ความรู้หลักเข้ามาและเบียดผลักความรู้เหล่านี้ออกไปได้ ด้วยการกล่าวหาว่าเป็นความรู้ที่ไม่มีความประณีตหรือละเอียดพอ

     การแพทย์แผนปัจจุบันเข้ามา การแพทย์แผนไทยเสื่อมถอย ภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน หมดหาย อะไรดีไม่ดี ไม่ใช่คำตอบ แต่ที่ไม่ดีคือการเบียดผลัก ให้ศาสตร์หนึ่งศาสตร์ใด ตกขอบหายไป ด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ร้ายที่สุดคือการออกกฎหมายการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ยังผลให้เกิดการเร่งรัดเพื่อผลักศาสตร์เดิม ๆ ที่เป็นภูมิรู้ของบรรพบุรุษให้หายไปได้อย่างรวดเร็ว และอีกหลาย ๆ ปัจจัย หนึ่งในนั้นคือระบบการศึกษาในกระแสหลัก

     มิเชล ฟูโก นักสังคมวิทยา ชาวฝรั่งเศส กล่าวไว้ประวัติศาสตร์ ทำให้ความรู้รองซึ่งเป็นความรู้พื้นบ้านที่ถูกกดทับไว้ ถูกแยกออกไปจากชุดความรู้ที่เป็นระบบในเรื่องความรู้ตามกระแสหลัก และความรู้รองเหล่านี้เป็นความรู้มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย จนทำให้ความรู้หลักเข้ามาและเบียดผลักความรู้เหล่านี้ออกไปได้ ด้วยการกล่าวหาว่าเป็นความรู้ที่ไม่มีความประณีตหรือละเอียดพอ

     ระบบการศึกษาในอดีต และปัจจุบัน ก็คอยซ้ำเติมครั้งแล้วครั้งเล่า ให้เรานักเรียน นิสิต นักศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์ รู้สึกดูถูกดูแคลนภูมิปัญญาเหล่านั้น อย่าง “ไปเชื่อได้อย่างไร” “ไม่เป็นวิทยาศาสตร์” “อ้างอิงจากใคร” “แห่งข้อมูล Inter หรือ Local” หรือ ฯลฯ ที่ละนิดทีละหน่อย สิ่งเหล่านี้ก็ค่อย ๆ เพิ่มพูนพอกเข้าไปในจิตใจ แต่ก็ยอมรับว่าในปัจจุบันกระแสการเบียดผลักเหล่านี้ ได้ค่อย ๆ อ่อนแรงลง เกิดการยอมรับกันมากขึ้น ซึ่งอาจจะยังดูน้อยเกินไป แต่ก็มีทีท่าว่าจะดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้