เป็นการถนอมอาหารที่ไม่ใช้สารกันปูดเลย แถมแปรรูปเป็นอาหารอย่างอื่นได้อีกสารพัด ใครไม่เชื่อให้ลองทำดู

     ค่ำคืนนี้ ใช้เวลาตามอ่านงานของคนที่รักและคิดถึงอ่านไปได้สัก 2 ชม. ขณะที่รู้สึกเพลิน ๆ ก็สะดุดด้วยบันทึกกล้วยสุก ของอาจารย์จันทรรัตน์ อยากเล่าสิ่งที่ได้ฟังมาบ้างในประเด็นคล้าย ๆ กัน อาจารย์จันทรรัตน์ ท่านทำให้กล้วยสามารถเก็บไว้กินได้นาน แต่ป้าโส๊ะ แห่ง อ.กงหรา ท่านถนอมอาหารทุกรูปแบบตามแบบฉบับของท่านครับ

     ป้าโส๊ะเล่าให้ฟัง ตอนผมไปทำเวทีกับชาวบ้านที่กงหรา เมื่อวันที่ 20 พ.ย.49 ท่านเป็นสมาชิกชมรมเพิ่มพูนพลังคนพิการ อ.กงหรา ที่เข้าร่วมประชุมด้วย ท่านเล่าให้กลุ่มฟัง (ผมฟังอยู่ด้วย) ภายใต้โจทย์ "สิ่งดี ๆ ของชุมชนในอดีต" ว่าคนเมื่อก่อนนั้น มีอะไรก็แบ่งปันกัน ไม่ว่าจะเป็นแกง ต้ม ขนม ผลหมาก รากไม้ เมื่อได้มาก็แบ่งปันกัน ตามทีมี บ้านโน้นที บ้านนี้ที สลับกันไปในละแวกใกล้เคียงกัน แต่ทุกวันนี้ของทุกอย่างซื้อมาด้วยเงิน น้ำใจเช่นนั้นจึงไม่ค่อยเห็นแล้ว และเข้าใจว่าเงินนั้นหายาก ส่วนเมื่อก่อนนั้นมักจะได้จากป่า ในคลอง ในที่สาธารณะ หรือไม่ก็ในสวนที่เหลือกินเหลือใช้

     ตอนสรุปนี่สิครับ ท่านสรุปว่าวิธีการดังกล่าวเป็นการถนอมอาหารที่ไม่ใช้สารกันบูดเลย แถมแปรรูปเป็นอาหารอย่างอื่นได้อีกสารพัด ใครไม่เชื่อให้ลองทำดู ที่ประชุมยิ้มกันใหญ่ ผมว่าแกฉลาดมากครับ ฉลาดในการนำเสนอออกมาให้เราได้จดจำได้เป็นอย่างดีด้วยครับ