หรือจูงวัวไปค้า

       วัวก็จะเดินตามเจ้าของต้อย ๆ  ไม่ดุร้ายเหมือนวัวเมืองกระทิงดุแถวๆ สเปนโน่น

      ที่วัวเจ้านั้นเชื่องเดินตามเจ้าของเพราะถูกเลี้ยงและถูกฝึกมาตั้งแต่เล็ก

       เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสไปเยี่ยมฟาร์มลูกศิษย์

      เขามีโรงเรือนและคอกพักที่แน่นหนา  แต่ไม่ชอบขังวัวไว้ในคอก  จะใช้วิธีจูงไปผูกตรงนั้นตรงนี้เรื่อย ๆ  และใช้อาหารล่อหลอกให้วัวทำตามคำสั่ง  ลูกโคก็ฝึกป้อนหญ้าด้วยมือและลูบหัวเบา วันดีคืนดีก็แปรงขนให้ด้วย ผลที่ได้ตอนนี้  เดินไปไหนวัวทักทายด้วยการผงกหัวกันเป็นทิวแถว  ส่วนวัวตัวเล็กตัวน้อยก็วิ่งตามกันเป็นพรวน  ไม่ว่าจะฉีดยา ตีเบอร์ก็ง่ายไปหมด

       ขนาดเราเป็นคนอื่นวัวก็ไม่ตื่น  จนต้องออกปากเตือนลูกศิษย์ว่า เชื่องมากก็อันตราย เดี่ยววัววิ่งตามชาวบ้านไปไกลแล้วจะยุ่ง

       ก็คงเหมือนกับคนเราที่ไม่ต้องการถูกขัง ต้องการคนเอาใจใส่ดูแลความไว้เนื้อเชื่อใจก็จะเกิดขึ้น

       ดังที่พ่อครูบอกว่าไม่ควรขังแม่โค หรือลูกโคไว้ต่างหาก ควรผูกหรือจูงไปมาเพื่อให้คุ้นเคยกับคนจะทำให้โคเชื่อง หรือทำให้แม่โคไม่หวงลูกและดุร้ายอีกต่อไป

     ท่านใดมีเคล็ดไม่ลับดี ๆ  ในการเลี้ยงโคให้เชื่อง ช่วยบอกต่อด้วยค่ะ

      ขอบคุณค่ะ

 

     

       

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 69373
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

  ต้องใช้การสัมผัส ใช้มือลูบหัว และคอ ของวัวบ่อย ๆ และต้องใกล้ชิด เอาใจใส่ เหมือนที่ว่านั่นแหละครูดา ก็คงจะเหมือนไอ้ก๋วยเจ๋ง ของครูบาแน่ ๆ เลย ชอบให้จับ ชอบคลอเคลีย (วัวนะคะ)

เงื่อนไขของการถูกขัง คือการได้รับการปลดปล่อย

เงื่อนไขของการปลดปล่อยคือสิทธิและหน้าที่

สิทธิคือสิ่งที่ควรมี  หน้าที่คือสิ่งที่ต้องทำ

วัวมีหน้าที่อย่างหนึ่งคือกินหญ้า

ดังนั้นสิทธิอย่างหนึ่งของวัวคือการได้เลือกหญ้ากินเอง

  •      อยากให้วัวรักเรา เราต้องรักวัวด้วยครับ
  • เราบอกว่าเราเลี้ยงวัว แต่จริงๆแล้วเราไม่ได้เลี้งวัว  เป็นเพียงเราใช้ไห้วัวมันผลิตเนื้อ (โปรตีน)ให้เราแค่นั้นเอง
  • การเลี้งวัว ต้องให้วัวมีส่วนร่วม   ไม่ใช่คนสั่งการอย่างเดียวครับ

ใครเลี้ยงใครก็เป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์วิจารย์ให้ชัดครับ

ขอให้เขียนเรื่องนี้ด้วย

สิทธิของวัว และสิทธิของ "เจ้าของวัว" ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน

เราคงมีคำตอบนะครับ

ไม่งั้นเสียชื่อคนบุรีรัมย์แย่เลย

อาจารย์แสวงที่เคารพ

      ใครเลี้ยงใครระหว่างคนกับวัว  คงอยู่ที่เจ้าของวัวเป็นหลักค่ะ

เพราะถ้าคนเลี้ยงวัวอย่างดี ด้วยความรักและใจใส่ ผลผลิตที่ได้จะกลับมาเลี้ยงเจ้าของวัวได้ในตัวของมันเอง

แต่ถ้าสักแต่ว่าเลี้ยง แล้วหวังว่าวัวจะเลี้ยงตัวเองต่อไปรับรองจอดไม่ต้องแจวทุกราย

ขอบคุณค่ะ

ผมเปิดประเด็นให้วิเคราะห์นะครับ

ตัวอย่างเช่น

ถ้าคนเลี้ยงวัว

  • คนต้องดูแลวัวอย่างดี
  • เอาใจใส่
  • ระวังทุกข์ สร้างสุข
  • อาจไม่กล้าขาย
  • ฯลฯ

ถ้าวัวเลี้ยงคน

  • วัวต้องรับบทหนักในชีวิตจริง
  • แทบไม่ดูแลใดๆ
  • หากินเอง
  • เข้าคอกเอง
  • อยู่แบบตามมีตามเกิด
  • เน้นการเตรียมขาย
  • ฯลฯ

อยากให้ลองวิเคราะห์จริงๆ แล้วจะเห็นภาพการจัดการความรู้ที่แตกต่างกัน

แน่ๆ ไม่เชื่อก็ลองดู

เรื่องนี้น่าจะอยู่ในกรอบวัตถุประสงค์การเลี้ยงครับ

แล้วแจงเป็นชุด และการจัดการความรู้อีกทีหนึ่ง

ผมสงสัยว่าคุณคิดว่าผมพูดเล่นละมั้งครับ

บางทีอาจจะใช่ เช่นเรื่องพ่อบ้านผอม

แต่บังเอิญไม่ใช่คราวนี้ครับ

            ขอบคุณค่ะอาจารย์  ที่ช่วยเพิ่มประเด็นวัตถุประสงค์ให้อีกทำให้มองเห็นประเด็นการเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นค่ะ

            ขอบคุณค่ะ